ไม่มีอะไรไม่พรากจากกัน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.81 KB
วันที่แก้ไข19 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ไม่มีอะไรไม่พรากจากกัน _ในปางฝัน...ที่ลานนาอโศกภูผาฟ้าน้ำ เราได้สูญเสียบรรพชนของเราไปคือคุณยายใบไม้ สุทธิชีวะ ด้วยโรคประจำตัว สิริอายุ 77 ปี มีคำถามว่า จากที่ผ่านมาไม่กี่เดือน คุณยายใบน้อมก็จากเราไป เป็นบรรพชนอีกท่านหนึ่งเหมือนกัน ต่อด้วยคุณยายใบไม้ ก็ทำให้หนูมีความรู้สึกว่าแต่ละท่านก็จากไปทีละท่าน ด้วยวัยที่มีอายุมากขึ้น ก็ได้เห็นจิตของตัวเองลึกๆมันก็มีจิตที่หมองนิดๆ อยากถามพ่อครูว่า เราจะทำจิตทำใจอย่างไรถ้าคนที่เรารักเรารู้สึกผูกพัน โดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วเราจะทำใจอย่างไรให้พ้นจากความรู้สึกรักผูกพันโดยไม่รู้ตัว เวลาที่เขาจากไปแล้วเราก็เป็นทุกข์ พ่อครูว่า...ดี ถามแสดงว่าเราได้ศึกษาธรรมะ คนทั่วไปเขาก็เป็นแล้วเขาก็ไม่ได้นำพาตามดูอาการทางจิต มาเป็นภาระเป็นเรื่องควรต้องวินิจฉัยควรค้นคว้า ควรจะเรียนรู้ต่อไปว่า อารมณ์พวกนี้เป็นอย่างไร แสดงว่าจับอารมณ์ของตัวเองได้ว่ามันเกิดอยู่ ก็บอกถูกว่า อารมณ์มันเศร้าหมองอาลัยอาวรณ์ เป็นต้น ก็เพราะเราศึกษา แล้วก็ยังปฏิบัติ ทำปัญญาอันยิ่งยังไม่ได้เห็นแจ้งเห็นจริงในไตรลักษณ์ ว่า มันเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็เสื่อมไปหรือดับไป เป็นธรรมดาธรรมชาติไม่มีอะไรไม่เสื่อม พระพุทธเจ้าตรัสเป็นปัจฉิมโอวาท สุดท้ายมันก็ดับ แม้พระพุทธเจ้าตรัสรู้สูงสุดแล้วมันก็ดับ มีแต่พระเจ้าที่ไม่ดับพระเจ้ามีชีวิตนิรันดร แต่ของพวกเรามีการดับ ก็เข้าใจว่าพระเจ้าคืออะไรและเราก็ไม่ได้มีพระเจ้า ดับแล้วเราก็ไม่ได้ไปอยู่กับพระเจ้า ผู้ที่สูงสุดก็ปรินิพพานเป็นปริโยสาน รู้จักอัตตา อาตมัน รู้จักแม้ปรมาตมัน ความเป็นตัวตนอัตตา พอเราตายสูญ จิตที่เราสามารถทำมนสิการ ทำจิตในจิตของเราให้มันเป็นเรียนรู้แล้วทำให้เป็นจนทำให้เป็นธาตุอุตุ แม้ตอนเป็นๆ เราก็สามารถทำจิตของเราให้มีอาการของอุตุธาตุ เป็น

อ่านต่อ

อาการที่มันไม่เศร้าหมอง อโศก วิรช เขมัง คือจิตของเรายังพัฒนาจิตของเราไม่ได้ ที่ถามมาจะทำอย่างไร ทุกวันนี้เราเรียนรู้ฝึกฝนอยู่ แม้แต่ในปางฝันก็เรียนรู้อยู่ อย่าใจร้อนใจเร็วอยากให้มันไม่มีอาการนั้นเร็วๆ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น มีโยมใบไม้ ใบน้อมเสียก็มีอาการจิต ก็ศึกษาไปเถอะ แล้วจะเรียนรู้ปฏิบัติไปอย่างที่เราเรียนรู้ แล้วก็อ่านให้รู้ สักวันหนึ่ง จิตของเราถึงขีดขั้นอรหัตตผล คือจะมีอรหัตผลในโลกซ้อนโลก อย่างในโลกอบาย โลกชั้นต่ำ อย่างในปางฝัน ปฏิบัติมาแต่ก่อนนี้เราเคยไปสนุกสนานเคยไปเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่มันเป็นเรื่องที่ ตอนนี้เรารู้ เราก็ละอายตัวเอง อย่าไปคลุกคลีเกี่ยวข้องอย่าไป สังสัคคะ อย่าไปเห็นเป็นสวรรค์เป็นเรื่องสิ่งสนุกเพลิดเพลิน จะต้องไปมีพฤติกรรมอย่างนั้น เดี๋ยวนี้จบกิจแล้ว กระทบกระทั่งก็มันก็เฉยๆ อาการเฉยๆ อาการอย่างนั้นแหละเป็นอาการที่ลงตัว เรียนรู้ตอนเป็นๆนี่แหละ เราจะรู้ว่าอันไหนที่เคยมีในโลกเราเคยเกี่ยวข้อง แต่เดี๋ยวนี้แต่ก่อนเราเคยเป็นสุขเป็นอร่อยเพลิดเพลิน ถ้าไม่ได้ก็เป็นทุกข์ ไม่ได้มีบทบาทในชีวิตเราไม่ได้เป็นสวรรค์ สวรรค์ก็คือนรก นรกมันซ่อนกับสวรรค์ เหมือนกระดาษที่มี 2 หน้า เอาออกจากกันไม่ได้ เราดับทุกข์ดับทุกข์ให้เฉยกลางได้ก็จบ เรื่องอะไรก็แล้วแต่ตอนนี้เราสัมพันธ์ จากผู้ที่เคยชอบพอเคยห่วงหาอาลัยอาวรณ์กันอยู่ เมื่อพรากจากก็เลยเกิดอาการอย่างนี้ ทำจิตใจให้รู้สึกเหมือนเราเคยเลิกจากโลกอบายที่เราเคยติด จิตอย่างนี้มันสบายกว่าไหม ไม่ใช่ว่าดับไม่รู้เรื่อง เราก็รู้ว่าอย่างนั้นมันเกิดอยู่ เดี๋ยวนี้ไม่เกิดอยู่เรามีอาลัยอาวรณ์หรือไม่อย่างไร กับอย่างโน้นเราเคยทำได้ แล้วก็เคยเห็นว่ามันไม่เที่ยงหรอก ถ้าเรายังมีอะไรติดใจในลึกอยู่มันไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าหมดแล้วมันรู้ความจริง หมดอุปาทาน อันนี้ก็คืออันนี้ อันนี้เป็นญาติธรรมเคยสนิทชิดเชื้อ เราเคยมีกิจกรรมร่วมกันมีการงานอยู่คบคุ้นอาศัยใช้สอยกินอยู่ด้วยกันอยู่ แต่ตอนนี้ตายจากไป เราก็รู้ไตรลักษณ์ มันก็มีวันที่พรากจากกันไม่มีอะไรไม่พรากจากกัน เราก็รู้ยังเป็นความจริงปัญญามันจะแจ้งว่าถึงเวลาแล้วหนอ บางทีไม่คิดว่าจะไปบางทีก็ไปไวจัง ไม่คิดว่าจะต้องตายตอนนี้ แต่บางคนเราก็รู้ว่าคงไม่นานหรอก ดีไม่ดี บางคนบอก ทรมานอยู่ทำไม ทำไมไม่รู้จักตายสักที อันนี้ไม่ใช่เป็นความอยากให้ตาย จะเป็นความสงสาร จะยื้อขันธ์ไว้ทำไม มันสมควร เขายังไม่ปล่อยวางขันธ์

640118_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 24

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน