สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน กรรมกรศาสนาคือใคร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน กรรมกรศาสนาคือใคร _อยากให้พ่อครูย้ำเรื่องกรรมกรศาสนา พ่อครูว่า...กรรมกรศาสนาคือจับกังที่แบกลังทองคำ ได้ค่าจ้างจะกี่สตางค์ที่เดียว ดีไม่ดีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในลังเป็นทองคำ แบกหนักได้ค่าจ้าง แต่ไม่รู้จักทองคำ อาจจะคิดค่าตัวแพงไป แต่ไม่เอาทองคำเลย ทองคำก็คือโลกุตระ เงินที่เป็นค่าแบกคือโลกียะ ไม่ได้ลิ้มเลียผงธุลีทองคำเลย ไม่รู้จักว่าทองคำมีค่าหรือไม่ ก็นึกว่า ตัวเองเป็นคนชั้นสูง แบกโลงทองนะ แบกศาสนานี้มา แต่ไม่ได้ลิ้มเนื้อทองคำเลย ได้แต่ค่าจ้าง เป็นกรรมกรศาสนา มันต้องอ่านใจตัวเองว่าได้ลดกิเลสหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ลดกิเลสก็เป็นกรรมกรศาสนา แม้จะทำงานหนัก ไม่รู้จักกิเลสคือโจร ก็เลยเล่นหัวกับโจร ลูบๆคลำๆเล่นหัวกับโจรไปตลอดกาล ก็นึกว่าไม่ใช่โจร สมณะเดินดินว่า...งานหนักไม่เคยฆ่าคน แต่พองานหนักก็อยากจะฆ่าคน พ่อครูว่า...ก็ใจเป็นสัตว์แล้ว สมณะเดินดินว่า...เขาไม่ฆ่าความเป็นสัตว์ในใจเขา เขาก็จะเป็นสัตว์ไปเรื่อยๆ พ่อครูว่า...มีแง่ที่ว่า คุณเองขี้เกียจก็เลยอ้างว่า งานนี้เราเอาแค่นี้พอแล้ว ก็เลยอ้างหรือแม้คุณมีกำลังสามารถงานก็ยังมีให้ทำมากอยู่ แล้วก็ยังดูดาย ก็จะบอกว่าพอแล้ว ตัดสินลำเอียงเข้าข้างตนเอง ด้วยความขี้เกียจ งานมี ความสามารถความรู้ก็มีเวลาก็มี มีความแข็งแรงที่จะทำได้ แต่คุณไม่ทำ ก็เข้าข่ายความขี้เกียจ ความขี้เกียจเป็นบาปเป็นอกุศล คนที่ไม่ขี้เกียจแล้วไม่หนักเขาก็เบา คล่อง เวทนาคล่อง สัญญาคล่อง สังขารคล่อง คนขี้เกียจนี้ หนักไปหมด เวทนาสัญญาสังขาร ไม่มีกายปาคุญญตา สมณะเดินดินว่า...ชุมชนต่างๆของเรา ตอนนี้มีอุโบสถศีล บ้านราชฯมีค่ายสัมมาอาริยมรรค แล้วก็มีฟังพ่อครู มีการย่อยธรรมะ แล้วทำไมต้องมาเข้าค่ายฟังธรรมอีกหรือ งานที่บ้านราชก็มีมากอยู่แล้ว พ่อค
อ่านต่อ
รูว่า...ถ้าผู้อธิบายธรรมวนอยู่กับที่ก็ไม่เป็นไร เพราะว่ารู้แล้ว แต่ถ้าท่านอธิบายเกินกว่านี้ คุณไม่อยากได้เพิ่มหรือ ไม่ควรเพิ่มหรือ ผู้อธิบายเป็นสัตบุรุษหรือไม่ อธิบายเสริมเติมนะ สมณะเดินดินว่า...เมื่อก่อนคนก็จะมาอยู่วัดฟังธรรม วันหยุดก็จะมา แต่ทุกวันนี้ดูจะหายไป พ่อครูว่า...งานก็มากด้วย คนก็น้อยด้วย เวลาก็มีเท่านี้ ก่อร่างสร้างตัวตอนนี้เป็นภาวะขยาย ก้าวหน้า ต้องดึงเอาเวลาแรงงาน ความรู้ความสามารถ บุคคลก็มีจำกัด คนห่างวัดไปก็ตกต่ำ ถ้าไม่พิจารณาประโยชน์ที่จะเข้ามาให้ได้จริงๆ ก็ยิ่งจะออกไป คำอธิบายของพระพุทธเจ้าชัดเจนว่า มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของศาสนา แค่นี้ก็ควรจะเข้าใจ จะโง่อย่างไรก็มารวมกันแต่หมู่ก็จะมีสัตบุรุษที่มากพอ เพราะเราไม่ได้เอาขยะเข้ามา เราคัดคนเข้ามา เป็นอาริยะอยู่แล้ว คนของพวกเราเป็นอาริยะเป็นส่วนใหญ่ ที่ไม่ใช่อาริยะเป็นส่วนน้อย จะไม่ให้เกียรติคนหมู่ใหญ่นี้เหรอ แม้คุณเข้ามาหน้านองน้ำตาก็อย่าต่อรองนัก หน้านองน้ำตา ไม่ไหวก็กลับไปก่อน ให้มันรู้ว่าสัก 7 ครั้งไม่ติดหมู่ ก็อยู่ข้างนอกเถอะ ถ้า 7 รอบนี้ไม่เข้ามาได้ ก็ควรอยู่ข้างนอกเถอะคนนี้ อยู่ทีละ 7 ปี อยู่ไม่ได้ก็ออกไป ถ้า 7 ปี 7 รอบไม่ได้ก็อยู่ข้างนอกเถอะ 7 เดือน 7 เที่ยวก็น่าจะเช็คได้นะ 600531_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ศีลข้อ 1 โดยละเอียด