คาถาเซ็นใต้ภาพ ของ พ่อท่าน 2520-2521,2524 .docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2520
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์348 KB
วันที่แก้ไข28 กันยายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

คาถาเซ็นใต้ภาพ ของ พ่อท่าน

57. คน "ผู้บรรลุธรรม" หรือ "พระ" นั้น คือ ผู้องอาจ แกล้วกล้า จริงใจ เพราะรู้จัก "ความดี" แท้ และได้รับผลซาบซึ้งถึงดีจริงๆ ในการไม่มีชั่ว ไม่มีบาปนั้นๆ แล้วจะเป็นผู้ยืนหยัดมั่นคง นำผู้อื่นให้เป็นผู้มามี "ความดี" เช่นนั้นๆ อย่างเด็ดเดี่ยว แข็งขัน เหมาะสมที่สุด 4 เม.ย. 20

58. มนุษย์ผู้จะทำ "ประโยชน์" ได้สูงสุด ทั้งแก่ตน และแก่มวลมนุษยชาตินั้น ต้องเป็นผู้ที่ "ว่าง" ที่สุด และ "อิสระ" ที่สุด "ว่าง" คืออย่างไร ? "อิสระ" คืออย่างไร ? ต้องรู้ให้แจ้ง เป็นให้จริง อย่างสำคัญให้ได้ 7 เม.ย. 20

59. จงรู้จัก "วิหารธรรม" ให้แจ่มแจ้ง แล้วเราจะคือ ผู้มีชีวิตที่เรียกว่า "พระ" นิรันดร "วิหารธรรม" ที่ควรรู้ยิ่งก็คือ สุญญตวิหาร 1 ทิฎฐธรรมสุขวิหาร 1 สันตวิหาร 1 10 เม.ย. 20

60. ไม่มีใครที่จะไม่มี "อุปสรรค" และจงดีใจเถิดว่า "อุปสรรค" นั้นแหละ คือ โจทย์ชิ้นเยี่ยม อันจะทำให้เรา "ชาญฉลาด" ในการจะแก้ไขทุกอย่าง "เป็นไปด้วยดี" ได้อย่างเก่ง เราจะใช้เงินไม่ว่ากี่ล้านจ้างทำ "โจทย์" เหล่านี้ให้แก่เราไม่ได้เลยเป็นอันขาด มันเป็นกำไรของเราโดยแท้ จริงๆ ข้อสำคัญที่สุด ก็คือ คำว่า "อุปสรรค" นี้ต้องรู้จักมันให้ ได้-ให้ดี อย่างแท้จริงเถิดว่า มันมีอยู่ คนทุกคนแม้กระทั่งผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ยิ่งจะมี "อุปสรรค" อยู่ตลอดทุกลมหายใจเข้าออก 10 เม.ย. 20

61. เมื่อผู้ใด "หยุดอยู่" เราจง "กระทำเถิด" ! และเมื่อผู้ใด "กระทำอยู่" เราก็จง "หยุดเถิด" ถ้าสมควรจะ "หยุดอย่างยิ่ง" ! หรือไม่เช่นนั้น เราก็จะต้องช่วยกัน "กระทำให้ยิ่ง" นั่นแหละคือ ความเจริญ-ความประเสริฐ สูงสุดในมนุษยชาติ สำหรับผู้หมด "ความเห็นแก่ตัว" อย่างจริงใจจริงๆ 10 เม.ย. 20

อ่านต่อ

62. ผู้จะเดินต่อไป ผู้จะนำหน้านิรันดรนั้น ควรเป็น "จ่าฝูง" ที่แท้จริง ควรเป็นผู้เจาะกระเปาะไข่ได้แท้ เมื่อใดผู้ใดรู้ตัวว่าตนยัง "บกพร่อง" อยู่ ก็จงทำตนให้ "เต็ม" ผู้ใดรู้ตัวว่าได้ "ดี" แล้ว ก็ให้รู้ให้ชัด และเมื่อตน "เต็มแล้ว" ก็จงรู้จักเต็ม อย่าทำเกิน อย่าเทจนล้นอยู่อย่างงมงาย ซ้ำซาก เสียเวลาเปล่าเป็นอันขาด แล้วจงนำ ที่มี-ที่เต็ม นั้นมาแจกผู้อื่นต่อ และต่อ ๆๆๆ ... ไป จึงจะ งามแท้ ประเสริฐแท้ เจริญแท้ 10 เม.ย. 20

63. จงรู้ "สุข" ให้เป็น "สุข" ชัด ๆ รู้ "ลำบาก" ให้เป็น "ลำบาก" ที่ควรลำบากแท้ แล้วก็อยู่กับ "ลำบาก" นั้นให้เป็น "สุข" เทอญ 10 เม.ย. 20

64 . - จงพิจารณาเสมอ ๆ ว่า "ความแก่" นั้นเป็นเรื่องธรรมดา - จงพิจารณาเสมอ ๆ ว่า "ความเจ็บ-ความปวด-ความป่วยไข้" นั้นก็ เป็นเรื่องธรรมดา ๆ - จงพิจารณาเสมอ ๆ ว่า "ความตาย" นั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ แม้นเราประสบกับ "ความแก่-ความเจ็บ-ความตาย" เราก็จงทำใจให้ เหมือนกับ เราย่อมพบกับการหายใจออก หายใจเข้าเป็นธรรมดา มันไม่มีใครจะไม่ประสบกับ ความแก่-ความเจ็บ ที่สุด "ความตาย" จงทำใจให้ธรรมดา ทำใจให้วางสบายสนิท รู้ความจริงตามสภาพนั้นๆ แล้วก็จง "ปล่อยวาง" ให้เป็นธรรมดาๆ นั้นคือ สุดยอดของนักปฏิบัติธรรม 24 เม.ย. 20

65. ผู้หลงอยู่กับ "สุข" อันโอ่อ่า-มากมาย หรือหลงอยู่กับ "สุข" เล็กๆน้อย อย่าง โลกๆ นั้น คือผู้ยัง "ไม่รู้" (อวิชชา) จัก "ความสุข" ที่รำงับจากความเสพย์ "สุข" หรือที่ปราศจากละอองจิต ซึ่งเป็นต้นเค้าแห่ง "ความติด" อยู่ของตนจริงๆ จึงเป็นผู้กล้าจน-ไม่ได้ ! จึงเป็นผู้กล้าหมดตัว อย่างพระพุทธเจ้าท่านกล้าหมด-ไม่ได้ ! จึงเป็นผู้กล้าอยู่กับทุกข์ทุกชนิด เช่นพระพุทธองค์เป็น และพาอริยะพุทธบุตรทั้งหลายเป็น-ไม่ได้ ! 25 เม.ย. 20

(รูปนั่งใต้ต้นขนุน ไม่รัดอก ...ให้คุณคงศักดิ์) 66. จงใช้ภาระที่ยังไม่สิ้นของเรานั้น ให้เป็นประโยชน์ ในการเพิ่มภูมิ เพิ่มธรรมแก่ตนให้ได้ และจงขีดขอบของภาระไว้ อย่าให้เพิ่มออกไปอีกเป็น อันขาด การปลงภาระของเราก็ย่อมมีได้ และวันจบภาระทั้งภายนอก ภายในของเรา ก็จะมาถึงได้เร็วที่สุด

16 พ.ค. 20

(รูปเดี่ยว นั่งใต้ต้นขนุน ไม่รัดอก ..... ให้คุณเข็มทอง) (รูปบนธรรมาสน์ในโบสถ์วัดพระแก้ว มีหัวคนเป็น Foreground ให้คุณพัชรี ที่อยู่บางบุนนาก 25 ม.ค. 23)

67. ผู้ที่ได้ชื่อว่า ข้ามโอฆสงสารได้ ของศาสนาพุทธนั้น มิใช่ผู้จะมีแต่ "ศรัทธา" ก็พอ หรือมีแต่ "เจโตวิมุติ" ก็พอ-มิได้ ต้องมี "ปัญญา" ร่วมด้วยจริงๆ จึงจะเป็น "อรหันต์" แท้ของพุทธได้ 12 มิ.ย. 20

(รูป 3 มิติ ..... ให้เพื่อนคุณอุดม บริษัทไทยเกรียงฯ)

68. การพยายามรู้เหตุ-รู้ผล ของเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เรา "ติด" ทำให้เราลด "โลภะ" ลด "โทสะ"ไม่ได้ นั่นแหละคือ "ปัญญา"เมื่อรู้เหตุและลดได้ถูกตัว ดับได้ถูกเหตุแท้แล้ว เด็ดขาดนั่นแหละ คือการบรรลุธรรมด้วยวิปัสสนา 12 มิ.ย. 20

(รุปพระ 3 แม่เณร 2 เรียงแถวบิณฑบาตริมน้ำ รุ่งอรุณเมืองอินทร์ ให้เพื่อนคุณอุดม บริษัทไทยเกรียงฯ)

69. ผู้อดต่อ "ความอร่อย" ได้ ! ทนต่อ "ความอยาก" ขึ้นมาได้มากเท่าใด ก็เป็น "พระอริยะ" มากขึ้น เท่านั้นๆ ยิ่งทนต่อ "โลกียรส" ในโลกได้หมดสิ้น ก็ยิ่งนั่นแหละ คือ "พระอรหันต์" 12 มิ.ย. 20

70. ผู้ตั้งใจฝึก ตั้งใจเพียร ด้วยแนวทางปฏิบัติธรรมที่ดี ที่ถูกต้องอย่างเอา จริงเอาจัง นั่นแหละ คือผู้จะค้ำจุนโลก ผู้จะเป็นคนช่วยมวลมนุษยชาติ ให้มี "สันติภาพ" ที่แท้จริงในโลกทุกโอกาส 12 มิ.ย. 20

71 . ทางไปนิพพาน นั้นคือ การทำตนให้เกิด "ปัญญา" รู้ในเหตุผล ที่เราเลิก เราหลุดสิ่งนี้-เรื่องนี้ มานั้น เพราะควรเลิกด้วยเหตุใด ! และ "เลิกได้" แล้วก็ไม่ติดเลยจริงๆ ขนาดที่เรากลับไปเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น-เรื่องนั้นอีกก็ได้ โดยที่เรา "ทำอยู่" ก็รู้ว่าเราไม่ได้ "ติดใจ" ในเรื่องนี้-สิ่งนี้ อีกแล้วจริงๆ และเราก็ทนได้โดยไม่ยาก ทนได้โดยไม่ลำบาก ที่จะ "ทำ" สิ่งนี้ ในเมื่อมันสมควรที่สุดที่จะ "ทำ" อีก ทั้งเรา ก็แน่ใจเราเหลือเกินว่า เราไม่ได้ "ทำ" เพื่อตนเองเลย อย่างจริงใจ จริงๆ ที่สุด 17 ก.ค. 20

72. "ความสงบสนิท" หรือ "นิโรธอริยสัจ" ของพุทธแท้ๆ นั้น มิใช่หยุด กายกรรม-หยุดวจีกรรม หรือหยุดมโนกรรม จนเป็นอสัญญี แต่เป็นการ หยุดกายทุจริต-หยุดวจีทุจริต จนบริสุทธิ์แท้ถึง "มโน" พ้นมโนทุจริต เป็นที่สุด ได้อย่างสนิทเด็ดขาดต่างหาก 17 ก.ค. 20

(รูปแม่เณรบิณฑบาตเรียงแถว 8 รูป ในหมู่บ้านอินทรบุรี ให้คุณสำอางค์ กิตติเวช และรูปเดี่ยวที่ปราการฯ นั่ง ปกติ มีคุณเพชร เป็น บี.จี. ให้ คุณสันติยา)

73. "การบวช" นั้น ก็เป็น "อาชีพ" ! และเป็น "สัมมาอาชีวะ" ที่แสนประเสริฐ สุดยอดของมนุษย์ทีเดียว ดังนั้น ผู้ที่จะมาถึงขั้น "ได้บวช" จึงควร เรียนมาก่อน หัดฝึกอบรมดูก่อน จนแน่ใจมั่นใจ ให้ดีที่สุดจริงๆ ว่าเราจะ มาทำอาชีพนี้ได้ อย่างไม่ล่มจม แต่จะเจริญรุ่งเรืองไปได้ และไม่ทรมาน โศก-ปริเทวะ-ทุกข์-โทมนัส-อุปายาส เป็นที่สุดแน่ๆ 10 ส.ค. 20

74. "การบวช" นั้น ก็เป็น "อาชีพ" ! และเป็น "สัมมาอาชีวะ" ที่แสนประเสริฐ สุดยอด ของมนุษย์ทีเดียว เพราะเป็นอาชีพของชาว "ปฎิโสต" ดังนั้น ผู้ที่จะ มาถึงขั้น "เป็นนักบวช" (คือไม่ใช่บวชเป็นงานอดิเรก) จึงควรเรียนมาก่อน ฝึก "อดิเรก" มาก่อน อบรมดู "ลองบวช" ตั้งแต่ยังมีอาชีพเป็นคฤหัสถ์ดูก่อน จนแน่ใจมั่นใจให้ดีที่สุดจริงๆ ว่าเราจะมาทำ "อาชีพนักบวช" นี้ได้อย่าง ไม่ขาดทุน หรือล่มจม กระทั่งที่สุด ต้องเลิก "อาชีพนี้" แถมจะมีบาปมีเวร เป็นหนี้ติดตัวไปอีก แต่จะเจริญรุ่งเรืองไปได้ มีกำไร มีโลกุตตรผล ไม่ทรมาน จนต้องทำบาปเกินบุญ หรืออย่างน้อยก็มี ฐานยึด-ฐานพัก อันจะ พออยู่ใน "เครื่องแบบนักบวช" ได้โดยไม่ทำตนให้เป็นที่เสื่อมศรัทธา และ ต้องอยู่อย่าง "ไม่ด้อยปัญญา" จนไม่รู้ตนว่า เราเองนั่นแหละเป็นผู้ฉุด ศาสนาให้ลงต่ำอยู่ๆ ด้วยกายกรรม-วจีกรรม-มโนกรรรม เพราะทุจริตต่อ พุทธจารีตที่แท้ ๆ ถูกๆจริงๆ ต่อสมณสารูป ต่อวินัย ต่อพุทธศีล ต่อพุทธสมาธิ ต่อโลกุตตรปัญญา จึงจะได้ชื่อว่าเป็นพนักงานของพุทธศาสนาขั้นนักบวช หรือเป็นผู้มี "อาชีพนักบวช" ของพุทธที่ไม่มีบาปภัย 21 ส.ค. 20

75. เราจะไม่ทิ้ง "ความสบาย" ที่เป็นของคนอื่นอย่างถูกธรรม และดีที่สุด แม้เราจะต้องแบ่ง "ความสบาย" ของเราออกไปบ้างก็ต้องพยายามที่สุด 21 ส.ค. 20 76. ผู้จะบรรลุธรรม หรือเพิ่มภูมิสูงขึ้นๆ ให้ได้ในทางธรรมนั้น ต้องมี "พุทธศีล" ที่เคร่งครัด และปฎิบัติให้บริสุทธิ์ ให้ได้จริงๆ สูงๆ ขึ้น เรื่อยๆ เช่นเมื่อศีล 5 เราก็ได้บริสุทธิ์แล้ว ก็สมาทานศีล 8 และเมื่อ ศีล 8 บริสุทธิ์ดีอีก ก็หาจุลศีล 26 มาเลือกเพิ่มให้แก่ตน มัชณิมศีล ก็ เลือกเอามาปฏิบัติได้ มหาศีลก็ได้เช่นกัน ตามที่เหมาะฐานะขึ้นไป เรื่อย ๆ เป็นต้น นั่นคือ คนผู้ได้เป็น "ผู้ประเสริฐ" (พระ) ขึ้นได้โดยธรรมจริงๆ 29 ส.ค. 20

77. รู้จัก "จิต" ของตน ที่มันมีลักษณะได้ปลดปล่อยแล้ว ว่าง เบา เบิกบาน แจ่มใส เพราะได้ปลด ได้วาง อารมณ์ที่เป็นอกุศลให้ได้ และเราจะเป็น อยู่ให้มี "ฐานจิต" เช่นนี้ให้ได้เสมอๆ ดังนั้น เมื่อไม่มีอกุศลจิตอะไร เลย เราก็จะสบาย ผ่องใส มีปัญญาดีเสมอ และถ้ามี "ผัสสะ" ที่ก่อให้ เกิดอกุศลจิตอะไร ไม่ว่ามากหรือนิดน้อย ก็จะต้องให้จางคลาย หรือ ปละปล่อย สลัดออก ให้มาอยู่ใน "ฐานจิต" ที่สบายผ่องใสนั้นให้ได้ทุกครั้ง 29 ส.ค. 20

78. ความอดทน สู้ฝืน และเด็ดเดี่ยวของจิต ประกอบด้วยปัญญาที่ฉลาดหาเชิง เอาชนะต่อกิเลสได้เสมอ ๆ เท่านั้น ที่จะทำให้เราบรรลุธรรม เพิ่มภูมิ สูงขึ้นได้เรื่อยๆ โดยแท้จริง หากอ่อนข้อเหยาะแหยะ แพ้กิเลสอยู่ เรื่อยๆ นั้น คำว่า "บรรลุธรรม" หรือได้เพิ่มภูมิให้แก่ตนนั้น ก็จะได้ โดยยาก หรือไม่ได้เอาเลยตลอดกัปกัลป์ 29 ส.ค. 20

79. ขณะกำลัง "กิน" เราก็มีสติรู้ตัวว่า เรากำลังพยายาม ลด ละ ต่อ กิเลสอยู่ ขณะกำลังเป็นอยู่ ทำงานทำการ พบปะใคร ๆ ได้รับสัมผัสใดๆ อยู่ เราก็มีสติรู้ตัวว่า เรากำลังได้พยายาม ลด ละ ต่อกิเลส ของตนอยู่จริงๆ เสมอ ๆ นั่นแหละคือ การปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง เป็น "สติปัฏฐาน" แท้ จงทำให้สุขุม ให้ละเอียดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เถิด การบรรลุธรรมมีแน่ๆ ในผู้กระทำอยู่อย่างนี้ 12 ก.ย. 20

80. ศรัทธาใดที่เราแน่ใจแล้ว ก็จง "มั่น" ให้มาก ปัญญาใดที่เรายังไม่ได้ เพิ่ม ก็จง "มี" ให้ได้ ความหลุดพ้น-ว่าง-เบา-สบาย-ปลอดโปร่งใดๆ ที่เรามีแล้ว ก็จง "รู้" ให้ชัด และเมื่อขัดข้อง ไม่ว่าง-ไม่เบา-ไม่สบาย- ไม่ปลอดโปร่ง ณ เมื่อใด ก็อย่าเผลอใจ-อย่าห่างใจ จงจัดการ เปลี่ยนจิต ปรับใจให้เร็วพลัน เราก็จะใกล้พระพุทธเจ้าเข้าไปทุกที ๆ 12 ก.ย. 20

81. อาตมาสิ้นสงสัยสนิทแล้ว ในที่ๆ อาตมาอยู่ และในที่ที่อาตมามาเป็น ! มาเถิดคุณ ..... จงมาอยู่ และมาเป็นอย่างอาตมา 12 ก.ย. 20 82. ผู้ "รู้" ก็จริง "เป็นได้" ก็จริงเท่านั้น ที่จะยืนยันได้ในนิพพาน และ เที่ยงแท้ในนิพพาน คุณล่ะ ! ...ปรารถนา "นิพพาน" บ้างหรือเปล่า? 12 ก.ย. 20

83. ผู้รู้แจ้งใน "ความไม่มีทุกข์" เพราะว่าตนในขณะนั้น "จิต" ไม่มี โลภะ- โทสะ-โมหะ ได้แท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิเลส หยาบ-กลาง-ละเอียด ก็ ไม่มีจริงๆ ! และเห็น "จิต" ตนจริงๆ อยู่ทีเดียวว่า "ตนไม่มีทุกข์" และตนก็ไม่ได้หลงเสวย "โลกียสุข" อยู่จริงๆ ด้วย แม้ขณะนั้นๆ เราจะกำลังทำงานทำการ มีสัมผัสยุ่งอยู่ปานใดๆ ก็ตาม ผู้นั้นแหละคือ ผู้กำลังมี "อารมณ์นิพพาน" อยู่ในขณะนั้นๆ เทียว จงรักษาอารมณ์ เช่นนั้น ให้มีให้มั่นคงถาวรเถิด นั่นคือ การปฏิบัติธรรมที่กำลังมีผลสูงสุด เป็นปัจจุบัน จริงๆ แท้ๆ ถ้ามีอารมณ์ โลภะ-โทสะ-โมหะ แซมขึ้นมา แว้บใด ให้รีบรู้ให้ทัน แล้วรีบ "สลัดออก" ให้เร็วทันที ทุกเมื่อให้ได้ หากทำได้ดั่งนี้ตลอดไป ก็เป็นอันหวังได้ซึ่ง "อรหันต์" แน่แท้ 13 ก.ย. 20

84. จงรู้จัก "ชีวิต" ให้ดีที่สุด แล้วจงใช้ชีวิตให้มีประโยชน์สูง-ประหยัดสุด 25 ก.ย. 20

85. จง "รู้ตัว" ให้ได้ เมื่อจิตเราหวั่นไหวด้วย "ปิติ" แรงไป หรือจิตเรา สะเทือนด้วย "ความไม่พอใจ" แม้อ่อนเบาปานใดก็ตาม แล้วรีบใช้ปัญญา โลกุตตระ แก้ไขจิตให้สู่สภาพดีที่สุด ให้ได้ทุกโอกาส นั่นคือกำลังเดินทาง เข้าหานิพพาน 9 ต.ค. 20 ..... ให้คุณสันติยา)

86. "คน" ผู้มีความสุขที่สุด ก็คือผู้ที่รู้ว่า ตัวเองกำลังเป็นผู้ "ให้" หรือ "เสียสละ" แก่ผู้อื่นได้จริงที่สุด 9 ต.ค. 20

87. คนที่สร้างที่ก่อให้แก่ตนเองนั้น คือ คนที่ยังไม่มี "ค่า" เลย คนจะเริ่มมี "ค่า" ก็ต่อเมื่อสร้าง-ก่อ เพื่อผู้อื่น ให้แก่ผู้อื่นได้จริงๆ ยิ่งสร้าง-ก่อ ให้แก่ผู้อื่น ที่ไม่ใช่ญาติ "ค่า" ยิ่งสูงยิ่งแพง หรือ ยิ่งก่อยิ่งสร้างเพื่อ สังคม เพื่อคนอื่นๆ ที่เป็นหมู่ ยิ่งใหญ่ยิ่งมาก ก็ยิ่งเป็นค่าแพง เป็นค่าสูง ยิ่งๆ ขึ้นๆ อย่างแท้จริง 9 ต.ค. 20

88. เรื่องใหญ่เรื่องยากที่สุด ที่ผู้ชนะเกือบรอบโลกทำไม่ได้ ก็คือ "การเป็น ผู้แพ้" ถ้าเขาทำได้ เขาก็จะคือ "ผู้ชนะรอบโลก" อย่างแท้จริง 9 ต.ค. 20

89. คนผู้สุขที่สุด และจะเป็นผู้มี "ค่า" มีความประเสริฐแท้ ก็คือ ผู้ได้ "ให้" ได้ "เสียสละ" เท่านั้น แม้ได้ให้-ได้เสียสละ แค่ "วัตถุ ทรัพย์สิน" ก็สุขจริง แต่อาจจะมี "ค่า"เป็นลบ หรือยังไม่มี "ค่า" ถูกแท้ จริงก็ได้ ต้องพิจารณาวัตถุทรัพย์สินที่จะเสียสละ กับผู้ที่จะได้รับให้ดีๆ เถิด ว่าเหมาะสมหรือไม่ ? ยิ่งกว่านั้น ได้ให้-ได้เสียสละ "แรงกาย" ได้ให้-ได้เสียสละ "แรงสมอง" ก็ยิ่งแสนสุข แต่ก็อาจจะมี "ค่า" เป็นลบ หรือยังไม่มี "ค่า" ถูกแท้ถูกจริงอีกก็ได้ ต้องพิจารณา "แรงกาย แรงสมอง" ของเรา ที่จะเสียสละลงไปนั้นๆ ให้เหมาะสมดีงามยิ่งแท้ ให้ได้อีก และยิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีก ผู้ให้ได้-เสียสละได้ แม้กระทั่งเรางด "โทสะ" หรือลดความชัง เลิก "อารมณ์ไม่พอใจ" ของเราที่มีต่อคนผู้นั้น ต่อสิ่งๆ นั้น ต่อรูป-รส-กลิ่น-เสียง-สัมผัส นั้นๆ ได้แท้ก็นั่นแหละยิ่ง เป็น "วูปสโมสุโข" ความสุขอันประณีตสุขุมสงบยิ่งแท้ ทั้งมี "ค่า" แท้ ประเสริฐแท้ และยิ่งๆ กว่านั้นขึ้นไปๆ อีก ผู้เสียสละได้จนกระทั่ง เรางด "ราคะ" หรือลด "ความรัก" เลิก "อารมณ์ปิติ" ของเรา ที่มี ต่อคนผู้นั้น ต่อสิ่งๆ นั้น ต่อรูป-รส-กลิ่น-เสียง-สัมผัส นั้น ๆ ได้จริง ก็นั่นแหละยิ่งเป็น "วูปสโมสุโข" ความสุขอันประณีตสุขุมสงบ เยี่ยมยิ่ง จริงกว่าขึ้นไปอีก ทั้งมี "ค่า" แท้ ประเสริฐแท้ เยี่ยมขึ้นไปอีก และ สุดท้าย ผู้ให้ได้ ผู้สละได้ แม้ความสงบที่ตนคิด ความเฉยที่ตนเป็นตนมี มากเกินไป ความว่างที่เรายึดว่า เราจะต้องเป็น ต้องมี ก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องเป็นเสียก็ได้จริงๆ และท้ายสุดแห่งท้ายสุดจริง ๆ เป็นผู้ให้ได้-เสียสละได้ แม้ความสุขอันประณีตสุขุมสุดของตนแท้ๆ ไม่ต้องหลงสะสม กระทั่งไม่ต้องหลงว่า นิพพานเป็นของตัวของตน เมื่อเรา "ทำ" นิพพานเป็นแล้ว อย่างแท้จริงสุขุมสุดสนิทเนียน ไม่ต้องห่วงนิพพาน ไม่ต้องสะสมนิพพาน แต่เป็นผู้แจกนิพพานแก่มวลมนุษยชาติ อย่างขยันขัน แข็งและชาญฉลาด ไม่ประมาทอย่างที่สุด ผู้นั่นแหละคือผู้ "ปรมัง สุขัง" คือผู้ถึงแล้วซึ่งสภาพ "ยิ่งกว่าสุข" ทั้งหา "ค่า" บ่มิได้ สุดยอดแห่ง ความประเสริฐ 11 ต.ค. 20

90. เรื่องใหญ่เรื่องยากที่สุดที่ "ผู้เกือบจะบรรลุผลสำเร็จสุดยอด" ทำไม่ได้ ก็คือ เขาไม่รู้ "ผลสำเร็จ" นั้นจริง ! ทั้งๆ ที่เขาทำมันได้แล้ว อย่างไม่ยากเย็นเลยเสียด้วยซ้ำ 9 ต.ค 20

91. จงรู้ผลที่เรา "ได้" แล้วของตนให้จริง แล้วจงหาบทปฏิบัติให้แก่ตนเพิ่ม สูงขึ้นให้ได้ เราจึงจะไม่เซ็ง หรือจะไม่ถดถอยจาก "ธรรม" จะไม่ ตกต่ำจาก "ธรรม" 9 ต.ค. 20

92. ผู้ "รู้" ก็จริง "เป็นได้" ก็จริงเท่านั้น ที่จะยืนยันได้ในนิพพาน และ เที่ยงแท้ในนิพพาน คุณล่ะ! ...รู้จัก "นิพพาน" บ้างหรือยัง ? และ "เป็นได้" บ้างแล้วหรือยัง ? หรือแน่ใจใน "นิพพาน" แล้วอย่างไร ? ปานใด ? 10 ต.ค. 20

93. "ความไม่สบาย" นั้นแหละ ที่ทำให้เรารู้อย่างจริงแท้ว่า เราสบายได้ จริงหรือไม่ 23 ต.ค. 20

94. จงอ่าน "บุญบารมี" ที่เราฝึกเพียรปฏิบัติให้เห็นจริงเสมอ แล้วเพิ่มบุญ ใหม่ บารมีในจุดใหม่อีกให้ได้เสมอๆ ด้วย เราจึงจะเป็นผู้เจริญอย่าง แท้จริง 19 ธ.ค. 20

95. ผู้สบายแล้ว คือผู้ไปก็ได้ มาก็ได้ ไม่ต้องไปก็ได้ ไม่ต้องมาก็ได้ นั่นคือผู้ ได้ชื่อว่า ผู้หยุดสนิท จึงเป็นอยู่ด้วยการเพียร-การพัก ที่มีปัญญา อันไม่ เห็นแก่ตัวแท้ 19 ธ.ค. 20

96. "ความลังเล" คือ ความทุกข์ และเป็นอุปสรรคในการก้าวหน้า ทางธรรม จงทำความมั่นใจ ความแน่ใจ ด้วยปัญญาให้แจ้งชัดเด็ดเดี่ยว ให้ได้ ความสบายจะเกิดทันที แล้วความเจริญในธรรมจะตามมา 19 ธ.ค. 20

97. รู้ "ธรรมะ" ที่จะทำให้กิดแก่ตนเป็นระดับชั้นให้ได้ แล้วทำให้สำเร็จ และต้องรู้ส่วนที่สำเร็จ ก็ให้ "แล้วรู้แล้ว" แล้วก็พากเพียรส่วนต่ออันเป็น คุณเบื้องสูงขึ้นไปเสมอ ๆ 19 ธ.ค. 20

98. คนที่ไม่เก่งที่สุด ก็คือ "คนที่โกหกตัวเองเก่งที่สุด" 1 ม.ค. 21

99. ผู้รู้จัก "พระ" แท้ และเป็นผู้แกะรอยพระจริง นั่นแล คือผู้กำลังเดินสู่ สุคติแล้ว แน่นอน 1 ม.ค. 21

100. คนที่อ่อนแอมากที่สุด ก็คือ "คนที่แพ้ตนเองบ่อยที่สุด" 1 ม.ค. 21

101. ผู้รู้ "วิมุติรส" แท้ๆ จริงๆ เท่านั้น จึงจะทิ้ง "โลกียรส" ได้อย่าง เห็นๆ ผู้ไม่รู้ "วิมุติรส" จริงๆ แท้ๆ จะไม่ยอมทิ้ง "โลกียรส" เลย ก็จะเห็นๆ อยู่โทนโท่ 6 ม.ค. 21

102. รู้สิ่ง,ส่วนที่เราประพฤติบรรลุได้แล้วให้จริง แล้วหาสิ่ง,ส่วนที่เรายังทำ ไม่ได้ มาทำอีกๆ ให้ยิ่งๆ ขึ้นเสมอ จนสุดท้าย เราจะรู้แจ้งได้แท้ว่า เราหมดสิ้นภาระแห่งตน เมื่อนั้นเราก็จะรู้ว่า เราควรจะทำอะไรดีที่สุด 6 ม.ค. 21

103. ผู้มี "ความเป็นอยู่" ไม่ยาก มี "ความเจ็บป่วย" ก็ไม่เดือดร้อน และมี "ความตาย" ก็ไม่กระทบกระเทือนใจอะไร ได้จริงๆ นั้นคือ พระอริยะแท้ 6 ม.ค. 21

104. "ความดี" ที่เป็นธรรมนั้น มันไม่ใช่ "ความได้เปรียบ" หรอก มันคือ "ความเสียเปรียบ" ต่างหาก แต่เขาพูดเสียใหม่ว่า "ความเสียสละ" โดยเจ้าตัวตั้งใจ "เสียเปรียบ" จริงๆ ด้วย ทั้งๆ ที่ผู้นั้นสามารถ "เอาเปรียบ" เขาได้อยู่แท้ๆ 7 ม.ค. 21

105. "ความลังเล" เป็นทุกข์ ! "ความตัดสินใจไม่ได้" ทั้งๆ ที่มีปัญญาเข้าใจ อย่างไม่มีสงสัยแล้วนั้น ยิ่งคือ ความไม่บรรลุ หรือความไม่สำเร็จ ตัวแท้ !! 7 ม.ค. 21

106. "ความหลุดพ้น" จะเกิดไม่ได้เลยกับผู้ อยาก-อยาก-อยาก-อยาก หลุดพ้น แต่ "ความหลุดพ้น" จะเกิดได้เอง เมื่อครบขั้นครบตอนกับผู้ที่ ได้รู้จักกรรมวิธี "สติปัฏฐาน" แท้ๆ และพึงบำเพ็ญอยู่อย่างสังวรเสมอ 9 ม.ค. 21

107. เราจะรู้จัก "ทุกข์" ที่น่าเบื่อ แต่เราจะไม่เบื่อที่จะอยู่กับทุกข์ ด้วย การทำตนให้อยู่เหนือทุกข์นั้นๆ ให้ได้ ถ้าเห็นว่าการนั้นดีแล้ว ควรแล้ว หรือจำเป็น 13 ม.ค. 21

108. ชื่อว่า "พุทธ" แต่ก็ยังไม่ใช่พุทธ ก็เพราะไม่ได้อริยคุณใส่ตน หรือไม่ได้ พบแม้แต่อริยสงฆ์ 13 ม.ค. 21

109. ทำปัญญาให้เข้าใจให้ดี และทำดีนั้นให้ตลอดรอดฝั่ง ให้ตั้งมั่น อย่าเร่งใจ เร่งเวลาเป็นอันขาด เพราะนั่นคือ กิเลส คือ อวิชชา 13 ม.ค. 21

110. การหัดได้ของที่ตนรักที่ตนชอบมา แล้วก็เป็นสุขนั้น ใครมันก็ทำได้ จะ ประเสริฐอะไร ! แต่การให้ของที่ตนรักตนชอบไปแล้ว ก็ไม่ทุกข์นั่นต่างหาก เป็นงานของปราชญ์ และประเสริฐแท้ 12 ม.ค. 21

111. เราไม่รีบร้อน ลุกลี้ลุกลนที่จะดี แต่เราจะไม่อืดอาด เชื่องช้า-เนือย- เซ็ง ที่จะดีเป็นอันขาด ปราชญ์แท้จึงขวนขวายเสมอ 12 ม.ค. 21

112. ผู้เป็นปราชญ์แท้นั้นได้ "สิ่งดีแล้ว" จะไม่ทิ้ง "สิ่งดี" นั้นเป็นอันขาด แต่ จะใช้ "สิ่งดีแล้ว" นั้นเป็นทุน-เป็นฐาน เพื่อเพิ่ม "สิ่งดียิ่ง ๆ ขึ้น" 12 ม.ค. 21

113. จงเงียบให้ได้ แต่จงพูดให้ดัง 13 ม.ค. 21

114. "ความดี" นั้น หาไม่ยากหรอกในตัวเรา แต่ "ความชั่ว" ในตัวเรานั้น ต่างหาก ที่คนหาไม่ได้ง่ายๆ เลย 13 ม.ค. 21

115. โลกจะสุขเย็นสันติได้ เพราะคนเป็นอริยะ เห็นแจ้งได้ชัดว่า ภาระ ส่วนตนนั้น มันน้อยนิดเหลือเกิน ทำให้มันเสียหน่อยเดียวก็เสร็จ แล้วก็จะ มีชีวิตประจำวันอยู่ด้วยการขวนขวาย สร้างสรร เพื่อผู้อื่นอยู่เท่านั้นเป็นนิจ 13 ม.ค. 21

116. เด็กทุกคนก็คงจะต้อง ... ผ่านการ "ล้ม"... แต่ล้มจงลุก... และจงอย่าคลุกคลาน...เป็นอันขาด 13 ม.ค. 21

117. "เวลา" ของคนผู้ประเสริฐ จะไม่มีไว้เพื่อฉลอง หรือชื่นบานกับการที่ เรา "ได้ดี" แต่จะมีไว้เพื่อ "ทำงานที่ดี" นั้นๆ ให้มากที่สุด กับ ตรวจแก้ส่วนที่ยังไม่ดียิ่ง ๆ ให้ได้อีกเสมอ 13 ม.ค. 21

118. ผู้เอาจริงเท่านั้น ที่จะบรรลุความจริง 11 ม.ค. 21

119. เมื่อต้องการเป็นครู จงเป็นครูแก่ "คนโลกีย์ๆ " ให้ได้ 21 ม.ค. 21

120 . เมื่ออ่านงานก็เห็น "หนัก" (ที่เรากำลังมีกำลังเป็นอยู่) เมื่ออ่านใจก็เห็น "เบา" (ที่เรากำลังมีกำลังเป็นอยู่) นั่นคือ เมื่อเราสามารถแล้วสบายแล และเมื่อเก่งแล้วงานใดก็จะไม่ "หนัก" แต่เราจะมีงาน "มาก" เท่านั้นเอง เราจึงเพียงทำงานมากนั้นให้มี "ประสิทธิภาพ"ที่สุด-จบ 20 กุมภาพันธ์ 2524

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน