ชาวอโศกเรามีเศรษฐกิจโลกุตระหนึ่งเดียวในโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชาวอโศกเรามีเศรษฐกิจโลกุตระหนึ่งเดียวในโลก _สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ · ผู้น้อยเข้าใจถูกไหมหนอถ้าเปรียบว่า? รายได้ GDP เศรษฐศาสตร์โลกียะธรรมทำให้ปุถุชนเป็นทุกข์ด้วยพึ่งพาสังคมทุนนิยม โลกภายนอกเป็นหลัก ไม่จีรัง อันผันผวนวิกฤติปรวนแปร ศก.ไม่แน่นอนฯ! รายได้ GNP เศรษฐศาสตร์โลกุตระธรรมให้อาริยะชนพ้นทุกข์ด้วยตนพึ่งตน พึ่งพิงชุมชนนิยมสังคมภายในเป็นแก่นเที่ยงแท้ ศก.คนจนพอเพียงพึ่ง พากันรอดไปด้วยกันได้แน่นอนแม้วิกฤติศก.โลกไม่จีรังฯ สาธุ😷🙏👪🌍👪🙏😷 พ่อครูว่า...คุณสื่อฟ้าศิลป์เข้าใจผิด เข้าใจ GNP ว่าเป็นโลกุตรธรรม ซึ่งไม่ใช่ GNP ก็เป็นความหมาย N คือ National ไม่ใช่ Domestic โดเมสติก GNP คือ Gross National Product เพราะฉะนั้นก็เป็นความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เทวนิยมที่เรียนกันมาจากแบบสากลเขาอยู่นั่นแหละ ไม่ใช่เศรษฐกิจเชิงโลกุตระ เขาก็มีความหมายของเขาไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้น จึงยังไม่มีใครรู้หรอก ความคิดทางเทวนิยม ความคิดทางตะวันตก ความคิดทางศาสนาที่เป็นเทวนิยม ศาสนาพระเจ้า ไม่มีความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจแบบโลกุตระ เศรษฐกิจโลกุตระเป็นอจินไตย เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้ง่ายๆคิดเอาไม่ได้ง่ายๆ ชาวอโศกเรามีเศรษฐกิจโลกุตระหนึ่งเดียวในโลก ถ้าพูดถึงว่าเศรษฐกิจ แล้วก็ที่อาตมาเอามาอธิบายแล้วก็ยังไม่ละเอียดพอ วันนี้ก็เขียนเติม วันก่อนก็อธิบายไปทีนึงแล้วจากที่ได้ร่างมา แล้วอธิบายไปจนกระทั่งหมดเวลาก็เอามาดูทวนแล้วขยายไปอีกเยอะ
เศรษฐกิจเราก็จะได้นั้นมีที่จบ มีการจบกิจ ไม่ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจกันอีก โลกในโลกไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเมืองพุทธเมืองไทย เขาก็จะไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจกัน เพื่อที่จะให้มันจบ เพื่อที่จะให้มันไม่มีปัญหา จึงใช้คำว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ให้มีปัญหา ซึ่งเขาแก้ไม่ได้ ตร
อ่านต่อ
าบใดที่เขาทำให้คนไม่มีปัญญา เป็นคนที่มีจิตมีวรรณะ 9 เป็นคนเลี้ยงง่าย คือบริหารนี่แหละ เลี้ยงดูนี่คือบริหาร สุภระ เลี้ยงดูง่าย เป็นพลเมืองไทยก็เลี้ยงดูง่าย บริหารง่าย สุภระ สุโปสะ แล้วเป็นคนเจริญด้วย พัฒนาไม่มีปัญหา เพราะมีปัญญา เป็นคนในสังคมที่มีปัญญา ไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย ไม่ก่อเรื่องที่จะให้ผู้บริหารเดือดร้อน และพัฒนาให้เป็นคนเจริญ เป็นอาริยชนหรืออริยชนได้จริงๆ ง่ายด้วย เลี้ยงง่าย ท่านใช้ศัพท์ว่า บำรุงง่าย ปรับให้เจริญได้ง่ายๆ เพราะ เป็นคนที่มักน้อย อาตมาขยายความว่า เป็นคนกล้าจน อัปปิจฉะ เป็นคนมีน้อยๆไม่ต้องไปมีมาก เป็นคนจนๆไม่ต้องร่ำรวย จนถึง 0 อาตมาขยายไปถึงขั้นจน จนถึง 0 เพราะเราได้พิสูจน์แล้วถึงขั้น สาราณียธรรม 6 ลาภที่ได้มาโดยธรรม ไม่ต้องมี เอาเข้ากองกลางหมด ก็เป็นคนที่สูญได้ เสียภาษี 100% อธิบายไปหมดแล้วซึ่งเป็นสังคมที่สุดยอด เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจของชาวอโศกแก้ปัญหาจบแล้ว จบกิจ ใช้ศัพท์ของพระพุทธเจ้า เป็นอรหัตผล เป็นผลสูงสุด อรหันต์ เป็นผลสูงสุดไม่ลึกลับในเรื่องเศรษฐกิจ อรหะ แปลว่า ไม่ลึกลับ อันตะ แปลว่า ที่สุด เราแก้ปัญหาเศรษฐกิจจบไม่ลึกลับ ไม่สงสัย ไม่ลำบาก จบ ถึงอันตะ ถึงปลาย นะ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดในโลก ยังไม่มีในตำรา ยังไม่มีในความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ของโลก มีของพระพุทธเจ้าเท่านั้น และมันได้เสื่อมไป โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าได้เสื่อมไป จึงไม่เกิด ของยุคพระพุทธเจ้าท่านก็ทำไม่ได้กว้าง ได้เฉพาะในหมู่ภิกษุ ในสงฆ์เท่านั้นเอง ไปถึงฆราวาสไม่ได้เพราะมีข้อจำกัด ก็พูดไปหมดแล้ว เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคทาส มีนายทาส มีลูกทาส มนุษย์ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน ไม่รู้จักสิทธิความเป็นคนของตนเลย มันมีลัทธิกดขี่ มีนายมีบ่าว มีนายมีทาสอะไรกันอยู่ มันก็ทำไม่ได้ แต่ยุคนี้ไม่มีแล้ว ยุคทาสก็ไม่ใช่ ไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราช สิทธิมนุษยชน จนกระทั่งเป็นสิทธิเลยเถิดออกมาเกินกฎหมาย เขาฟ้องร้องติดคุกกันไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นมันจึงยาก ที่จะเข้าใจได้ว่า ผู้บรรลุเศรษฐกิจ ตามหลักเศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้าแล้วนั้น เป็นอย่างไร เราก็เสนอให้ศึกษา เอหิปัสสิโก เชิญมาดูได้ที่ชาวอโศก 660315 การเมืองและเศรษฐกิจแบบโลกุตระ พรรคสัมมาธิปไตย พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก