630822 มีสติ ไม่กลัว แบบมีปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
630822 มีสติ ไม่กลัว แบบมีปัญญา
พ่อครู : อ้อ จะต่ออายุอยากได้ความเข้าใจเรื่อง 8 อ.เพิ่มเติมขึ้น จริงๆ 8 อ.มันครบทั้งรูปทั้งนามนะ ตั้งแต่ 1.อิทธิบาท นี่ก็เรื่องของนามธรรมแล้ว 2.อารมณ์ นี่ก็นาม ธรรม แล้ว นี่ถ้าเราสามารถ ถ้าไม่มีอิทธิบาทอะไรต่ออะไรก็ไม่ไปไหนมาไหนหรอก ไม่เจริญ อิทธิบาทนี่เป็นตัวสำคัญในคน อ.อาชีพ อาชีพบางอาชีพ อายุไม่ยาว เพราะงั้นนต้องดูเราทำอาชีพ ทำงานเลี้ยงชีพอะไร อาชีพบางอาชีพอายุไม่ยาว อาชีพค้ายาค้าผงอายุไม่ยาว หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะงั้นในอารมณ์ ก็ยิ่งใหญ่เลย เรียนศาสนาพุทธเต็มที่เลย คนที่มีอารมณ์ อาตมาว่าเอาตัวเองเป็นหลัก คือไม่รู้อาตมาไม่เคยเศร้าเคยหมองอะไร มันอโศกจริงๆ มันมีมาแต่ไหนแต่ไรไม่เคยเศร้า ร่าเริงเบิกบานรื่นเริง เศร้าหมองมันรู้สึกว่า ทำไม่เป็น มันทำเศร้าหมองทำไม่เป็น ไม่เห็นเคยเศร้าหมอง เหตุการณ์จะเครียด หน้าสิ่วหน้าขวาน อยู่ขนาดไหนอยู่บนเวที เราก็ไม่เคยเศร้าหมองอะไร อยู่บนเวทีล้อมรอบไปด้วยทั้งตำรวจ ทั้งปืน นั้น เราก็รู้สึกเฉยๆ มุ่งไปในงานที่กำลังจะจัดการ อะไรควรจะทำยังงั้น มุ่งไปในสิ่งที่เรากำลังมีหน้าที่ ในตอนนั้นว่า ควรจะทำอะไรของเราให้ที่ดี สู่แดนธรรม : ผมอยากทราบว่า ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน พ่อท่านใช้สติอย่างเดียว ใช้สติสามัญหรือใช้สติพิเศษ หรือเปล่า หรือว่าใช้ธรรมดานี่แหละ พ่อครู : คำว่าสติ แปลว่าความตื่นรู้ เต็มตัว สตินี้คือตัวร้อย มาจากรากศัพท์ สตะ คือความตื่น ชาคริ ชาคาระ ชาครียานี่ มันแปลว่า ความตื่น ที่จะต้องฝึก ให้มีสติ ให้เต็มอยู่เสมอ ในขณะที่มีความรู้สึกทั่วพร้อม ทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจ เปิดหมดเนี่ย ก็ต้องตื่นให้เต็ม ในขณะที่คุณมีการกระทำ กายกรรมคุณก็จะต้องมีสติรู้ในการ กระทำ จะขยิบตา จะแกว่งแขนไกวขา จะก้าวจะเดินจะเอ
อ่านต่อ
ี่ยว จะมีกายวินยัติอย่างไร มีสติ รู้ทัน มีความรู้ว่า ขณะนี้ควรจะควบคุมอะไร หลายอย่างที่คุณไม่ต้องควบคุม มันเป็นอัตโนมัติ เพราะงั้นไม่ต้องควบคุมมัน ใช้ได้ดีแล้ว แล้วเอาสตินี้ไปใช้อันอื่น สู่แดนธรรม : ก็คอยดูแต่ สิ่งที่มันจะเฟ้อ จะผิดพลาดเข้ามาปรุงแต่งด้วย พ่อครู : มันจะมีความเร็ว มันจะมีมุทุทาสนี่เร็ว ไว กำกับ แล้วจัดแจง เท่าที่เรามีความสามารถในตัวเอง และมีความรู้ว่า กิริยาหรือ อาการหรือ อะไร มันควร แล้วจัดแจง ทำทันทีเลย ควบคุมสังขารกาย ควบคุมสังขารวาจา สู่แดนธรรม : ใครก็ตาม หรือพ่อท่านก็ตาม ถ้าอยู่ในลักษณะคุมสติได้ อาการสะทกสะท้านมันไม่มีเลย พ่อครู : ใช่ มันไม่มีสะทกสะท้าน มันเกี่ยวข้องกัน มันไปด้วยกัน สติเต็มจะไม่สะทกสะท้าน ต้องมีพลังของปัญญา พลังของศรัทธาก็ไม่สะทกสะท้านแบบศรัทธา ดื้อๆเข้าว่าเลย ไม่กลัว ดื้อเลย ปัญญาก็ไม่กลัว แต่ปัญญาไม่กลัวก็อีกอย่างนึง งั้นพวกที่มีสติทางกาย สติทางวาจา ก็มาจากสติทางใจที่เต็มเป็นพลังประธานเป็นพลังของจิตเป็นประธาน มาทำให้วาจา มาทำให้ทั้งกายเนี้ย มันมีความตื่น มันมีความรู้เต็มด้วย เพราะถ้ารู้อะไรเต็มๆเต็มๆ มันก็ไม่มีอะไรบกพร่อง มันก็ทำอะไรได้ครบ มันก็ทำอะไรได้สมบูรณ์ดี มันไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะงั้นการจัดการอารมณ์ มีสติเนี่ยมาก่อน สติดีอธิปไตย ในมูลสูตร ท่านตรัสไว้ชัด มีปัญญาเป็นอุตตระ เมื่อมีอธิปไตยเป็น Static ปัญญา เป็น Dynamic ก็ทำงานร่วมกันไป มันจะเป็นคู่ทำงานร่วมกันไป สติกับปัญญา สู่แดนธรรม : ในวันที่เขามาปราบ ผมเดาใจพ่อท่านนะครับว่า พ่อท่านพยายาม สอดส่องดูว่าอะไร มันจะเกินมันจะผิดพลาด พวกเราแน่ใจอยู่แล้วว่าพวกเราไม่มีอะไร ที่จะไปผิดพลาด ล่วงเกิน พ่อครู : ไม่ๆๆ คุณเดาใจอาตมาผิด อาตมาไม่ได้ระวังสิ่งเหล่านั้นเลย ไม่ระวังว่าจะมีใครมาทำร้าย จะมีใครมาทำอะไรต่ออะไร เป็นแต่เพียงมองว่าเราควรจะทำอะไรต่อไป เพราะงั้นในขณะนั้น มันมีอะไรองค์ประกอบของมันเกิดอยู่ในขณะนั้น แล้วก็มีพฤติกรรมของมัน มีตำรวจ มีชาวพวกเรา มีข้างนอกข้างใน มีอะไรเท่าที่เรามองเห็น เท่าที่เราเห็นแล้วว่า ควรจะจัดสรรให้มันดีอย่างไรมากที่สุด เพราะในขณะนั้น ตำรวจเขาก็เคลื่อน หลายคนก็ดึงอาตมาให้ออกมา อาตมาบอกว่าไม่ได้ ออกไปทำไม ออกไปได้ยังไง มันกำลังเข้าหน้าสิวหน้าขวานอย่างนี้ ที่นี้ก็เกิดเหตุการณ์ ให้เอาเปไปช่วยตำรวจ อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็เอาเหตุการณ์ปัจจุบัน อะไรที่บกพร่อง ที่เราควรจะจัดการ ช่วยกันให้มันดีที่สุด ใครก็ตาม ที่มันจะต้องดูแล ช่วยเหลือ สู่แดนธรรม : ไม่ได้มองว่าเขาคือฝ่ายตรงข้าม พ่อครู : ไม่ๆๆ ไม่มีเลย จิตใจไม่มีฝ่ายตรงคงตรงข้ามอะไรเลย ไม่มีจริงๆ ก็รู้สึกแต่ว่า เป็นเหตุการณ์ที่ แต่ละคนแต่ละคนก็ต้องทำไปตามหน้าที่ขึ้นมา เราก็ต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลว่า ทำหน้าที่ควบคุมดูแลไม่มีใครมาสั่ง ไม่มีใครมาให้งานเราหรอก แต่เป็นงานที่เราจะต้องทำ ก็จัดการให้ดีที่สุด ให้มันเกิดเหตุการณ์นั้น ลงไปดีที่สุด
ถอดข้อความโดย อุทัย