สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ)​ ตอน หมู่บ้านที่พ้นลาภแลกลาภ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข15 กรกฎาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน หมู่บ้านที่พ้นลาภแลกลาภ _3867นมก.พ่อครูฯวันนี้จะได้ฟังธ.จบไหมบ่ฮู้ก่า?ฝนตกน้ำท่วมท้ายไร่!เขื่อนร่มเกล้าฯเจ้าพระยาเปิดระบายสะแกกรังเอ่อ!ลุ้นอุทกจะระทึกเท่า54ไหมหนอ? ขอส่งกำลังใจถึงผู้ประสบวาตะภัยอุทกภัยธรณีภัย(โคลนถล่มดินยุบตลิ่งทรุด)รับมือทุกขภัยด้วยสติกายใจเข้มแข็งปัจจัยยังชีพพร้อมสมบรูณ์!ปลอดภัยทุกคนเทอญ! ที่อื่นนอกอโศกคงสร้างตลาดอาริยะไม่ได้อย่างในอโศก!เพราะพ่อค้าแม่ค้าตลาดทั่วไปไม่มีแรงงานพึ่งตนฟรีๆอย่างอโศก!เขาต้องพึ่งกำไรจากลูกค้ามาจ่ายให้แรงงานรับจ้าง!ตลาดอาริยะ คงมีแต่ชาวอโศกทำได้แต่ ในบวรพอเพียงที่เดียว! คนจนคนมีหนี้คนรายได้น้อยนอกอโศกยังมีตลาดนัดให้เลือกหลากหลายร้านที่วิปัสสนาข่าวเคยเสนอข้าวแกง10฿ก๋วยเตี๋ยว5฿ฤาซื้อข้าวแกงถุง1แถม1!ตลาดนี้มี แต่พ่อค้าแม้ค้าพื้นบ้านช่วยปลาเล็กพ้นปากปลาใหญ่ได้! พ่อครูว่า...เราจัดตลาดอาริยะไม่มีเจตนาแอบแฝง มีแต่จัดเพื่อให้เกิดการเอาสินค้ามาเพื่อให้คนซื้อไป โดยเรามีทุนรอนเสียสละขาดทุนแก่เขา เขาจะได้มีของใช้สอยที่จำเป็น เป็นการสงเคราะห์ประชาชน แล้วถามว่าที่อื่นสร้างได้ไหม? ที่เราทำก็เพื่อคนส่วนใหญ่แก่สังคม เราทำอันนี้อย่างตามความเหมาะสมของสังคมเป็นจริงเราก็มีทั้งของอุปโภค บริโภค เราได้ขายอาหารจานละ 1 บาทตั้งแต่เปิดตลาดอาริยะมาได้เกือบ 40 ปีแล้ว ที่จริงเราอยากแจกฟรี แต่เมื่อเป็นตลาดจึงต้องมีการค้าขายทำมาเกือบ40 ปีแล้ว เราก็ยังขาย 1 บาทต่อจาน ส่วนอื่นๆเราก็ไปตามควร เราทำอันนี้ ก็ขออภัย หากพูดพาดพิงไปถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่เคยคิดเอาไอเดียนี้ไปประยุกต์ทำ เพื่อประชาชน เพราะว่าเรามีเงินทุนเงินทองของรัฐ ก็คืนให้เขา โดยรัฐมีหน้าที่ทำให้เขาได้ไง เราทำนี่นะมันมีนัยยะสำคัญ ตรงที่ว่าพวกไฮโซไม่มาซื้อหรอก ตล

อ่านต่อ

าดอาริยะนี้มีจิตวิทยา คือเราทำอย่างคนชั้นฐานะไม่ดี เพราะฉะนั้นคนฐานะดีจะไม่มารับบริการเท่าไหร่ เขาจะรู้สึก เพราะเราปฏิบัติอย่างมีจิตวิทยาเพื่อป้องกันคนเหล่านี้แล้ว แม้แต่พวกขี้โลภ เขาอยากมาซื้อเวียนเทียน เพื่อเอาสินค้าไปขายที่ร้านของเขา เราก็หาวิธีป้องกันจนทุกวันนี้ ไม่มีอันนี้เท่าไหร่แต่ทุกวันนี้ คนชั้นสูงไม่ค่อยมาเลย เขารอนะปีหนึ่งครั้งหนึ่ง แต่เราก็จัดปีละครั้ง เรามีทุนแค่นั้น จัดแต่ละครั้งใช้เงินเป็นล้าน เราก็ทำอาคารใหญ่ ให้เกิดตลาดอาริยะได้อย่างสบาย เราไม่ได้ขายของแบรนด์เนมแพงๆ เราเต็มใจทำเพื่อเผื่อแผ่แจกจ่าย เป็นงานสงเคราะห์ เป็นงานเทศกาล ตลาดอาริยะเขาก็รอกัน เป็นที่รู้และเข้าใจกัน สำหรับคนในฐานะนี้นะ ฐานะคนไฮโซไม่รู้เรื่องหรอก เพราะไม่ใช่สินค้าที่เขาต้องการ เราก็ช่วยคนจน พวกเราชาวอโศกมีแรงงานฟรี และพวกเราไม่ใช่แค่แรงงานฟรีเท่านั้น คนที่อื่นเขามีรายได้ของเขา แต่เข้าใจ ต้องการมาเสียสละ ลดละพอสมควรแล้ว ไม่ใช่คนกระเหี้ยนกระหือรือ แบบทุนนิยมสามานย์ ก็ไม่ใช่ พวกเรามีความสังวรระวัง ไม่เอารัดเอาเปรียบเพิ่มขึ้น มีการแก่งแย่งกันลดลง ที่บอกว่าชาวอโศกมีคนทำงานฟรีก็ถูก ที่อื่นไม่มีเหมือน ยกตัวอย่าง งานเทศกาลกินเจที่จังหวัดอุบลฯ อุทยานบุญนิยม เป็นโรงเจใหญ่มาก จนเดี๋ยวนี้พอถึงงานเทศกาลกินเจ แม้แต่คนไปช่วยงานรวมกัน 400-500 คนบริการกันเต็มที่ เป็นต้น ก็มีคนสมัครใจกันไปทำฟรีทั้งนั้น เรื่องของชุมชนคนทำงานฟรี อาตมาว่าอาตมาได้ประสบความสำเร็จในการทำงานศาสนาอย่างยิ่ง เพราะทำงานฟรี เป็นการบรรลุอาชีพสูงสุด ในมิจฉาอาชีวะ 5 คือ กุหนา ลปนา เนมิตกตา นิปเปสิกตา ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา 1. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง 2. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง 3. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) คือตนบรรลุแล้ว ช่วยตนเองพ้นบาปได้แล้วแต่ยังต้องทำงานกับนายทุนที่เอาเปรียบคนอื่นอยู่ 5. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) แปลว่าทำงานอย่างไม่คิดค่าแรง ไม่เอาอะไรแลกเปลี่ยนกลับมา ไม่ว่าจะเอาแรงงานแลกเงิน เอาความรู้แลกเงินก็ไม่เอา ทำงานฟรี บริสุทธิ์ ซึ่งชาวอโศกทำได้สำเร็จ ไม่ใช่สำเร็จคนเดียว แต่สำเร็จทั้งชุมชน อาตมาเองก็ยังรู้สึก ว่าประสบความสำเร็จในการทำงานศาสนาพุทธ ทำให้คนมารวมตัวกันเป็นสังคม เป็นหมู่บ้าน อย่างราชธานีอโศกเป็นหมู่บ้านนิตินัยเลย แม้จะไม่ใหญ่โต แต่ถ้าหลายหมู่บ้านก็เป็นตำบล และในหมู่บ้านชาวอโศก ทุกคนทำงานฟรี ไม่ว่าจะเป็นชุมชนไหน อย่างราชธานีอโศกเป็นนิตินัย ศีรษะอโศกเป็นนิตินัย ที่อื่นแม้ไม่เป็นนิตินัย ก็ทำงานฟรีทุกแห่ง เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกในหมู่บ้านนี้ กินใช้มีชีวิตอยู่ร่วมกัน มีลาภที่ได้โดยธรรมก็เอามารวมกันแบ่งกันกินกันใช้ เป็นระบบสาธารณโภคี ในยุคนี้ เป็นยุคของทุนนิยมสามานย์ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า...เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริง ที่งานเจจะมีคนมาช่วยกัน 400-500 คน ทำงานโดยไม่ได้เอาอะไรตอบแทน ไม่ต้องมีค่าจ้าง เป็นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้ในยุคนี้ หรือในงานตลาดอาริยะหรืองานอื่น อาตมาเคยไปฉือจี้ ที่ไต้หวัน ก็จะมีไม่กี่คน ที่ทำงานฟรี ไม่ต้องมีค่าตัว แต่เขาก็ภาคภูมิใจมากแล้ว แต่ว่าสิ่งที่พ่อครูพาทำ ปลูกฝังให้พวกเรา ไม่ว่าจะงานไหน พ่อครูว่า คือสิ่งที่พ่อครูทำได้สำเร็จ ในงานที่อาตมาตั้งแต่มาบวชทำงานศาสนาเต็มตัว พ.ศ. 2513 มาจนถึงปี 2560 มาถึงวันนี้ อะไรต่างๆที่อาตมาพาทำ เมื่อวันก่อนมีคุณอะไรที่บอกว่า ทำไมไม่ดูว่าอโศกพาทำอะไรบ้าง เราทำโรงเรียนแบบของเรา ซึ่งแม้แต่เป็นการศึกษาทุกวันนี้เขาเน้นเอาแต่ความรู้วิชาการ อันนี้เป็นความลึกซึ้งมาก การศึกษาที่ไม่คำนึงถึงศีลธรรมเป็นหลัก สองให้เป็นงาน เป็นงานที่ควรจะเป็นไปตามลำดับ เป็นงานพื้นฐานของชีวิต ที่ควรต้องมีต้องเป็น เป็นสิ่งที่ถ้ามีแล้วจะไม่อดตาย เอาแต่วิชาการเป็นหลักทั่วโลกเลย เด่นในทางวิชาการ เรียกว่าการศึกษา วัวลืมตีน จบแล้วไม่มีตีนให้เดินเลย มีแต่ลอยฟ่อง ตั้งแต่อาตมาได้ทำการศึกษากับชาวอโศกก็ได้นึกถึงข้อนี้ เป็นการสร้างให้แก่เยาวชน เด็กที่มาเรียนกับเราก็ได้ความรู้ตามหลักสูตรมาตรฐานสากล มีความรู้อันนี้แล้วไปต่อสู้กับโลกข้างนอก จบม.6 ม.3 ก็ไม่ต่างกับภายนอก ไปกับเขาได้ เรียนจบด็อกเตอร์ได้ แต่เขาจะได้มากหรือน้อยก็แล้วแต่ คือเราพากเพียรให้เขาได้ ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา นี่คือหลักปรัชญาการศึกษาของเรา ถ้าการศึกษาเน้นคุณธรรมเป็นหลัก ให้มีคุณธรรมไปด้วย แทนที่จะมีแต่วิชาการ อาตมาพูดอันนี้แล้ว อาตมาก็ระลึกถึงคำตรัสของในหลวง อาตมาว่า ในพระทัยลึกๆของท่านรู้ดี แต่ท่านจะไม่ได้ตรัสออกมาได้ชัดหรอก แต่อาตมาเข้าใจดีว่าท่านตรัสว่า ปิดตำรา อย่าไปหลงตำรานักหนา คำว่าตำราคำเดียวคือการศึกษาทั้งปวง อย่าไปตามตำราเลย เป็นความหมายลึกซึ้ง จากพระปัญญาธิคุณของท่าน เท่าที่อาตมามีภูมิรู้เข้าใจ แต่ท่านเป็นในหลวงก็เลยตรัสแบบนั้น อาตมาเคยเขียนไว้ว่า สิ่งที่เราต้องการนั้น มันไม่ใหญ่โต อัครฐาน อะไรดอก !

ชีวิตง่ายๆ ถูกๆ ขยันๆ รู้จักพอดี มีความซื่อสัตย์ มีเมตตา เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเสมอๆ

ชีวิตเหมือนดอกหญ้า แต่มันใหญ่ยิ่ง เป็นมหาพลังเย็นโอบอุ้มโลก และคือการเข้าถึง โลกใหม่ (ปรโลก) ได้แล้ว

อย่างที่บ้านราชฯหรือที่อื่น โดยเฉพาะที่บ้านราชฯ มีคนงานจากภายนอกมาทำงานอยู่ที่นี่ทุกวัน เป็นร้อยคน ต้องมารับเงินจากชุมชนนี้ เขาก็เลี้ยงชีวิตด้วยเงินของชุมชนอโศก เขาก็มารับจ้าง แต่คนในนี้ทำงานฟรี แล้วเราก็มีการตลาดทำขาย แต่ก็มีส่วนเกินอยู่บ้าง แต่เราเสียสละ เราเสียสละแต่เรายิ่งมีคือเราเสียสละค่าแรงของเราไง แล้วเอามาจ้างคนงานเหล่านี้ เดือนละไม่น้อย เป็นมาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว คนงานก็มารับจ้างทุกวัน จะบอกว่าคนทำงานฟรีแล้วจะไม่มีเงินไปจ้าง แต่ก็มี คือเงินที่เราไม่เอานี่แหละเอาไปให้เขาได้ เท่ากับเราเป็นคนมีประโยชน์ เราไม่เอา ก็เลยเหลือไปช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือเศรษฐกิจประเทศชาติ ให้คนมาทำงานในนี้ ไม่ต้องไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย แต่มาทำงานที่ ซาอโศก สมณะเดินดินว่า...คนงานก็มั่นใจว่าไม่ถูกเบี้ยวค่าแรงด้วย พ่อครูว่า...เขาบอกว่าทำงานที่นี่มั่นคงแม้ที่อื่นจะจ้างแพงกว่า แต่ที่นี่ถึงเวลาจ่ายก็จ่าย รัฐบาลมีเงินจะไปจ่ายไหม ก็มี แต่รัฐบาลไม่เคยคิดจะทำ หากรัฐบาลทำจะดีกว่าแบบประชานิยม จัดขึ้นเลย เป็นคณะหนึ่งกองหนึ่งเลย กองพาณิชย์เศรษฐกิจ เพื่อเป็นการช่วยสงเคราะห์ประชาชน สินค้าไม่ใช่สินค้าแบบไฮโซ คนไฮโซก็ไม่มาซื้อหรอก ข่าวสินค้าไฮโซแล้วมาขายถูกคนไฮโซก็มาซื้อ แต่ถ้าเราขายของแบบพื้นๆ คนทั่วไปก็มาซื้อได้ คนจน คนมีหนี้คนรายได้น้อย

600714_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 77 ข้อ(ตอน3)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน