สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ปฎินิสสัคคะออกจากสวรรค์มาเป็นคนจนโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ปฎินิสสัคคะออกจากสวรรค์มาเป็นคนจนโลกุตระ มาพูดถึงประเทศไทย ประเทศไทยกำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจก้าวหน้า แต่มันถูก fake news มันหลอกมนุษย์ว่า เศรษฐกิจตอนนี้ไม่ก้าวหน้า เศรษฐกิจเดินไปยาก... เมืองไทยบุกเบิก แบบไม่ใช้เทคนิคแทคติค ไม่ใช้ fake ไม่ใช้การหลอกลวง มันก็ไปได้ช้า เพราะเศรษฐกิจทุนนิยม มหาวินาศนี้มันเร่งเครื่องเต็มเหนี่ยว เพราะมีแรงที่จะมาต้านเรา เราก็พยายามไปได้ขนาดนี้อย่างไม่เดือดร้อน ไปได้ดี อาตมาว่าดูตามภูมิ อาตมาให้คะแนนนายกฯตู่นี้ทำไป เป็นแต่เพียงหาตัวดีๆ มาช่วยเศรษฐกิจหน่อย ตอนนี้พูดแค่นี้แหละ จะไปแก้ปัญหาด้วยการสร้าง Concept ให้คนไปรวยไม่ได้ ต้องเปลี่ยน paradigm เปลี่ยนแนวคิดใหม่ กระบวนทัศน์ใหม่ ว่าอย่าไปใส่ความคิดให้คนต้องไปรวย แต่รู้จักพอ ให้รู้จักน้อยลงตามที่ในหลวงเรา ศาสตร์พระราชาให้มาอย่างดี ต้องพยายามให้เอาแบบคนจน ต้องตีให้แตก ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา มาตีให้แตก ขาดทุนแล้วจะอยู่ได้อย่างไร ไม่ต้องสอนจระเข้ว่ายน้ำหรอกนักเศรษฐศาสตร์ระดับนี้ ขาดทุนคืออะไรกำไรคืออะไรคุณคิดหมด ต้นทุนทุกอย่างตั้งแต่ถ้า วัตถุดิบแรงงาน โสหุ้ย ค่าแรงงาน แล้วก็ยังบวก Error อีก 5% แล้วต้นทุนมันจะขนาดไหน มันประมาทมากเลย เพราะฉะนั้น คุณมาคิดอย่างที่ชาวอโศกคิด เรามั่นใจในสมรรถนะความสามารถมวลชนเราแข็งแกร่งพอ มักน้อยสันโดษ ไม่หลงสวรรค์ ที่เขาครอบงำว่านี่ก็ใหญ่โตหรูหราน่าได้น่ามีน่าเป็น สวรรค์หลอกๆสร้างขึ้นมาปรุงแต่งมาหลอกกันทุกวันต่อหางหัวแข้งขา ออกไปบานเบิก หลอกคนไปมอมเมาคนไป ต้องเข้าหาแก่นหาเนื้อให้ดี สรุปง่ายๆอีกทีว่า มาเอาลักษณะที่ลดลงตามหลักพระพุทธเจ้า กถาวัตถุ 10 อัปปิจฉกถา สันตุฏฐิกถา ปวิเวกกถา อสังสัคคกถา วิริยารัมภกถา วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (ส
อ่านต่อ
ุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ศึกษาให้ดีแล้วใช้ทิฏฐิหรือทฤษฎีของพระพุทธเจ้านี้เลย เราใช้อันนี้ มีให้เราแล้วไม่ต้องไปคิดให้เสียเวลา สรุปว่าสอนให้คนมาจน ขออภัยถ้าไม่ชัดเจน ก็ต้องมาดูที่อโศก ขออภัยที่ต้องพูดอย่างนี้ เกรงใจจริงๆที่ต้องพูดอย่างนี้ มาดูว่าเป็นอย่างไร มันไม่ง่ายหรอกแต่มันก็ทำได้ก็ไม่ยากไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่มันก็เป็นไปได้ดำเนินไปได้ มีอัตราก้าวหน้าที่พอเป็นไป อัตราก้าวหน้า อธิบายถึงขั้น Coefficient พลังงานขนาดสัมประสิทธิ์ ไม่ง่าย อธิบายกว่าคนจะรู้ ขนาดสสารวัตถุของไอน์สไตน์ E=mc 2 แกยังบ่นว่าอธิบายให้คนเข้าใจยังไม่ค่อยได้ มันยาก แต่อาตมานี้ E=C(mc 2 +A) อาตมาอธิบายยังไม่เก่ง พวกเราเก่งสามารถเข้าใจที่อาตมาพูดได้ก็ขอบคุณอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นเหมือนเพ้อเจ้อเป็นคนบ้า ตอนนี้ดูท่าทีสังคมประเทศชาติ หรือของจังหวัดอุบลฯ เราก็พยายามพัฒนาเพื่อประชาชน เราขอบอกด้วยความจริงใจ ว่าเรามีความสะอาดในจิตใจเพียงพอ ที่จะไม่ใช่มีการล่อหลอก ไม่มี Potential ไม่มีอะไรแฝง ซ่อนซ้อนในใจหรอก ไม่มี มันเป็นเรื่องจริงเต็ม ความแท้ถูกต้อง จบแล้วเป็น axiom ที่สมบูรณ์แล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องหลอก ทำได้แค่นี้ก็ค่อยๆเปลี่ยนไปไม่ใจร้อน แต่ไม่เฉื่อย มีอัตราเร่งแต่ไม่ให้สุขภาพเสีย ทำงานมา 40 50 ปีวัดค่าในชาวอโศกมีความสงบสบายไม่ต้องพิพากษา ไม่ตีรันฟันแทงทะเลาะวิวาท อยู่กันอย่างดี ต่างคนต่างช่วยงานกันไปคนละอย่าง รับหน้าที่กันไป เป็นไปได้ อะไรเป็นหลักสำคัญที่สุด กสิกรรมสำคัญที่สุด โลกทั้งโลกจะเก่งอย่างไรก็สู้กสิกรรมไม่ได้หรอก แล้วเราอยู่ในโซนนี้ โซนเอเชียนี่มันดีกว่าโซนตะวันตก โซนยุโรป ป่านนี้ก็น่าสงสาร ติดลบ 50 องศา ให้อาตมาไปอยู่ก็ตายแน่ๆ อย่างนายกฯตู่นี้ทางคมนาคม ทางการค้าก็ทำงานได้ครบด้าน ขณะนี้มีพวกที่ fake news พยายามดิสเครดิตต่างๆนานา เอาน่า แม้แต่พลเอกเปรมจะเตือนหรือไม่ให้กำลังใจก็ตาม เตือนก็ได้นะว่า กองหนุนหมดแล้วนะ แต่ขอยืนยันว่า อโศกไม่มีแปรเปลี่ยน หนุนเต็มที่ตลอดเวลา ขอยืนยันว่า ไม่มีใครเป็นกองหนุน อโศกยังตั้งหลักตั้งมั่น หนุนนายกตู่ตลอดเวลา หนุนเต็มที่ ถ้าใครมาอะไรต่ออะไรบ้าง..อโศกพร้อม เราก็ต้องขู่ไว้ก่อน เรามีหลักฐาน มีฝีมือที่ฝากไว้ พอที่จะเอามาอ้างอิงได้บ้าง เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงหรอก เราพร้อมจริง! เพราะเรามองเห็นแล้วว่า มันได้สัดส่วนสมบูรณ์ถูกต้องดีแล้ว ขณะนี้ก็อายุแค่ 63-64 เองใช่ไหม ฟิตเปรี๊ยะ เอาถึง 75 80 เลย อีก 11 ปี จัดสรรเศรษฐกิจ เปลี่ยนแนวคิดแก้ให้ดีๆก็ไม่เสียทีเดียว ว่าไปแล้วเศรษฐกิจก็ยังไม่ถึงขั้นที่ ตาม fake news เขาว่าไปเรื่อย มันพยายามดิสเครดิต เมืองไทยยังไม่ได้จนยากขาดแคลนเดือดร้อนหนักหนา พวกเราเฟ้ออยู่เลย พวกชาวอโศกนี่พูดไปไม่ได้ขาดแต่เฟ้ออยู่เลย กลุ่มอื่นถ้าเป็นเครือแหสานกันในประเทศไทย มีทฤษฎีแบบนี้วิธีการแบบมีวัฒนธรรมแบบมีจิตที่มีทั้งความรู้และเจตนาแบบนี้เป็นธรรมะ 2 แบบอโศก อโศกทำอย่างนี้ได้อย่างไร อันนี้สิ กรุณามาดูให้ดี อโศกทำได้เพราะว่ามีทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ขอยืนยันเลย ทำได้เพราะทฤษฎีของพระราชา ศาสตร์พระราชาซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ อันเดียวกับพระพุทธเจ้า แล้วก็ฝากไว้ในแผ่นดินแล้ว มาหาอโศกแล้วศึกษาศาสตร์ของพระเจ้าอยู่หัวให้ดีๆก็แล้วกัน ท่านทรงงานหนักอยู่องค์เดียว ข้างๆท่านก็เป็นบุคคลโลกีย์ หาโลกุตระได้ยากมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่ทันที่ท่านทำ จึงเกิดได้แค่นี้ ขนาดท่านทำได้ ผู้สนับสนุนมีน้อยยังได้ขนาดนี้ ประชาชนตื่นตัวทั่วโลก สหประชาชาติก็มาทูลเกล้าถวายรางวัลท่าน ยอมรับว่าถูกแล้วขอเอาไปศึกษาต่อ ต่างชาติต่างประเทศก็อยากได้ เพราะฉะนั้นก็มาช่วยกัน อาตมาอบอุ่น เราทำอยู่ในขณะนี้เป็นจุดขาว ท่ามกลางฟ้าดำกว้างผืนใหญ่ ก็ยังมีคนเห็นแสงริบหรี่นี้ได้ ตอนนี้แม้แต่ข้าราชการ แม้แต่ในจังหวัดอุบลฯหรือกว้างออกไปก็ตาม ก็พอจะเห็น ว่าจะต้องสนับสนุนอันนี้ มาช่วยดูแลการสร้างสรรพัฒนานี้ให้ก้าวหน้าต่อไปก็เห็นอยู่ พูดนี้ไม่ได้โมเมนะ มีหลักฐานอ้างอิง มีของจริงยืนยันที่พูดนี้ ก็ขอเข้าสู่เนื้อหาแท้ๆของสาระว่า มาเป็นคนจนนี้ไม่ได้แกล้งจน ซ่อนแฝงความรวยไว้ตรงนั้นตรงนี้ ไม่มีเลย จนคือมีทรัพย์วัตถุไม่มาก ไม่สะสมไว้มาก ไม่หลอก ของจริง มั่นใจในสมรรถนะความขยันความรู้ความสามารถของเราแต่ละคนกับความขยันของเรา นี่เป็นทรัพย์แท้ เพราะฉะนั้นวัตถุต่างๆ สิ่งที่จะต้องอาศัยเรานี้เราจึงไม่กลัว เพราะเรามีความรู้ความสามารถก่อสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะตั้งแต่ปัจจัยสำคัญของที่กินเลี้ยงชีวิตของสัตว์โลก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เดรัจฉานหรือมนุษย์ เป็นอาหาร อาหารที่ดีสุดด้วย เป็นอาหารไร้สารพิษเป็นอาหารที่ถูกต้องของมนุษย์กิน ไม่ใช่ของมนุษย์ที่ยังหลงเลอะ ไปเบียดเบียนกันต่อ หรือหันไปหาสิ่งที่เป็นพิษและมอมเมาตัวเองต่อ แต่ของเราหมดทั้งพิษหมดทั้งมอมเมา เป็นธาตุแท้ของมนุษยชาติที่เจริญแล้ว พึ่งได้ให้อาศัยบริโภคเป็น กวฬีงการาหาร เป็นอาหารคือสิ่งที่กินเข้าไปสังเคราะห์ร่างกายตามธรรมชาติของมัน ก็ไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากรักษาให้ครบอาการ 32 องคาพยพของเราทั้งหมด ให้มันทำงานได้แข็งแรงดีไม่บกพร่องเท่านั้นก็จบแล้ว รับรองว่าไปได้เรื่อยๆ มันซับซ้อนในความรู้ความจริงตรงที่ว่า การได้อาหารที่ถูกต้องอย่างนี้ กับการมีสัมประสิทธิ์ Coefficient ที่ได้สัดส่วนกัน มันจะทำให้ชีวิตของเรายาวยืนต่อไป ชาวอโศกยังมีมาได้ไม่กี่ Generation 30 ถึง 40 ปี ถ้าถึง 100 ปี จะเห็นซ้อน รุ่นพวกนี้จะเกิดมาใหม่แล้วจะมาต่อเชื่อมมันจะชัดเจนขึ้นอีก ถ้าอาตมาอยู่ถึง 120 จะมีประมาณ 3-4 รุ่นซ้อนขึ้นมา จะมาสนับสนุนไม่ขาดตอน ยิ่งอาตมาอยู่ 151 อาตมาว่า ต่อลูกโซ่เครือแหนี้ได้อย่างแข็งแรง ขอยืนยันว่าเราไม่มาหลอกว่าเราเป็นคนไม่มีทรัพย์ศฤงคาร ไม่มีทรัพย์สินเงินทองสะสมวัตถุสมบัติ เรามีพลังงานกับจิตวิญญาณ เราสร้างสรรค์ให้เหลือกินเหลือใช้ เราย่อภาษาว่า ของดี ราคาถูก ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ขายสดงดเชื่อ เพราะระบบเงินเชื่อสินเชื่อเป็นระบบที่เลวร้ายที่สุดที่ทุนนิยมมาใช้ถึงวันนี้ เห็นความร้ายเลวของสินเชื่อหรือระบบเงินเชื่อไหม เป็นเรื่องสุดเลวร้ายเลย เพราะฉะนั้นถึงบอกว่า อาวุธที่เลวร้ายที่สุดของสังคมคือเงินเชื่อ กับประกัน ประกันภัย กลัวโทษภัย ก็มาล่อเอาประกัน แต่ก็ล้วงตับกินไส้อยู่นั่นแหละ ซึ่งถ้าไม่รู้เท่าทันก็ถูกพวกนี้ล้วงตับกินไส้อยู่ต่อไป สิ่งเหล่านี้ต้องเปิดเผย ต้องบอกความจริง พูดไปด้วยความสงสารผู้ที่ยังหากินในทางนี้ หากินในระบอบทุนนิยมสามานย์ หากินในสิ่งซ่อนแฝงพวกนี้อยู่มันบาป อาตมาเชื่อกรรมวิบากที่เป็นสัจจะ อาจอยู่อุดมสมบูรณ์โดยใช้อำนาจเงินและทรัพย์สิน จริง แต่ด้วยสัจจะของกรรมวิบาก เขาไม่ได้จบแค่นี้ คุณศึกษาสัจจะพระพุทธเจ้าให้ดีว่ามีวัฏฏะความหมุนเวียน ไม่ใช่สั้นๆ แต่มันยาวนาน ถ้าไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริงแล้ว มันจะไม่รู้ได้ง่ายๆ เป็นเรื่องยากซับซ้อน ใช้ศัพท์ของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า ปฏินิสสัคคะ หรือคัมภีราวภาโส แปลว่า ความสว่างของความลึกซึ้ง อธิบายยากอยู่ แต่ปฏินิสสัคคะ เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ซับซ้อน จนไม่รู้ต้นทาง ต้นเหตุไม่รู้เลย กันไว้ไม่รู้กี่ชั้นๆ ความซับซ้อนคือสวรรค์ เขาเอาสวรรค์มาหลอกไม่รู้กี่ชั้น มาทางนี้บอกว่านี่สวรรค์นะ แล้วตลบหลังว่านี่มีสวรรค์ทางนี้ยิ่งกว่านี้อีกนะ พอมาถึงตรงนี้ก็บอกว่ามีสวรรค์สูงกว่ากว้างกว่ายาวกว่า พอไปอีกก็ว่านี่สวรรค์นี้ยิ่งกว่าอีกนะ บานไปอีก ข้ารู้ทันเอ็งแล้ว สิ่งที่เป็นสวรรค์หลอกวิมานเพ้อเจ้อ ไม่มีจริงหรอกเป็นอุปาทาน เป็นสิ่งลมๆแล้งๆ ไม่มีจริง เป็นเรื่องยากที่คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ สวรรค์หลอกสวรรค์ลวง สัคคะคือสวรรค์ เพราะฉะนั้นความสุขหรือสวรรค์มันเป็นของหลอกทั้งสิ้น ลดลงมาตามชั้นๆ อย่าเพิ่งมาพรวดพราดทีเดียว เป็นของหลอก จึงเรียกด้วยพยัญชนะของพระพุทธเจ้า สุขลิกะ สุขหรือสวรรค์ หลอกทั้งนั้น จึงต้องมาศึกษาด้วย ปฏินิสสัคคะ Action Reaction กระทบย้อนกลับไปกลับมา หมุนกลับไปกลับมา ถ้าเป็นโลกก็สวรรค์หลอกให้กว้างบานใหญ่ไปเรื่อยเรื่อยๆ ก็มาลดลงมาๆ สวรรค์น้อยอยู่ในวงฟ้อนรำมาเรื่อยๆ จึงใช้ศัพท์ว่า นิ แปลว่าไม่ สัคคะ คือสวรรค์ก็มีปฏิ คือเรียนรู้สวรรค์ที่หลอกไปหลอกมานี้ เราก็พาหลอกมาหลอกไปมาหา 0 เลย ดับสวรรค์มาเรื่อย ๆ สรุป ปฏินิสสัคคะแปลว่าล้างสวรรค์ ลดสวรรค์ ดับสวรรค์ลงมาเรื่อยๆ ตามขั้นตอน ให้รู้เหลี่ยมขั้นตอนว่าสวรรค์ที่หลอกคืออะไร กระเป๋าถือที่เมืองไทยสาน Versace เอามาหลอกขาย ใบละเท่าไหร่ ผ้าขาวม้า เอาไปขาย บวกราคา ตีกิน แต่ก่อน Jim Thompson กับผ้าไหมไทย มาปักหลัก ก็รวยไปจนตายแล้ว ไหมไทย เมืองนอกตาโต อะไรอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งพอ คุณไปหลอกชาวต่างประเทศก็ตาม ก็ไม่ใช่ชาติของเรา แต่เขาไม่ใช่คนหรืออย่างไร เขาไม่เป็นทุกข์ร้อนหรืออย่างไร ไปหลอกเขาทำไม ข้อสำคัญคนไม่รู้จักกรรม คุณไปหลอกนั้นเป็นบาปอกุศลกินหัว กินจิตวิญญาณเลย เป็นมะเร็งทางจิตวิญญาณไปเรื่อยๆ สะสมก้อนมะเร็งไปเรื่อยๆ โตขึ้นโตขึ้น มันก็ระเบิดเป็นพิษขึ้นมามีแรงระเบิด เป็นมะเร็งไม่รู้กี่เท่าไหร่ อย่างนี้เป็นต้น เป็นสัจจะที่เขาไม่รู้ เพราะฉะนั้นหยุดสักทีหนึ่ง เรามาทรงไว้เรียกว่าธรรมะ ธรรคือทรงไว้ เราทราบว่าจนเท่านี้เราอยู่ได้ใช่ไหม ไม่ต้องรวยกว่านี้เราอยู่ได้ใช่ไหม เราเชื่อใคร ก็คนของเราที่ได้ศึกษาฝึกฝนแล้วเป็นคนมี status quo เป็นคนที่มีความตั้งมั่นคงที่แข็งแรง มีแกนบวก status Static แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ใช่มีแต่ static แต่เป็นธรรมะ 2 มี Dynamic ด้วย เป็นพลังงานบวกลบในโลก เป็นธรรมะ 2 เสร็จแล้วเราก็รู้จักสร้างพลังงานก้าวหน้าเป็น Coefficient พัฒนาขึ้น Coefficient จะเป็นตัวแปรหลักประกันที่คุณจะไม่เสื่อมง่ายๆ เป็นตัวก้าวหน้า แล้วเราสามารถรู้การทำให้พลังงานของจิตนิยาม ของเรานี้ เพิ่มพลังงาน Coefficient ขึ้นได้ตามสัจจะที่ไม่เกินการ มันก็ ไม่ขาหัก Coefficient ไม่ขาหักกลางทางก็จะไปได้อย่างสมบูรณ์แบบสมบูรณ์ดี ตามการก้าวหน้า ไม่มีพังไม่มีเสีย จนกว่าเราจะรู้เขตความพอว่า เอาล่ะ เราจบเราพอเราหยุดแค่นี้ให้คนอื่นสร้างต่อ ถ้าไม่สร้างต่อก็ ชรตา จะทำลายระเบิดเลย หักดิบเลย สูญ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ศาสนาพุทธมีวิธีทำได้ โดยแยกธาตุ ชีวิตินทรีย์ รู้จักธาตุ ชีวิตินทรีย์เลย ว่าเป็นชีวะที่ผสมส่วนกัน เราเรียนรู้ตั้งแต่อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยามแล้วเราเรียนรู้พลังงานที่สังขารขึ้นมาผสมให้ได้สัดส่วน ที่จะให้ก้าวหน้าต่อไป เป็นพลังงาน Coefficient หรือจะให้ลดลงก็ได้ ถ้าไม่สันตติ ก็ไปสู่ความเสื่อมไม่มีพลังงานเสริมต่อไปทศนิยม.000001 ไปอีก มันก็มีแต่เสื่อม ไปตามธรรมชาติ ยกตัวอย่างเป็นวัตถุธาตุน้ำ H 2 O มีแก๊สสองอย่างคือ ไฮโดรเจนกับออกซิเจน เกาะตัวกัน มันก็เป็นลักษณะธาตุใหม่ จากแก๊สมาเป็นของเหลวคือน้ำ วิทยาศาสตร์รู้ดี แต่นี่เราแยกแล้ว ธาตุไฮโดรเจนกับออกซิเจนนี้จะมารวมตัวกันอีกเป็น H 2 O ก็ได้แต่มันยาก และได้สัดส่วนอีกตามพลังงานแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้าตามธรรมชาติ ของพุทธเรียน ทั้งฟิสิกส์ ไบโอโลจี จนเลยไปถึงจิตนิยามเลย ถึงกรรมนิยาม สามารถทำกรรมเป็นโลกียะ ตามประธานคือ จิต เป็นประธานสิ่งทั้งปวง ควบคุมได้ ว่าเราต้องการระดับไหน ระดับโลกีย์ก้าวหน้าแบบบวก แบบคูณ ก้าวหน้าแบบยกกำลังหรือสลายยอดเลย สลายอย่างระเบิดปรมาณู ตูม เดียว แยกธาตุ บวก ลบ พลังงานนั้นหายไป แตกตัว มีทั้งส่วนที่เกาะกันและแยกกัน พระพุทธเจ้ายกตัวอย่างเป็นพวงมะม่วงหล่นลงมาแตกกระจาย บางลูกก็กระจายไป บางส่วนก็ติดกันอยู่ แต่ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว หายไปก็มีเหลืออยู่บ้างก็มี มากที่สุดจับตัวก็ไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว อธิบายอยู่นี้มีอานิสงส์ในการฟังธรรม 5 ประการตามพระพุทธเจ้าสมณโคดมพูดได้ไหม 1. ได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน 2. เข้าใจได้ยิ่งขึ้น 3. หายสงสัยข้องใจ 4. มีทิฐิที่ตรงขึ้น 5. จิตใจก็สุขสบายเลื่อมใสมากยิ่งขึ้น นี่คืออานิสงส์ในการฟังธรรมเพิ่มขึ้น พวกเราถึงแน่น อาตมาอธิบายลึกยิ่งขึ้น พวกเรารู้ยิ่งขึ้น แต่คนไม่รู้ก็จับไม่ติด เห็นใจเขาเหมือนกัน แล้วก็ตีทิ้งอาตมา หาว่ามาหลอกอีก อาตมาว่าอาตมาจะไปทำทำไม ขนาดพวกคุณมีแค่นี้อาตมายังเหลือเฟือ ปฏิเสธในปัจจัยกินใช้อยู่ แต่เรื่ององค์ประกอบที่จะเอามาใช้งานสร้างให้แก่ผู้อื่นดีกว่านี้ แต่สำหรับตัวเอง เฟ้อเกิน เครื่องกินเครื่องอยู่ นี่ก็ขอปรามขอติงพวกเรา ผู้ที่ทำอาหารให้อาตมากิน ปรารถนาดีแต่อย่าไปซื้อของข้างนอกมาให้อาตมากิน ของข้างนอกนั้นไม่สะอาดบริสุทธิ์หรอก มีสารพิษอะไรแฝงมา อาตมาก็ไม่รู้ บางทีก็ทำปนกันมา อาตมาก็ปรามไว้ ปรารถนาดีอยากให้กินดีตามภูมิของตน แต่หยุดเลย อย่าเอาของข้างนอกมาให้กิน ถ้าในนี้ไม่มีอะไรกินอาตมาจะกินดิน ไม่ต้องไปซื้อของข้างนอกมา เอาแต่ของข้างในพวกเรานี้ก็พอ โดยเฉพาะอาหารที่จะให้อาตมา ไม่ต้องเอาของข้างนอก เอาแต่ของพวกเราก็พอ แล้วไม่ต้องแย่งเขามา เขาให้ก็เอาไม่ให้ก็ไม่เอา นี่ก็หัวบีทรูทก็มีนี่บนโต๊ะนี้ สมณะฟ้าไทว่า...เดี๋ยวนี้สารพิษแรงมาก หากเรามีแผลลงไปในท้องนาสารพิษจะเข้าเลย พ่อครูว่า..พวกเราทำนี้ไม่มีสารพิษ แต่ก็อย่าประมาทเท่านั้นเอง
มาเข้าสู่เศรษฐกิจ ใหม่ นี่บานไปเรื่อย
ประเด็นที่ 1 หยุดที่ไปยุแหย่ให้คนรวย ให้รู้จักความจน แม้คุณจะไม่จนมากแต่จนให้นิดหน่อยได้ ให้ได้ก่อน ให้รู้ว่าความจนไม่ใช่สิ่งน่าเกลียด ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีความสุข มีความสุขได้ในความจน สุขเป็นอุปาทานไม่มีจริงเป็นความหลอก ทุกข์ ทำไมเรียกว่าอริยสัจ สุข ทำไมเรียกว่าหลอก อัลลิกะ ทุกข์ ท่านเรียกว่าความจริงเป็นอริยสัจ ท่านไม่เรียกว่าทุกข์คือสัจจะอย่างเดียว ท่านเรียกว่าทุกขอาริยสัจ อาริยะคือผู้ประเสริฐที่แท้จริง อาริยะจะรู้จักสุขรู้จักทุกข์ ว่าสุขเป็นของหลอก ทุกข์เป็นของจริง เพราะตัวจริงคืออวิชชาคืออนุสัย สวรรค์ไม่มีอยู่ที่ตัวคุณหรอก จิตของคนไม่มีสวรรค์หรอก สวรรค์คือตัวจร คือการปรุงแต่งเพียงชั่วคราว อาจจะดึงสวรรค์ไปได้อีกไม่กี่วินาทีหรอก แต่เสร็จแล้ว ก็พรากกันไป สวรรค์ไม่ได้ทนทานอะไร อนุสัยอวิชชามันทนทาน ทนทานเหนือไวรัสต่างๆเป็นล้านๆๆปี ท่านจึงเรียกว่า ทุกข์มันไม่มีประมาณ อัปปมัญญา ยาวนานไม่มีประมาณ ไม่เคยหยุดไม่เคยพอ มันอยู่กับตัวเรา ถ้าหากล้างตัวนี้หมด ทุกข์ก็ไม่มี แต่อวิชชากับอนุสัย มันอยู่กับคุณจริงๆ ต้องมาศึกษาล้างตัวนี้ให้ได้ ท่านถึงเรียกว่าอริยสัจ แต่สวรรค์นี้รู้ได้ง่าย มันก็หลอกแวบไปแวบมา ใครมีสวรรค์ที่ไม่มีทุกข์แทรกอยู่เลย นรกแทรกอยู่เลย เอ้ายกมือ???....แสดงว่าไม่มีอรหันต์ อรหันต์นี้ไม่มีทุกข์แทรก (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...ธรรมชาติของจิตอวิชชา ก็เสพติด พ่อครูว่า...เราไม่เสพแล้วเราก็ไม่ติด ตั้งแต่ก่อนนี้อาตมาให้โศลก ว่า เบิกบานแจ่มใสมัธยัสถ์ สุภาพ สงบ หมดความอยาก สิ้นความเสพ คือจุดหมายปลายทางของชาวอโศก สุดท้ายไม่มีการเสพมีแต่สัมผัสแล้วรู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่มีรสสวรรค์ ไม่มีรสอร่อย ไม่มีรสสุขไม่มีรสทุกข์ ล้างจิตให้เป็นกลาง สิ้นความเสพหมด หมดสวรรค์หมดอะไรต่ออะไร ต้องอ่านจิต ว่ามีความเบิกบานแจ่มใส มัธยัสถ์ สุภาพ สงบ หมดความอยาก สิ้นความเสพ อย่างไร สุภาพคือภาวะที่ดี phenomenon เพื่อสิ่งปรากฏ ปาตุภาวะ แล้วปรากฏให้คุณเป็นสิ่งที่ดี คุณก็ต้องใช้ปัญญาความเฉลียวฉลาด เลือกเฟ้นว่าอะไรดีกับไม่ดีคืออะไร ก็เลือกเอาสิ่งที่ดีตามภูมิ ดีถึงขั้นโลกุตระหรือแค่โลกียะ โลกียะจะมีความวนเวียนอยู่ แต่โลกุตระจะไม่มีความวนเวียน โลกุตระนี้ดีก็น้อย จนไม่มีดีไม่มีชั่วเลย ชัดเจนว่าจะมีถึงแค่สภาพแบ่งรู้ของจิตเรียกว่าอรูปฌาน รูปฌานจะรู้ว่า มีภาวะฟูฟองเรียกปีติ สภาพที่ยังสุขทุกข์อยู่บ้างเรียกวิตกวิจาร วิตกวิจารยังมีโทมนัสโสมนัสผสมอยู่ หรือแม้สุขทุกข์ก็ผสมอยู่ทั้งสี่ส่วน เมื่อทำให้อุเบกขา กลางๆ จนหมดอยากสุขทุกข์ภายนอก สุขทุกข์เป็นสวรรค์นรกภายนอก หยาบ กระทบดินน้ำไฟลมวัตถุภายนอกทั้งหมด ทางตาหูจมูกลิ้นกาย ภายนอกหมดสุขหมดทุกข์จริงๆ วางสบาย ข้างนอกสบาย แต่ข้างในยังทุกข์ เราไม่เรียกทุกข์ เราเรียกโทมนัส ยังมีโสมนัสฟูใจ แต่คนกดข่มได้ ไม่ออกมาทางกายวาจาอย่างกับพระอรหันต์ แต่แท้จริงเป็นเพียงอนาคามี ไม่มีกายวิญญัติวจีวิญญัติ ไม่มีการเสพภายนอก มีแต่แอบเสพภายในเป็นคนธรรพ์ แอบเป็นเล็น แฝงในขนพญาครุฑ แอบไปเสพ เอาเศษจากพญาครุฑไปเสพ พญาครุฑไปเสพกามกับกากี คนธรรพ์ก็ไปแอบเสพส่วนที่เหลือ เป็นเล็นเป็นหมัดอยู่ที่ขนพญาครุฑ เรียกว่าคนธรรพ์แฝงอยู่ เป็นชีวิตที่แฝงทรงไว้ แอบเสพ มันแฝงในจิตเป็นรูปราคะ อรูปราคะ หมดรูปราคะอรูปราคะแล้ว ก็หมด หมดก็เหลือ มานะอุทธัจจะอวิชชา สามสังโยชน์สุดท้าย แม้คุณจะดีแต่ถือดี เอาดีไปข่มเขา เอาดีนี่แหละไปหาสิ่งที่ซับซ้อนเพิ่มเติม เป็นอัตตาเสริมก็ไม่เอา จนหมดมานะเหลือเศษธุลีละออง อุทธัจจะก็ลดอีก เหลืออาสวะ ก็ดับอาสวะ 10 อีก ยังเหลืออนุสัยอีก 7 อนุสัย 7 ตัด อาสวะ สามอันแรก ต้องรู้จักโครงสร้างแรก คือกาย อย่างไม่สงสัย และมีศีลพรต อย่าไปเล่นหัวกับกิเลส จำเลยก็อยู่กับเราแท้ๆ แต่โจรไม่รู้ เราเป็นตำรวจ แล้วโจรไม่รู้ว่าเราเป็นตำรวจด้วย ฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่พ้นสีลัพพตปรามาสคือตรงนี้ รู้ตัวโจร มีทฤษฎีที่จะทำด้วย ไม่สงสัย แต่ไม่ลงมือทำสักที เล่นอยู่ได้เสียเวลา ของพระพุทธเจ้าชัดเจน แล้ว คือมันยังอร่อยอยู่นะ ยังเพลิดเพลินกับกิเลส แอบแฝงเสพกิเลส อันนี้จริง ไม่เล่นหัวแอบเสพ ไม่มากไม่มาย พลังงานที่จะมากก้าวหน้าไม่มี แต่วนแค่นี้ แค่นี้ก็พอแล้ว พวกพอเพียง คุณจะล้างต่อไปในอนาคตยากขึ้นๆ ไม่เชื่อก็ศีรษะใครศีรษะมัน ปีติวิสัยของอานาคามี อนาคามีก็ตาม โสดาบันก็ตามอย่างนางวิสาขาเป็นวัฏฏภิรตโสดาบัน พระโสดาบันที่ยังร่าเริงกับความอร่อย ยังมีรูปราคะ ก็แข็ง จะมีตัวอย่างในโลก ที่ไปนั่งหลับตา อาฬารดาบส อุทกดาบส หรืออีกอย่างหนึ่งคือเมถุนสังโยค ฐานที่ 7 คือเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง ปรารถนาเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง เสพรสสวรรค์ อยู่กับรสสวรรค์นี้ไม่ไปไหนหรอก ก็ไม่สร้าง Coefficient นี้ให้แรงก็เลยวนกลับนรก บวกบ้างลบบ้าง แต่ไม่ให้ลดไปกว่านี้ ลดความพอเพียงไว้ดีมาก พวกพอเพียงนิรันดรนี้น่าเขกกบาล สรุปว่า สวรรค์นี้เป็นของหลอกทั้งนั้น พระพุทธเจ้าใช้พยัญชนะชัดเจนว่า สุขัลลิกะ ต้องมาดูเหตุที่มันพาลงนรกคือตัวผี เหตุคือตัวผี พาลงนรก ฆ่าผีให้เรียบร้อย ฆ่าซาตาน ไซตอน เรียกด้วยภาษาอีกเยอะแยะ ฆ่าด้วยพลังงานจิต ฆ่าให้มันตายดับสนิท ไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา เป็นปกติธรรมดาสามัญ อย่างไรก็ไม่เกิดอีก เป็นหลักประกันได้เลย ยืนยันได้ เพราะฉะนั้นถ้าสามารถ มีตัวอย่าง แล้วก็มาพิสูจน์ไปตามลำดับขั้น ตั้งแต่อบายมุข สวรรค์อบายมุข เสร็จแล้วก็ไปติดสวรรค์ในขั้นกาม แม้แต่กามไม่จัดจ้าน อ่อนๆ ไม่มากเท่าไหร่ เหมือนอย่างนางวิสาขา แต่ที่จริงกามในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอาจจะอ่อน แต่กามวัตถุไม่อ่อนนะ นางวิสาขานั้นรวยเละเลย ใช้อำนาจทางวัตถุบริวารทรัพย์ศฤงคารเยอะ แต่ตัวเองกามอ่อน แต่โลกียะ มหาศาล ต้องแยกกาม กามคือเสพรส โลกียะคือลาภยศ สุขเพราะลาภยศ ส่วนกามนั้นสุขเพราะสัมผัสห้า อย่างนางวิสาขา สุขทางกามน้อยกว่า แต่สุขทางโลกียทรัพย์ลาภยศมหาศาลเลย เพราะฉะนั้นเราต้องลดทั้งคู่ กามก็ลด โลกียะก็ลด โลกธรรมต่างๆก็ลด ยศ โดยธรรม กับยศ โดยโลก อำนาจ เบ่งข่ม อำนาจบาตรใหญ่ อำนาจบาตรใหญ่ ไม่ใช่บาทที่แปลว่าเท้านะ แต่คือบาตร คำว่าบาทนี้หยาบ เท้าใหญ่ แต่บาตรใหญ่ หมายความว่าตะกละ ใช้กันคนละเบอร์เท่าไหร่ ไปบิณฑบาตก็รับเละเลย หากบาตรใหญ่ จึงใช้คำว่าอำนาจบาตรใหญ่ แต่ถ้าบาทนี้ มันคือตีน ทึบเลย ดูหยาบกว่า จึงใช้ บาตร คนที่มีเทคนิคแทคติกมากก็ใช้บาตรใหญ่ คนไม่เล่นเทคนิคแทคติกก็ใช้บาตรน้อย สรุปว่าเมืองไทยก็มีความดีขึ้นมาก มีผู้พาทำดี ศึกษาตามศาสตร์พระราชา ศาสตร์พระราชาคือศาสตร์ของพระพุทธเจ้า ศึกษาให้แตกฉานเลย อาตมาไม่บังอาจว่าไปศึกษาโพธิรักษ์ ไม่บังอาจหรอก แต่ศึกษาเถอะของพระพุทธเจ้าของในหลวง ศึกษาให้ดี ขนาดของในหลวง ร. 9 นี้ ก็ถือว่าเหลือใช้ เข้าใจในความรู้ที่ท่านตรัสเอาไว้ ก็ไม่ใช่น้อยๆ บันทึกไว้ไม่ใช่น้อย ศึกษาให้ดีๆ มันมีตัวตั้ง มันมีสิ่งที่เป็นเชื้อ DNA ของเศรษฐกิจ ไม่ใช่ทุนนิยม แต่ว่าเป็นบุญนิยม เป็นศัพท์ของพระพุทธเจ้านี่แหละ ใช้บุญนิยมเพื่อขยายคำว่าบุญ บุญนิยม