โลกุตรธรรมของไทยจะก้าวหน้าต้องรู้และจัดการภาวะ 2 เป็น.docx
เนื้อหาในไฟล์
โลกุตรธรรมของไทยจะก้าวหน้าต้องรู้และจัดการภาวะ 2 เป็น _สตาร์แอร์ ทุ่งคอก : พ่อท่านบรรยายเหมือนพ่อท่านอยู่ในเหตุการณ์สมัยพุทธกาลเลยครับ🙏 พ่อครูว่า...คุณเคยอยู่สมัยพุทธกาลหรือ หรืออาจจะเอาความรู้รอบตัวจากตำราที่เคยเรียนรู้มาว่า ในยุคพระพุทธเจ้าเป็นบรรยากาศอย่างนั้น ซึ่งอาตมาพูดเหมือน ขอยืนยันว่าเหมือนสมัยพุทธกาล เหมือนสมัยพุทธกาลก็คือมี 2 อย่าง ยุคนี้ก็มี 2 อย่าง อย่างหนึ่งคืออย่างขาว อย่างหนึ่งคืออย่างดำ อย่างหนึ่งคืออย่างถูก อย่างหนึ่งคืออย่างผิด แล้วมันต้องมี 2 เพราะฉะนั้นที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ธรรมดา ของจิตนิยาม ธาตุรู้ เมื่อกี้นี้พูดค้าง พีชะ มันมีธาตุรู้ในตัวมันเองเท่านั้น เพราะฉะนั้นมันจะไม่รู้จัก 2 ครบ มันจะรู้เน้นไปหา 1 ของมันเอง พีชะ จนเป็นจิตนิยาม ถึงจะมารู้ 3 เส้า เลย 2 มา จะรู้ว่าตัวมันกับอีกสิ่งนึง สัญญากับสังขาร การกำหนดรู้เอามาปรุงแต่งตัวเอง พอมามี 3 เวทนา สัญญา สังขาร ก็จะรู้เพิ่มขึ้นมา รู้จักการปรุงแต่ง รู้มาจากเวทนา ผู้มีเวทนา ก็จะมีการปรุงแต่ง ตัวนี้ออกมาเป็น 4 เป็นวิญญาณเป็นธาตุรู้ โดยรวมครบแล้วก็เป็นขันธ์ 5 คือจะต้องมีสิ่งรองรับอีกอันหนึ่งคือ รูป รูป มีทั้งที่เป็นวัตถุ มีทั้งที่เป็นนามธรรม ที่เรียกว่ารูปด้วย ในรูปก็จะละเอียดลงไปหาอรูปอีกทีนึง เพราะฉะนั้น การรู้สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนพวกนี้เป็นเรื่องยากมากเลยในสัจธรรม ในเทวนิยมเรียนรู้โลกียะ จะรู้ฝ่ายเดียว รู้ฝั่งเดียว จะไม่รู้สภาพ 2 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะรู้ได้แต่ฝั่งของโลกียะฝั่งเดียว ฝั่งที่รู้โลกุตระอีก กลายเป็น 2 กลายเป็น 3 กลายเป็น 4 กลายเป็น 5 6 7 8 9 จนกระทั่งหาประมาณมิได้ เขาจะไม่มีการก้าวหน้าออกมาถึงตรงนี้ ประเทศไทย เป็นประเทศที่เกิดโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า พูดให้ชัด เกิดได้ในยุคนี้แม้ว
อ่านต่อ
่าพระพุทธเจ้าไม่ได้อุบัติในยุคนี้พ.ศ.นี้ ก็มีโพธิรักษ์นี่แหละอุบัติขึ้นมาในยุคนี้ แล้วมาประกาศตนว่าไม่มีอาจารย์ ไม่มีครู ไม่มีสำนักเรียน รู้มาจากชาติก่อนๆมาถึงชาตินี้ แล้วก็ยืนยัน แสดงความจริงนั้นอยู่ ทั้งพูด ทั้งพาทำ ทั้งเกิดผล เกิดผลทั้งทางวัตถุ เกิดผลทั้งทางมนุษย์จิตวิญญาณ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงมนุษย์มาเป็นอย่างที่เป็นนี้ ตรวจสอบได้จากพระไตรปิฎก เช่นให้คนมามีวรรณะ 9 มีพุทธพจน์ 7 เจริญด้วยลักษณะ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ สาราณียะ คือ ระลึกถึงกัน ระลึกถึงกันไม่ใช่เพราะว่าระลึกถึงเพื่อจะได้ลาภจากเขาจะได้ยศจากเขา จะได้สรรเสริญจากเขา จะได้สุขจากเขา ไม่ใช่ แต่ระลึกถึงเพราะว่า เขามีอะไรที่ตกทุกข์ได้ยาก เพราะฉะนั้นผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะระลึกถึงผู้อื่นได้ ก็ต้องเป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองได้แล้ว มีอะไรจะเผื่อแผ่หรือจะช่วยผู้อื่นได้แล้วก็ระลึกถึงเขา ระลึกถึงคนนั้นคนนี้แล้วก็ไปช่วย ช่วยด้วยความรัก หรือบางทีไปช่วยก็ต้องช่วยด้วยความเคารพด้วย คุรุกรณะ ช่วยด้วยความเคารพก็คือ บางทีผู้ที่เราไปช่วยนี้เขาอยู่ในสมมุติสูงกว่าเรา อยู่ในวัยวุฒิสูงกว่าเรา อยู่ในฐานะอะไรก็แล้วแต่ มียศศักดิ์ฐานะสูงกว่าเรา หรือ ควรอ่อนน้อมถ่อมตน ไปช่วยเขาอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่ไปช่วยเขาอย่างผยอง อย่างอวดเบ่ง อย่างอำนาจบาตรใหญ่ ..ไม่ใช่ แต่ไปช่วยเขาอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน อย่างสุภาพเรียบร้อย ช่วยเขา คุณสมบัติ ช่วย ก็คือสังคหะ การช่วยเหลือเกื้อกูล เขาขาดเหลืออะไร เขาบกพร่องอะไร เขาควรจะเจริญอะไร ก็ให้เขา สังคหะ บางทีจะให้เขา เขาก็ไม่ชอบใจ บางที จะต้องให้ถึงขั้นยัดเยียด ต้องแดกดัน ต้องอัดลงไป อย่างทุกวันนี้อาตมายังต้องใช้วิธีพวกนี้ถึงรู้ดี อัดก็ไม่ค่อยจะเอา อัดก็ไม่ค่อยจะเข้า ต้องยัดต้องเยียดก็ไม่ค่อยจะได้ แต่มี มีผู้ที่เต็มใจยินดีมารับก็มี แต่ยังมีอีกเยอะที่ควรจะได้ เขาเป็นผู้ที่ควรจะได้ เขาเป็นหัวหน้าเผ่า หัวหน้าหลัก หัวหน้าหมู่ฝูง มีลูกน้องมีบริวาร ถ้าผู้นั้นได้แล้วก็จะมีบริวารผู้นับถือเขาได้ด้วย มันเป็นความฉลาดชนิดนึง ได้หัวหน้าแล้วจะได้ลูกน้องเขาด้วย ทำได้ก่อนก็ต้องทำ ซึ่งขณะนี้อาตมาพยายามจะนำเอาหัวหน้าหมู่หัวหน้าเหล่าใหญ่ๆ เหมือนกับพระพุทธเจ้าท่านก็เริ่มกับหัวหน้าหมู่หัวหน้าเหล่า ก็ได้มาเรื่อยๆ ก็มาช่วยกันขยาย สรุปแล้วเมืองไทยเป็นเมืองโลกุตรธรรม อันนี้พูดแล้ว ที่จริงประเทศในโลกนี้ความรู้เรื่องสารสนเทศ เรื่องคมนาคม มันรู้กันทั่วโลก ไม่ได้ปิดบังกันเลย ประเทศไหนเป็นอย่างไรสังคมแต่ละประเทศเป็นอย่างไร ผู้มีความรู้ก็จะสามารถรู้ได้ว่า ประเทศนี้มีคุณธรรม ประเทศนี้มีความรู้ ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ความรู้สังคมศาสตร์ แม้แต่ความรู้ในเกษตรศาสตร์ ความรู้ในวิศวกรรมศาสตร์ อะไรก็แล้วแต่ เราก็จะพอเข้าใจได้ รู้ได้กันทั่วไปทั้งหมดในโลกขณะนี้ มันไม่มีอะไรกั้น Globalization ทุกอย่างมันเปิด สื่อถึงกันได้ ละเอียดหมดเลย แล้วก็บันทึกด้วย ตรวจสอบ ตรวจดู มีผู้รวบรวม เขาก็หากิน ทางโลกเขาขยันหากิน เขาก็ได้ อย่าง องค์กรใหญ่ๆ Google ของจีน Huawei เป็นต้น แม้แต่มีเดีย ทรู อะไรก็แล้วแต่ก็พยายามรวบรวมความรู้เพื่อให้คนมาค้นหา แล้วก็จะมีโฆษณามาแฝง ผ่านตามันก็เอา ผ่านสินค้าเราบ้าง อะไรพวกนี้ มันเป็นเรื่องของมนุษยชาติ สรุปอีกทีนึง ในโลกมนุษย์ ในสัจธรรมของมนุษย์มันต้องมี 2 เสมอ มีแต่ 1 มันเป็นเรื่องพิการ เพราะฉะนั้นการเมืองขาเดียว การเมืองไม่อินังขังขอบ กับเรื่องของจิตวิญญาณ เช่น คอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตยเก๊ ประชาธิปไตยขาเดียว คอมมิวนิสต์ก็เป็นประชาธิปไตยขาเดียวจึงไปไม่รอดหรอก เพราะมันผิดธรรมชาติ ผิดความจริงที่มันต้องมี 2 ต้องมีรูปนาม ต้องมีจิตวิญญาณกับอีกสิ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นทางคอมมิวนิสต์ก็ดี ทางประชาธิปไตยเก๊ ประชาธิปไตยขาเดียวก็ดี ไม่ได้เน้นทางจิตวิญญาณ มีความรู้ทางจิตวิญญาณด้อยมาก น้อยมาก ความรู้เรื่องจิตวิญญาณ เอา อเมริกากับอินเดีย ตอบอาตมาได้ไหมว่า ความรู้เรื่องจิตวิญญาณอินเดียหรืออเมริกาใครดีกว่ากัน ...อินเดีย มีความรู้เรื่องจิตวิญญาณดีกว่าอเมริกาลิบเลย ไม่ต้องเทียบกับเกาหลีเหนือ จีนก็ดีรัสเซียก็ดี เปลี่ยนท่าทีหมดแล้วจากคอมมิวนิสต์แข็งๆ กลายมาหาประชาชน คอมมิวนิสต์แข็งๆคืออย่างไร คือตัวกูของกู ตัวกูของพรรคกู พรรคคอมมิวนิสต์ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ตัวกูของกู หรือเผด็จการฟาสซิสต์ ตัวกูของกูคนเดียว มีพวกขึ้นมาก็เป็นคอมมิวนิสต์ พวกใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ในจีนขณะนี้มีประธานาธิบดี สีจิ้นผิง รู้ธรรมะพวกนี้ขึ้นมา ดีขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นสีจิ้นผิงกับเหมาเจ๋อตุง เปรียบเทียบแล้วเป็นความเจริญของสีจิ้นผิง เจริญขึ้นมาตามลำดับ จากเหมามาเป็นเติ้ง เติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นสีจิ้นผิง ขึ้นมาตามลำดับๆ ดีขึ้นมาเรื่อยๆพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จีนประชากรเขามีจำนวนมาก แล้วเขาก็ปลูกฝังมาจากรากของคอมมิวนิสต์ว่าต้องเชื่อ มาจากรากของ Command ไม่ใช่อิสระ มาจากรากของคำสั่ง ไม่ใช่อิสระ ก็เลยได้ ใช้วิธีมาตั้งแต่เหมาแรงมาก เติ้งก็เบาลงหน่อย สีจิ้นผิงก็เบาลงอีก คนก็เลยชอบ เพราะถูกทางจิตวิทยา ประชากรก็เข้าใจเรื่อยๆ ระวังเถอะ ถ้าสีจิ้นผิง พัฒนาเป็นอาริยะเป็นโลกุตระได้ก่อน เมืองไทยก็จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของเมืองจีนไปเลย แต่มันไม่ใช่ง่าย เนื้อแท้ของโลกุตระมันไม่ง่าย เพราะมันเกี่ยวทางจิตเจตสิก รูป นิพพาน มันเกี่ยวกับฐานจิตจริงๆเลย 641122 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 17