เอกีภาวะ กับ Monolith.docx
เนื้อหาในไฟล์
เอกีภาวะ กับ Monolith _หมดบุญ แก้วมณี...ความหมายของ monolith คืออะไร เกี่ยวกับเอกีภาวะหรือไม่ แล้วนาโม ที่เขาดูแลอยู่ มีความหมายว่าอย่างไรครับ พ่อครูว่า...monolith แปลว่า แท่งหินแท่งเดียวยืนโดดเด่นอยู่ แท่งหินตั้งอยู่ที่ใดก็ตาม ไม่มีบริวารเลย เรียกว่า monolith แท่งหินตั้งอยู่เดี่ยวเป็นสง่า จะไปหมายถึงความหมายอื่นก็ได้ หมายถึง ลักษณะที่โดดเด่นหนึ่งเดียวๆอยู่ยังไม่มีบริวารเลย เกี่ยวกับเอกีภาวะหรือไม่? เดี่ยวๆ มันไม่เป็นเอกีภาวะ เอกีภาวะเป็นภาวะขององค์รวมไม่ใช่ภาวะของเดี่ยวโดยไม่มีอะไรประกอบ เอกีภาวะคือภาวะที่รวม จากหลายๆ มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว เอกีภาวะ จะอยู่หลังสามัคคียะ คือ มีความแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นภาวะความเป็นหนึ่งที่มีการประสานกันอยู่กันอย่างเป็นปึกแผ่นเดียวกันอย่างแน่นหนาเหมือนชาวอโศก เป็นปึกแผ่นดีมากเลย ทะเลาะกันไม่มี ประสานกัน อยู่ร่วมกัน เป็นสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นกลุ่มก้อน เป็นมวลที่เป็น เอกีภาวะ เป็นเอกธรรม ถ้าเอาวัตถุเป็นเอกีคืออย่าง monolith แต่มันไม่มีธาตุจิตวิญญาณประกอบ แต่ถ้าเอกีภาวะ ต้องมีธาตุวิญญาณประกอบเป็นตัวที่ 7 ของ ธาตุจิตที่จะต้องสร้างให้เกิดมีสภาพของ พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ เป็นมวลที่อยู่กันอย่างถาวรแน่นสงบมีคุณสมบัติของสามัคคียะ พร้อมเต็มที่แล้วไม่วิวาทกัน มีการขัดแย้งกันอะไรอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างดี ไม่มีจิตใจโกรธเคืองกัน ทะเลาะกันทำร้ายกันไม่มี องค์รวมมแล้วช่วยกันอยู่อย่างสามัคคียะ แล้วสังคหะ รวมตัวกันช่วยกันสร้างสรรช่วยเหลือคนอื่นต่อ มีคุรุกรณะ ปิยกรณะ สาราณียะ ระลึกถึงคนอื่น พระพุทธเจ้าตื่นเช้าขึ้นมาท่านก็ระลึกแล้วจะไปโปรดใครดี มีสาราณียะ หรือแม้แต่คนธรรมดาก็นึกว่า
อ่านต่อ
เราควรมีคนไหนระลึกถึง นาโม ย่อมาจาก monolith ตอนแรกจะสร้างอาคาร แต่ก่อนนี้จะสร้างอาคารผาแหงน เป็นแท่งเดียวอย่างนี้ จะสร้างบนที่ตั้งชื่อว่านาโม เดี๋ยวนี้เป็นท้องนา แต่ก่อนจะสร้างอาคารนี้ ซื้อที่ดินไว้จะสร้างเป็นอาคาร คืออาคารต่างๆที่เขาสร้าง เป็นสถาปัตยกรรม อาตมาก็เป็นศิลปิน อาคารของเราจะเป็นรูปภูเขาแท่งหิน แล้วแท่งหินเดี๋ยวนี้ เขามีตึกระฟ้าอยู่ในเมืองแต่เราจะสร้างเป็นภูเขาที่มีห้องหับอยู่ข้างในเป็นชั้น เป็นสถาปัตยกรรม เป็นแท่งหินภูเขาสูงเหมือนอาคาร ศูนย์สูญ สูงสุดก็จะเป็นอาคาร 10 ชั้นนั่นคือความคิด monolith แต่เดี๋ยวนี้เลิกแล้วไม่เอา เมื่อย สร้างผาแหงนเสร็จก็เลิกจบ จริงๆ อาตมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง มีท่านคมคิด เป็นตัวจักรในการสร้างสำเร็จ ทุกวันนี้ก็มีขี้นกขี้หนูอยู่เต็ม ก็มีน้ำตกน้ำไหลน้ำโตนไป ขอพูดต่อว่า มีคนว่า ไปวุ่นกับสร้างเหล่านี้ทำไม ก็ไขความอีกที มันลึกซึ้งมีอะไรอยู่ในตัวของมัน อาตมาเคยอธิบาย มันเป็นตัวทำขึ้นมาเพื่อจะถ่วงดุลวัดวาต่างๆ พระ เจ้าต่างๆ เขาก็ไปสร้างอาคารวิหารโบสถ์ ดีไม่ดีก็ไปสร้างคางคกสร้างอะไรก็แล้วแต่เป็นรูปสัตว์รูปอะไรต่างๆนานา ก็เป็นความคิดของเขา แต่อาตมาว่า ทำไมไม่มาสร้างธรรมชาติ อาตมาไม่ได้ไปบุกป่าบุกภูเขา ไม่เคยคิดจะไปแบบนั้น แต่อาตมายินดีใน ป่า เขา ถ้ำ แต่อาตมาไมไปรุกล้ำ แต่จะสร้างเองเลย ยินดีในป่าก็สร้างป่าเอง ตั้งแต่บวชเริ่มต้นมาก็สร้างป่าทุกแห่ง ท้องนาเน่าๆตั้งแต่เริ่มต้นเลย ที่ปฐมอโศกเป็นแห่งแรกเลย ก็เป็นท้องนาเน่า จนเดี๋ยวนี้ก็เป็นป่าไปแล้ว แม้แต่ในเมือง สันติอโศกก็สร้างป่า ภูเขาเอามาไม่ได้ก็เอาแค่น้ำตกมา มีพื้นที่แค่นั้นในเมืองก็ทำ ที่อื่นก็ทำอีกหลายแห่ง แม้เกิดทางภาคใต้จะมี ที่ภาคกลางก็มี
อาตมาจะอธิบายธรรมะ ปฏิจจสมุปบาท เริ่มตั้งแต่ชาติ จะพูดกันเป็นเรื่องยาวเลย จะนานหลายเดือนขยายความตั้งแต่คำว่าชาติไปดีๆ พอตั้งต้นเข้าใจคำว่าชาติให้ดีแล้ว ก็จะเข้าใจว่าเพราะเกิดชาติจึงเกิดภพ เพราะเกิดภพจึงเกิดอุปาทาน สำหรับคนมีอวิชชาจึงเกิดชาติเกิดภพ แล้วมีอุปาทาน เพราะเกิดมีตัณหาจึงมีเวทนา แล้วจึงเกิดผัสสะเกิดอายตนะ จึงเกิดนามรูป เกิดวิญญาณ เกิดเป็นสังขาร เพราะสังขารมีจึงมีอวิชชา ที่ยึดถือว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่ตลอดแก้ไขไม่เป็นเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็ดับชาติไม่ได้ดับสังขารไม่ได้ เพราะมีชาติอยู่ตลอดกาล อธิบายฟังดีๆแล้วเพราะเราจะเข้าใจ อธิบายปฏิจจสมุปบาทนี่แหละอันเดียวนี่แหละคุณทะลุเป็นพระอรหันต์จบเลยในชีวิต จริงๆแล้วอาตมาก็อธิบายมารอบค่ายมาเยอะ มาเรียนรู้อันนี้แล้วเราจะเรียนรู้วิธีทำให้ดับสังขารก็คือจรณะ 15 วิชชา 8 ซึ่งเป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ วิธีที่จะดับชาติดับสังขารดับอวิชชาคือจรณะ 15 วิชชา 8 นั่นคือรวมทั้งหมดของเนื้อหาสัจธรรมพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ได้ที่จะมาเรียนรู้ว่ามันเป็นโรคอยู่ด้วยอวิชชาก็คือปฏิจจสมุปบาท คนไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาท ก็ไม่รู้จักสภาวะของอวิชชาอีก 7 อย่าง 1. ไม่รู้..ทุกข์ (ทุกฺเข อญฺญาณํ) 2. ไม่รู้..ทุกขสมุทัย (ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ) 3. ไม่รู้..ทุกขนิโรธ (ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ) 4. ไม่รู้..ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (มรรคมีองค์ 8) 5. ไม่รู้ในส่วนอดีต (ที่ไม่เที่ยง) ปุพพันเต อัญญาณัง 6. ไม่รู้ในส่วนอนาคต (ที่ไม่เที่ยง) อปรันเต อัญญาณัง 7. ไม่รู้ทั้งส่วนอดีต-ส่วนอนาคต (ไม่รู้สิ่งที่เที่ยงแท้เท่ากันหมดแล้ว) (ปุพพันตาปรันเต อัญญาณัง) 8. ไม่รู้ในธรรมทั้งหลาย ที่อาศัยกันเกิดขึ้นเป็นห่วงโซ่แห่ง การเกิดทุกข์ หรือดับทุกข์ ตามหลักปฏิจจสมุปบาท (หรืออิทัปปัจจยตา) (พตปฎ. เล่ม34 ข้อ 691 ว่าด้วย อกุศลเหตุของโมหะ)
อธิบายธรรมะมา 50 ปีก็รู้สึกพอใจในตัวเองพอสมควร คนไม่ชอบใจก็น่าเห็นใจเขา เพราะว่าเขามีอวิชชา พูดอย่างเห็นใจไม่ได้กดขี่ดูถูก พวกคุณเป็นคนที่มีภูมิปัญญาเข้ามาดูได้ พยายามทำไปแล้วคุณจะได้เป็นผู้ที่สืบทอดสืบต่อธรรมะพระพุทธเจ้าต่อไปให้ได้ต่อไปจนอายุศาสนาถึง 5000 ปีสำหรับวันนี้หมดเวลา
640118_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 24