14 บทที่ 7 ใจเพชร น 501-560.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์250 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 7 องค์ประกอบการ พัฒนาการ แพทย์ วิถีพุทธ และรูปแบบ จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธนานาชาติพันธุ์เพื่อมวลมนุษยชาติ การวิจัยเรื่อง “ จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ ” นี้เป็นการศึกษาโดยใช้ กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน ( Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิง ชาติพันธุ์วรรณนา ( Ethnography Research ) และการวิจัยเชิง ปฏิบัติการ ( Action Research ) ซึ่งมีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1) ศึกษาประวัติศาสตร์ การแพทย์วิถี พุทธ จากจดหมายเหตุและสื่อต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538 - 255 8 ของผู้ใช้การแพทย์ วิ ถี พุทธ สถาบันบุญนิยม 2) ศึกษา รูปแบบจิตอาสาแพทย์วิถี พุทธ นานาชาติพันธุ์ เพื่อมวลมนุษยชาติ และ 3) วิเคราะห์องค์ประกอบ การ พัฒนา การ แพทย์วิถีพุทธ และ สร้าง ยุทธศาสตร์ การ ขยายผลชุมชนจิตอาสา แพทย์ วิถีพุทธ เพื่อมวลมนุษยชาติ องค์ประกอบการ พัฒนา การแพทย์วิถีพุทธ จาก การศึกษา ประวัติศาสตร์ การแพทย์วิถีพุทธ จากจดหมายเหตุและสื่อต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538- 255 8 ของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ สถาบันบุญนิยม ในประเด็น “ สุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ” มี ขอบเขตด้านพื้นที ่ การศึกษา จาก จดหมายเหตุ คือ เอกสารบันทึกแบบต่าง ๆ อันได้แก่ หนังสือและแผ่นพับที่เผยแพร่เกี่ยวกับความรู้และ หลัก การแพทย์วิถีพุทธ ต่าง ๆ งานวิจัยเกี่ยวกับ การแพทย์วิถีพุทธ แบบบันทึกแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ การแพทย์วิถีพุทธ แบบต่าง ๆ แบบบันทึกข้อมูลจิตอาสา แพทย์วิถีพุทธ หรือผู้ที่ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ การสัมภาษณ์เชิงลึกจาก การแลกเปลี่ยน ประสบการณ์การใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ใบสมัครและใบประเมินผลการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์ วิถีพุทธ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลการดูแลสุขภาพผ่าน สื่อ ออนไลน์ทางเวปไซด์ ยูทูป เฟสบุ๊ค ไลน์และสื่ออิเ

อ่านต่อ

ล็คทรอนิคแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การแพทย์วิถีพุทธ ระหว่าง พ.ศ. 2538 - 2558 ผู้วิจัย ได้ข้อมูล ประสบการณ์การใช้ การแพทย์วิถีพุทธ จากการ ศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ตามที่กล่าวมาข้างต้น และได้ รายงานผลไว้ในบทที่ 6 จากนั้นผู้วิจัยได้ทำการสกัดคำสำคัญของผู้ให้ข้อมูลหลัก ที่ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ร่วมกับความเห็นของ ผู้ เชี่ยวชาญสกัดรอบที่สองเป็นข้อกระทงคำถาม แล้วนำข้อกระทงคำถามมาสร้างเป็นแบบสอบถาม จำนวน 1 00 ข้อ (ข้อ 1- 100 ) (ผู้วิจัยนำเสนอรายละเอียดในภาคผนวกที่ ค ) โดยแบบสอบถาม (ดัง รายละเอียดในภาคผนวกที่ ง ) มี 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นข้อมูล ทั่วไป ของผู้ตอบแบบสอบถาม และ ตอนที่ 2 เป็นแบบ สอบถามเรื่อ ง “ สุขภาวะ ของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ” เพื่อศึกษาองค์ประกอบ การ พัฒนา การแพทย์วิถีพุทธ จากนั้น ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ที่เป็นแบบสอบถามที่สร้างขึ้นมา นำไปทดสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) ของเครื่องมือที่ ใช้ในการวิจัย โดยผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่าน โดยใช้วิธี IOC (Item–Objective Congruence) เพื่อวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาซึ่งคำนวณจากความสอดคล้องระหว่างประเด็นที่ต้องการวัดกับข้อคำถามที่สร้างขึ้น โดยทุก ข้อคำถา ในแบบสอบถามทั้ง 100 ข้อ มีค่า IOC มากกว่า 0.50 ขึ้นไป ซึ่งแสดงว่าข้อคำถามนั้นสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายหรือเนื้อหาที่ต้องการ ผู้วิจัยนำผลจากการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา มาจัดทำเป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ แล้วนำไป ใช้กับกลุ่มจิตอาสาแพทย์วิถีพุทธ จำนวน 30 ค น ข้อมูลที่ได้จากการทดลองใช้เครื่องมือได้นำมาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา - Coefficient) ( α - Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach. 1970 : 161) เพื่อหาค่า สัมประสิทธิ์แอลฟาของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยเมื่อคำนว ณ ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach. 1970 : 161) ได้ ค่า สัมประสิทธิ์แอลฟาของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.955 และ การวิเคราะห์องค์ประกอบ การ พัฒนา การแพทย์วิถีพุทธ ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ( Content Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 ท่าน ความคิดเห็นสุขภาวะ ของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ผู้วิจัยนำแบบสอบถามไปสำรวจความคิดเห็น ของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ทั้ง ผู้ที่อยู่ ใน ประเทศ ไทย และต่างประเทศ จำนวน 5 30 คน จากนั้นผู้วิจัยนำข้อมูลมาตรวจสอบความสมบูรณ์ของคำตอบที่ได้รับ แล้วทำการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา โดยการวิเคราะห์ระดับและความแตกต่างของความคิดเห็นเรื่อง “ สุขภ าวะของผู้ ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ” และ วิเคราะห์องค์ประกอบ เชิงสำรวจ เพื่อหาองค์ประกอบ การ พัฒนา การแพทย์วิถีพุทธ ด้วยโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ใช้วิธีการสกัดองค์ประกอบขั้นต้น (Extraction of The Initial F actors) ด้วยวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบ หลัก ( Principal Component Analysis ) หรือ PCA ซึ่งเป็นการนำรายละเอียดของตัวแปร (กระทงคำถาม) ที่มีจำนวนตัวแปร (กระทงคำถาม) มาก ๆ มาไว้ในองค์ประกอบ ( Component) ที่สอดคล้องกัน และการหมุนแกนองค์ประกอบที่ยังคงทำให้องค์ประกอบยังคงตั้งฉากกัน หรือองค์ประกอบต่าง ๆ ยังคงเป็นอิสระกัน ( Orthogonal Rotation ) ทำให้จำนวนตัวแปร (กระทงคำถาม) ที่น้อยที่สุด มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบ ( Factor loading ) มากในแต่ละองค์ประกอบโดยวิธีวาริแมกซ์ ( Varimax Rotation ) เพื่อกำหนดจำนวนองค์ประกอบ ( Component) โดยพิจารณาค่าไอเกนรวม ( Total Eigenvalues ) มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 1 และค่าน้ำหนักองค์ประกอบมีค่า 0. 50 ขึ้นไป ( ธานินทร์ ศิลป์จารุ . 2557) ผล การวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว ที่ นำเสนอในบทนี้ ประกอบด้วย 1) สถิติวิเคราะห์ เชิงพรรณนาข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 2) การวิเคราะห์ องค์ประกอบการพัฒนา การแพทย์วิถีพุทธ 1) สถิติวิเคราะห์เชิงพรรณนาข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ต ารางที่ 1 5 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ข้อมูลทั่วไป จำนวน ร้อยละ เพศ ชาย 90 17.00 หญิง 440 83.00 รวม 530 100.00 อายุ 10-20 ปี 10 1. 8 9 21-40 ปี 169 31. 8 9 41-60 ปี 244 46.0 4 61-80 ปี 104 19.6 2 มากกว่า 80 ปี 3 0.56 รวม 530 100.00 สัญชาติ ไทย 525 99.05 จีน 1 0.19 พม่า 2 0.38 ลาว 1 0.19 ฝรั่งเศส 1 0.19 รวม 530 100.00 ต ารางที่ 15 (ต่อ) ข้อมูลทั่วไป จำนวน ร้อยละ เชื้อชาติ ไทย 518 97.7 3 จีน 8 1.5 1 ลาว 1 0. 19 ฝรั่งเศส 1 0. 19 ไทยใหญ่ 2 0. 38 รวม 530 100.00 การศึกษาระดับ ปริญญาเอก / 3 0.5 7 หลังปริญญาเอก ปริญญาโท 54 10.19 ปริญญาตรี 186 35.09 อนุปริญญา 38 7.17 ปวช. 25 4.72 มัธยม ศึกษาตอน ปลาย 53 10 .00 มัธยม ศึกษาตอน ต้น 74 13.96 ประถมศึกษา 83 15.66 ไม่ระบุ 12 2.26 ไม่ได้เรียนหนังสือ 2 0.38 รวม 530 100.00 อาชีพ ค้าขาย 86 16.22 ข้าราชการบำนาญ 84 15.85 พนักงานบริษั ท 53 10.00 แม่บ้าน 53 10.00 จิตอาสา 41 7.74 เกษตรกร 37 6.98 ข้าราชการครู 14 2.64 นักปฏิบัติธรรม 7 1.32 ต ารางที่ 1 5 (ต่อ) ข้อมูลทั่วไป จำนวน ร้อยละ ไม่ระบุ 54 10.19 ว่างงาน /อื่น ๆ 101 19.06 รวม 530 100.00 พื้นที่ ภาคใต้ 226 42.6 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 136 25.66 ภาคกลาง 76 14.3 4 ภาคเหนือ 60 11.3 2 ภาคตะวันออก 19 3. 5 8 ภาคตะวันตก 10 1.9 0 ต่างประเทศ 3 0. 56 รวม 530 100.00 จากตารางที่ 1 5 พบว่า ผู้ ตอบแบบสอบถามก ารวิจัย จำนวน 530 ท่าน เป็นเพศชายจำนวน 90 คน คิดเป็นร้อยละ 17 .00 และเป็นเพศหญิงจำนวน 440 คน คิดเป็นร้อยละ 83 .00 ผู้ตอบ แบบสอบถามส่วนใหญ่ มีอายุ ระหว่าง 41-60 ปี จำนวน 244 คน และระหว่าง 21-40 ปี จำนวน 169 คน คิดเป็น ร้อยละ 46.00 และ 31.90 ตามลำดับ มีสัญชาติไทยและเชื้อชาติไทย ร้อยละ 99.05 และ 97.7 0 ตามลำดับ โดยมีเชื้อชาติอื่น ๆ คือ จีน ลาว ฝรั่งเศส และไทยใหญ่ รวมจำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 2.3 0 การศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถามใน 4 ระดับแรก คือ 1 ) การศึกษาในระดับปริญญาโท จำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 10.19 2 ) ระดับปริญญาตรี จำนวน 186 คน คิดเป็นร้อยละ 35.09 3 ) ระดับ มัธยม ศึกษาตอน ต้น จำนวน 74 คน คิดเป็นร้อยละ 13.96 4 ) ระดับ ประถมศึกษา จำนวน 83 คน คิดเป็นร้อยละ 15.66 ในส่วนของอาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถาม มีอาชีพใน 4 ลำดับแรก คือ 1 ) ว่างงานและ อื่น ๆ จำนวน 101 คน คิดเป็นร้อยละ 19.06 2 ) ค้าขาย จำนวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 16.22 3 ) ข้าราชการบำนาญ จำนวน 84 คน คิดเป็นร้อยละ 15.85 4 ) พนักงานบริษัท จำนวน 53 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 และแม่บ้าน จำนวน 53 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 ในส่วนของพื้นที่ ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจำนวน 527 คน และต่างประเทศ จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 99.40 และ 0.6 0 ตามลำดับ โดยในประเทศไทย เป็นผู้อยู่ในภาคใต้มากที่สุด รองลงมาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) คิดเป็นร้อยละ 42.6 และ 25.7 ตามลำดับ 2) การวิเคราะห์ องค์ประกอบการพัฒนา การแพทย์วิถีพุทธ ในการ วิเคราะห์ ข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถาม เพื่อหาค่าเฉลี่ย ( Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S tandard Diviation , S.D. ) ของแบบสอบถาม ที่เป็นแบบมาตราส่วนประมาณ ค่า 5 ระดับ ตามมาตรวัดของลิเคิร์ท ( Likert Scale) เมื่อกำหนดให้ 5 หมายถึง เห็นด้วยมากที่สุด 4 หมายถึง เห็นด้วยมาก 3 หมายถึง เห็นด้วยปานกลาง 2 หมายถึง เห็นด้วยน้อย 1 หมายถึง เห็นด้วยน้อยที่สุด ทั้งนี้ผู้วิจัยกำหนดน้ำหนักความคิดเห็น และ น้ำหนักความรู้สึกนึกคิด เรื่อง “ สุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถี พุทธ ” โดยกำหนดให้ คำตอบ 5 มีน้ำหนักความคิดเห็นเท่ากับ 5 คำตอบ 4 มีน้ำหนักความคิดเห็นเท่ากับ 4 คำตอบ 3 มีน้ำหนักความคิดเห็นเท่ากับ 3 คำตอบ 2 มีน้ำหนักความคิดเห็นเท่ากับ 2 คำตอบ 1 มีน้ำหนักความคิดเห็นเท่ากับ 1 สำหรับการแปลความหมายของค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่คำนวณได้จากคำตอบของผู้ตอบแบบสอบถาม เพื่ออธิบายถึงระดับและความแตกต่างของความคิดเห็นเรื่อง “ สุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถี พุทธ ” กำหนดดังนี้ การแปลความหมายของค่าเฉลี่ย กำหนดดังนี้ 4. 50 -5.00 หมายถึง เห็นด้วยมากที่สุด 3.50-4.49 หมายถึง เห็นด้วยมาก 2.50-3.49 หมายถึง เห็นด้วยปานกลาง 1.50-2 . 49 หมายถึง เห็นด้วยน้อย 0.00-1 .49 หมายถึง เห็นด้วยน้อยที่สุด การแปลความหมายของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน กำหนดดังนี้ 1.21 ขึ้นไป หมายถึง ความคิดเห็นต่างกันมากที่สุด 0.91-1.20 หมายถึง ความคิดเห็นต่างกันมาก 0.61-0.90 หมายถึง ความคิดเห็นต่างกันปานกลาง 0.31-0.60 หมายถึง ความคิดเห็นต่างกันน้อย 0.00-0.30 หมายถึง ความคิดเห็นต่างกันน้อยที่สุด ความกว้างของอันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ำสุด / จำนวนชั้น โดยนำค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้ มาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ประเมินผลที่กำหนดไว้ ( Fisher อ้างถึงในชัชวาลย์ เรืองประพันธ์ . 2539 : 15) ตารางที่ 1 6 ค่าเฉลี่ย ( Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. ) ของความคิดเห็นเรื่อง “ สุขภาวะของผู้ใช้ การแพทย์วิถีพุทธ ” กำหนดดังนี้ ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 1 เพื่อน หรือ ญาติ หรือ สมาชิกในครอบครัวมีผลต่อการแนะนำ หรือ บอกต่อ เกี่ยวกับ การใช้แพทย์ วิถีพุทธ 3.83 1.10 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างมาก 2 หนังสือและหรือสื่อสิ่งพิมพ์ ต่าง ๆ มีผลต่อการใช้แพทย์ วิถีพุทธ 4.05 0.87 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง ปานกลาง 3 สื่อออนไลน์ (เช่น เวปไซต์ ยูทูป เฟสบุ๊ค ไลน์) มีผลต่อการรู้จักและเผยแพร่แพทย์ วิถีพุทธ 4.13 1.07 เห็นด้วย มาก และเห็นต่างมาก 4 สื่อ ซีดี ประเภท วีซีดี ดีวีดี และเอ็มพีสาม มีผลต่อการรู้จักและเผยแพร่แพทย์ วิถีพุทธ 4.06 0.96 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก 5 จิตอาสามีผลต่อการรู้จักและเผยแพร่แพทย์ วิถีพุทธ 4.39 0.77 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างปานกลาง 6 หน่วยงานสุขภาพมีผลต่อการรู้จักและเผยแพร่แพทย์ วิถีพุทธ 3.71 1.19 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก 7 ท่าน มาเรียนรู้ มาด้วยความเต็มใจ เพื่อเอาไปใช้ดูแลสุขภาพตนเอง และหรือดูแลญาติพี่น้องภายในครอบครัว 4.67 0.60 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง กันน้อย 8 ท่าน มาเรียนรู้ เพื่อนำไปแนะนำต่อ หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ญาติมิตร และประชาชนทั่วไป 4.38 0.82 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง ปานกลาง ตารางที่ 16 (ต่อ) ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 9 ท่าน มาเรียนรู้ เพื่อนำไป ใช้ในหน้าที่การงาน ของท่าน ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาฟื้นฟูและสร้างเสริมสุขภาพ หรือในงานทางสาธารณสุข 3.49 1.44 เห็นด้วย ปานกลาง และเห็นต่าง มากที่สุด 10 ท่าน อยากลองมาดูแลสุขภาพ ที่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก 4.44 0.84 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างปานกลาง 11 การดูแลรักษาปัญหาสุขภาพ หรือ การเจ็บป่วยด้วยโรคและอาการต่าง ๆ นอกจากการรักษาด้วยการ รับประ ทานยาหรือวิธีการต่าง ๆ ตามแผนปัจจุบันแล้ว ยังมีการรักษาแบบแผนทางเลือก หรือแผนอื่น ๆ อีก จึงหา แนว ทางอื่น โดยการมาลองใช้หรือศึกษาแนวทางเลือก – แพทย์ วิถีพุทธ (เช่น หมอบอก ท่านว่า ต้องกินยาตลอดชีวิต ไม่มีทางรักษาให้หายได้ หรือไม่อยากทานยาไปตลอดชีวิต) 4.20 1.03 เห็นด้วย มาก และเห็นต่างมาก 12 ท่าน มาเข้าค่าย สุขภาพ เพราะทุกข์ทรมานมากแล้ว อยากหาย วิธีการที่รักษาในแผนปัจจุบัน ไม่ได้ผล จึงหาทางเลือกอื่น 3.68 1.34 เห็นด้วย มาก และเห็นต่างมาก ที่สุด 13 ท่าน หมดทางเลือก ในการรักษาแล้ว หมอให้กลับไปนอนรอที่บ้าน จึงต้องหาวิธีอื่น 3.03 1.51 เห็นด้วย ปานกลาง และเห็นต่าง มากที่สุด 14 มีผู้แนะนำว่า ถ้ามาเข้าค่าย สุขภาพ แล้วจะหาย หรือถ้าอยากหายให้ไปเข้าค่ายหมอเขียว 3.57 1.34 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มากที่สุด 15 มาเข้าค่าย เพราะ อยากเห็นอยากเจอ หมอเขียว หมอเขียวเป็นที่รู้จักกันมากในสังคม 3.48 1.38 เห็นด้วย ปานกลาง และเห็นต่าง มากที่สุด 16 มาเข้าค่าย เพราะอยากมาฟัง มาเรียนรู้ธรรมะ 4.10 1.09 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างมาก 17 ต้องมา เข้าค่าย เพราะหน้าที่การงาน หรือผู้บังคับบัญชาให้มา 2.10 1.38 เห็นด้วย น้อย และเห็นต่าง มากที่สุด ตารางที่ 16 (ต่อ) ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 18 เพราะได้ลองปฏิบัติมาระยะหนึ่งแล้ว จากการศึกษาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และ สื่อ ออนไลน์ เลยอยากมาเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง 3.49 1.43 เห็นด้วย ปานกลาง และเห็นต่างมาก ที่สุด 19 การตั้งใจปฏิบัติดูแลตนเองด้วยเทคนิค 9 ข้อ ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลาได้เร็ว หรือ หายได้ภายใน 5-7 วัน 4.13 1.01 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างมาก 20 การ ดื่มน้ำสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.32 0.79 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง 21 การได้ทำ กัวซาแล้ว ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.20 0.89 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างปานกลาง 22 ทำการสวนล้างลำไส้ใหญ่ ( ดีท็อกซ์) ด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.23 0.96 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก 23 แช่มือแช่เท้า ด้วยน้ำสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 3.99 1.01 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก 24 พอก ด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.01 0.96 เห็นด้วย มาก และเห็นต่างมาก 25 ทาด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.01 0.94 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก 26 หยอด หู ด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 3.94 0.97 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก 27 หยอดตา ด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.02 0.98 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างปานกลาง 28 หยอดจมูก ด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 3.87 1.04 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก 29 ประคบ ด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 3.86 1.05 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างมาก 30 อบตัว ด้วยสมุนไพรปรับสมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 3.85 1.05 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มาก ตารางที่ 16 (ต่อ) ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 31 อาบ น้ำ ด้วยสมุนไพร ปรับ สมดุล ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 3.95 0.99 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างมาก 32 การเดินเร็ว ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.00 0.95 เห็นด้วย มาก และเห็นต่างมาก 33 การกดจุดลมปราณ โยคะกายบริหาร ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.34 0.80 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง 34 การรับประทานอาหารปรับสมดุล (อาหารสูตรหมอเขียว รสไม่จัด) ทำให้สบาย เบากาย มีกำลัง และ อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.61 0.66 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง 35 การทานอาหารมังสวิรัติ ( ไม่มีเนื้อสัตว์ ) รสจัด ( รสหวานมันเค็มเผ็ดเปรี้ยวฝาดขม หรือเจอร่อย ) ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 3.54 1.44 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง มากที่สุด 36 การทานอาหาร มังสวิรัติ รส ไม่ จัด ( ลดความห วานมันเค็มเผ็ดเปรี้ยวฝาดขม) มาทานรสจืด แล้วทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.39 0.86 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง 37 การทานพืช ผัก ผลไม้ ธัญพืช และสมุนไพร ไร้สารพิษ ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.55 0.65 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่างปานกลาง 38 การรับประทานอาหารปรับสมดุล ประกอบกับการลดจำนวนมื้ออาหารลง ได้ต่อเนื่องยาวนาน เท่าที่รู้สึก สบาย เบากาย และมีกำลังเต็ม ช่วยส่งผลทำให้สุขภาพแข็งแรง อาการเจ็บป่วยทุเลา ได้เร็วมากยิ่งขึ้น 4.52 0.68 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง 39 การใช้ธรรมะ ด้วยการ ฟังธรรม ทำให้ อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.31 0.84 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง 40 การใช้ธรรมะ ฟังธรรม เรื่องสมดุลร้อนเย็นที่พระพุทธเจ้าตรัส ทำให้มั่นใจ ในปรับสมดุล ร้อนเย็น 4.47 0.75 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง ตารางที่ 16 (ต่อ) ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 41 การใช้ธรรมะ ฟังธรรม เรื่องเทคนิคการทำใจให้ หายโรคเร็ว (อย่ากลัวโรค อย่ากลัวตาย อย่าเร่งผล อย่ากังวล) ทำให้ ปฏิบัติที่ใจได้ถูกต้อง ส่งผลให้ อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.45 0.76 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง 42 การใช้ธรรมะ ฟังธรรม เรื่อง ข้อเสียของ พรหมสามหน้า ทำให้ ปฏิบัติที่ใจได้ถูกต้อง ลดความทุกข์ ความกังวล ไ ม่ ยึดมั่นถือมั่น ว่าสิ่งดีจะต้องเกิด อย่างเดียวเท่านั้น ทำให้ยอมรับความจริงและมีความสุขได้มากขึ้น ส่งผล ให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.39 0.77 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง 43 การใช้ธรรมะ ฟังธรรม เรื่องการล้างกามและอัตตา การตัดลด ละ เลิก สิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย ด้วยใจที่เป็นสุข ทำให้ ปรับพฤติกรรมได้ ส่งผลให้ อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.41 0.78 เห็นด้วย มาก และเห็นต่าง ปานกลาง 44 การใช้ธรรมะ ฟังธรรม เรื่องกรรมและวิบาก ช่วยทำให้ได้เข้าใจเรื่องกรรมและวิบาก ชัดเจ น มากขึ้น ช่วยให้เข้าใจและยอมรับถึงผลของกรรม (วิบาก) ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่เราทำมา ทำให้ลดความทุกข์ ความกังวลต่าง ๆ สามารถคลายใจได้ ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.51 0.74 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างปานกลาง 45 การใช้น้ำปัสสาวะ ดูแลสุขภาพ (ถือเป็นการปฏิบัติธรรมข้อหนึ่ง) มีส่วนทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลาได้ 4.24 0.99 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างมาก 46 การมีกำลังใจที่ดี จิตใจที่เข้มแข็งและมั่นคง ช่วยทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลาได้ 4.60 0.62 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง 47 การละบาป ไม่ทำชั่ว ทำแต่ความดี ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา และสุขภาพแข็งแรง 4.55 0.68 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง ตารางที่ 16 (ต่อ) ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 48 การบำเพ็ญบุญ (ชำระกิเลสตน) กุศล (ทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น) ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา ได้ 4.50 0.72 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง 49 การได้ร่วมลงฐานงาน ช่วยเหลืองานต่าง ๆ เช่น การทำน้ำสมุนไพรปรับสมดุล กสิกรรม ปุ๋ยและขยะ ศาลาและภาชนะ ห้องน้ำและลานซักล้าง เป็นต้น รวมทั้งได้ เรียนรู้กิจกรรมต่าง ๆ ในค่าย ทำให้มีความสุข ส่งผลให้ อาการเจ็บป่วยทุเลา รู้สึกสดชื่น ร่างกายแข็งแรงขึ้น 4.39 0.74 เห็นด้วยมาก และเห็นต่างปานกลาง 50 การคบมิตรดีสหายดี ได้ร่วมทำคุณงามความดี ทำให้มีสุขภาพกายที่แข็งแรง จิตใจที่อิ่มเอิบ เบิกบานแจ่มใส มีความผาสุก ทำให้ อาการ ไม่สบาย เ สามารถทุเลาได้เร็ว 4.51 0.67 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่างปานกลาง 51 การสร้างสังคมสิ่งแวดล้อมให้ดี ช่วย ทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลา 4.43 0.71 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง ปานกลาง 52 กรรม (การกระทำ) ที่ไม่ดี จะสั่งสมเป็น วิบาก (พลังสร้างผลอันเกิดจากการกระทำ) ที่ไม่ดี จะ รอส่งผลให้ เกิดความเจ็บป่วย 4.51 0.74 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง 53 การเข้าใจเรื่องกรรม (การกระทำ) และวิบาก (พลังสร้างผลอันเกิดจากการกระทำ) อย่างแจ่มแจ้ง ทำให้หยุดชั่ว ทำแต่สิ่งที่ดี ไม่เครียด ทำให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงและผาสุก อาการเจ็บป่วยทุเลาได้ดี 4.58 0.66 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่างปานกลาง 54 การรู้เพียรรู้พัก (เมื่อเหนื่อยก็พัก และเมื่อได้พักแล้วหายเหนื่อย ก็ให้ทำต่อ) จะทำให้ อาการ เจ็บป่วย ทุเลา 4.50 0.66 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่างปานกลาง 55 การปฏิบัติตามเทคนิค 9 ข้อ ตามหลักการแพทย์ วิถีพุทธ ทำให้หยุดยาได้ 4.40 0.79 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง ปานกลาง ตารางที่ 16 ( ต่อ) ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 56 การปฏิบัติตามเทคนิค 9 ข้อ ตามหลักการแพทย์ วิถีพุทธ ทำให้ ลด ยาได้ 4.49 0.75 เห็นด้วยมาก และเห็นต่าง ปานกลาง 57 การปฏิบัติตามเทคนิค 9 ข้อ ตามหลักการแพทย์ วิถีพุทธ ใช้แล้วเบาตัวสบายดี จะเอาไปทำต่อ 4.61 0.63 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่างปานกลาง 58 การปฏิบัติตามเทคนิค 9 ข้อ ตามหลักการแพทย์ วิถีพุทธ ทำให้ สบาย โปร่ง โล่ง 4.62 0.61 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่างปานกลาง 59 ความชัดเจนเรื่องกรรม ทำให้มีกำลังใจ ในการลดละเลิกสิ่งที่ไม่ดี พากเพียรทำสิ่งที่ดี ส่งผลให้รู้สึก เบากาย มีกำลัง 4.57 0.66 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่างปานกลาง 60 ชอบใจที่หมอเขียวทำเป็นตัวอย่างและ สอนใหัใช้ชีวิตที่เรียบง่าย พอเพียง 4.76 0.54 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง น้อย 61 การ แพทย์ วิถีพุทธ ทำให้ ได้ดูแลตนเอง หรือพึ่งตนในด้านสุขภาพ ที่แต่ละคนต้องทำเอาเอง จะทำให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงและเป็นสุขที่สุด 4.71 0.56 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง น้อย 62 การแพทย์ วิถีพุทธ ใช้สิ่งที่ประหยัด เรียบง่าย ใกล้ตัว ที่มีผลในการลดปัญหาสุขภาพ และสร้างความแข็งแรงได้ 4.74 0.56 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง น้อย 63 การใช้แนวทางการรักษาแบบแพทย์ วิถีพุทธ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค ลดค่าใช้จ่ายของวิธีการรักษาแบบแผนปัจจุบันที่ใช้อยู่ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน ทำให้ มีความผาสุกมากขึ้น 4.73 0.54 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง น้อย 64 การได้ฟังการบรรยายถึงต้นเหตุการเกิดการหายของโรค ทำให้เกิดความมั่นใจว่า การใช้แนวทางแพทย์ วิถีพุทธ จะทำให้โรค ทุกโรค หรือ อาการเจ็บป่วย ทุก อาการ มีโอกาสลดลงหรือหาย ได้ 4.59 0.63 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง ตารางที่ 16 (ต่อ) ที่ ข้อคำถาม Mean S.D. ความหมาย 65 ท่านเห็นด้วย ว่าโรคที่ท่านเป็นเกิดจากพฤติกรรม ที่ไม่ดีของท่าน 4.57 0.71 เห็นด้วยมาก ที่สุด และเห็นต่าง ปานกลาง 66 ท่านเชื่อว่าการ แก้ปัญหา สุขภาพ ที่ต้นเหตุ หรือ การรักษาโรคที่ต้นเหตุของการเกิดของโรค จะทำให้ร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน