สรรพสิ่งย่อมมีผลต่อกันและกันเมื่อสิ่งหนึ่งขยับสิ่งอื่นก็ขยับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สรรพสิ่งย่อมมีผลต่อกันและกันเมื่อสิ่งหนึ่งขยับสิ่งอื่นก็ขยับ _ใหม่เสมอ...รัฐบาลเมียนม่าใช้อาวุธฆ่า ทำร้ายประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วง จนมีผู้คนต้องอพยพไปประเทศอื่น พ่อครูมองปรากฏการณ์นี้อย่างไร พ่อครูว่า…ก็เป็นเหตุการณ์ที่มันขยับตัวหนึ่ง อีกตัวหนึ่งมันก็ต้องขยับอีกตัวหนึ่ง ถ้าหากในกระดานหมากรุกไม่ขยับเลยมันก็จะนิ่ง แต่ถ้าขยับตัวหนึ่งเริ่มตั้งแต่ตัวเบี้ย ตัวอื่นก็ต้องขยับ ขยับซ้อนกันไปมันเป็นโดยธรรมชาติ ธรรมชาติของ 2 สิ่งในมหาจักรวาลคือบวกกับลบ บวกคือตัวนิ่ง ลบคือตัวเคลื่อน แล้วก็ทำหน้าที่นะ บวกนี่ ไม่ได้หมายความว่านิ่งๆๆ หนึ่งเดียวเฉยๆนะมันดูเหมือนหนึ่ง แต่มันหนึ่งๆๆๆ นิ่ง บวกนี่ เพราะฉะนั้นบวกจึงมี 2 ขีด แล้ว 2 ขีดเข้าไปให้ดูเห็นว่ามันเป็นอย่างนี้นะ แต่ถ้าจริงๆก็คือ 0 ตัวศูนย์นี้ยิ่ง 00000 นั่นคือบวกหรือ 1 ส่วน 2 นี้แทนคือขีดเดียว นี่เป็นความขัดแย้งกันในที ซึ่งแต่ไหนแต่ไรแล้วแต่คนจะเรียก สมมติสร้างเครื่องหมายบวกกับลบ สร้างความเป็น 2 ขึ้นมา แยกเป็นคู่มา แต่ไหนแต่ไรคนที่ฉลาดที่สุดคนแรกจนกระทั่งเดี๋ยวนี้อันเดียวกัน อันเดียวกันแต่เขาเข้าใจรายละเอียดไม่ได้ แต่อาตมาอธิบายรายละเอียดได้ ใหม่เสมอ…เป็นเลขคอมพิวเตอร์ฐาน 0 กับ 1 ได้ไหมครับ พ่อครูว่า…ใน 0 มีทั้ง 1 ทั้ง 2 ทั้ง 0 0 คือ อม 1 กับ 2 ไว้ 0 คือเขียนเป็นลูก 1. คือ ถ้าดิ้นไม่ออกจากผนังวงกลม nich ก็มีอีกอันตรงกลางดิ้น ถ้าดิ้นออกมาก็เป็น 2 ตัวเป็น 3 4 5 6 7 ยกกำลัง ทวีคูณไป เรียกสิ่งที่ขยายตัวเป็นอยู่ข้างในเรียกว่าไซโตพลาสซึม ก็มีกรอบของมันเรียกว่าโพรโทพลาสซึม เจตนา อาตมาอธิบายให้เอาไปใช้กับตัวเอง พัฒนาตัวเองได้ ไม่ใช่อวดใหญ่อวดดีอวดรู้อะไรหรอก พวกคุณก็ได้รับความเข้าใจเพิ่มเอาไปทำได้จนกระทั่งกลายมาเป็นอริยบุคคล
อ่านต่อ
เป็นโลกุตระบุคคล อยู่เหนือโลกลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขที่เขายึดติดกันในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสในโลกโลกีย์ แล้วพวกคุณก็หลุดพ้นจากตรงนั้นมา พวกคุณก็ตัดสินเอง รู้เองว่ามันดีไหม ไม่ดีคุณก็กลับไปเอาใหม่ มาทางนี้ไม่ดีก็เอาคืน แต่ถ้ามันดีคุณก็มาเลย คุณก็มาทางนี้ ก็ยังเหลืออยู่ คนที่จะมาเอาทางนี้อยู่อาตมาก็อยู่กับคนที่เอาอาตมาไม่ได้เหลาะแหละ ก็เห็นว่าทางนี้ทางเดียวนี่แหละ"ทางเอกทางเดียว ไม่มีทางอื่น"(เอเสวมัคโค นัตถัญโญ) ไม่มีทางอื่นดีกว่านี้หรอก อาตมาทำอย่างนี้จนที่สุดที่สูง จนกระทั่ง 0 ส่วน 1 กับ 2 นี้อยู่อย่างอาศัย 2 คืออะไร 1 คืออะไร อาตมาก็ใช้การอยู่กับ 1 กับ 2 แต่ว่าอาตมาทำ 0 ได้แล้ว เพราะฉะนั้นจะสูญเมื่อไหร่จะตายปรินิพพานเลิกเป็นจิตนิยามเลยแยกถ้าตัวเองออกเป็นอุตุนิยามได้ นี่แหละคือประเด็นที่อาตมาเอามาเปิดเผยในโลก ซึ่งอาตมาว่าอาตมาเป็นคนพูด ในยุคนี้ไม่มีใครพูดอย่างนี้ได้ ขออภัยดูเหมือนพูดใหญ่ ไม่มีใครพูดได้ว่าต้องแยกธาตุจิตนิยามออกเป็นอุตุได้ ให้เป็นธาตุดินน้ำไฟลมได้ และคุณก็จะจบความเป็นจิตนิยามเลิกเลย อัตภาพนี้ที่เป็นจิตนิยามไม่มีอีกแล้วในมหาจักรวาลหรือในกาละ ที่ดวงอาทิตย์เลื่อนไปจักรวาลเลื่อนไปเรื่อยๆจะไม่มีอีกแล้ว ในอัตภาพของตัวของใครสัตว์ใดตัวใดตัวหนึ่ง จะไม่มีอยู่ในมหาจักรวาลหรือในกาละ กาละ คือ การเคลื่อนที่ของมหาจักรวาล ไปข้างหน้า ไม่ถอยหลัง จะไม่มีธาตุรู้ ที่เรียกว่าจิตนิยามอีกเลย ถ้ารู้อันนั้นแยกออกไปเป็นดินน้ำไฟลม ถ้าคุณจะจับตัวมันก็เริ่มจับตัวเป็นดินน้ำไฟลมและพัฒนามาตั้งแต่วัตถุเป็นพลังงานมา จนกว่าจะพัฒนาตัวเองเป็นพลังงานสามารถกลายเป็นเริ่มมีอาการจับตัวเองรู้ตัวเองแล้วก็บังคับตัวเองได้ในตัวอะไรต่ออะไรมาถึงขั้น พีชะ ไม่ต้องนับวันเวลาว่ากี่ล้านปี จากมหาภูตรูป ก้าวหน้ามาเป็น พีชะ จาก พีชะ ระดับต่ำจนเป็นระดับสูงจนกระทั่งเป็น พีชะที่มันรู้กำหนดตัวเพศ กำหนดตัวที่จะต่อพ่อพันธุ์ได้ จนหมดพันธุ์พืชพันธุ์ก็ได้ จนกระทั่งพัฒนาพันธุ์เพศของพืชมาเป็นสัตว์เริ่มมาเป็นแบคทีเรีย เป็นสัตว์เล็กจนกระทั่งค่อยๆพัฒนาขึ้นมาแค่พูดยังเมื่อยแล้ว
640317_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เอื้อไออุ่นชาวสันตินาคร