ผู้ที่มีจิตอยากจนแบบชาวอโศกเป็นคนเข้ากระแสโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ผู้ที่มีจิตอยากจนแบบชาวอโศกเป็นคนเข้ากระแสโลกุตระ _ดนุธรรม วิรุฬห์ศิริกุล : "ผมหลุดจาก" เทวนิยม".. (ธรรมกายได้)...เพราะ..(กาลามสูตร).. ของพระพุทธเจ้า.ครับ..ที่ไม่ให้เชื่ออะไรโดยไร้เหตุผลหรือหาความจริงไม่ได้.หลงงมงายตามๆกันไป....ผมมาฟัง"พ่อท่าน"..ครั้งแรก" FMtv" ปี 2553..ก็ฟังดูแปลกๆ เพราะ" พ่อท่าน" สอนไม่เหมือนพระรูปอื่นๆ ที่ผมฟังมา.. พ่อครูว่า...ขออภัยไม่เหมือนทั้งประเทศไม่มีใครเหมือนแน่นอน เพราะอาตมาเทศน์นั้น มันเป็นโลกุตตรธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เป็นธรรมะของโลกียะสามัญธรรมดา เหมือนกับศาสนาไหนๆ แต่อันนี้มีชื่อว่าพุทธแต่เขาก็วนเวียนอยู่กับ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มันไม่เป็นธรรมะที่จะมาเรียนรู้ลึกซึ้งเข้าไปเหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนที่ตรัสรู้แล้วนำมาสอนมาเปิดเผยมาประกาศ ก็ยังไม่ถือว่าเป็นพุทธที่เต็มๆ หรือเป็นพุทธที่เข้าเขตพุทธ เป็นอารยธรรมของพุทธ ซึ่งมันก็เป็นแบบโลกีย์ธรรมดาก็เจริญลาภยศเหมือนอย่างเถรสมาคมเขา ไม่เป็นโลกุตระ มันก็เป็น ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เป็นสังคมศาสนาพุทธกระแสหลักหมู่ใหญ่เขา คุณก็ได้ฟังอย่างนั้นมาทั้งนั้น เพราะมันไม่มี พออาตมามาเทศน์ขึ้นคุณก็บอกว่าไม่เหมือนพระรูปอื่น มันก็ต้องถูกต้องแล้วจะเหมือนได้อย่างไร เพราะมันคนละชนิด อันหนึ่งไปนิพพาน อันหนึ่งมันไปพาล มันไม่ได้ไปนิพพาน พาล แปลว่า โง่ แปลว่ายังไม่ฉลาด
_หลังจากนั้นก็ฟังธรรมะของ"พ่อท่าน"..มาตลอดจนถึงทุกวันนี้.. ยิ่งฟังยิ่งอยากจน.. พ่อครูว่า...ถ้าจริงตามที่คุณพูดมาก็หมายถึงคุณชัดเจนแล้ว จิตเข้ากระแสแล้ว เป็นอริยบุคคลแล้ว ยิ่งอยากจน จริงๆแล้วนี่ศาสนาของเทวนิยมหรือศาสนาของเดียรถีย์ เขาก็พากันไปจนเหมือนกัน จนนะ แม้แต่คริสตศาสนาเขาก็เห็นว่าไปจนนั้นถูกต้อง ศาสนาเชนอย่างนี้จนหมดเนื้อหมดตัวเล
อ่านต่อ
ย แก้ผ้าเดินโทงๆ ไม่ใส่อะไรไม่เอาอะไร อย่างนี้เป็นต้น ศาสนาเยอะที่เขาเข้าใจในเรื่องอยากจน แต่อยากจนของพระพุทธเจ้านั้น อยากจน อยากอยู่กับสังคม อยากจนแล้วเป็นคนจนที่มีประโยชน์ต่อสังคมเป็นคนจนมหัศจรรย์อย่างที่ชาวอโศกเราเป็น ไม่ใช่เป็นคนงอมืองอเท้า สิ้นไร้ไม้ตอก นั่งมกซก หนักเข้า เป็นอาการซึมเศร้าอะไร ไม่ใช่ แต่เป็นคนยิ่งเบิกบานร่าเริงกระปรี้กระเปร่า ยิ่งรู้จักการงานทำการงานให้แก่สังคม แต่เป็นคนไม่สะสม เป็นคนไม่อยากได้เป็นคนที่ยิ่งมาถึงระดับเศรษฐกิจขั้นสาธารณภัยอย่างพวกเราเป็น ยิ่งสบายสร้างสรรค์แล้วก็พออยู่พอกิน แล้วก็ไม่ได้ตะกละตะกลามเพราะว่ากิเลสเราลด เราก็กินเพื่ออยู่ทำงานชัดเจนไปสบายชีวิต อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ อยู่อย่างนี้อย่างจริงจังเลย ยิ่งฟังยิ่งอยากจนมันจะเป็นอย่างนั้น _ไม่อยากมีอะไรเพราะมันคือความทุกข์ และหลอกลวงใจของเราทุกเรื่องยิ่งมีทรัพย์มีเงินมากยิ่งทุกข์ (พ่อครูว่า...ขยายความอย่างนี้แสดงว่าคุณเข้ากระแส) เพราะจะหาความสงบไม่ได้ คนโน้นไปคนนี้มา เมื่อไม่ให้ก็มีปัญหาผิดใจกัน วุ่นวายไม่จบสิ้น..บางครั้งถึงตัดพี่ตัดเพื่อนตัดน้อง...หาความจริงใจไม่มี...(มีแต่โลกียธรรม).. ทั้งนั้นครับ..แต่ผมได้มาพบ (โลกุตรธรรม).. จากธรรมะของ"พ่อท่าน"....กราบ"พ่อท่าน"...ด้วยความเคารพที่สูงอย่างยิ่งครับ.... พ่อครูว่า...อาตมาฟังเท่าที่คุณพูด แสดงว่าคุณเลื่อนฐานะของจิตเป็นอาริยบุคคลขึ้นไปแล้ว ก็พัฒนาไปเถอะ นี่เป็นของจริงนะ เป็นคนที่ธรรมะพระพุทธเจ้ามันมีอริยบุคคลสมณะ 4 เหล่า มี โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ แต่ข้อมูลมานี้อาตมาก็รู้ไม่ได้ว่า คุณจะเป็น สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ แต่กำหนดได้ว่าเป็นโสดาบันแล้ว 660317 GDPแบบพุทธที่ต่างจากนักเศรษฐศาสตร์เทฺวนิยม พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก