สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ปีติ 5 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ปีติ 5 ประการ _จากผู้ร่วมค่ายสัมมาอาริยมรรค....หนูรู้สึกชอบกิจกรรมกลุ่มมาก ชอบที่เรามีการสรุปความรู้สึกและฟังท่านสมณะท่านสิกขมาตุสรุปสำทับ แม้จะตื่นเต้นอยู่บ้าง คำถามค่ะ เราจะทำเช่นไรให้จิตเรามีอาการปิติ ในแบบ ผรณาปิติ หล่อเลี้ยงแผ่ซ่านทั่วกาย =ใจของเรา หนูว่าผรณาเป็นปิติหล่อเลี้ยงใจที่กำลังดีค่ะ และต้องมีภูมิในขั้นไหนคะ เราถึงจะรู้สึกบางเบาและแผ่ซ่านเช่นนี้ สุดท้ายหนูว่า อาจารย์ ที่ท่านติกขะเรียนเชิญมาแนะนำทางด้านเกษตรแบบใช้นวัตกรรมในวันเสาร์ ที่ ๑๕ ที่ผ่าน นอกจากมีความรู้ทางเทคนิคมากแล้ว ยังมีความรู้ทางด้านโลกุตระอีกด้วยค่ะ รู้สึกเช่นนั้น กราบนมัสการพ่อครูอย่างสูงด้วยหัวใจค่ะ พ่อครูว่า...ปีติ เหมือนคนลงสรงสนานแช่น้ำที่มีจุนสี ละลายในน้ำ แล้วให้จุนสีซึมซับทั่วร่างไม่มีเอกเทศไหนๆที่ไม่ทั่วถึง กระจายไป บางเบาแต่ทั่วถึง นี่คือลักษณะของผรณาปีติ คือบางเบา รู้สึกๆ ปีติมี 5 อย่าง ขุททกาปีติ ขณิกาปีติ โอกกันติกาปีติ อุพเพงคาปีติ ผรณาปีติ ๑. ขุททกาปีติ (ปีติเล็กน้อย) ปริมาณ ๒. ขณิกาปีติ (ปีติชั่วขณะ) ช่วงเวลา ๓. โอกกันติกาปีติ (ปีติเป็นพักๆ) ๔. อุพเพงคาปีติ (ปีติแรงกล้า โลดลอย) ๕. ผรณาปีติ (ปีติซาบซ่าน) (จาก คัมภีร์วิสุทธิมรรค) ทั้งเวลาและปริมาณ หากไม่รู้จักขอบเขตตื่นเต้นดีใจก็เส้นประสาทแตกตายได้ จ่ายพลังงานมาก ความรู้สึกว่ามีความมันอร่อยเสพติด พวกแข่งชนะกับรื่นเริงบันเทิง รสกาม กับรสชนะ กูชนะๆ ในทางโลกขนาดนี้ ราคาของกีฬาชนะนี่เส้นประสาทจะแตก กับพวกเสพรสตายคาอก ราคะ สองทิศทางไม่รู้จักการดีใจที่จะประมาณอารมณ์พวกนี้ ยิ่งแพง เป็นโทษในทางบันเทิงรื่นเริงใจ ขิฑฑาปโทสิกะ ไม่รู้จักอาการรุนแรงจัดจ้านก็เอาแต่แข่งเก่งกล้า พวกที่เป็นเหยื่อก็เ
อ่านต่อ
อาเงินไปให้ พวกแข่งขันทางราคะ ก็ทำไป นั่นก็ราคาหนึ่ง ทั้งเอาชนะกีฬา กับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส สองทิศทางนี้คืออบายมุขที่เลวร้ายมาก อย่างหลุยวิตตองค์ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส กับทางกีฬา ยิ่งดาราของสองอย่างนี้ ได้รับราคาค่าตัวสูงเท่าไหร่ ส่อถึงความโง่ของสังคมนั้น สังคมเสื่อม สังคมคนที่หลงของหลอก อารมณ์เวทนาปลอมอารมณ์เก๊ เวทนาไม่แท้ ทั้งที่มันผ่านไปแล้วไม่มีแล้ว นอกจากคุณก็จำเอาไปขยำขี้ อร่อยไม่หายนึกเอา ก็ย้ำที่สัญญา อย่างเพลงที่บอกว่า อย่ากลับคืนคำเมื่อเธอย้ำสัญญา จะไปย้ำทำไม ให้จำสาระที่เป็นสูญอย่าไปจำสาระฟุ้งเฟ้อ ไม่รู้จักทิศทางของความเจริญและความเสื่อมให้ชัด อุพเพงคาปีติ ไม่รู้จักยับยั้ง ในการรุนแรงจัดจ้านไม่ว่าจะทางเอาชนะคะคาน หรือสายราคะ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ได้สมใจ หรือเอาชนะกูเลิศยอด มีกามกับอัตตาสองทิศเท่านี้ อุพเพงคาปีติ ยินดีดีใจรุนแรงหยาบหนาจัดทางราคะหรือเอาชนะคะคาน ด้วยความไม่รู้อวิชชา แล้วไม่รู้เวทนาตนว่าติดยึด เราพูดไปแล้วเขาไม่รู้เรื่องหาว่าเราด่าเขา เราจะให้เขาสำนึกบ้าง เมตตาสงสารเขา ไม่อย่างนั้นจะติดยึดเป็นภพชาติไปอีกนาน แย่งไม่ได้ก็ทุกข์ ไม่ชนะเขาก็ทุกข์ ไม่สวยเท่าเขาก็จะตาย พลาดรักหรือไม่สมใจแห่งตน ก็เศร้าทุกข์ทน แล้วเก็บไปให้ทรมาน… ตอนนี้พาดพิงไปเพลงโลกุตระบ้าง ตอนนี้มีผู้ช่วยทำ mv บ้าง ตอนนี้มีภาพเยอะ เอามาประกอบ ช่วยกันทำขึ้นมาเถอะ แล้วเอามาใช้ มีหลายแง่มุม คนไม่ค่อยรู้ค่า แต่เอามาใช้ตอนนี้ เข้ากับยุคสมัยน่าจะรับได้ ที่ถามว่าจะให้เป็นผรณาปีติ ได้อย่างไร? อาการที่ดีเยี่ยมที่สุดเรียกว่า วิการ ไม่ให้มันแรงกว่านี้ เรียกว่า ลหุตา วิการรูปมี ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา ให้มันมีอาการเบา(ลหุตา) อ่อนเร็ว(มุทุ) เร็วแต่ไม่ร้อน เย็น นุ่ม สงบ เหมือนลูกข่างกินน้ำจั้น กัมมัญญตา เอาไปร่วมกับการงาน กับกรรมทุกกรรม มันมีอัญญะ ปัญญะ ธาตุรู้ฉลาดแบบโลกุตระ เอามาใช้กับการกระทำ ได้ดีที่สุด เพราะเป็นการกระทำที่กรรมด้วยปัญญา โลกุตระอันวิเศษ วิการรูป3นี้ก็ชัดเจน จัดสรรได้สัดส่วน ออกไปเป็นการเคลื่อนไหว กายวิญญัติ วจีวิญญัติ คุณต้องรู้และสัมผัสอาการนี้ อาการนี้ถูกรู้ด้วยเราเราเป็นประธาน มีอัญญาปัญญารู้ จัดสัดส่วนมัตตัญญุตาให้ได้สัดส่วนดีสุด ลักขณรูปสุดท้ายมี อุปจยะ สันตติ อนิจจตา ชรตา อนิจจตา ถ้าคุณไม่ต่อก็ตัดสันตติ ที่เหลือเป็นโมเมนตัม จะค่อยๆหมดแรงของมันเอง จึงเรียกว่า ชรตา อนิจจตา ไปจบที่อนิจจตา แต่ถ้าใครไป เพิ่มสัมประสิทธิ์ ให้เกิดการก้าวหน้าพัฒนาเป็นแรงคูณก็ไม่เที่ยงต่อไปได้อีกนะ สมณะฟ้าไทว่า...มันกับศาสนาพุทธทุกวันนี้จะเสื่อมลงไป พ่อครูก็ต้องมาทำให้ต่อไป จึงต้องมีอัตราเร่งที่สูงมาก มันไม่ทัน พ่อครูว่า...ไม่ทันมวลที่ฉุดลงเราก็ต้องเร่งขึ้น สวนกระแสกัน แต่หนักก็ต้องสู้ สู้จนกว่าจะขาดใจ จะตัดหรือจะต่อก็ได้ คุณกำหนดได้หมดเป็นพระเจ้า เป็นอมตะบุคคล จะตัดหรือจะต่อ ถ้าต่อก็ต้องต่อให้แรง ท้ายๆแล้ว ต้องมีสัมประสิทธิ์ Coefficient แรงพอจึงจะข้ามขีด ไม่อย่างนั้นก็ชรตา อนิจจตา อย่างนิจตาแน่นอนว่าต้องชรตาและสูญ แต่ถ้าเฮือกสุดท้าย คุณเร่งพลังงานให้เกิดสัมประสิทธิ์ได้ก็จะฟื้นคืน ค่าสัมประสิทธิ์ จึงเป็นค่าที่ยิ่งใหญ่มาก เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ คุณจะออกจากโลกียะ มาสู่โลกุตระได้ก็ต้องใช้ค่าสัมประสิทธิ์ ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยให้จะตายแล้วก็ต้องใช้พลังงานสูง ถ้าไม่เร่งขนาดนั้นไม่ขึ้นหรอก ทุกกรอบของ 12 นักษัตรนี้ สาม สาม สาม เป็นเก้าก็วงวนในวัฏฏะ พอจะออกไปอีกวัฏฏะอีกเป็นสามที่สี่ จะต่อไปได้ เป็น 12 เป็น 15 เป็น 18 ได้ เราอาศัยผรณาปีติ คนที่ยังไม่ตั้งใจจะสูญ จะเลิกไม่ต้องยินดีเลยหมดผรณาปีติก็ง่ายแล้ว แผ่ซ่านไป คุณมี 100 รู ก็รูละ1 ก็จะเลิกก็เลิกได้ แต่ถ้าเอาแต่เพิ่มมันก็ไม่หมดง่าย 600716_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาผรณาปีติ