เกิดมาชาติหน้าอยากเป็นชาวนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.78 KB
วันที่แก้ไข19 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

เกิดมาชาติหน้าอยากเป็นชาวนา _สมณะลือคม...รายงานเรื่องความเป็นอยู่ของบวรศาลีอโศก จากเดิมที่มีปัญหาบ้างเล็กๆน้อยๆ จะมีปัญหาที่ความรู้สึกความคิดเห็น ต่างคนต่างคิดต่างคนต่างทำ เป็นปัญหาที่ทำอย่างไรก็รู้สึกว่าคลี่คลายไม่ได้ ในช่วงนี้ที่ได้เรียนรู้เรื่องของกาย เรารู้ว่าต่างคนต่างกาย เราเรียนรู้ต่างคนต่างอยู่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่มีแนวคิดของท่านใต้ดาว ให้มาร่วมกันทำร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาชุมชน แม้แต่เรื่องกสิกรรม วันนี้ทำโต๊ะผักเพิ่มอีก มีความรู้สึกว่ากระบวนการกลุ่มที่ทุกคนมาร่วมกัน เพื่อสลายตัวตน ได้เห็นเลยว่าพอมาร่วมกันแล้วสลายได้จริง แต่ก่อนคนนั้นคนนี้ก็ไม่ได้มาเอาแต่งานของตัวเองกัน ตอนนี้เห็นความสลายตัวตน ทำให้เห็นแนวทางของที่ราชธานีอโศกและปฐมอโศก รู้สึกเลยว่าทำให้หลายคนคิดไม่ถึงว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พ่อครูว่า...มาทำงานร่วมกัน เราได้ศึกษาธรรมะมา เราจะได้รู้ว่าชีวิต ขณะทุกขณะปัจจุบันอะไรดี เราก็ทำการงานอันควร การทำการงานอันควรคนเดียว มันจะโดดเดี่ยวว้าเหว่ทำงานไป ถ้าคนที่ชิน หรือชอบ ชอบทำงานคนเดียวคนอื่นไม่ต้องเกี่ยว คนนี้ก็จะทำงานคนเดียวไปตามประสาเขา ตามฐานะของบุคคล แต่ถ้าบอกว่าทำงานคนเดียวมันรู้สึกว่ามันไม่อบอุ่นมันไม่มีอะไร มันว้าเหว่แต่ถ้ามีใครร่วมกันทำงานแล้วก็ไม่มีอะไรที่มันกระทบกระทั่งต่างคนต่างทำไป มีผิดพลาดบ้างก็ช่วยเหลือแก้ไขกันไป เพราะคนเราต้องมีผิดพลาดบกพร่อง มีอะไรผิดพลาดบกพร่องก็ช่วยกันแก้ อะไรดีก็ช่วยกันส่งเสริม ทำร่วมกันมันก็เท่านั้นเองในชีวิตการกระทำหรือการงาน อาตมาบอกแล้วว่าโศลกธรรมปีนี้..คน ถ้าไม่ทำงานก็เดรัจฉานธรรมดา โศลกมันก็เข้ากับเรื่องนี้ คนรู้จักพักรู้จักเพียร รู้จักสาระว่าอะไรควรทำดีที่สุดให้แก่สังคม สังคมมีอะไรเป็นวัตถุเป็นอุปสงค์และเราก็จะต้

อ่านต่อ

องทำให้ สร้างอันนี้อุปสงค์ที่ถาวรมากก็คือพืชพันธุ์ธัญญาหาร สิ่งที่มนุษย์จะต้องอาศัยร่วมกันใช้ ไม่ใช่อาตมาพูดแต่พระพุทธเจ้าตรัสมาก่อน อาหาร เป็นหนึ่งในโลก ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง พวกเรามาเป็นชาวกสิกรจึงมีงานมีอาชีพที่เป็นที่หนึ่งในโลกซึ่งหนึ่งอาหารเป็นหนึ่งยิ่งมาเป็นชาวนาเป็นผู้ที่สร้างทรัพย์อย่างยิ่งให้แก่โลก พ่อครูยกหัวหอมใหญ่สีขาวพร้อมต้นใหญ่สวย อาตมายิ่งซาบซึ้ง ขยายความธรรมะพระพุทธเจ้ายิ่งอย่างลึกเข้าไปถึงสัจธรรมความจริง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง อาหารเป็นหนึ่งในโลก มันซาบซึ้งชัดเจน ถ้าหากอาตมาไม่ได้รับหน้าที่ จนกระทั่งรับหน้าที่มาหลายชาติจนมาถึงชาตินี้มาสอนอีก อาตมาก็จะเจริญไปเป็นชาวนา คนที่รู้ดีเข้าใจดีว่าชีวิต มันเป็นชาวนา หมอฟากฟ้าหนึ่งบอกไว้ว่า ชาติหน้าเกิดมาจะขอเป็นชาวนา หมอฟากฟ้าหนึ่ง ทพญ.ฟากฟ้าหนึ่งบอกว่า รู้อย่างนี้เกิดมาจะมาเป็นชาวไร่ชาวนาและเกิดมาชาติหน้าจะมาเป็นชาวนาชาวกสิกร นั่นคือเป็นความรู้สึกจริงๆ เป็นคนรู้ความสำคัญในความสำคัญ ความประเสริฐของมนุษย์ อาตมาถึงพยายามเห็นว่าเมืองไทยถ้ามีความเข้าใจอันนี้ รู้อันนี้ว่า เป็นหนึ่งในโลก ท่านพูดเลยว่า ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง ท่านรู้ว่าทุกชนชั้นที่อยู่ในสังคมท่านเคารพยกย่องเชิดชู ไม่ใช่มา ข่ม ไม่ใช่ให้รู้สึก เป็นผู้ต่ำต้อย แต่จะเข้าใจเลยว่าจะต้องให้เกียรติ ผู้ที่ควรยกย่อง เป็นผู้ที่ทำให้เรากินให้เรามีชีวิตต่อไป เป็นคนมีเรี่ยวแรงความรู้ความสามารถก็ทำขึ้นมา เรื่องที่จะขายได้จะเลี้ยงชีพอย่างอื่นก็เป็นอีกเรื่อง แต่เป็นผู้ผลิตลงมือทำ จะรู้สึกว่า อันนี้มีคุณค่าต่อเรา แม้แต่คนอื่นๆ ที่ต้องกินอันนี้ก็ตาม ถ้าเราเกี่ยวข้องกับคนคนนี้ก็ต้องกินของคนคนนี้ ถ้าเราไม่ได้ทำคนคนนี้ทำคนนี้เลี้ยงเราคนนี้ยังชีพเราไว้ เข้าใจไหม อาตมาพยายามใช้ภาษาธรรมดาอธิบาย สู่แดนธรรม...ผมสังเกตว่าเวลาพ่อท่านสอนธรรมะมาหลายเรื่อง เรื่องที่ชวนให้คนทำกสิกรรมธรรมชาติ ยังไม่มีใครมาวิจารณ์มาด่าว่าพ่อท่านได้เลย ถ้าไปวิจารณ์เรื่องอื่นเขาจะตอบกลับมา แต่เรื่องอาหารที่มีคุณค่าชวนให้คนทำกสิกรรม พ่อครูว่า...ไม่ได้ไปตำหนิอาหารเขาก็ไม่ว่า ถ้าไปตำหนิคนทำพืช คนทำข้าวทำอาหารก็ดี เขาก็ต้องมาด่า แต่นี่ไม่ได้แปลว่าใคร

640118_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 24

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน