พ่อครูคือโพธิสัตว์ที่สร้างคนให้เป็นอาริยะด้วยการลงมือทำเกิดผลจริงทุกขั้นตอน.docx
เนื้อหาในไฟล์
พ่อครูคือโพธิสัตว์ที่สร้างคนให้เป็นอาริยะด้วยการลงมือทำเกิดผลจริงทุกขั้นตอน _ทอธรรม...ในโลกนี้ ดิฉันยังไม่เคยเห็นพระองค์ไหนที่สร้างคนเหมือนอย่างที่พ่อท่านทำ 40 ปีนี้ พ่อท่านต้องลงมือทำเองทุกเรื่อง ต้องทำอย่างนี้หรือจึงเปลี่ยนคนได้ พ่อครูว่า…ใช่ มันต้องทำอย่างนี้ไม่อย่างนั้นเขาไม่อยากจะเชื่อ มันต้องครบเครื่องอย่างนี้พอได้ _ทอธรรม...อยากถามว่า พ่อท่าน โพธิสัตว์ระดับ 7 จะไปเป็น 8 เป็น 9 ไป ตอนที่เกาหลีใต้มอบรางวัลให้พ่อท่าน เขาเป็นคนดีใช่ไหม พ่อครูว่า…ประเด็นที่เขามอบให้คือ เขาบอกว่าเป็นผู้ที่สร้างสันติภาพให้แก่โลก องค์กรที่เขาให้รางวัล Manhae ยังเป็นองค์กรที่ยังไม่รู้จักกันเป็นกว้างขวางเหมือนกับ nobel รางวัลแมกไซไซ ยังไม่มีชื่อเสียงขนาดนั้น _ทอธรรม...ตอนนั้นดิฉันมองว่า พ่อท่านมีที่วิเศษกว่าเขาคือ พ่อท่านดึงเข้ามาหาพุทธ พ่อครูว่า…เขาก็เป็นองค์กรศาสนาพุทธก็เลยเข้าใจความยิ่งใหญ่ พยายามที่จะยืนยัน ยกย่องอาตมาต่อโลก เขาเจตนาประกาศไปต่อโลก แต่เขาไม่มีอิทธิพลใหญ่อะไรก็เท่าที่เขาดัง _ทอธรรม...ที่พ่อท่านสร้างคนอย่างอโศก ไม่มีใครเขาทำได้ เพราะว่าพ่อท่านต้องลงไปทำเองทุกอย่าง อย่างนี้จึงสร้างคนได้ใช่ไหมคะ พ่อครูว่า…ใช่ เวลาของอาตมามีน้อย ถ้าหากมีเวลามากอาตมาจะทำได้ละเอียดได้นานได้มากกว่านี้ เช่นทำงานทางออกแรงทางระดับล่าง อาตมาจะต้องไปทำมากกว่านี้ ยาวนานกว่านี้ แต่เวลาอาตมามีไม่ยาวนานพอ จึงได้มาทำงานเฉพาะนามธรรมเนื้อของโลกุตระให้ละเอียดจนบัดนี้ก็ยังไม่จบ ยังไม่มากพอ ถ้ามันมากพอคนจะจำนน คนจะเข้าใจได้ แต่อาตมาอธิบายขนาดนี้คนก็ยังเข้าใจไม่ได้ ที่ใช้ศัพท์เป็นอุทาหรณ์ของพระพุทธเจ้าเองมาอธิบายซ้อนลงไปว่า เหมือนอาตมาใช้หอก 100 เล่มแทง เช้า มันก็ไม่รู้สึก แทงอีกตอนกลางวัน มันก็ไม่รู
อ่านต่อ
้สึก ไม่รู้สึกสำนึกไม่รู้สึกเจ็บสะดุดอะไรเลย มันเหมือนกับอะไรมาถูกเป็นลมพัดผ่านผิวหนังอย่างนั้นหรือเปล่า ไม่รู้เรื่องอะไรมันซับซ้อน แต่มันไม่สูญเปล่าไม่เป็นหมัน ยังมีพวกคุณเข้าใจได้ไงว่ามีมวลขนาดนี้ ในยุคกาลนี้ก็ถือว่าได้ผล อาตมามักน้อยอาตมาไม่ได้มักมาก ได้ขนาดนี้ก็เป็นเครื่องรองรับ ใช้ได้ _ทอธรรม…ดิฉันมองดูพ่อท่านมา 50 ปีพ่อท่านทำเองทุกอย่าง ตอนนี้มันเกิดเรื่องตลกขึ้นมาว่ามี สส.สอบตกคนหนึ่งตั้งตัวเป็นพระศรีอารย์ แต่ดูพ่อท่านสิ กว่าจะสร้างคนมาได้ ทำทุกกระเบียดนิ้วที่สุดเลย แต่อันนี้มานั่งโบกมือ ให้คนมาบอกว่าจะช่วยคนทั้งโลก ดิฉันว่ามันจะเลอะกันใหญ่เจ้าค่ะ ถามพ่อท่านว่า ที่ดิฉันเข้าใจพ่อท่านเข้าใจผิดไหม พระโพธิสัตว์ต้องทำทุกสิ่งต่อไปให้ปรากฏความจริง อยากจะถามพ่อท่านว่าพระศรีอารย์คนใหม่บ้าหรือไม่เจ้าคะ พ่อครูว่า…เราไม่ต้องไปด่าเขา มีหน้าที่ดูไปโดยไม่ต้องดูไบ คำว่าดูไปเป็นคำกริยา คำว่าดูไบเป็นคำนาม ดูไบนั้นอยู่ตรงนั้นไม่เคลื่อน ส่วนดูไปนั้นก็เคลื่อนไป ก็ดูเขาไป ไม่ต้องไปดูถูกดูแคลน เดี๋ยวก็เห็นก็รู้ เขาจะเป็นอย่างนั้น ยกตัวอย่างอาตมาประกาศตัวเองเป็นอรหันต์ ประกาศตัวเองเป็นโพธิสัตว์ อาตมาประกาศคำว่าโพธิสัตว์อยู่ในประเทศไทยก่อนคำว่าอรหันต์ เพราะเมืองไทยเขาไม่รู้จักโพธิสัตว์ เขาไม่รู้ก็มาประกาศก่อน ถ้าหากอาตมาประกาศตัวเป็นอรหันต์มาตั้งแต่ต้น ป่านนี้อาตมาตายอย่างเขียดเยียดขาตายไปไม่รอด เขากระทืบตายแล้ว แต่เพราะเขาไม่รู้ตัว อาตมาประกาศโพธิสัตว์เขาก็ยังงง เทวนิยมหรือว่าสายเถรวาทเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องโพธิสัตว์ ถ้าหากมหายานจะรู้เรื่องโพธิสัตว์ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยปล่อยมันบ้าเป็นโพธิสัตว์ไป อธิบายโพธิสัตว์เหนือชั้นกว่าอรหันต์อีก เขาก็ดูถูกดูแคลน ปล่อยให้อาตมาบ้า โพธิสัตว์บ้า จนกว่าเขาจะรู้ตัวว่าเขารู้ตัวอาตมาประกาศอย่างนี้มา โดยประกาศพฤติกรรมไม่ได้ประกาศภาษา ว่าอาตมาเป็นอรหันต์ แต่อาตมาประกาศเป็นโพธิสัตว์มาก่อน จนกระทั่งถึงพุทธศักราช 2532 เขาถึงค่อยรู้สึกว่าไม่ได้ต้องปราบ ปล่อยไปอีกไม่ได้หรอก เขาก็เลยขึ้นมารวมตัวกันทั้งธรรมยุตและมหานิกาย รวมกันเป็น 2 คณะ ซึ่งเอามารวมกันเป็นทางการเรียกว่าสังฆกรรม มาเล่นงานอาตมานั้นมันผิดพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้ว คณะปูรกะ นอกนิกายกันไม่ได้ เพราะว่าธรรมยุตกับมหานิกายเป็นคนละนิกายกันจริงๆเขามาทำก็ผิด รวมกันเป็นจำนวนพันรูปเลย พูดกันวิเคราะห์วิจัยอภิปรายกันจนใช้เวลาเป็นวันๆ เสร็จแล้วก็มีการลงมติก็ ไม่มีการ กล้าเอาอาตมาเอาไปร่วมในนั้นเรียกว่าทำแค่ สัมมุขาวินัย ไม่กล้าเอาตัวจำเลยเข้าไปในนั้น ตัดสินทรัพย์ประกาศ ปกาศนียกรรมว่าผิดอย่างนั้นอย่างนี้ อาตมาก็ยืนยันว่าอาตมาประกาศถูกต้องทุกอย่าง ตั้งแต่ประกาศนานาสังวาสตามพระธรรมวินัย สมเด็จพระสังฆราชเจริญ ญาณสังวร ท่านก็เป็นองค์หนึ่งในประวัติที่ร่วมกับธรรมยุต ลงชื่อร่วมประกาศนานาสังวาสกับมหานิกาย ซึ่งมีรัชกาลที่ 4 เป็นองค์ประธาน ที่จริงอาตมาเองฝืนสังขารให้ยืนยาวมันก็เมื่อยนะ มันไม่ใช่สบายเท่าไหร่ แต่ก็จะต้องทำเพื่อที่จะยืนยัน ถ้าหากขาดช่วงอาตมาตายตอนนี้ ไปเกิดอีกกว่าจะได้เริ่มต้น มันจะยาวยืนไปอีกตั้งเป็นร้อยปีหลายร้อยปี เพราะฉะนั้นจะขาดตอนจะพูดกันต่อไม่ติดไม่ได้เรื่อง อาตมาก็ไม่อยากให้ความรู้อันนี้มันขาดช่วงขาดตอน อยากจะให้มันต่อติดไปพอสมควร มากที่สุดเท่าที่จะฝืนได้ ไม่เช่นนั้นจะยากในอนาคต นั่นเป็นประเด็นหนึ่ง หากขาดตอนไปแล้วจะไม่ถึง 5,000 ปีของศาสนาพุทธ เพราะว่าอำนาจของอวิชชามันสูง มาก จึงจำเป็นต้องสืบทอดอันนี้ให้ได้ สรุปคือมันเป็นงานหลักของโพธิรักษ์ที่จะต้องทำ มันต้องเป็นเรา ทำไมต้องเป็นเราต้องเป็นอย่างนี้
640317_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เอื้อไออุ่นชาวสันตินาคร