อย่าหลงตนมีมานะและอย่าติดแป้น.docx
เนื้อหาในไฟล์
อย่าหลงตนมีมานะและอย่าติดแป้น _สติพล จนพัฒนา : ทำไมต้องให้คนอื่นมาบังคับ ติงเตือน ขัดเกลา แนะนำ พร่ำสอนเราให้ทำดีเล่า..? รู้ดีมีปัญญาแล้วก็ทำให้มันเต็มร้อยเข้าไปสิ..ไม่น่าจะมีปัญหาเลยครับ ผมเชื่อผู้ที่เข้าสู่กระแสของความเป็นพระอาริยะที่แท้จริง จะไม่มีคำว่า"ติดแป้น"เด็ดขาดครับ เข้าวัดตั้งแต่เด็กต่อมาทำผิดศีลเลยต้องออกไป กับเข้าวัดตอนแก่แล้วอยู่ได้ยาวเลย..ถามว่าอย่างไหนดีกว่ากันครับ? พ่อครูว่า…ระวังนะคุณสติพล คุณกำลังจะหลงตน คนที่ยังไม่ดียังมีมากกว่าคุณ ให้เขาฟังธรรม ดีไม่ดีจะต้องบังคับ ทำไมต้องให้คนอื่นมาบังคับ คุณพูดอย่างมีมานะอัตตา ให้เขาบังคับเราบ้าง เราก็ยอมเขาบ้าง ทำไมให้เขามาติงเตือนก็ดีแล้ว ขอบคุณเขา อย่ามีอัตตามานะ ทำไมให้เขามาขัดเกลา ให้เขามาแนะนำพร่ำสอนให้เราดี คุณมีจิตที่รู้ตัวแล้วก็พัฒนาตัวเองได้ โดยไม่ต้องมาสอนต้องมาบังคับหรอก รู้เองเราจะทำเองของเราก็ดีแล้วล่ะ แต่คุณจะไป อาละวาดกับคนอื่น ที่จะมาบังคับกันอยู่ อย่างอาตมาขัดเกลาติงเตือนแนะนำจังพร่ำสอนจัง อย่าว่าอาตมาเลย อาตมาขอทำเถอะ คุณพูดถูกแล้วรู้เต็มร้อยก็ทำให้มันเต็มร้อยนั้นถูก แต่คุณจะไปว่าเขา เขาจะติงเตือนบังคับกันก็อย่าว่ากัน คุณอย่าไปหลงตัวเอง แต่ได้แล้วก็ไม่บอกใครน่าจะเป็นแบบโลหิจสูตร ต้องเกื้อกูลกันบอกกัน คุณไม่ติดแป้นก็ต้องเจริญอย่างมีลำดับอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งไม่ใช่รู้กันง่ายๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ในเมถุนสังโยค 7 ผู้ที่ทำตัวเองได้เจริญเป็นเทวดาแล้วก็ติดแป้นเป็นเทวดาองค์นั้น คุณไม่รู้ตัวเองหรอกว่าคุณติดแป้นหรอก เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ และเอาไปเขียนไว้ใต้ศาลาสันติอโศก พระไตรปิฎกเล่มที่ 24 ข้อ 53 เราไม่สรรเสริญแม้ซึ่งความตั้งอยู่ (ฐิติ) ในกุศลธรรมทั้งหลาย ไฉนจะสรรเสริญความเสื่อมรอบ (ปาริหานิ)
อ่านต่อ
ในกุศลธรรมทั้งหลายเล่า แต่เราสรรเสริญความเจริญ (วุฒฺฑิ) ในกุศลธรรมทั้งหลาย มิใช่ความตั้งอยู่ มิใช่ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 53) คุณจะต้องอยู่ในความไม่เที่ยงให้ได้ ถ้าหากคุณติดอยู่ในความเที่ยง คุณก็เสื่อมแล้ว ถ้าคุณมีความคิดว่าคุณจะต้องอยู่ฐานนี้ไม่ไปไหน มันไม่มีหรอก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าทุกอย่างไม่มีอะไรที่จะไม่เที่ยง ทุกอย่างที่ตั้งอยู่และไม่เคลื่อนไปไม่มี มีแต่ความไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นเมื่อมีเที่ยงแล้วก็ยังไม่เที่ยงอย่างเสื่อม จงไม่เที่ยงอย่างเจริญขึ้น นี่คือสัจจะ อุปัญญาตธรรม 2 (ความรู้ทั่วถึงในคุณของธรรม) 1. ความเป็นผู้ไม่สันโดษในกุศลธรรม (อสันตุฏฐิตา) กุศลไม่เที่ยง จึงบูรณาการได้อีก 2. ความเป็นผู้ไม่ย่อหย่อนในความเพียร(อัปปฏิวาณิตา) (พตปฎ. เล่ม 20 ข้อ 251)
หรือจะบอกว่าเราไม่พักอยู่ (อัปปติฏฐัง) เท่ากับยังเพียรต่อไป เราไม่เพียรอยู่ (อนายูหัง) เท่ากับพักหรือไม่ต่ออายุอิทธิบาท เราเป็นผู้ข้ามโอฆสงสารได้แล้ว (โอฆมตรินติ)
เมื่อใดเรายังพักอยู่ (สันติฏฺฐามิ) เมื่อนั้นเรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ (อายูหามิ) เมื่อนั้นเรายังลอยอยู่โดยแท้ เราไม่พัก เราไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ (พตปฎ. เล่ม 15 ข้อ 2)
630802_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เป็นคนไฮโซไม่โก้เท่ากสิกรติดดิน