พ้นความโง่อวิชชากับปฏิจจสมุปบาท.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข19 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

พ้นความโง่อวิชชากับปฏิจจสมุปบาท พ่อครูว่า…เข้าหาเนื้อหาสาระคือปฏิจจสมุปบาท อาตมาก็ว่า จะพยายามอธิบายค่อยๆไล่ให้ตัวอย่างประกอบไปดีๆ อวิชชา เป็นความโง่หรือความไม่รู้ ความไม่ฉลาด ความไม่รู้นี้พระพุทธเจ้าเริ่มจัดทำแรกคือไม่รู้อะไรคือไม่รู้สังขาร ไม่รู้การปรุงแต่งของสภาวะตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ถ้าเป็นวัตถุก็มีตั้งแต่บวกกับลบ พลังงานบวกกับพลังงานลบ พอเริ่มต้นมาเป็นชีวะ ก็จะมีพลังงานของชีวะกับพลังงานของวัตถุ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่าพลังงานชีวกับพลังงานวัตถุยังไม่ถึงจิตวิญญาณ เรียกว่าพลังงานที่มีชีวะที่ยังไม่มีกรรมครอบครอง ยังไม่มีวิญญาณครอง เพราะฉะนั้นพลังงานนี้ก็มีแต่ปรุงแต่งสังขาร กับสัญญา กับตัวที่กำหนดรู้ รู้ธาตุนั้นธาตุนี้อย่างเช่น พืชพันธุ์ธัญญาหารมันไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่วิญญาณธาตุ เป็นแค่พีชนิยาม ไม่ใช่จิตนิยาม ยังไม่มีความชอบความชัง ความสุขความทุกข์ ก็ยังเป็นกึ่งอัตตา มันมีแต่ตัวกูก็ได้ แต่มันไม่มีตัวกูไปทำร้ายคนอื่น พีชะนี่ มันมีแต่ตัวเองแล้วเอาไปดูดดึงเอามา เป็นธาตุวัตถุหรือเป็นธาตุพีชะด้วยกัน หรือธาตุของสรีระหรือสัตว์มันสามารถดูดได้นะ พลังงานของจิตนิยามระดับต่ำมันสู้แรงงานของ พีชะไม่ได้ มันก็ดูดเอามาเป็นตัวมันโดยไม่มีจิตมุ่งร้าย มันมีแต่ตัวมันเองรู้ แต่ว่ามันจะต้องเอาสิ่งที่มันจะต้องเอา ธาตุของมะปราง มันก็จะเอามาเป็นมะปราง ธาตุของบัตเตอร์นัทมันก็จะเอามาเป็นบัตเตอร์นัท มะปรางยังมีเปรี้ยว แต่บักผูนี่ มีแต่ว่าไม่มีเปรี้ยวเลย ผลมันเหมือนกับมะปรางเลย แต่ลูกเล็กกว่า ธาตุพีชะ ยังไม่มีเวทนายังไม่มีวิญญาณครองยังไม่มีกรรมครอง … ฉะนั้นมันจึงไม่มีวิบาก ธาตุพีชะ มันเอาแต่ตัวมัน ไม่ได้จองเวรกับใคร เอาแต่อัตตาตัวตนเต็มตัว ก็ได้แต่อัตตาตัวตนเต็มตัว ใครจะทำร้ายมันก็ไม่ทำร้ายตอบ พระพุทธเจ

อ่านต่อ

้าถึงเอาลักษณะพิเศษของพืชพลังงานทางชีวะ อาศัยพลังงานนี้ทำพลังงานของจิตนิยามให้เป็นพืช มันจบ เพราะมันไม่ไปสร้างวิบากต่อ แล้วมันก็ไม่สร้างอัตตาต่อ จิตวิญญาณที่เป็นพืช เป็นพีชนิยาม มันมีคุณลักษณะอย่างที่อธิบาย มันมีแต่ตัวเองที่มันสร้างตัวเองได้ ได้ธาตุอะไรมาสร้างตัวเองก็ได้ไม่ไปรุกรานอะไรใคร ไปตามที่แรงงานตัวเองมีได้ก็เอา ไม่ได้ก็แล้วไป ก็ได้ตัวเองไป ยืดชีวะของตัวเองไป ถ้าไม่ได้ชีวะแล้วหาธาตุที่จะมาปรุงแต่งเป็นตัวเองไม่ได้เลยก็เสื่อมลง กลายเป็นตระกูลอะไรก็ค่อยๆเสื่อมสกุลไป สุดท้ายก็สูญสิ้นตระกูล สูญพันธุ์ไปเลยไปตามธรรมชาติ เหมือนบักผู ที่ไม่รู้ว่าสูญพันธุ์ไปหรือยัง คนเก่าคนแก่พอๆกับอาตมาก็น่าจะรู้จัก บักผู อาตมาเป็นคนอีสานรุ่นเก่าจนกระทั่งวัยรุ่นจึงไปต่อที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ก็กลับมาย้อนอยู่ที่อีสาน อายุ 36 ปีบวชแล้วก็ยังอยู่ทางโน้นไม่ค่อยมาทางนี้ ยังอยู่ทางภาคกลาง จนกว่าจะย้อนมาที่อีสานก็อายุ 50 ปีกว่า มาเข้าสู่ปฏิจจสมุปบาท...อวิชชา ไม่รู้จักสังขาร แค่นี้แหละ สังขารคือการปรุงแต่งของธาตุตั้งแต่ 2 ธาตุขึ้นไปเป็น 3 ธาตุ เป็น 3 ธาตุก็จะเป็นนิวเคลียส ซึ่งเป็นวัตถุนะ นิวเคลียสคือพลังงานปรมาณู พลังงานที่เต็มที่สุดได้เรียกว่าเป็น ไซคลิกออร์เดอร์ พลังงาน 3 อย่างบวกกับลบแล้วก็มีอีกอันนึง เป็นตัวพลังรวมของเจ้านี่ ทีนี้ นิวเคลียสเป็นพลังรวม มันเหมือนกับเป็นตัวกลางเป็นเจ้าดูแล 2 อันนี้ด้วยกันให้มันอยู่ด้วยกัน แต่มันก็ไม่ออกไปจากสามเส้า พลังงานที่ได้จนกว่าจะมีคนขยายทะลุให้มันระเบิดกระแทกเพิ่มพลังงานให้มัน เพิ่มพลังงานให้มัน cyclic order คือมันเต็ม 0 พอทะลุให้มัน เป็นพลังงานที่ผลักดันสะสมไว้ ถ้าหากนิวเคลียสที่มันสะสมพลังงานได้แน่นได้มากได้อัดที่สุด นั่นแหละที่เขาใช้ E=mc 2 ก็เพิ่มพลังงานของ m คือมวล ให้มากขึ้น และเพิ่มอัตราเร่งของ c ให้สูงขึ้นก็จะมีแรงระเบิด แรงทำลายมากขึ้น เป็น Action Reaction พลังงานที่แน่นมากขึ้น มันก็จะระเบิดแรง ยิ่งอัดแน่นยิ่งเปราะบาง เมื่อมีอะไรกระทบก็ระเบิด ออกไป นี่เป็นพลังงานทางวัตถุพลังงานทางสสาร พลังงานทางดินน้ำไฟลม ที่ไอสไตน์คิดสูตรนี้ได้เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้กัน ถ้าเอาพลังงานนั้นมาใช้ทางสันติภาพเป็นพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพมาสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ แม้แต่คอมพิวเตอร์อะไรต่างๆนานา ทุกวันนี้ก็ใช้กันมันก็ได้ประโยชน์ แต่ถ้าหากเราใช้เป็นอาวุธ เป็นพลังงานเข่นฆ่าทำร้ายกันขนาดนี้ บาปมหาบาป เป็นบาปมหาศาลที่เขาไม่รู้จักความกลัว ความป้องกันตัวเองด้วยวิธีการยังไม่เจริญแบบเดรัจฉาน สร้างเขี้ยวงาสร้างพิษสงของตัวเองออกไปทำร้ายผู้อื่น พวกนี้ก็ยังสร้างบาปอยู่ เพราะฉะนั้น อาตมาเคยพูดว่า ประเทศที่คิดอาวุธได้เก่งแล้วก็ขายอาวุธเอาเปรียบเอารัดคนอื่นด้วย เอาอำนาจความมีฤทธิ์เดชของอาวุธเก่งไปขายแพงด้วย เป็นบาปหลายชั้น 1. สร้างอำนาจอาวุธที่มันร้ายแรงไม่น่าทำมันก็มาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ชีวิตมนุษย์ แล้วยังไปโก่งราคาขายคนอื่นอีก แถมเอาทั้ง 2 อย่างมีทั้งวัตถุที่สร้างได้กับโก่งราคาขึ้นให้มาก เอาเปรียบเขา คำว่า “เอาเปรียบ” คืออยู่ในสิ่งที่คุณสามารถทำอาวุธร้ายแรงได้ กับ คุณจะเอาเปรียบในราคาขาย ซึ่งเป็นเรื่องของสินทรัพย์ ลาภสักการะ ได้เปรียบต่างๆนานาทุกอย่าง คุณก็เลยยิ่งบาปซับซ้อนไม่รู้กี่ชั้น อันนี้ กรรมวิบากอันนี้ ขณะนี้ กำลังเปิดเผยตัว กรรมวิบากอันนี้กำลังเปิดเผยตัว ให้เห็นว่าคนที่เขายังหลงในทิศทางที่เขาสามารถ หลงตัวเองว่าตัวเองสร้างอำนาจ มีฤทธิ์ระเบิดทำลายอาวุธได้เก่ง แล้วก็สามารถแสดงพลังที่จะเอาเปรียบเขาได้ต้องซื้อข้าราคาแพง ข้าตั้งราคาเท่าไหร่เอ็งก็ต้องซื้อ ของคนอื่นไม่มีใครมีฤทธิ์สู้ เพราะฉะนั้นคนที่มีเงินและมีวัตถุที่จะเอามาแลกกับอาวุธนี่ได้ เขาก็ต้องจำนนเขาก็กลัวประเทศเขาจะด้อย จะไม่มีอะไรป้องกันเขี้ยวเล็บ ก็ต้องซื้อเอาไว้แล้วเอาไว้เพื่อทำร้ายทำลายกัน ซึ่งเป็นบาปที่ไม่มีวันจบสิ้นเป็นการฆ่ากันทำร้ายกันไปมายิ่งแรงยิ่งขึ้นยิ่งอำมหิตยิ่งขึ้นยิ่งทับทวีในเรื่องพิษร้ายหนักไปในเบื้องหน้า ซึ่งมันผิดหมดเลย และก็ไม่ได้ศึกษาเรื่องกรรมเรื่องวิบาก ไม่ศึกษาเรื่องพลังงานทางจิตวิญญาณ ว่ามันมีกรรมวิบาก ในการสะสมพลังงานอาฆาตพยาบาทแก้แค้นเขาไม่เข้าใจเขาไม่เชื่อไม่ได้ศึกษาสัจธรรมอันนี้ เขาพยายามศึกษาก็ไม่ง่ายเพราะพื้นฐานมันยังไม่ได้มีคนพยายามศึกษาแต่มันก็ดีขึ้น ตายแล้วชาตินั้นชาตินี้หลายชาติก็พอรู้ จนกระทั่งค่อยๆทยอยมาจากยุโรปมาหาเอเชียมาหาความรู้ทางด้านจิตวิญญาณ ในสิ่งเหล่านี้มันจะต้องอาศัยเวลาที่จะเห็นความจริงพวกนี้ปรากฏขึ้นไป เมืองไทยเป็นเมืองพระพุทธเจ้า อาตมาเคยบอกไปแล้วว่า ชมพูทวีปย้ายมาจากอินเดียมาอยู่เมืองไทย ซึ่งไม่ได้พูดเล่นลิ้นไม่ได้พูดโก้ๆเท่ๆเล่นๆ แต่เป็นตัวจริงมีพฤติกรรมจริงมีจิตวิญญาณจึงเกิดอยู่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นพวกเรานี้ อย่างอาตมาบอกได้เลยว่าอาตมาไม่เอาใจพวกคุณมาเป็นตัวอาตมา เอาใจอาตมาเองพูด อาตมาเองอาตมาไม่หนีตาย ถ้าจะทำงานเพื่อมวลประชาชนไม่หนีตาย ซึ่งอาตมาก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว แล้วมันมีภาวะแทรกซ้อนตรงที่ว่า คนที่ยิ่งมีบารมีไม่หนีตาย สิ่งที่ร้ายไม่ค่อยเข้าใกล้ไม่ค่อยแผ้วพาน มีสิริมหามายา ไดอแลกติก ได้แต่พูดอย่างนี้ให้ฟังไม่ได้ท้าทายอวดดี เดี๋ยวจะเอาระเบิดนิวเคลียร์ของคิมจองอึนโยนใส่หัวโพธิรักษ์ อาจจะเป็นของตะวันออกกลางสะสมไว้หรือของอเมริกาหรือเป็นของรัสเซียก็แล้วแต่ มาใส่หัวโพธิรักษ์ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ลูกปืนเล็กนิดเดียวก็ตายแล้วโพธิรักษ์เนี่ย ธรรมดาธรรมดานี่แหละลูกปืนง่ายๆไม่ต้องไปใหญ่อะไร ตาย ไม่ต้องไปเอาระเบิดขนาดนั้น..ราคาตั้งแพง ไม่ได้ท้าทายอะไรเพราะเรารู้ดีตายก็ตาย อาตมาไม่ไปอาฆาตพยาบาท เพราะเขาทำไปโดยไม่รู้ คนที่ไปเกลียดคนไม่รู้ ไปเกลียดคนโง่ ไปเกลียดคนบ้า มันโง่กว่าคนบ้า โง่กว่าคนโง่ โง่กว่าคนเมา ไปเกลียดเขา จะไปเกลียดเขาได้อย่างไรเพราะเขาไม่รู้ เขาก็ทำอย่างไม่รู้เพราะมันซื่ออยู่แล้ว จะไปเกลียดคนซื่อเขาซื่อเพราะคนโง่เขาไม่รู้นี่ จะมาว่าอาตมา อาตมาไม่ได้เกลียดเพราะมันเหมือนเด็กๆมันไม่เดียงสา ก็ต้องทำอย่างนี้กับเรา เขาไม่รู้ว่าเขามาว่าเราด่าเราว่าเราอวดดี อาตมาก็รู้ความจริงว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นก็เพราะมันเป็นความจริงก็เขาเป็นเด็ก อาตมาจะไปโกรธเด็กๆได้อย่างไร เขาทำอย่างไม่เดียงสา ไม่รู้ ใช่ไหม อาตมาพูดความจริงนะไม่ได้ไปว่า ถ้าเขารู้เขาไม่กล้า ถ้าเขารู้ว่าเขาทำอย่างนี้ไปไม่ดีเขาจะลละอายอย่างแรงกล้าเขาจะเคารพอย่างแรงกล้า มีความรักอย่างแรงกล้าขึ้นมาทันทีเลย นี่คือคำของพระพุทธเจ้าสุดยอดจริงที่สุด แต่เขาไม่เกิดอาการอย่างนั้นเพราะเขาไม่เชื่อ ถ้าเขาเกิดปัญญาทะลุอย่างที่อาตมาพูด เขาจะเป็นอย่างนี้จริงๆเลย เขาจะรู้สึกว่าตายๆๆ จะกลัวอย่างแรงกล้า จะเคารพอย่างแรงกล้า จะรักอย่างแรงกล้า จะพยายามเข้าใกล้อย่างแรงกล้าเลย จริงๆ พยัญชนะสองคำเท่านั้นเอง แรงกล้า กลัวอย่างแรงกล้า ละอายอย่างแรงกล้า มันยากจะเข้าใจสำหรับคนที่ไม่มีสภาวะ คนที่มีสภาวะจะรู้สึกว่าจริงเลย อาตมาจึงไม่ดิ้นรนที่จะไป ข่มใคร ต้องให้ใครมาเคารพนับถือ..ไม่ต้อง ให้ปัญญาของเขาเกิดเอง แล้วเขาจะเป็นเองด้วย จริงที่สุด เรื่องอะไร จะไปบังคับให้เขามาเชื่อเรา เคารพเรา เอาอะไรไปหลอกล่อเขา ไม่ต้องเลยมันต้องเป็นของจริง ของจริงมาเลยได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น ต้องการความจริงไม่ต้องมาก ไม่ต้องไปลงทุนเสียเวลาเสียแคลอรี่ จะต้องไปครอบงำทางความคิดไปโฆษณาตัว ไม่ต้องไปหลอกล่อเลาะเล็มเลียบเคียงให้คุณมาเชื่อไม่ต้องเลย นี่เป็นสัจจะสุดยอด เอาน่า ค่อยๆ เข้าใจค่อยๆทำไป อาตมาก็พยายามต่ออายุอยู่ จะให้แข็งแรงมันก็คงจะไปได้เรื่อยๆอยู่ แต่วันนี้ปัสสาวะมันขุ่น ก็กำลังส่งไปตรวจอยู่

640319_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พ้นความโง่อวิชชากับปฏิจจสมุปบาท

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน