610715_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ความจนคือจุดหมายอันประเสริฐที่สุดของมนุษย์.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์30 KB
วันที่แก้ไข19 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

610715_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ความจนคือจุดหมายอันประเสริฐที่สุดของมนุษย์ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1DXse52HpSO7MncaVzrletQCtVQ7bo5cGby0UYzzHsPk ดาวโหลดเสียงที่.. https://drive.google.com/open?id=1YZztXb7BBnYoyyrgZ5of3p2q3t4tNPOG

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ความจนคือจุดหมายอันประเสริฐที่สุดของมนุษย์ สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้ก็มีข่าวมรณานุสติ ของชาวอโศก ที่ต้องเสียชีวิตไป อีก 1 ท่านก็คือ เขาจะเรียกว่าหลวงตาพรหมจริโย อายุ 82 ปี เกิดเมื่อ วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2479 บวช 15 มิถุนายน 2523 บวชมาได้ 38 ปี และเป็นโรคหลายโรค อายุมากแล้ว เพิ่งคุยโทรศัพท์ ภันเตติกขะเมื่อวันพุธ ถามว่าเป็นอย่างไรก็บอกว่าอยู่วันต่อวัน คือวันนี้รอดก็รอดวันนี้ไม่รอดก็ตาย ภาวะร่างกายมันทรุดโทรมไปมากแล้วด้วยโรคต่างๆ หลวงตาพรหมก็เป็นสมณะที่ใจดีมีความเมตตา เรียกว่า งานที่หลวงตาพรหมไปมากที่สุดคืองานศพ ไปตลอด เป็นคนที่อดทนต่อทุกขเวทนา เจ็บปวดอย่างไรก็ไม่บ่น ทนเอา ผลงานที่ราชธานีอโศกก็คือเรือ ที่ท่านช่วยขนมา จนเป็นบ้านราชเมืองเรือ เป็นคนหนึ่งที่ประพฤติพรหมจรรย์มาตลอดชีวิต มรณภาพไปแล้ว ก็คงจะเผาที่ปฐมอโศกหรืออย่างไร ได้ข่าวว่าตอนนี้โรงพยาบาลรับร่างกายไปแล้ว เพราะหลวงตาพรหมได้บริจาคร่างให้โรงพยาบาล ก็ไม่ต้องมีงานเผา ในสังคมประเทศไทยเราจะเห็นได้ว่ามีการแสดงออก แสดงให้เห็นว่าคนไทยมี DNA ของพุทธเป็นโลกุตระอยู่ในอนุสัย เมื่อมีผัสสะก็แสดงออกให้เห็น ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตก็มีคนแสดงออกมา ตอบแทนสิ่งที่ท่านทำอย่างไม่หวังผลตอบแทนให้แก่ปวงชนชาวไทย มีการรับสมัครจิตอาสา ตอนนี้ก็ไปช่วยทำความสะอาด 5 ส. ที่ถ

อ่านต่อ

้ำหลวง พ่อครูมาพาทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น เป็นพระโพธิสัตว์ ที่บำเพ็ญบารมีมา กว่าจะมาเป็นพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ผ่านการบำเพ็ญมาอย่างนับไม่ได้ ยาวนานมาก เราก็มาฟังพ่อครูให้เกิดผลกับตัวเรา ท่านมาแสดงธรรมให้มนุษยชาติได้พ้นภัยไม่มากก็น้อย

พ่อครูว่า...ก็ต่อจากที่ท่านฟ้าไทได้เกริ่นพูดไปแล้ว อาตมาพูดความจริง ทุกอย่าง มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมไม่ได้มีอะไรแฝงซ่อน ที่กล่าวที่พูดไปทุกอย่าง เป็นเรื่องสัจจะเป็นความจริง ที่กล่าวออกไปบอกแก่สังคม บอกแก่ใครๆก็ตาม แล้วมันเป็นเรื่องที่บอกความจริงอันนั้นไปแล้วมันแสลงหูแสลงใจ ของคนที่เขายึดถือว่า อย่างนี้ไม่ควรบอก หรือเรื่องนี้บอกไม่ได้ เรื่องอย่างนี้ผิดกฏผิดหลักเกณฑ์ ผิดธรรมวินัย อะไรต่างๆ ซึ่งอาตมาก็มั่นใจว่าอาตมาไม่ได้ผิด โดยเฉพาะไม่ได้ผิดสัจธรรม ส่วนเขาจะบอกว่าผิดกฎผิดหลักเกณฑ์ ถ้ากฎหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าอาตมาก็มั่นใจว่าอาตมาไม่ผิด แต่ถ้าเป็นกฎหลักเกณฑ์ของคนที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ อาจจะผิด จากคนที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็ไม่ตรงกับสัจจะ ซึ่งเป็นสัจธรรมแท้ๆของพระพุทธเจ้า อาตมาก็ไม่ได้ว่า จะไปฝืนหรือว่าไปแย้งกับที่เขานิยมนับถือกัน ก็รู้อยู่ว่าคนที่เขานับถือเชื่อถือกันอย่างนี้ อาตมาก็ไม่ใช่ไม่รู้ รู้ แต่อาตมาเจตนาจงใจที่จะกล่าว เพื่อให้เห็นว่าที่เขายึดถือกันนั้น แค่ยึดถือว่า อรหันต์ประกาศตัวไม่ได้ แล้วอาตมาก็ประกาศว่าเป็นโพธิสัตว์นี้เหนือกว่าอรหันต์ต้องเป็นอรหันต์ก่อนจึงเป็นโพธิสัตว์ แต่เขาเข้าใจว่าพระโพธิสัตว์นั้นไม่ใช่พระอาริยะเป็นพระอาริยะไม่ได้ โพธิสัตว์ถือว่าเป็นผู้ที่ปรารถนาพุทธภูมิ ไม่เกี่ยวกับโสดาบันสกิทาคามี จะบำเพ็ญแต่ความดีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า ไม่รู้จักโสดาฯสกิทาฯ อนาคาฯ แล้วจะไปทางไหน ไม่ไปทางอาริยะไม่ไปทางนิพพาน ไม่หาโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์เลย จะเป็นทางสูงสุดพระพุทธเจ้าเลย นี่คือความคิดที่ผิดพลาด สมณะฟ้าไทว่า..ไม่รู้ทางเดินแต่จะไปให้ถึงอย่างไร พ่อครูว่า...ไม่มีทางเดินแต่จะไปให้ถึงอย่างไรจะเหาะไปถึงดาวอังคารหรืออย่างไร ตลก ซึ่งมันเป็นความเข้าใจที่เข้าใจไม่ได้ เข้าใจผิดเพี้ยนไปไกล ไกลกว่าสัจธรรมความคิด หมด หมดเลย อาตมาอธิบายเรื่องศีลเขาก็ไม่รู้จักเรื่องศีล เขาบอกว่าศีลมี 227 เมื่อกล่าวถึงจุลศีลมัชฌิมศีล มหาศีลก็ไม่รับกันเลย ดีนะยังมีในพระไตรปิฎก เขาก็เถียงไม่ได้ แต่เขาก็มีร่องรอยศีลข้อ 1 อย่าฆ่าสัตว์ ศีลข้อ 2 อย่าลักทรัพย์ ศีลข้อที่ 3 อย่าไปออกนอกรีตนอกราวเรื่องกาม ศีลข้อ 4 อย่าพูดปด ศีลข้อที่ 5 ยาเสพสิ่งเสพติดก็พอรู้ แต่เขาก็ไม่รู้แล้วว่ามาจากจุลศีล 26 ข้อ อย่างนี้เป็นต้น แล้วศีล ปฏิบัติอย่างไร ปฏิบัติแล้วจะได้เกิด อธิจิตหรือสมาธิอย่างไร ไม่รู้อีก ศีลก็ไปปฏิบัติที่กายวาจา แต่ใจไม่เกี่ยวกับศีล ใจจะเป็นสมาธิก็ต้องไปนั่งหลับตา แยกกันกับศีลแล้ว เป็นความซวยที่เข้าใจผิด ก็เลยไม่ได้มรรคได้ผลอะไรเลย อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจ ถ้าเขาไม่เชื่อถืออีก พูดไปเถอะเขาก็ไม่เชื่อ ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ ยิ่งพูดหมื่นยิ่งพูดแสนก็ไม่เชื่อ อาตมาก็ว่า ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ ไม่เป็นไร คนเชื่อก็ยังมี มีอยู่จำนวนหนึ่งที่รับได้ นอกนั้นภูมิปัญญาของเขารับไม่ได้ อันนี้ก็เป็นสุดวิสัยของอาตมา อาตมาจะไปแสดงธรรมที่ไม่ใช่โลกุตระ ไม่ใช่สาระสัจจะของพระพุทธเจ้า อาตมาไม่อยากไปเสียเวลา ไม่มีเวลา เพราะมันไม่ใช่เรื่องไม่ใช่สาระที่พระพุทธเจ้าจะพาคนมาเป็นมามี ไม่เอา แล้วสัจจะที่อาตมา สรุปไปเน้นไปคือ การปฏิบัติธรรมของพุทธเจ้านั้นจะต้องเป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อการลดละเลิก ไม่ไปสะสม อปจยะ ไม่สะสมลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข อะไรเลย ไม่ไปสะสม มันเป็นของโลก จะไปสนใจก็ไม่ไปติดใจ มันมีก็มีของมันเองเป็นธรรมดาธรรมชาติ มันมีก็อาศัยใช้สอยไปตามเหมาะควรแต่ไม่สะสม ไม่ติดยึด มันจะมา หรือคนจะมายัดเยียด ให้มันเป็นของเรา เราก็อนุเคราะห์ ทาน ก็ฉลองศรัทธา เมื่อมีคนอยากให้ แต่เราก็ไม่ได้ยึดว่าเป็นเราเป็นของเรา เรารับแต่ว่าไม่ใช่ของเรา เขาก็ไม่เชื่อ แล้วรับทำไมเขาบอกอย่างนั้น แล้วบอกว่าไม่ใช่ของเรา เขาก็ดูตามรูปธรรมเท่านั้นเอง เรารับมาแต่เราไม่ได้ยึดว่าเป็นของเรา รับเข้ามาเพิ่มมาบริหารให้เกิดประโยชน์คุณค่าเป็นประโยชน์ให้ยิ่งขึ้น ให้ยิ่งงอกเงย ให้ทำประโยชน์ต่อผู้อื่นให้มากขึ้น คุณมาโยนเมล็ดข้าวเปลือกมาที่นี่ 1 เม็ด ที่นี่จะงอกข้าวเปลือกไปให้คุณล้านเมล็ด มันเป็นอย่างนั้น แต่คนก็ไม่เชื่อถือว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วงอกเป็นล้านเมล็ดนี้ เราไม่คิดว่าเป็นของเราด้วย มีแต่จะสะพัดให้คนอื่น เราก็อาศัยกินใช้ในล้านเมล็ดนี้บ้าง จะกินเท่าไหร่กันเชียวนอกนั้นก็สามารถออกไป จากนี้คือความเจริญ คือตัวเองนั้นมีส่วนผลิตมีส่วนสร้างสรรได้มากได้เกินแก่ผู้อื่น มันจึงเป็นคนที่ไม่ได้เป็นภาระสังคม ฉุดสังคม ไม่ได้เป็นความหนักหนาเหน็ดเหนื่อยของสังคมส่วนอื่นๆของเขา ส่วนอื่นๆก็ไม่ได้ลำบากลำบนกับเราเลย เราก็ไม่ไปเบียดเบียนเขาด้วย เป็นคนที่เจริญสูงสุดแล้วของพระพุทธเจ้า สรุปผลว่า คนแบบนี้จะเป็นคนอย่างไร เอาวรรณะ 9 มาจับ ก็คือมาเป็นคนจน สุภระ เลี้ยงง่ายอยู่ง่ายไปง่ายมาง่ายกินง่าย สุโปสะ จะทำให้เป็นคนเจริญพัฒนาไปได้ง่ายๆ สะดวก ว่านอนสอนง่าย ศึกษาได้เก่งได้เร็ว เป็นคนที่มักน้อย หรือกล้าจน หรือไม่ต้องการมาก มีน้อยๆก็พอ เป็นคนพอ สันตุฏฐิ หรือสันโดษ น้อยก็พอ มีเท่าไหร่ก็พอ ไม่ต้องกินอะไรมากมาย แต่ไม่ได้ขี้เกียจ โดยเฉพาะทั้ง 9 ข้อนี้ ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ยอดขยัน เป็นคนใจพอเป็นคน สัลเลขะ ขัดเกลาสิ่งบกพร่องของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ส่วนใดที่ไม่ดีส่วนใดที่บกพร่องส่วนใดที่ยังไม่เจริญ ขัดเกลา ส่วนที่ไม่เจริญไม่ดีเหล่านั้นออกไป เป็นคนมีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติ ธูตะ หลักเกณฑ์คือ ศีล คือข้อปฏิบัติไปตามลำดับๆๆ จึงมีอาการที่น่าเลื่อมใส ปาสาทิโก เป็นอาการที่ถูกขัดเกลาแล้วพัฒนาแล้ว อาการที่ดีที่น่าชื่นชมน่าเคารพยกย่องนับถือหน้าเลื่อมใส สรุปผลยอดที่เป็นคนไม่สะสม อปจยะ กับวิริยารัมภะ คือสุดยอดของมนุษย์เป็นคนไม่สะสม มีการสร้างสรร ไ ปขยันเสมอ ปรารภความเพียร สร้างสรรสิ่งที่มีปัญญาสร้างสรรเลือกสร้างด้วย สร้างสรร ของอาตมา ถึงไม่มี ค์ ตัวสรรค์แปลว่าสร้างทำ ส่วน สรร ไม่มี ค์ แปลว่าเลือกเฟ้น มีปัญญาเลือกแล้วก็ทำ ไม่ใช่สร้างตะพึด ผิดถูกก็สร้างไปประพฤติ ไม่มีปัญญาวิจารณญาณในการเลือกเลย ก็ต้องเลือกก่อนที่จะสร้าง สร้างโดยไม่คัดเฟ้นเลย สร้างสิ่งที่ไม่ควรสร้างไม่เอา สร้างสรร ของอาตมา ถึงไม่เขียน ค์ ก่อน จนกว่าจะแน่ใจว่า ได้ผ่านการสร้างสรร ที่ไม่มี ค์ จึงจะเขียน สร้างสรรค์ ที่ใช้ ค์ ได้ อาตมาถึงจะเขียนอย่างนั้น ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ทำให้คนให้มาจน ไม่ใช่ทำให้คนไปรวย อาตมาพาคนให้มาจนได้สำเร็จจึงเป็นชาวอโศก เป็นสังคมคนจนที่สำเร็จแล้ว ก็อยู่ในประเทศ อยู่ในดินแดนไหนก็แล้วแต่ ก็ไม่เดือดร้อนไม่เบียดเบียนใคร มีแต่สร้างสรรค์ช่วยเหลือเฟือฟายมนุษย์อยู่ เกื้อกูลผู้อื่น ถ้าตัวเองพอแล้ว สร้างสรรกินใช้อย่างอุดมสมบูรณ์พอเพียง นี่ดูสิ! ตกแต่งฉากด้วย สิ่งที่น่าอวดอ้าง มีแต่ของน่ากินน่าใช้ น่าบริโภค มันสวยงาม อุดมสมบูรณ์ บริบูรณ์ ทั้งนั้น อาตมาสังเกตเห็นใบทองหลางที่มารองผลไม้ ว่าจะหยิบมาโชว์ ใบใหญ่มาก ใหญ่กว่าหน้าอาตมาอีก ไม่ใช่ใบสักนะ แต่มันอุดมสมบูรณ์ตัวใหญ่ได้มาก เกินกว่าสามัญ ที่เขาทำได้ หัวเผือกนี่ ยังไม่ได้เป็นหัวใหญ่นะกำลังตั้งต้น ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ชาวอโศกปลูกมันเหมือนกับจะแกล้งโต ทั้งปริมาณและคุณภาพพร้อมสรรพ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดอย่างฟลุ๊คๆ แต่เกิดจากเหตุปัจจัยที่คนมีใจดีมีน้ำใจมีความรักต่อสิ่งเหล่านี้ มันก็ดีทุกอย่าง มันก็เป็นไปด้วยความใส่ใจ โดยไม่ต้องเอาอะไรมาเสริมเติมไม่ต้องเอาสารเคมีเอาปุ๋ยเร่งมาใส่ ไม่ต้อง ใช้ธรรมชาติปุ๋ยธรรมชาติ หรือแม้ใช้ปุ๋ยธรรมชาติมันก็โตมันอุดมสมบูรณ์ ที่อาตมาพูดพาดพิงสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้เห็นว่าชีวิตคนต้องการอะไร ชีวิตของคนต้องการสิ่งที่เอามาอาศัย แต่ทุกวันนี้คนมันโง่ ไปอาศัยเศษกระดาษที่เขาปั๊มเป็นสีขึ้นมา ไปพึ่งพาอาศัยอันนั้น แล้วก็อยากได้อะไรก็เอาอันนี้ไปเป็นแก้วสารพัดนึกไปซื้อไปแลกเอามา คนก็ยอม โดยไม่มองว่าคุณอยากได้อะไรคุณก็สร้างอันนั้น แต่ไปเอาธนบัตร ถ้าหากคุณขาดธนบัตรคุณก็ตาย จึงเกิดสงครามแย่งธนบัตร การที่จะมาสร้าง แย่ง สร้างสิ่งจำเป็นขึ้นมา พวกชาวอโศกไม่ไปแย่ง เอาเวลาแรงงานทุนรอนมาสร้างสิ่งเหล่านี้ ธนบัตรก็เลยไม่มีความหมายเท่าไหร่ เพราะว่าเราได้สิ่งที่เป็นตัวแท้ของสิ่งที่คนต้องอาศัยธาตุ ธนบัตรไม่ใช่สิ่งอาศัยแท้ๆ อาศัยอันนี้แท้จริงกว่า พวกเราก็เลยถึงจุดซาโตริ อ๋อ หลงโง่มาตั้งนานไปแย่งธนบัตรที่เขาหลอกว่าจะได้ทุกอย่าง ได้ทุกอย่างคุณจะได้ขี้หมาขี้หมูอะไรไม่รู้แล้วเถอะ เสร็จแล้วก็ใช้ธนบัตรไปแลกสิ่งที่เขาหลอกปลอม เป็นสวรรค์เก๊ เป็นเพชรนิลจินดาเก๊ เป็นของเก๊ ขี้หมาทาสีปรุงแต่งเอาเงินไปแลกมา ไม่มีประโยชน์เป็นภาระเป็นพิษภัยด้วยแต่เขาไม่รู้ นี่คือคนฉลาดน้อยหรือว่ามันโง่ ฉลาดน้อยลงๆ โง่ขึ้น โง่ขึ้นๆๆๆ ฉลาดน้อยลงๆๆๆๆ จนกระทั่งหมดความฉลาด แต่โง่ไม่ยอมหยุด หมดความฉลาดไม่เหลือ แต่ความโง่นี้บานเป็นปากกรวย โง่ต่อไปและต่อไป ….บรรยายเห็นภาพพจน์ไหม ชัดเจน สิ่งที่เราต้องการนั้น มันไม่ใหญ่โต อัครฐาน อะไรดอก !

ชีวิตง่ายๆ ถูกๆ ขยันๆ รู้จักพอดี มีความซื่อสัตย์ มีเมตตา เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเสมอๆ

ชีวิตเหมือนดอกหญ้า แต่มันใหญ่ยิ่ง เป็นมหาพลังเย็นโอบอุ้มโลก และคือการเข้าถึง โลกใหม่ (ปรโลก) ได้แล้ว ~สมณะโพธิรักษ์~

ชีวิตเรานี่แหละ ชีวิตที่ไม่ต้องใหญ่โตอัครฐานอะไร ชีวิตง่ายๆถูกๆ ขยันๆมีความซื่อสัตย์ มีเมตตาสร้างประโยชน์เพื่อมวลมนุษยชาติ คนที่ถึงจุดสำเร็จ จะเป็นคนจน ถ้าคนที่จะมุ่งหวังแต่รวยไม่จบ ไม่มีวันสำเร็จจะเอาแต่รวยไม่มีวันสำเร็จ แต่คนที่มาจน จะสำเร็จ เพราะ คนจนได้ถึงที่สุดคือ สูญ ไม่มีตัวตนแล้ว คนที่ถึงที่สุด จนได้ประสบความสำเร็จมีที่จบ แต่คนรวยไม่มีที่จบ ในหลวงของเรารัชกาลที่ 9 ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ที่อาตมากล่าว มีหลักฐานยืนยัน ถ้าไม่ใช่พระโพธิสัตว์ท่านจะไม่ตรัสอย่างนี้เลย ท่านตรัสว่าประเทศเราจะต้องเป็นประเทศที่จนท่านไม่ได้ตรัสว่าให้มาจนทีเดียว แต่ท่านตรัสว่าไม่รวย และไม่อยากจะเป็นประเทศแบบนั้นด้วย พอเป็นประเทศแบบนั้นมันไม่ก้าวหน้ามันถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัวด้วย เราไม่เอาอย่างนั้น ท่านมีพระปรีชาญาณอย่างนี้ ในโลกหลายร้อยประเทศมีประเทศไหนมีผู้นำที่กล่าวอย่างนี้ไหม หาได้องค์เดียวอยู่ในโลกที่กล่าวอย่างนี้ เป็นผู้นำและกล่าวอย่างนี้มีพระองค์องค์เดียว ข่าวอย่างชัดๆ ไม่ได้เบาๆด้วย เต็มๆไม่ยึกยัก กล่าวเต็มๆ ทำเต็มที่ ได้อย่างขยายผลอีกว่าประเทศต้องมาประเทศแบบคนจน ต้องปกครองแบบคนจนมาเป็นคนขาดทุน อย่าไปเป็นคนเอากำไร มาเป็นคนขาดทุนซึ่งมันซ้อน คนจะขาดทุนได้ด้วยการเป็นสุขไม่ได้มีความทุกข์ คือ ตัวเองต้องมีพอที่จะเป็นขาดทุนโดยตัวเองไม่เดือดร้อน แล้วจะเอาอะไรมาขาดทุนให้กับสังคม ก็ต้องเอาของตนเอง ไปเอาของคนอื่นมาก็เป็นหนี้ตาย คนอื่นเขาเอาเราตาย ก็ต้องเอาของเรา เพราะฉะนั้นก็เป็นภาคบังคับเลยว่าคุณจะต้องมีพอที่จะได้ไปขาดทุนนะ ขาดทุนคือคุณให้คนอื่นไป คิดอย่างเศรษฐศาสตร์โลก คนขาดทุนได้เพราะมีทุนแลกคืน ถ้าเท่าทุนก็เท่าทุน ถ้าคุณไม่ได้คืนมาก็เรียกขาดทุน หากคุณให้เขาไปแล้วได้เกินมากว่าก็เรียกว่ากำไร แล้วภาษาคำว่ากำไร เป็นสิ่งที่น่าเกลียดเป็นความชั่วโดยสภาวะ แต่คุณไปชอบใจ คนไปชอบใจกำไรว่าเป็นสภาวะที่ ถือว่าเจริญ นี่คือความสับสนของความรู้ของคน ตรงนี้แหละที่เรียกว่าโง่ ที่เรียกว่าอวิชชาไม่รู้ความจริงตามความเป็นจริง คุณไปเอาเปรียบเขา แทนที่คุณมีมาก คุณกินใช้ก็เหลือก็พอ คุณจะให้เขาก็ยังได้เลย แต่คุณก็ไม่ให้ ให้ก็ให้อย่างต้องได้สิ่งแลกเปลี่ยนกลับมามากกว่าเดิมอีก เกินกว่าทุนอีก นี่คือวิธีคิดของคนที่โหดร้ายคนชั่วหนัก ใครยังคิดแบบนี้อยู่ชั่วทั้งนั้นโหดร้ายทั้งนั้น นี่พูดความจริงนะอาตมาไม่ได้ด่าใคร ที่อาตมาพูดนี้คือสัจธรรม คือสิ่งที่ถูกต้องดีงามให้ศึกษาแล้วปฏิบัติ อาตมาทำงานมาถึงทุกวันนี้แล้ว อาตมาดีใจอยู่ว่าได้ทำงานสำเร็จพวกเราปฏิบัติได้ พวกเราปฏิบัติถูกต้องตามสัจธรรมเช่นนี้ อาตมาก็จบกิจ อาตมาทำงานทุกวันนี้อาตมาทำงานไปอีกเกือบ 50 ปีแล้ว อาตมาประเมินผลตัวเองแล้ว ว่าประสบผลสำเร็จแล้ว ที่อาตมาบอกว่าประสบผลสำเร็จ คือพวกคุณมีโครงสร้างมีทฤษฎีมีหลักเกณฑ์ แต่ละคนเข้าใจและแต่ละคนก็ประพฤติตามนี้ได้ เป็นค่าย เป็นคณะ เป็นกลุ่มที่ปฏิบัติตรงตามทฤษฎีนี้แล้ว อย่างเที่ยงแท้ถาวร เสถียรแล้ว อาตมาก็ถือว่าอย่างนี้คือสำเร็จแล้ว 1.ยังไงๆ ปัญญาก็เห็นว่าทางนี้ดี 2. พลังจิตเจโตมันก็ทำอย่างนี้ได้ ก็อุภโตภาควิมุติแล้วสำเร็จ ยังไม่ถึง 50 ปีอาตมาก็ทำงานสำเร็จ ต่อจากนี้ก็ทำให้ยิ่งขึ้นไปอาตมาจึงสร้างหลักเกณฑ์ทฤษฎีนี้ ให้ปฏิภาคทวีขึ้นเรียกว่าสัมประสิทธิ์ หรือ coefficient ในรูปธรรมสำเร็จแล้วซ้อนให้มันมีปฏิภาคทวีทับทวีขึ้นไปอีก ที่เป็นนามธรรมที่อาตมาเทียบ ไอน์สไตน์ค้นพบ E=mc 2 อาตมาก็ทำ + A สำเร็จ อาตมาก็ทำ + ให้กลายเป็นยกกำลัง C จะบวกไปร้อยตัวพันตัวหมื่นตัวก็ตามใจ มันก็มาเป็นคูณเป็นยกกำลังไปคือ C นี่คือสูตรหรือทฤษฎีที่อาตมาทำมาต่อ แล้วก็ได้เป็นผลแล้ว มีแต่ว่ามันจะมีอะไรที่จะทำให้มันกระทัดรัด ให้มันเข้ารูปเข้ารอยได้ดี มีตัวนี้อีก ให้มัน Practical ก็ทำอยู่ให้มันดีขึ้น ที่อาตมาหยิบคำตรัสของในหลวงมายืนยันทุกวันนี้ เพราะในหลวงตรัสแล้ว มันเป็นคำที่ยิ่งใหญ่เป็นผู้นำประเทศ เป็นผู้ที่คนอื่นยอมรับนับถือและยกให้ อย่างอาตมาเป็นเศษดินเศษหินพูดไปคนก็ไม่ยอมรับ ต้องเอาคนที่พูดแล้วตรัสแล้วมีค่า คนยอมรับนับถือเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็นับถือก่อนแล้ว อาตมานี่ จริงอย่างไรก็ไม่รับง่ายๆก็ไม่มีประโยชน์ อาตมาถึงพูดถึง ว่าที่ท่านตรัสกับที่อาตมาพูดอันเดียวกัน อาตมาจึงบอกความหมายที่ในหลวงตรัส ก็เหมือนกับที่อาตมาพูด แต่คนจะรับได้มากกว่าที่อาตมาพูด อาตมามี เป็น อาตมาก็เอาของในหลวงมาพูด มาอธิบายคนจะได้รับได้มากกว่า คนเข้าใจไม่ได้ก็หาว่าอาตมา โหนในหลวง เอ้า เขาก็ขี้ตู่กลางนาขี้ตาตุ๊กแก อาตมาไม่ได้โหน อาตมาหาองค์ประกอบที่จะเป็นประโยชน์ใช้ได้ สรุปง่ายๆ ในหลวงที่ตรัสว่า เราไม่ทำให้เป็นประเทศที่รวย ฟังได้ยาก คนในโลกในสังคม คนที่พัฒนาบริหารเศรษฐกิจในประเทศไทย ก็ไม่เข้าใจหรอก ว่าจะให้เป็นประเทศแบบคนจน แบบคนจนด้วย ท่านตรัสคำนี้ มาเป็นคนขาดทุน มันคือกำไร ทำอย่างไรเราจึงเป็นคนขาดทุนให้กับสังคมได้โดยที่เราอยู่รอด สบายด้วยอยู่เป็นสุขด้วย อาตมายกตัวอย่างพวกเรา นี่ ยกตัวอย่างสิ่งถูก ก็เป็นคนจนแต่สร้างสรรให้แก่สังคมอย่างนี้ต่างหากมันจบ สังคมเราจบเป็น อยู่ได้โดยที่ว่าไม่เดือดร้อนไม่เบียดเบียนใคร เป็นประโยชน์กับเขาด้วย อยู่เย็นเป็นสุข จะอยู่ไปอีกกี่ล้านปีก็เชิญ ถ้าเผื่อว่าสภาพนี้ลงตัวแล้ว มันไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว Axiom สูงสุดบริบูรณ์เต็มที่แล้ว มันไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว อย่างนี้ดีที่สุดแล้ว อาตมาเลยบอกว่า อาตมานี่มาทำงานทุกวันนี้ ประสบผลสำเร็จแล้วเอาหลักฐานของพุทธเจ้ามาตรวจสอบ ตรงกัน ตรงกันหมดแล้ว แม้แต่ที่สุด แต่มีหลักฐานในหลวงซึ่งท่านก็มีบารมีของท่าน อุบัติขึ้นมาในโลก แล้วท่านก็มาอยู่ในตำแหน่งนั้นก็ทำไปก็ดีแล้ว ท่านสอนคนก็ขานรับ พระจริยวัตรของพระองค์จริงๆก็เป็นสิ่งยืนยันไม่ใช่แต่คนไทยเท่านั้นที่ขานรับ คนเมืองนอกก็ขานรับ อาตมาก็มีศักดิ์ฐานอ้างอิงอะไรตรงกัน ท่านตรัส และทรงงาน อาตมาก็ทำงานของอาตมาตรงกันแต่เขาไม่เข้าใจ มันก็มีนัยยะที่ต่างกันอยู่บ้าง ในหลวงทรงงานทรงพระจริยวัตรของท่านมีผลต่อประชาชนอย่างนั้น แต่ของอาตมา ทำกับประชาชนมีผลอย่างนี้ ต่างกันกับในหลวงตรงที่ว่า อาตมาเน้นจิตวิญญาณ แต่ในหลวงท่านเน้นทางวัตถุ ทางพฤติกรรมภายนอกเท่านั้นเอง ที่ต่างกันถ้าเข้าใจ อาตมาเน้นทางจิตวิญญาณทางความรู้ ลึก ไปหาสัจธรรมพระพุทธเจ้า แต่ในหลวงท่านจะไม่ทรงอธิบายธรรมะพระพุทธเจ้า แต่ท่านมีความรู้ของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ก็พากันปฏิบัติ โดยท่านทรงงาน ทรงพระจริยวัตรนำไป จนท่านสิ้นพระชนม์ ก็มีอย่างนี้หน้าที่ของท่าน อาตมานี้ทำจิตวิญญาณเป็นนามธรรมยากกว่าที่ในหลวงทำ แต่มันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ ถ้าใครเชื่อตามอย่างที่ท่านฟ้าไทกล่าวแล้ว ว่ามีโพธิสัตว์ 2 องค์ถ้าใครเชื่อ ในหลวงองค์หนึ่ง อาตมาองค์หนึ่งก็จริง มาถึงวันนี้แล้ว ใครไม่เชื่อจะหมั่นไส้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เป็นอย่างนั้น เขาหมั่นไส้เพ่งโทษอาตมาก็บอกว่าเอาอีกแล้ว ตีกินอีกแล้ว ว่าตนเองเป็นธรรมิกราช 2 องค์ จริงๆแล้วเขาพยากรณ์ไว้ก็ไม่ใช่เรื่องลอยลม มันเป็นเรื่องจริง แต่คนไม่รู้ว่าอันนั้นคืออะไร นี่แหละคือสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ ถ้าใครเห็นว่ามี คนนั้นคือใครคือในหลวงกับโพธิรักษ์ ก็จะเป็นคน อัตถิโลเกฯ ก็จะได้ไป ในหลวงทางรูปธรรม อาตมาทางนามธรรม อาตมาทำไม่ได้มากเท่าในหลวงหรอกแต่อาตมาทำอย่างนามธรรม ไม่มีเศษเสี้ยวแห่งความอยากจะอวดตัวอวดตนในอาตมาเลย ในโลกนี้ มีคนที่สุดยอดเท่านั้นที่จะสอนคนให้มาจน ตั้งแต่พระพุทธเจ้าท่านอุบัติขึ้นมาก็มาสอนให้คนเป็นคนจนและพาคนมาจน ไม่ใช่สอนให้คนไปรวย เขียนตำราให้คนไปรวยนั้นมี ไม่มีใครเขียนตำราให้คนมาจนนอกจากโพธิรักษ์ แล้วเขาก็ไม่เชื่อว่าเป็นตำราด้วย อาตมาก็ไม่คิดว่าจะเป็นตำราเขียนให้คนอ่านออกรู้ได้เท่านั้นให้มาเป็นอย่างนี้ มาเป็นคนจน มาเป็นประเทศที่จน ผู้บริหารก็บริหารแบบคนจน คนที่ประสบความสำเร็จก็คือคนจน เพราะ ความจนคือจุดหมายอันประเสริฐที่สุดของมนุษย์และสังคม แม้แต่ประเทศ มาเป็นคนจน สังคมคนจน ประเทศที่จน เป็นคนจนที่ประเสริฐอุดมสมบูรณ์ขยันหมั่นเพียรเป็นคนจนที่มีความรู้ รู้อะไร รู้ว่าอะไรควรสร้างอะไรไม่ควรสร้าง เช่น ไปสร้างอาวุธนี้ไม่ควรสร้างมันบาป คำว่าอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นปืนหรือระเบิดก็แล้วแต่ มันสร้างมาเพื่อฆ่าคน ไม่ได้สร้างเพื่อฆ่าช้างม้าอะไร อาวุธนั้นมันเจตนาฆ่าคน ใจมันอำมหิตขนาดไหน สร้างมาเพื่อให้ฆ่าคน อาตมาพูดแต่ความถูกต้องนะ อาตมาไม่ได้พูดความผิดเลย อาตมาว่าอาตมาฉลาดไม่พูดความผิด ใช่ไหม ไม่ได้เจตนาสร้างมาเพื่อฆ่าช้างม้าวัวควายอะไร มันสร้างมาฆ่าคน ให้พิสดารอย่างหนักด้วย คนที่เจตนาสร้างอาวุธขึ้นมา เจตนาสร้างมาเพื่อให้คนมาฆ่าคนอย่างชิบหายตายห่า อำมหิตอย่างนั้นเลยใจคอของคน ต้องใช้ภาษาสื่อให้ชัดเจน คนทำไมใจดำใจอำมหิตโหดร้ายขนาดนั้น แล้วก็ยังไม่หยุดนะที่จะคิดจะทำอย่างนั้น อย่างเจ้าคิมเป็นต้น หรือแม้แต่ทางอเมริกา แม้แต่รัสเซียก็ตามจีนก็ตามตะวันออกกลางก็ตาม เป็นความสุดโหด อาตมาคิดว่า มาทบทวนหรือมาพูดถึง เรื่องของสิ่งที่จะเกิดเป็นปฏิกิริยา ปัจจุบันนี้ สังคมปัจจุบันนี้ทุกวันนี้แนวโน้ม trend ของโลก มันเข้าใจนามธรรมหรือจิต ที่มีความเอื้อเฟื้อเจือจานช่วยเหลือเกื้อกูลเสียสละ มันสูงขึ้นมากแล้ว จิตชนิดนี้มันสูง มันเข้าใจได้มากขึ้น แล้วจิตชนิดนี้มันค้านแย้งกับจิตคนที่คิดจะสร้างอาวุธ contrast กันเลย opposite คนละขั้ว ใช่ไหม คนละขั้วกันเลยกับที่มันเป็นจริงที่มันเกิดอยู่ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงเห็นว่า เห็นจะต้องไปส่งเสริม ควรจะต้องมาเน้นย้ำ มาช่วยกันเชิดชู ให้คนมาทำเช่นนี้เถอะ ชาวอโศกทำกันอยู่แล้ว ทำมาตั้งแต่ต้นและจะยืนยันทำต่อไปทำอย่างนี้แหละ แล้วก็เต็มใจทำแบบนี้ อาวุธของชาวอโศกคืออะไร สิ่งที่คนรู้ได้ก่อนคือ ความสงบ ชาวอโศกมาแสดงตนต่อสังคมประพฤติความสงบ เพื่อให้สยบความรุนแรง นั่นคือพฤติกรรมของชาวอโศก ได้ทำมาแล้ว และเป็นผลสำเร็จแล้วด้วย แต่เราก็ไม่ได้กบฏต่อความเป็นจริงนี้เลย เราก็แสดงความสงบนี่แหละ นิ่ง ใครเขาจะเอาระเบิดมาโยน ใครเขาจะเอาปืนมายิง เรานิ่ง นั่ง นอน สุดท้าย นิ่งนั่งนอนชนะ ระเบิดปืน คนกระเหี้ยนกระหือรือจะทำร้าย แพ้พ่าย พ่ายจะแจ หนีไปเลย หนีไม่ธรรมดาด้วย ทิ้งโล่ห์ทิ้งปืนไป เป็นความสงบสยบความรุนแรงได้เป็นปรากฏการณ์จริงของมนุษยชาติ เป็นสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว ที่เราทำได้ เพราะฉะนั้นชาวอโศกเราจึงสร้างความสงบ อบอุ่น อยู่กันอย่างสามัคคี เป็นทิศทางเป็นสิ่งที่เราทำอยู่ทั้งวัตถุหรือพฤติกรรมความเป็นมนุษย์ไปในแนวโน้มอันนี้เลย เราก็ไปให้เขาขึ้นตัวหนังสือมา เราไปชุมนุมประท้วงเพื่อจะให้เกิดผลสำเร็จ โดยใช้บุญญาวุธ สันติ อหิงสา ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ คมลึก แม่นประเด็น เขียนขึ้นป้ายเลย ว่าเราใช้ บุญญาวุธ เป็นเครื่องประหารทั้งนั้นเลย สันติก็เป็นเครื่องประหาร อหิงสา แปลว่า ยกโทษ อโหสิ เป็นผู้สงบ ไม่รุนแรง(อหิงสา) Non violence ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ คมลึก แม่นประเด็น เราใช้บุญญาวุธนี้ทำงานประสบผลสำเร็จ ทำงานปราบความรุนแรงความเลวร้ายที่จะเกิด เมื่อคณะรัฐบาลบริหารประเทศ มันเกิดแล้วเราก็ไม่เอา ไม่ให้ให้บริหาร ประท้วงด้วยความสงบด้วยอาวุธอย่างที่พูดนี้ ทั้ง 6 ประการนี้ ใช้ไล่มาเรื่อยเลย รัฐบาลนี้จะใช้แบบนี้เราเอาอาวุธ 6 ประการนี้ปราบสำเร็จด้วย จาก รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย อภิสิทธิ์ ยิ่งลักษณ์ จนจบหมด นี่คือ ประชาชนปฏิวัติ ด้วย 6 ประการนี้ สันติ อหิงสา ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ คมลึก แม่นประเด็น คมลึก กับแม่นประเด็น เป็นความหมายยิ่งใหญ่ เราไม่ตื้นและเราคมทุกอย่าง ไม่มีอะไรเป็นเสี้ยนเศษเลย ลงไปหาจุดหมาย จุดสำคัญ Interest Point แม่นประเด็น ทำอย่างนั้นจริง มีอุปกรณ์อาวุธศาสตราที่มีความหมายชัดเจน เราใช้สันติความสงบ อหิงสาไม่รุนแรง เราใช้ความซื่อสัตย์ เราใช้ความบริสุทธิ์ เราใช้คมลึกแม่นประเด็น สมบูรณ์แบบ ผลจึงได้สวยงามมาก ไม่เกิดความสูญเสียอะไร แต่มันก็มี error มีสิ่งของพวกที่บ้าบอเขาทำ เขาทำก็เป็นบาปของเขาเป็นวิบากของเขาเป็นความซวยของเขา ก็เป็นคดีของเขา พวกเราก็โดนหางเลขคดีไปด้วย แล้วเราทำสำเร็จด้วย ยังเอาเราไปเป็นคดีอีก ยังไปเป็นกบฏอีก มันเป็นกบฏตรงไหนก็ไปช่วยประเทศไทยแท้ๆ ไปไล่กบฏต่างหาก ไปไล่พวกที่คอรัปชั่น พวกที่เป็นมาเฟียของประเทศต่างหาก จะบริหารปกครองแบบมาเฟียแบบโจร แบบคนไม่สุจริต เราก็ทำได้สำเร็จแล้ว ทำสำเร็จแล้วก็มีผู้บริหารต่อ ต้องมีผู้นำ ผู้ที่ขึ้นมานำก็ชื่อ ประยุทธ์ แปลว่าการรบ มีชื่อบอกเลยว่าข้าเป็นนักรบ แต่ไม่ต้องไปรบเลย แสดงท่าที อาจจะให้รู้ว่าข้ามีอาวุธข้ามีกองกำลังเท่านั้นเอง แต่สุดท้ายเขาก็หาว่า เอากำลังอาวุธกำลังนักรบเข้ามาเป็นอำนาจบริหาร จนกระทั่งสุดท้าย พลเอกประยุทธ์ก็เข้าใจอันนี้ ก็เลยประกาศว่า ผมไม่ใช่ทหารแล้ว ผมเคยเป็นทหารมาเก่า แต่ตอนนี้ผมเป็นนั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน