630718 คาราวตาศาสตร์ของนายกฯประยุทธ์และชาวอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
630718 คาราวตาศาสตร์ของนายกฯประยุทธ์และชาวอโศก
พ่อครู : นายกนี่ท่านเป็นคนแฟรงค์ๆ แฟร์ๆดีนะ เมื่อวานนักข่าวงัดโพย เต้า หลายวันเรียงรายชื่อ คนนี้จะมาเป็นรัฐมนตรีไหม คนนู้นล่ะจะมาไหม โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ท่านทำการบ้านให้นักข่าวหมด ส่วนใหญ่ปฏิเสธครอบครัวไม่อนุญาต เข้ากลัวว่าจะต้องมาเสียผู้เสียคนเพราะการเมือง นายกพูดอยู่ตอนหนึ่งฟังแล้วจบคัมภีร์เลย ฟังนะ ในเมื่อนายกเป็นฝ่ายเศรษฐกิจแล้ว นายกก็ต้องดูแลทุกกระทรวงอะไรที่มีรายได้ นายกสั่งการได้หมด เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องมาหารือกัน ต้องเข้าใจว่าเมื่อก่อนนี้ มันต่างกันที่เศรษฐกิจมีนายสมคิด เป็นผู้คุม ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากการจัดตั้ง ในกรณีพิเศษ ท่านก็สามารถจัดการประชุม และสั่งการได้ทุกกระทรวง แต่วันนี้กระทรวงเศรษฐกิจหลายกระทรวงไปอยู่ในสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาล แต่ผมเป็นผู้ควบคุมทั้งหมด ดังนั้นนายกเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไม่ใช่ว่าผมเก่งเศรษฐศาสตร์ หรือเก่งด้านอะไร แต่ผมต้องการทุกอย่างมาพิจารณา วิเคราะห์ ศึกษา และปรึกษากับที่ปรึกษา ที่มีหลายภาคส่วนด้วยกัน วันนี้ทั้งหมดต้องเข้ากับ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จำเป็นต้องเอาคนที่มีความรู้มาเสริมด้วย จะได้เหมาะกับห้วงเวลานี้ คะแนนเต็ม 10 เอาไป 99 หักค่าสวมหน้ากากพูดฟังไม่ชัด 0.1 4 ปีนายกคสช.มีตัวเองกับคนรอบข้าง 2-3 คนเป็นที่ปรึกษา ท่านเป็นทหาร ไม่ใช่นักการเมือง 1-2 ปีนายกเลือกตั้ง มีประชาชน มีผู้รู้ มีปฏิบัติการ แต่ละสาขาทั่วประเทศ เป็นที่ปรึกษา ท่านเป็นนักการเมือง ไม่ใช่ทหาร การที่ท่านพนมมือ 10 ทิศ เข้าหาทั้งมิตรและศัตรู เปิดใจรับฟังปัญหาและความคิดเห็น 100เศรษฐศาสตร์ ยังสู้หนึ่ง คาราวตาศาสตร์ ที่ท่านนายกเจนจบแล้วตอนนี้ ไม่ได้” ไม่งั้นจะไม่สามารถพูดอย่างนี้ได้เลย ที่พูดได้เพราะ อัตตาตัวตนความเ
อ่านต่อ
ป็นพลเอกประยุทธ์ ไม่มีแล้ว นี่ เป็นผู้ทำนายมาจากพระพุทธเจ้าเลยนะ บอกว่าหมดอัตตาแล้ว มีแต่นายกของประชาชน ผู้มีประชาชนอยู่ในหัวใจ ป้าอ้อย : มีนิดนึงเรื่องของท่านนายก ที่ว่าจะเข้าไปอยู่กระทรวงพลังงาน ก็รู้สึกว่าจะมีนัยอะไรที่จะมาพัฒนาขึ้น พ่อครู : ไม่ต้องห่วงท่านหรอก เพราะท่านไว ถ้าท่านไม่ไหวนะ เสือสิงห์กระทิงแรด เอาท่านตายหมดแล้ว นี่ท่านไว ไวกว่าเสือสิงห์กระทิงแรด พอรอดตัว รักษาตัวรอดมาถึงป่านนี้ สู่แดนธรรม : ไวกว่าเสือสิงห์กระทิงแรดก็คือพังพอน สมณะแสนดิน : คุณเปลวยังชมว่ามีคารวตาศาสตร์ พ่อครู : นั่นแหละคือยอดเคล็ดวิชา ของเราเนี่ยมีอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ คือมันไปด้วยสำนักเดียวกัน มันก็เลยมีเคล็ดวิชาเดียวกัน ไปด้วยกันอยู่ เหมือนๆกัน สิ่งเหล่านี้มันเป็นอย่างเดียวกัน มันจะพิสูจน์ คือคนยังจับแพะชนแกะ เขายังจับไม่ติด เขายังเป๊ะเป๊ะปะปะอะไรกันอยู่ สักวันหนึ่งเขาจะเห็นว่า พวกนี้มารวมตัวกันอยู่ได้ยังไง น้ำมันไหลมาหาน้ำ น้ำมันมันรไหลมาหาน้ำมัน ได้ยังไงนะเนี่ย อีกหน่อยเขาจะรู้ อีกหน่อยเขาจะเห็น ตอนนี้เขายังไม่เห็นหรอก เพราะว่าเราจะไปบังคับ ให้คนตาบอดเห็นฟ้า นี่มันยาก สู่แดนธรรม : คำคม คุณนิ่ม : คนตาบอดจะเกิดความรู้สึกว่า ฟ้ามันเป็นยังไงน้า สู่แดนธรรม : อย่าว่าแต่ฟ้าเลย อะไรอะไรเขาก็ไม่เห็นทั้งนั้น พ่อครู : จะให้คนตาบอด รู้จักฟ้าเห็นฟ้า มันช่างโปร่งใส อะไรอย่างนี้ ไม่ได้ คนตาบอดมาแต่กำเนิด ไม่มีทาง นอกจากคนตาบอด มีอายุเคยเห็นฟ้าแล้ว แล้วเขาก็อาจจะจินตนาการได้ แต่คนตาบอดมาแต่กำเนิดเนี่ย ไปทำยังไงเขาก็ไม่เห็นฟ้า ไม่รู้จักฟ้า ได้แต่เดา อจินไตยอย่างเดียว เขาไม่รู้จริงหรอก ไม่รู้จักฟ้าจริงได้ มันจึงบังคับกันยาก
ถอดข้อความโดย อุทัย