สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน การทำงานของโพธิสัตว์ระดับ7_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน การทำงานของโพธิสัตว์ระดับ7 _การกอบกู้ศาสนาเป็นงานสำคัญอย่างยิ่ง เป็นงานใหญ่มากๆ ซึ่งจะต้องใช้ยอดฝีมือเป็นอย่างยิ่ง งานนี้ลูกคิดว่า พ่อคงจะมีเพื่อนร่วมบารมีมากกว่า 1 ท่านแน่นอนใช่ไหมคะ แต่ตอนนี้ลูกยังมองไม่เห็นคู่หูของพ่อเลย พ่อครูว่า... ถูกต้อง ถ้าจะว่าจริงๆแล้วก็มีร้อยเป็นพัน เป็นชายเฟือย มีผู้พัดวีให้ถึงขนาดนั้น มีผู้ช่วยด้านต่างๆ สรีระกายด้วย ช่วยทำงานศาสนาด้วย อะไรต่างๆนานามีไม่น้อยหรอกนับไม่ถ้วน ผู้ที่ช่วยโดยไม่เปิดเผยตัวเองก็ยังมี ที่ยังพอเป็นไปได้ ยิ่งยุคนี้แล้ว เป็นยุคที่ศาสนาเสื่อมหนักต้องกอบกู้ขึ้นมา อจินไตยกรรมวิบากเยอะ คนที่มีบารมีเชิงหนึ่ง เช่น มีบารมีโลกีย์ เขามีตำแหน่งสูงกว่าอาตมาแต่ไม่มีบารมีทางธรรม อาตมาก็จะไปแอคอาร์ทก็ไม่ได้เพราะบารมีทางนั้นไม่เท่าเขา ซับซ้อนเยอะ มีประเด็นเรื่องของความเก่งความไม่เก่ง การได้รับการยอมรับทางสังคมหรือไม่อะไรต่างๆนานา อาตมาฝึกฝนทางนี้ก็ต้องยอมรับวิบากทางนี้ ผลก็ค่อยๆได้ คนก็จะค่อยๆรู้ว่า อาตมาเป็นใคร อาตมาทำงานทางศาสนา ในหลวงก็ต้องตามบารมีวิบากท่านต้องไปก่อน แต่คนจะค่อยๆเข้าใจ ค่อยๆรู้ว่าอย่างนี้ๆ ที่จะรู้ได้เพราะมันสอดคล้องกัน เช่นท่านสอนว่า มาเอาแบบคนจน เป็นเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ นักเศรษฐศาสตร์ขณะนี้ที่บริหารประเทศยังไม่กระดิกหูเลย นอกจากไม่กระดิกหูแล้วยังไม่สนใจใส่ใจศึกษาไม่มาเอา ทั้งที่มีรูปธรรมมีการประพฤติ มีทั้งเรื่องราว มีทั้งกิจการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจแบบคนจน ไม่ได้มาตามศึกษาเรียนรู้ร่วมมือเพื่อที่จะรู้ว่าเป็นไปได้อย่างไรลึกซึ้งซับซ้อน หลายอย่างอธิบายด้วยภาษาไม่ได้ คนเราต้องมาอยู่ร่วมกัน ถ้าในสนามแม่เหล็กนี้เป็นเช่นนี้ คุณเป็นโมเลกุลหนึ่งตกอยู่ในอำนาจแม่เหล็กนี้
อ่านต่อ
อำนาจแม่เหล็กก็จะพาไปทิศทางของอำนาจแม่เหล็ก คุณจะฝืนอย่างไรก็จะยาก การฝืนได้ยากแล้วคุณเต็มใจอีก มันก็จะมีการซึมซับ ซึมลึก ทั้ง Osmosis absorb ไปเรื่อยๆเป็นพลังงานนี้ได้ การอยู่กับมวลมิตรดี พุทธเจ้าตรัสว่าเป็น กัลยาณมิตโตคือมิตรที่รวมจิตกัน กัลยาณสหายโย คือมีประโยชน์ร่วมกันกว้างขึ้น กัลยาณสัมปวังโก สิ่งที่เป็นประโยชน์ร่วมกันครบองค์ประกอบ การร่วมรวมกันทั้งรูปและนาม ทั้งองค์ประกอบของมวลมิตรสหาย การงานกิจการ กิจกรรม การศึกษา จะ Osmosis absorb กันอย่างถ้วนรอบและดีที่สุด เมื่อเข้าใจแล้วก็จะมาร่วมกับวง สัมปวังโก มีรูปธรรมแล้วอย่างชาวอโศก มีชุมชนบุญนิยม ชุมชนบวร มีอยู่แล้วหลายชุมชน ถ้ายิ่งเป็นสมาชิกชาวอโศก คุณจะไปเข้าที่ไหนก็ได้ หรือไม่เป็นสมาชิกก็เอาให้อยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ อย่าไป nuisance จะไปทำตัวขัดขวางกฎเกณฑ์ของเขา ก็ไปได้ทุกแห่ง ถ้ายิ่งโน้มใจมาเลยก็ยิ่งดี คนเห็นประโยชน์คุณค่าก็จะมา ถ้าไม่เห็นประโยชน์คุณค่าเขาจะไม่มา คนจะมาก็ต้องมีปัญญารู้พอ ว่าอันนี้สำคัญ อาตมาพยายามสืบทอดวิธีการหรือวิธีบริหารแบบคนจน พาคนมาขาดทุนนี่แหละคือเรากำไร ตามในหลวงร.9 ได้ตรัส ได้บอกไว้ เป็นคำยิ่งใหญ่มากเลย อาตมาก็สงสารรัฐมนตรีเกาหลีที่มาถามเรื่องแบบคนจน ขอฟังแล้วจะเอาไปช่วยประเทศเขา นึกไม่ออกว่าเขาจะไปขยายความว่าอย่างไร จะพาให้คนเกาหลีมาเป็นคนจนได้อย่างไรนึกไม่ออก ในหลวงนั้นใครก็ศรัทธาและอยากจะทำตามคำพ่อสอน และอาตมาก็เป็นผู้ที่ทำอย่างสอดคล้องกับในหลวง สืบสานต่อ ทำทางนามธรรมความรู้ ในหลวงทำทางสสารวัตถุรูปแบบ สำเร็จไปแล้วแต่ไม่ได้ขยายความทางด้านนามธรรม อาตมาก็มาทำต่อ ก็พยายามทำ ผู้จะค่อยๆเข้าใจและมีปัญญามีภูมิรู้ว่า อ๋อ เป็นอย่างนี้เองก็จะค่อยๆเป็นไป การกอบกู้ศาสนาพุทธจึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากและต้องกอบกู้ช่วยเหลือโลก อาตมาบอกแล้วว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลกุตระ พูดได้อย่างเต็มปากอย่างนี้ แล้วหลายประเทศกระเตื้องขึ้นแล้ว หลายประเทศมีความเฉลียวฉลาดรู้ว่าต้องมาหาทางออกทิศทางตามของพระพุทธเจ้า แบบไหนที่เป็นแบบของพระพุทธเจ้า ผู้ที่มีปัญญาความฉลาดมากก็จะรู้ว่าของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร ตามหลักฐานคำสอน พยัญชนะ คัมภีร์ก็มี แม้จะมีผิดเพี้ยนบ้าง แต่ก็จะมีแนวทางไปสู่จุดสำคัญ เช่น วรรณะ 9 ต้องเป็นคนที่มี อัปปิจฉะ น้อยก็พอ น้อยลงก็พอ เป็นไปได้ เช่น กินวันละ 3 มื้อมันมากจังเลย แต่ก่อนกินไม่มีมื้อมีคราว กินทุกอย่างที่ขวางหน้า คุณก็เลิกก่อน มันไม่ไหว จำกัดสมาทาน เราจะกินแค่วันละ 3 มื้อก็มากแล้ว คุณทำได้จะเกิดปัญญาทางธรรมของพระพุทธเจ้าว่ากินเพื่อเลี้ยงขันธ์ กินเพื่อยังชีพ จะไปกินเพื่อติดพยัญชนะติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส คนบอกว่าเป็นคนชั้นสูงต้องกินแบบนั้นแบบนี้ เป็นที่ยอมรับของสังคม คุณถูกหลอกสารพัด ใช้ศักดินาหรือเชิงกาม ที่เขาหลอกขายอาหารทั้งเชิงกาม เชิงศักดินา ปรุงแต่งอยู่ 2 อย่างนี้ทั่วโลกเลย รวยเละ ปรุงแต่งไปขายอาหารแล้วมอมเมากันไปได้บาป พวกเราได้ลดบาปลดความติดยึด มีสาระแก่นสารไปได้เรื่อยๆ เราชื่อว่าได้ช่วยสังคมช่วยโลกที่ไม่ต้องไปเสียเวลา ทุนรอนแรงงาน เอาความสูญเสียของข้าคืนมา ความสูญเสียที่สูญเสียฉิบหายคือเวลา แรงงาน ทุนรอน สามสิ่งนี้ เวลาทุกคนมีเท่ากัน คุณเอาเวลามาทำสาระได้ คุณได้แล้ว คนอื่นเขาไม่ได้ 24 ชม.คุณไม่ต้องไปเสียเวลากับสิ่งบ้าๆ ก็ได้เวลาคืนมาฟรีแล้ว ทุนรอน คุณถ้ามีทุนรอน มีทรัพย์ศฤงคารมากๆ ก็ต้องไปหามาเอาเปรียบเอารัดมา แต่ถ้าไม่เอาเปรียบเอารัดมาคุณก็ไม่มีมาก ก็จะน้อยลงเรื่อยๆ แต่ถ้ายังติดยึดอยู่เยอะก็ต้องไม่พอ แต่ถ้ามาลดลงรู้จักพอ เงินเป็นแก้วสารพัด ก็จะลดลงๆ เศรษฐศาสตร์ที่ได้ลดทุนรอน มาเป็นคนจน ไม่เป็นคนสะสม คนไม่มี ตั้งแต่คนระดับบน ก็น้อยลงมา ก็ต่อรอง จนมีบ้างหลายบ้าง แต่คุณอยู่ในกรอบของคนมักน้อย แต่ทำงานใหญ่ ทำงานอย่างเกื้อกูลคนไม่มีที่สิ้นสุดเลย เพราะคนที่ยังเดือดร้อนมีอีกมากไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเรามีทุนรอนแรงงานเวลา เราจะช่วยเหลือได้กว้างกว่านี้เยอะ เราจะกว้างไปได้ไม่มีจบ ก็เท่าที่เราจะทำได้ หนึ่งไม่เอาเปรียบ สองไม่สะสม สามไม่กอบโกย เราทำอย่างสุจริตแล้วเอาไว้แต่น้อย สุจริตเอาแต่น้อย มันจึงไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่แม้ไม่ได้มาก แต่ต้องใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด มีน้อยนี่แหละ จะใช้ประโยชน์แก่ผู้อื่น ถ้าผู้ที่เป็นสมาชิกชาวอโศกต่างคนต่างเปลืองน้อยใช้น้อย แล้วมีสมรรถนะสร้างได้มากแต่ตนเองใช้น้อยก็จะซับซ้อน เป็น หรม. ครน.ที่สูงขึ้นๆ เป็นประโยชน์ทับซ้อนที่ทวีขึ้นด้วยมาก คนแต่ละคนๆ ทำในทฤษฎีเดียวกันก็ยิ่งเสริมกัน คนจะมาร่วมตามทฤษฎีชาวอโศกหรือทฤษฎีของพระพุทธเจ้านี่แหละ เราจะสามารถที่จะ ตั้งแต่ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ คือกถาวัตถุ 5 มักน้อย น้อยก็พอ เรากินสามมื้อก็พอ สามมื้อก็เสียเวลาแรงงานมากแล้ว ก็มากินสองมื้อ สองมื้อก็ยังมากไป นั่นล่ะ คุณพอลงมาเรื่อยๆ ไม่ได้ทรมานร่างกายอะไรเลย กินมื้อเดียวนี่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามีอานิสงส์ถึง 5 ประการ หนึ่งไม่ทุกข์ ไม่ป่วยเจ็บ เบากายเบาใจ มีกำลังวังชา มีความเป็นอยู่ผาสุก ห้าประการในการกินมื้อเดียว ถ้ากินหลายมื้อนี้พลังลด อย่างนี้เป็นต้น พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสเรื่องหลอก เป็นเรื่องจริงพิสูจน์ได้เลย อาตมาจะพิสูจน์ สังขาร อาตมาต้องตายอายุ 72 แต่อาตมาเห็นว่าต้องพากเพียรต่อ ก็เลยต้องใช้ความอุตสาหะวิริยะมากที่จะต้องฝืนทุกอย่าง ที่จะมีอายุขัยให้มาก ตอนนี้ก็ขึ้น 84 จะพ้นเขตปีนี้ก็หนัก หนักทั้งงาน ทั้งสิ่งที่กำลังก่อตั้ง ทั้งสิ่งที่คนกำลังจะเข้ามา หรือพวกกำลังต้าน มีซ้อนๆ เพราะใครก็เห็นผล เขาก็ต่อต้านไม่เห็นด้วย คนที่กำลังจะเข้ามาก็ยังไม่เข้ามาก็มี ผ่าน 84 ไปเป็น 85 ก็จะดี เป็นอจินไตยแต่ละรอบ 3 6 9 แล้ว 10 ก็เป็น 11 12 13 ก็เป็นอีกเส้า 14 15 16 ก็เป็นอีกเส้าก็เป็นเส้าซ้อนไป เป็นเรื่องสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน คัมภีราวภาโส อาตมาแปลว่า สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนพัฒนาเป็นปฏิภาคทวียิ่งขึ้น ซึ่งมันจะทำในรายละเอียดลงไปในสัมประสิทธิ์ ที่อาตมาพยายามอธิบายเรื่องของสัมประสิทธิ์ Coefficient พลังงานที่จะเป็นสัมประสิทธิ์ได้ คือจะต้องมี 1. ต้นทุน เป็น static status 2. มีพลังงาน dynamic พลังงาน kineticพลังงานลบ แล้วมีอีกตัวหนึ่งเรียกว่าเป็นตัวแปร แต่ตัวแปรต้องมีฐาน static และ dynamic แล้วก็เพิ่มพลังงานนี้อีก มันจะชื่อว่า Coefficient หรือจะชื่อว่าพลังงานพาก้าว ต้องเป็นพลังงานระดับคูณเป็นต้นไป เป็นพลังงานระดับบวกไม่ได้ ยิ่งยกกำลัง ก็จะเป็นพลัง Coefficient ที่แท้จริง จะมีอัตราการก้าวหน้าซับซ้อน ถ้ามีพลังงาน Coefficient จริง ทำได้จะมีอัตราการก้าวหน้าที่มีทวีไม่รู้จักจบ อาตมาใช้สูตรของไอน์สไตน์ E=mc 2 m คือรูป c คือนาม นามคือพลังงาน dynamic m คือพลังงาน static E=C(mc 2 +A) ตัว A คือ Abstract ที่แต่ละคนสร้างได้ในนามธรรมของตัวเอง ก็จะเพิ่มตัว mc 2 เป็นชุดๆ บวกไปสี่ชุดห้าชุด จนยกกำลังได้ ก็ได้mc 2 ยกกำลังได้ สูตรของอาตมาก็คือ E=C(mc 2 +A) สูตรของไอน์สไตน์ E=mc 2 ตัว C คือ Coefficient แล้วตัวที่จะพัฒนา mc 2 คือตัวที่บวก A นี้ไปเรื่อยๆ นี่คือสิ่งที่อาตมาต้องทำต่อ นักคณิตศาสตร์นักวิทยาศาสตร์ฟังแล้วก็จะพอเข้าใจ เป็นสูตรทางวิทยาศาสตร์ทางคณิตศาสตร์ เขาจะเอาไปใช้ได้ถ้าเข้าใจนำมาทำเพื่อจะมาพูด แม้เอาไปใช้ทางรูปธรรมก็ได้ E=C(mc 2 +A) แม้จะเอาไปใช้ทางรูปธรรมก็ได้ A คือพลังงาน เพราะฉะนั้นคิมจองอึน แกคิดหาพลังงานที่จะเอามาทำระเบิดอาวุธร้ายเพิ่มขึ้นนี่คือความรู้ A เป็นตัวแปรใหม่ เขาก็ทำทางรูปธรรมนั้น วิบากกินหัวหมด สร้างอาวุธร้ายแรงเป็นประสิทธิภาพยิงไกลไปถึงอเมริกาแล้ว เกาหลีกับไทยนี้ อยู่คนละซีกโลกของอเมริกา เกาหลีกับไทยอยู่ใกล้กัน ไทยนี้ตรงเป๊ะกับอเมริกาเลย ถ้าทำถ้ำลอดลงไปก็ตรงเลย
ตอนนี้ไม่เห็นคู่หูก็เห็นคี่หูก็พอ คู่กับคี่ไง คี่นี้เป็นตัวก้าวหน้ามากกว่าคู่ ถ้าเป็นคู่มันจะหยุดแล้วเป็น 2 แต่ถ้าจะก้าวหน้าต้องเป็นตัวคี่ ตัวคี่จะเกิดแรงเหวี่ยง ถ้าคู่จะหมดแรงเหวี่ยง หมุนแล้วก็เป็นวงกลม แต่ถ้าเป็นคี่จะเกิดแรงเหวี่ยงเส้นโค้ง จะเป็นวงรีก่อน เกิดองศานิดนึงก็วงรียาว แต่ถ้าองศานี้ 45 45 45 ก็กลมดิ๊กเลย แต่ถ้ามีอะไรแหย่จากวงกลมไป ถ้ามันแหย่ 1 2 3 มันแหย่มุมไหน แหย่มุมนี้เป็นสี่ ก็เอียงแล้ว ถ้ามีแรงหมุนก็จะเป็นไปตามเส้นวงโคจรซับซ้อน ไปสร้างเส้นโคจรในกรอบไหน ก็จะกลายเป็น วงโคจรใหม่ เป็นแนวระนาบก่อน หรือกว้างขึ้น จนกว่าองศามากขึ้นเป็น 45 ก็จะมี 4 5 6 แล้วมี 7 8 9 จะเพิ่มมวลเป็นความหมุน cyclic order เป็นระบบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้ผู้ที่เข้าใจพลังงานนามธรรม หรือพลังงานทางวัตถุก็เอาไปใช้ได้ มันก็จะเกิดพลังงานพวกนี้ แล้วจะเอามาใช้ได้ ถ้าเขาเอาไปทำระเบิดไปทำพลังงานร้ายแรง มันก็เป็นวิบากกรรมของเขา เพราะฉะนั้นในความหมายของ E=C(mc 2 +A) นักวิทยาศาสตร์เอาไปทำจริงจะยากเพราะตัว A จริงๆแล้วมันไม่ใช่รูปธรรม A เป็นนามธรรม แต่คนไปเอาไปทำเป็นวัตถุ เป็นรูป มันจะเล็กละเอียดสู้นามไม่ได้ นามเป็นธาตุรู้ที่บงการรูป จึงรายละเอียดกว่ารูปมีพลังงานมากกว่ารูป นามธรรมนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า นามธรรมหรือจิตมโนวิญญาณ เป็นประธานของสิ่งทั้งปวง มโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยา นามจึงเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง ทั้งรูปและนาม รูป มีขอบเขตและละเอียด สู้นามไม่ได้ แม้แต่สสารก็ยังละเอียดสู้พลังงานไม่ได้ ในพลังงานนี้ ก็มีพลังงานทางนามธรรม พลังงานรูปธรรม พลังงานรูปธรรม ละเอียดไม่สู้พลังงานทางนามธรรม
สรุปเข้าเป้าว่า ลูกยังมองไม่เห็นคู่หู ก็เอาคี่ก่อน มีคี่ยกให้เป็นพลังงาน อาตมาทำงานปางนี้คือปาง 7 เป็นเลขคี่ เลขพลังงานคือเลขคี่ เลขคู่นี้ ไม่มีตัวก้าวหน้า มันได้เท่าไหร่ก็เป็นเท่านั้น นอกจากจะไม่มีเลขคี่มาเสริมต่อ เป็นวงกลมแล้วยังไม่มีตัวแปรเพิ่มขึ้นแม้แต่ 0.00001 ก็จะอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะแรงเฉื่อยหมด เหมือนดวงดาวที่หมดพลังงานในตัวเองก็จะเบาลง เป็นดาวแดง แล้วก็สลาย เพราะมันเป็นวัตถุ ดาวแดงนี่นะ ทุกวันนี้ก็มีดาวแดงที่ค่อยๆเสื่อมอยู่เห็นได้ สรุปแล้วมีคู่คี่ของอาตมาไม่ใช่คู่หูหรือคี่หูนะ คือ คู่คี่ ของอาตมา มี เพราะฉะนั้นผู้ที่มีคู่เป็น status ที่เป็นคี่ก็คือ เป็น kinetic คู่เป็น static คี่เป็น dynamic เป็นตัววิ่งเป็นตัวเคลื่อนไหวช่วยกันอยู่ มีทั้งสิ่งที่เป็นคู่ที่ static มีสิ่งที่ปักหลักช่วยเหลืออยู่ไม่ออกตัวแสดงตัว แต่ทำดี ดีไม่ดีตีกลองเชียร์อยู่เฉยๆสู้ๆ แต่ไม่ออกมาช่วยก็มี คนที่ออกมาช่วยเลย บางทีเห็นใจอาตมาเห็นใจ คือเขาอยากมาช่วย แต่ฐานะของเขาออกมาช่วยไม่ได้ คุณพอมองนึกออกไหม เดาได้ไหม ผู้ที่อยู่ในฐานะสูงในสังคม แต่มาแสดงตัวช่วยไม่ได้ แสดงออกไม่ได้เลย ยกตัวอย่างในหลวง ร.9 แสดงออกไม่ได้จนกระทั่งท่านก็ไปแล้ว แต่อาตมายืนหยัดได้อย่างเดียวว่า สิ่งที่อาตมาทำกับสิ่งที่ท่านทำเป็นเรื่องตรงกัน คนก็จำนนตรงนี้อาตมาจึงอยู่ได้ สิ่งที่ในหลวงทำ ท่านจะต้องทำในสิ่งที่สุดยอด ทำคนมาให้จนใครทำได้ แต่พวกเราทำได้ คนก็มาจำนนตรงนี้ ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ใครทำได้บ้าง แต่ที่เราทำได้ เขาก็จำนนตรงนี้ มีอย่างอื่นอีก อาตมาอธิบายธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่มีใครอธิบายธรรมะแบบนี้ ผู้ที่เข้าศึกษาทางบัญญัติปริยัติมากกว่าอาตมา ก็ยังไม่กล้าแย้งอาตมา ถ้าเขารู้มากก็ยิ่งไม่กล้าขัดแย้ง เพราะสิ่งที่เขาอธิบายในตำรามีอยู่มากที่เขายังทำไม่ได้ เอาคำว่า กาย คำว่าสมาธิมาแย้งก็ได้ ที่ตัวหลักๆสำคัญที่อาตมาอธิบาย เขาอธิบาย แล้วเอามาใช้งานให้ได้มีคุณค่ามีผลอย่างประเสริฐไม่ได้ คนจนดีกว่าคนรวย เขาอธิบายได้ไหม คนจนเป็นประโยชน์ก็คนรวย คนรวยมีแต่เป็นภัยต่อสังคม คนจนที่มีสมรรถนะมีความรู้มีความเมตตามีความอุตสาหะ ช่วยมนุษย์อื่นอยู่ รับใช้คน คนรวยที่มีความขยันมีแต่รอกอบโกยเอามาเป็นของตัวเอง แต่นี่คนจนมีแต่ช่วยคนอื่น แล้วพวกเราพูดแล้วก็มีจริงด้วย ถ้าไม่จริงเขาก็จะย้อนแย้งได้ ก็ต้องมีสิ่งจริง คนเราจะโง่ขนาดไหนก็พอจะมองออกใช่ไหม โง่ขนาดไหนก็พอจะมองออก อาตมาไม่กลัวเลยว่าสัจจะของพระพุทธเจ้านั้นมันจะไม่ถูกเปิดเผย มันจะไม่มีคนมารู้ เพราะมันไม่ขัดแย้งกับสัจจะที่ประเสริฐ มันเป็นโลกานุกัมปายะ เป็นการอนุเคราะห์เกื้อกูลผู้อื่นในโลกจริงๆ อาตมาจึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้เลยมีแต่ปัญญา เพียงแต่ว่าปัญญาของอาตมา ยังอธิบายไม่เก่ง อธิบายไม่ครบรอบเท่านั้นเอง คุณค่อยๆรู้จักคู่หูของอาตมาไปก็แล้วกัน เพราะอาตมาไม่มีคู่หู มีแต่คู่คี่คือคู่กันนะ แต่ต้องแยกกันอยู่ ต่างคนต่างทำสิ่งเดียวกัน ช่วยสังคมแบบนี้เหมือนกัน บริสุทธิ์ใจเหมือนกัน ช่วยในทฤษฎีแบบคนจน ทำให้เป็นแบบคนจนเพราะไม่สะสมไม่เอาเปรียบ ไม่สะสม นอกจากไม่เอาเปรียบไม่สะสมแล้ว ยังสะพัด เอาของตนออกไปช่วยผู้อื่น โดยไม่แล่เนื้อเถือหนังตัวเองหรอก ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนท่านแน่นอน ตนเองก็รอด พอเป็นไป แล้วช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความจริงใจและขยันอุตสาหะ ไม่งอมืองอเท้า มีแต่อัตราการก้าวหน้าในสมรรถนะภาพ สูงขึ้นสูงขึ้นไม่มีขี้เกียจ มีแต่ขยันพากเพียร วิริยารัมภะ เป็นคนปรารถความพากเพียรอยู่ตลอด แต่ไม่ให้ทำลายสุขภาพตนเอง หรือไม่ให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น มีความขยัน จึงเป็นสูตรสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากของพระพุทธเจ้า ถ้าเข้าใจพอ อาตมาพูดไปแล้วยังไม่พอยังไม่ครบ ยังรู้สึกว่าตัวเองพูดยังไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ทำให้ได้เท่าที่อาตมาพูดนี้เถอะ รับรองไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว 600911_เอื้อไออุ่น ค่ายแพทย์วิถีธรรม ดอนตาล มรรคผลมีได้หากใช้บุญตามลำดับ