สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อานิงส์ของศีล.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อานิงส์ของศีล _พิมพ์เพชรบุญ...กราบคาระวะพ่อครูเจ้าค่ะมนัสการท่านสมณะสิกขมาตุเจ้าค่ะ ลูกขอกราบขอโทษอย่างสูงเจ้าค่ะที่เมื่อครั้งก่อนถามคำถามที่ไม่ชวนตอบ มาครั้งนี้มาแก้ตัวเจ้าค่ะ ขอถามว่า เรื่องของศีลนี้ศีล5 นี้ความทุกข์หรือกิเลสจะลดได้แต่เพียง 50%เท่านั้นเหรอค่ะคือลดได้จะยังละไม่ได้ใช่ไหมค่ะ? แค่เบื้องต้นเท่านั้น ถ้าจะลดละจนถึงเลิกอะไรก็ตามที่ติดได้ต้องมีศีลอันเป็นเบื้องต้นคือศีล5 ลดได้จะละได้ต้องมีศีล ที่สูงอีกเป็นศีล 8 อันเป็นกลาง จะเลิกได้เด็ดขาดสิ่งที่ติดกิเลสหยาบได้ก็ต้องมาถือศีล 10 ไม่รับเงินรับทองทำงานฟรีอยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมด้วยใจที่เต็มใจจริงใจ จะเบิกบาน ใครจะบังคับจิตใจเราไม่ได้ต้องทำด้วยตัวเราเอง หากรู้ว่าหนทางที่ใช่จากสัตบุรุษ(ผู้รู้จริง)เราก็จะเข้าถึงได้ง่ายได้โดยไม่ลำบาก ใครที่ว่าทำยากก็เท่ากับปิดกั้นตัวเองแล้วที่จะเข้าสู่ความเจริญ เพราะมีผัสสะ พออยู่ข้างนอกเจอผัสสะคนที่เขายังไม่ล้างหนักกว่าข้างในเลยรู้สึกทุกข์หนักมากกว่าเลยต้องพรากเพียรลดละจนถึงจะเกือบเลิกได้หรือเลิกได้เลยบางอย่างหมด เรื่องของศีลอันที่จริงแล้ว มีศีลทั้งหมดกี่ข้อคะ พ่อครูว่า... คุณเข้าใจผิดแล้ว ศีล 5 นี้ ปฏิบัติจริงแล้ว อรหันต์อยู่ในศีล 5 สามข้อแรกคือกาย ข้อสี่คือวจี ข้อห้าคือมโน อานิสงส์ของศีลการได้อานิสงส์ 10 ของศีล กุสลานิ สีลานิ อนุปุพเพนะ อรหัตตายะ ปูเรนตีติ ศีลที่เป็นกุศล ย่อมยังอรหัตผลให้บริบูรณ์ไปตามลำดับ ศีลทุกวันนี้สอนกันว่าปฏิบัติได้แค่กายกับวาจา ส่วนใจต้องไปนั่งสมาธิ บอกแล้วคุณหั่นศีล สมาธิ ปัญญา ออกจากกัน คือทำแบบฆาตกรฆ่าหั่นศพ แล้วเอาศีลไปไว้ภูเขาไหน สมาธิไปทิ้งแม่น้ำไหน ปัญญาเอาไปลงเหวไหน เป็นฆาตกรฆ่าหั่
อ่านต่อ
นศพศีลสมาธิปัญญา มันผิดไปหมด ศีลสมาธิปัญญา ศีลต้องให้จิตใจได้รับประโยชน์ เรียกว่าอวิปฏิสาร 1. อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) 2. ปามุชชะ - ปราโมทย์ (มีความยินดี) 3. ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) 4. ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) 5. สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) 6. สมาธิ (จิตมั่นคง) 7. ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) 8. นิพพิทา (เบื่อหน่าย) 9. วิราคะ (คลายกิเลส) 10.วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน) (กิมัตถิยสูตร พตฎ. เล่ม 24 ข้อ 1 , 208)
ศีลปฏิบัติแล้วจิตสงบ แต่จิตสงบของพุทธไม่ใช่นิ่งอย่างไม่ทำอะไร แต่จิตยิ่งคล่องแคล่ว สงบนี่สงบจากความชั่วอกุศล ไม่ใช่นิ่งอย่างรูปธรรม แต่อยู่ที่นามธรรมทำให้กิเลสสงบ หยุด ตายอย่างไม่ฟื้นคืนเลย เป็นความเข้าใจผิด ศีลสมาธิปัญญา แยกกัน แบบฆาตกรฆ่าหั่นศพ ปฏิบัติศีลก็ทำไป ปฏิบัติสมาธิเข้าไปนั่งหลับตา แล้วปัญญาจะโผล่มาเอง ปัญญานั้น จะเกิดได้ต้องมีกระบวนการของ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ ซึ่งกระบวนการเกิดปัญญาจะมี 6 ข้อ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มัคคังคะ สัมมาทิฏฐิ ปัญญานั้นไม่ใช่ความฉลาดแบบ เฉกา แต่ปัญญามาจากอัญญะ เป็นความฉลาดอย่างอื่นที่ออกจากกรอบโลกีย์ปุถุชน ที่มีแต่เอาเปรียบเพื่อให้ได้โลกธรรม แต่ความฉลาดแบบ โลกุตระคือปัญญาไม่ติดในโลกธรรม แต่ความฉลาดแบบโลกียคือความฉลาดแบบ เฉโก แม้จะเก่งกาจขนาดไหนก็ตาม เฉลียวฉลาดมากมาย มีความรู้รอบโลก แต่ไม่ได้ให้พาลดกิเลส ก็ไม่ใช่ปัญญา ปัญญาต้องมีปุญญะ ถ้าปัญญาไม่ทำให้เกิดปุญญะ ก็ไม่ใช่ปัญญา ปุญญะ คือเครื่องมือตัดกิเลส ไม่ใช่กุศลอีก 600714_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 77 ข้อ(ตอน3)