สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน สลายจิตธาตุให้สูญกลายเป็นอุตุธาตุ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน สลายจิตธาตุให้สูญกลายเป็นอุตุธาตุ _จักรพล พุทธพัฒนา : ศาสนานอกจากพุทธเขาก็ใช้เพลงเป็นสื่อดีที่สุดครับ พ่อครูว่า...จริง ศาสนาไหนก็ไม่ขาดเพลงสื่อสาร มีแต่ศาสนาเชนที่ไม่ใช้ สุดโต่ง ไม่เอาอะไรเลยอยู่ไปก็ตายเท่านั้น เขาถือว่าตายแล้วสูญจบแล้วเท่านั้น เขาถือความเข้าใจ อัตตาของเขา ต้องสูญไม่มีอะไรเหลือ เป็นอุจเฉททิฏฐิขนาดหนักเลย เขาไม่ได้เรียนรู้ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่มีการสัมผัสและมีอาการติดยึดเกิดเวทนาเกิดความรู้สึก แล้วก็มีธาตุรู้ที่ไปรับรู้เรียกว่าสัญญา เรียกว่าปัญญาไปรู้ความรู้สึกนั้นจนกระทั่งมันไม่ติดไม่ยึด มันกลาง มันเฉยไม่มีอะไรดูดดึงเลย การรู้ถึงสภาพสิ่งที่มีในโลก ตั้งแต่ความเป็นธาตุอุตุนิยาม วัตถุต่างๆจนกระทั่งมาเป็น พีชะเป็นจิต ที่เป็นความตรัสรู้ของศาสนาพระพุทธเจ้า แค่รู้เรื่องของคุณสมบัติของพลังงานระดับอุตุนิยาม คุณสมบัติของพลังงานระดับ พีชนิยาม คุณสมบัติพลังงานของระดับจิตนิยาม 3 ตัวนี้ครบโลกเลย ทางวิทยาศาสตร์ ครบโลกวิทยาศาสตร์เลย แต่เดี๋ยวนี้วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถแยกความรู้ 3 อย่างนี้ได้ แล้วแยกได้สำเร็จ ทำให้สำเร็จ คือแยกทางจิตของตัวเองให้จบความเป็นจิตได้เลย ไม่เหลือแม้กระทั่งความเป็น พีชะ ไปกลายเป็นอุตุธาตุ เป็นดินน้ำไฟลมได้ แม้แต่ พีชะ ระดับพืชก็ยังไม่เหลือ อาจจะเหลือเศษอยู่บ้างก็ไม่เป็นไร พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ท่านตายจากร่างกายนี้ไปแล้ว ในพรหมชาลสูตรก็เหมือนพวงมะม่วงสดๆ ถูกตัดขั้วลง แตกกระจายไม่รวมติดกันอีกแล้ว ไม่รวมเป็นพวงใหญ่เหมือนเดิมได้ กลายเป็นวัตถุธาตุ จิตธาตุสูญแน่ พีชนิยามก็แค่อาศัย เวลาตายไปแม้พีชนิยามก็ทำลายกลายเป็นอุตุไปหมด อุตุธาตุ ก็เป็นดินน้ำไฟลม เพราะมีชีวิตอยู่ก็อาศัยมาปรุงแต่งเป็นสรีระร่าง แยกธาตุให้รู้เล
อ่านต่อ
ย แยกธาตุอย่างไร ธาตุอย่างไรร่วมกับจิต ธาตุอย่างไรเป็นพีชะ ในขณะเป็นๆแยกกายแยกจิตให้ออก โดยแยกจากธาตุ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นมูลกรรมฐาน ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ ที่เป็นอาการ 32 ภายนอก ที่มันเป็นอุตุได้ เป็นพีชะได้ เป็นจิตได้ และมีกรรม มีธรรมะไปจัดการมันให้เป็นธาตุ สังขารรวมธาตุ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ถ้าเข้าใจแล้วเราก็จะชัดเจนเลยว่าการทำให้ตัวกิเลสสลายตาย จบความเป็นอรหันต์แล้วไม่เกิดอะไรอีกเลย สลายธาตุจิตของเราเองที่เป็นพระอรหันต์แล้วได้ กลายเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสาน กลายเป็นคนตายครั้งสุดท้ายไปแล้วไม่ตั้งจิตต่อ จิตก็จะกลายเป็นวัตถุธาตุ เป็นดินน้ำไฟลมไปหมดเลยโดยการทำจิตตายเป็นสุญญธาตุ ทำ อนิมิตนิพพาน สุญญตนิพพาน อปนิหิตนิพพาน อนิมิต คือ ไม่สั่งนิมิตต่อไปแล้ว ไม่สร้างอะไรต่อ ไม่ให้ไปตั้งอยู่ใน ณ ที่ไหน อนิมิต ไม่มี ไม่มีสภาพอะไรที่เป็นเครื่องหมายอีกเลย ไม่มีการต่อโพธิสัตว์อีกเลิกไปเลย เหมือนเราตอนเป็นๆเราก็สัมผัสสัมพันธ์อยู่ เราไม่ได้คบหาเลย แต่อยู่ในโลก เราก็เห็น บางทีมันอยู่ไกลเราก็ไม่เกี่ยวข้อง แต่ก็เห็นบางทีมีข่าวคราวโฆษณากันเต็มไปเลยในตลาดโทรทัศน์ อยู่ในมือถือก็เยอะอีกไม่ใช่น้อย แต่เราเห็นแล้วเราก็เห็นโลกเขาบ้าบอไปแต่เราไม่เกิดอะไรเลย ดีไม่ดีจิตที่จะไปไม่ดีจะมีการชังเขาด้วย จะไปข่มเขาด้วยว่าเป็นไอ้โง่ อันนี้จิตเราก็ยังไม่สมบูรณ์เราก็ยังไปข่มไปดูถูกดูแคลนเขา เราก็ต้องทำจิตของเราอย่าให้เป็นอย่างนั้นเราก็ต้องเป็นไปตามนั้นของเขาเราก็ต้องสงสารเมตตา ยังไม่ถึงคราวที่เราจะช่วยได้ก็ปล่อยกันไปก่อน แต่ถ้าถึงคราวที่เราจะช่วยได้ก็ต้องทำจี้จ้ำไช ช่วยกันไปด้วยความเมตตากรุณากัน มีน้ำใจที่จะช่วยเหลือคนอื่น อนุกัมปายะ ก็ต้องมีตลอด630301_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เจาะลึกถึงพิกัดของหทยรูปในรูป 28