สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน GDP แบบโลกีย์กับแบบโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน GDP แบบโลกีย์กับแบบโลกุตระ ขอวิจัย GDP ( Gross domestic Product ) การจัดการทรัพย์สินองค์รวมของคนในประเทศ โลกียะกับโลกุตระนั้นต่างกัน GDP แบบโลกีย์ เอาเปรียบชาวต่างประเทศมาให้แก่ตัวเองอย่างไม่เกี่ยง เอา GDP โลกุตระนั้น ไม่ไปเอาเงินของต่างประเทศ เพราะฉะนั้น Gross domestic ของชาวโลกุตระคือของชาวประเทศไทย ประเทศเราเองเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะมีรายได้องค์รวม รายได้มวลรวม ของชาวเราเท่านั้น ให้มากพอแล้วสะพัดออกไป ไปที่อื่น เพื่อผู้อื่นมากกว่า นี่คือ GDP ของโลกุตระ ส่วน GDP ของโลกียะนั้น เอาจากต่างประเทศได้เปรียบเอาหมด เพราะฉะนั้นจึงเกิดการแย่งชิงจึงเกิดการไม่สงบ จึงเกิดการ ไม่มีคุณค่า เพราะว่าตนเองก็แย่งเขาอยู่ เพราะไม่รู้จักสถานะ ในหลวงเราตรัสคำว่า เอาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ผู้ที่ขาดทุนได้ และก็มีชีวิตอยู่อย่างคนจนเบิกบานสุขสำราญใจ ขาดทุนได้ตลอดเวลา ตัวเองก็ขาดทุน เพราะเราสร้างเราคิดทุนแล้วให้แก่คนอื่นมากกว่าที่เราจะเอา เราชักเนื้อ แต่แม้จะชักเนื้อเราก็เหลือกินเหลือใช้อุดมสมบูรณ์พอเพียง เราจึงขาดทุนแก่ผู้อื่นได้ และถือว่าเรามีชีวิตอยู่เรามีกำไร เพราะเราได้ขาดทุนให้แก่ผู้อื่น ถ้าประเทศเรา โดเมสติกของประเทศไม่ต้องเอาจากต่างประเทศเลย ทำด้วยตนเองพึ่งตนเองให้เหลือ เมืองไทยจะมีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ให้เพียงพอ มาสอนให้คนรู้จักอยู่รู้จักกินรู้จักใช้ อย่าไปบ้าปลุกเร้าให้เราต้องอยากได้อยากมีอยากเป็น อยากรวยอยากสวยอยากดังอยากหรูอยากหราอยากใหญ่อยากโต แข่งบ้าไปกับเขาทำไม อยู่กันอย่างพอดี สงบแล้วไม่หรูหราไม่ใหญ่โต ตึกสูงสุด เขาจะเอาโอลิมปิกมาสร้างในประเทศนี้ก็ต้องลงทุนเพื่อรองรับโอลิมปิก สาธุขอให้ประเทศไทยอย่าเอาโอลิมปิกมาสร้างในเมืองไทยเลย
อ่านต่อ
พระสยามเทวาธิราชช่วยหน่อย มันบ้าจริงๆ มันอวดใหญ่อวดหน้าตาอวดร่ำรวย มีบางประเทศดีใจที่จะได้จัดโอลิมปิกในประเทศ แต่ตัวเองต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาสร้างสถานที่รองรับการจัดงานโอลิมปิกในประเทศของตน จะบ้าหรือไง เอาหน้าแต่แบกดอกเบี้ยแบกหนี้ไป นี่คือความโง่ ถ้าหากโอลิมปิกนี้ล้มเลิกไปทันทีโลกนี้เจริญขึ้นเยอะ นักเตะบอลราคาแพงสูงขึ้นเท่าไหร่ๆนั่นคือความเสื่อมของโลกความโง่ของโลก ดารา ยิ่งร่ำรวยเท่าไหร่ คนที่ร่ำรวยซื้อกระเป๋าเขากระเป๋าหิ้วใบละ 7 ล้าน นั่นคือความเสื่อมความโง่ ความอวดรวยนั่นคือความโง่ที่สุด โง่อวดคนโง่ด้วยกัน คนโง่ด้วยกันก็บอกว่าโอ้โหอยากเป็นอย่างเขาบ้างทำยังไงจะได้ อาตมาเห็นใบละ 7 ล้านที่เขาใช้กัน ข่มเลย ก็ขอแวะ GDP สองแบบ พูดไปคร่าวๆแล้วเมื่อกี้ อโศกเราจีดีพีดีมากเลย รายได้มวลรวมของพวกเราร้อยเปอร์เซ็นต์ คืออะไร ทุกคนทำงานเข้ากองกลางหมดเลย สาธารณโภคี เสียภาษี 100% ทุกคนทำงานอยู่ในนี้ชาวอโศก คอมมิวนิสต์ก็ริษยา ประชาธิปไตยก็ริษยา ถ้าหากเผด็จการแล้วไม่ริษยาก็ชอบใจเลย ถ้าทุกคนทำให้ส่วนกลางหมดเลย เผด็จการที่ดูแลส่วนกลางก็ชอบใจ ผู้มีอำนาจใหญ่ก็ชอบใจ ทำให้เท่าไหร่ก็ชอบใจ บอกให้หมดเลย พวกเผด็จการคนเดียวก็แบบฟาสซิสต์ ส่วนแบบคณะเผด็จการก็เป็นคอมมิวนิสต์ มันก็มีการบริหารของโลกแบบนี้ พวกอโศกเป็นคอมมิวนิสต์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่เป็นเผด็จการ มีอิสระเสรีภาพที่ยิ่งใหญ่แทนที่จะเป็นเผด็จการ ชาวอโศกมีอิสรภาพเสรียิ่งใหญ่ ขออภัยที่พูดเหมือนคุยโม้โอ้อวด ก็ต้องเอาสิ่งที่ถูกต้องของมนุษย์โลกมานำเสนอแต่เขาไม่รู้ถึงจริงๆ GDP องค์รวมที่มีวิธีจัดการ Products ที่ทำ วิธีจัดการของชาวอโศกทำสำเร็จแล้ว และก็สำเร็จได้จบแล้ว เพราะฉะนั้น Domestic ของชาวอโศกในหมู่กลุ่มชาวอโศก จึงมีมูลค่ารายได้มวลรวม เหลือกินเหลือใช้ แล้วก็แจกจ่ายให้ผู้อื่นได้สบาย เรากำลังสร้างร้านค้า เนื้อที่ 11 ไร่ ก็ขอประกาศไป ผู้ใดจะมาใช้อาคารนี้สำหรับประชาชนคนใด ถ้าไม่ใช่คนเลวร้าย เป็นคนที่อยู่ในกฎเกณฑ์จะมาขายที่นี่ก็ให้ขายฟรี สร้างอาคารเพื่อให้คนมาทำการค้า ชาวอโศกนั้นมาอยู่แล้ว ขนาดนั้นก็ยังไม่ค่อยจะมา ก็ไม่เป็นไร ชาวอโศกที่อยู่ในอุบลฯก็มีไม่กี่คน ก็เลย ถือว่าเป็นของส่วนกลางก็มีไม่กี่คณะ ใช้เนื้อที่นิดเดียว นอกนั้นประชาชนคนอื่นๆ ไม่มีที่ค้าที่ขาย เชิญมาอาคารนี้ บอกไปถึงผู้ว่าราชการเลย บอกไปถึงเทศมนตรีการค้า ทั้งจังหวัด เชิญเลยว่า ที่นี่ยินดีเป็นสถานที่ที่ท่านเรียกว่าประชารัฐ สถานที่การค้าประชารัฐ จะสร้างอาคารร้านค้าให้แก่ประชาชนมีที่ค้าขาย ท่านเก็บค่าเช่าบ้าง ตามประสารัฐ แต่ของเรานี่ เจตนาอย่างบริสุทธิ์ว่าไม่เก็บค่าเช่า ขอให้ดูแลช่วยกันรักษาเท่านั้นเอง ให้มีที่ค้าขายสำหรับคนที่จะค้าขาย ซึ่งก็เชื่อว่าคนที่เขามีความละอาย Guilty ของตนมีฐานะที่ดี มีที่ค้าขายแล้วก็คงไม่มาแย่ง นอกจากบางคนไม่มีความละอาย เราก็ค่อยๆดูไป คนที่ไม่มีที่ค้าขายจริงๆมาสิ เราสร้างเพื่ออย่างนั้นจริงๆ ชาวอโศกเราค้าขายอยู่ไม่กี่คนหรอก ต่างจังหวัดชาวอโศกจะมาขายที่นี่ก็อยู่ไกลเกิน ที่อื่นเขาก็มีอยู่แล้ว ที่นี่ก็สร้างดูเหมือนจะใหญ่เกินไปหรือเปล่าไม่รู้ เราทำอย่างอาคารอเนกประสงค์ ที่มีร้านขายของแห้งประจำ และมีร้านขายของสดที่จะจรมา ก็ขอประกาศบอกไป ทั้งผู้ว่าราชการและนายกสมาคมพ่อค้า จังหวัด เชิญเลย เราก็ทำเพื่ออันนั้นจริงๆด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เอาเด่นเอาโก้เอาสวยเอาดูหรูอะไร อวดอ้างอะไร อาตมาสร้างด้วยความเห็นใจ อยากจะสร้างให้ผู้ที่ด้อยโอกาส ทำการค้าขาย จะเป็นที่ค้าที่ขาย โดยเฉพาะชาวสวนชาวไร่ชาวนา ไม่ต้องมีคนกลางเอาแบ่งเปอร์เซ็นต์ไปเลย ราคาขายเลย ขายได้ก็ขาย เช้ามาไปกลับ หรือจะนอนค้างบ้างก็ได้เลย จริงๆ ทำเพื่ออย่างนั้นจริงๆ เราพอมีกำลังเราพอมีรายได้ เราไม่ได้ไปกู้หนี้มาสร้างหรอก ที่ดินของเรา อาคารกว่าจะสร้างได้ขนาดนี้ เก็บเล็กผสมน้อย สร้างสมมาได้ กว่าจะเป็นขนาดนี้ ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมา ทำหมดไปหลายตังค์ อาคารขนาดนี้ พวกสถาปนิกวิศวกรคงจะประเมินได้ว่าใช้เท่าไหร่ เราไม่ได้กู้หนี้มาสร้าง ไม่ได้เป็นแบบเตี้ยอุ้มค่อมหรอก เราคิดว่าทำได้เราก็ทำ อาตมาเองเจตนา ตั้งปักหลักลงที่นี่ ที่สถานที่นี้ ที่นี่มีอาณาบริเวณกว่าพันไร่ ก็ทำที่นี่ อายุปูนนี้แล้ว ก็มาทิ้งชีวิตที่นี่ ตายเราก็เผาที่นี่ ไม่มีปัญหา ก็ทำที่นี่แหละ ตอนนี้ไม่เคยคิดจะไปไหนเท่าไหร่มันเมื่อย นั่งเครื่องบินนั่งรถยนต์ นั่งรถยนต์ไม่ค่อยไหวจริงๆ มันเวียนหัว ก็เลย นั่งรถยนต์ไปทางไกลพวกเรารู้ก็ไม่ค่อยอยากให้นั่ง มันเหมือนไปเครื่องบินแล้วเหมือนร่ำรวย เดี๋ยวนี้ค่าเครื่องบินก็ไม่แพงอะไร เราก็พยายาม หาแบบโปรโมชั่นหน่อย สรุปแล้วก็อยากจะให้เข้าใจรื่องรายได้มวลรวมของประเทศ ถ้าประเทศไทยเข้าใจคำตรัสของในหลวงแล้ว มาดำเนินการศึกษาและปฏิบัติให้ได้ ประเทศไทยเราจะเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจ แล้วเป็นเศรษฐกิจของคนไม่รวย จะได้ความเศรษฐกิจของคนจนก็ได้ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลก ทำให้ประเทศเราเป็นประเทศที่เราถนัดทำอะไรมีความรู้ความสามารถอะไร เรามีทรัพยากรในประเทศอะไรทำขึ้นมา ผลิตขึ้นมา แล้วให้มีผลผลิตเหล่านั้น เป็นสินค้าออก ที่จะกระจายหล่อเลี้ยงชาวโลก 1. ต้องอย่าเป็นหนี้ต้องไปเสียดอกเบี้ยให้ได้ แล้วพึ่งพาตนเองให้รอด 2. พึ่งตนเองให้รอด ให้คนไทยรู้จักว่า พยายามทำมาหากินพึ่งตนเองให้รอด เมื่อพึ่งพาตนเองรอดแล้วไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ทำมาหากินพึ่งตนเองให้รอด ไม่เป็นหนี้สิน เขาก็สงบสบายมากเลย การเป็นหนี้ เสียดอกเบี้ยจึงเป็นระบบที่เลวร้ายที่สุดของสังคม 3. ทำให้มากเกินกินเกินใช้ 4. สะพัดส่วนเกินนั้นเพื่อเกื้อกูลแจกจ่าย สังคหะแก่คนอื่นเขา
ถ้าสร้างสรรเป็นในระบบบุญนิยม ขาดทุนก็อยู่ได้ ทฤษฎีของในหลวงที่ตรัสว่าขาดทุนของเราคือกำไรของเรา จึงไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ ไม่ใช่เรื่องเล่นลิ้น ไม่ใช่ทำไม่ได้ เราชาวอโศกทำได้ เราขาดทุนของเราคือกำไรของเราจริงๆ พูดอย่างไม่เหนียม ไม่ใช่พูดอย่างคุยโม้โอ้อวดตรวจสอบไม่ได้ คุณคิดให้ดีๆก็แล้วกันว่าทุนคืออะไร แล้วมันขาดทุนจริงหรือไม่ ประเด็นที่จะขาดทุนได้คือค่าแรงงานของเรา อย่างอาตมาทำงานทุกวัน ไม่มีวันอาทิตย์วันเสาร์นะ ทำมาตลอด 40 กว่าปี ทำงานทุกวันค่าตัวคงจะไม่น้อย เดือนหนึ่งเท่าไหร่ ต้อมได้วันละหมื่นหก คิดจากเงินเดือน 5 แสนก็เฉลี่ยวันละหมื่นกว่าบาท อาตมาควรจะวันละเท่าไหร่ ทำงานวันละ 25 ชั่วโมง อาตมาโดนผู้ดูแลบอกว่าเวลานอนนั้นหยุดคิดเสียบ้าง แล้วก็ดูสิว่า Deep Sleep ได้คืนหนึ่งเท่าไหร่ ชั่วโมงกว่า นอกนั้นเครื่องเดินตลอดเวลา อาตมาไม่ได้พูดเล่นลิ้น อาตมาทำงานวันหนึ่ง 25 ชั่วโมง เพราะว่าตอนนอนหลับก็ทำงาน เวลา Deep Sleep ก็หยุดไปเท่านั้น นอกนั้นก็คิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่างๆนานา เพื่อสังคมเพื่อมนุษยชาติ หรือเพื่อทำงาน มีอะไรควรจะต้องพูดต้องบอกชาวประชาชน นี่เป็นธรรมชาติของอาตมาธรรมดาทุกวันเป็นอย่างนี้ อาตมาเป็นพระอาริยะเป็นโพธิสัตว์ ตามแบบของพระพุทธเจ้าทฤษฎีพระพุทธเจ้าถูกต้องสัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่พวกฤาษีเดียรถีย์ที่ไปนั่งสงบ หยุดอะไรๆไปหมด ธรรมะที่สงบนั้นเกิดจากจิตของอาตมาสงบจากกิเลส คือสงบที่ไม่ต้องหยุด สงบของพระพุทธเจ้านั้น เวทนา สัญญา สังขารยิ่งจะคล่องแคล่ว ปาคุญญตา จิตยิ่งมีกายกัมมัญญตา เวทนา สัญญา สังขารยิ่งจะคล่องแคล่ว ไม่ใช่หนืดเฉื่อยเนือย ไม่ใช่ ยิ่งจะปราดเปรียวคล่องแคล่ว เพราะไม่มีตัว loss ด้วยกิเลสที่เป็น resistance จะมาขัดสีเสียดสีไม่มี ไม่มีการเสียดสีมีแต่ความแคล่วคล่อง เหมือนกับลูกข่างกินน้ำจั้น เหมือนรถโฟล์คที่เครื่องอยู่ท้าย ยิ่งวิ่ง คาร์บูเรเตอร์ของมันจะยิ่งเย็น ยิ่งวิ่งไปไกลยิ่งเย็น อาตมาเคยใช้รถโฟล์ค เมื่อไปถึงต่างจังหวัดไปเปิดกระโปรงรถดูคาร์บูเรเตอร์ก็มีน้ำเกาะ การหมุนเร็วหมุนไวหมุนนานไม่ใช่ร้อนนะ มีแต่ความเย็น อาตมาเคยใช้รถโฟล์ค รถคันนี้ตอนนี้ก็ยังอยู่นะ อาตมามักจะไปซื้อคันตัวอย่าง คันสาธิต เพราะรู้ว่าต้องเอาคันที่ดีมาสาธิตแน่ อาตมาซื้อหลายคัน ฟอร์ดคอร์แซร์ เป็นต้น เคยซื้ออย่างนี้ มันวิ่งขับให้ดู มันก็ต้องดี อาตมาก็ชอบไปดักซื้อรถสาธิตใช้ แล้วเขาก็โล๊ะด้วย อยากสรุปลงไปว่า ถ้าเมืองไทยเราเข้าใจถึงเรื่องเศรษฐกิจเรื่องการเมือง เรื่องการสร้างรายได้มวลรวมของประเทศ ก็อย่าไปเที่ยวบ้าบอเหมือนเมืองนอกเขาเลยไปแข่งความรวย ให้ประชาชนเข้าใจว่าความจนไม่ใช่เรื่องน่าเกลียด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ไม่ใช่เรื่องเสื่อมโทรมเสื่อมทราม แต่เป็นคนจนที่มีความพออุดมสมบูรณ์ เป็นคนจนที่มีประโยชน์คุณค่าต่อมนุษย์ต่อโลก เพราะตนเองพออยู่พอกินมีความเพียงพอ ซึ่งเสียดาย ที่เขาไม่รู้พระราชดํารัสทฤษฎีของในหลวง ท่านตรัสถึงความพอเพียงก็แล้ว ตรัสถึงแบบคนจนก็แล้ว ตรัสถึงขาดทุนของเราคือกำไรของเราก็แล้ว ผู้บริหารข้าราชบริพารก็ไม่กระเตื้อง ถ้าหากประเทศไทยทำเศรษฐกิจแบบสาธารณโภคีได้ โอ้โห มันพ่อคอมมิวนิสต์ มันทวดของประชาธิปไตย เพราะมันเป็นอิสระเสรีภาพที่สุด ชาวอโศกนี้ใครจะเข้ามาก็มาสิ เรายินดีต้อนรับ เรามีวัฒนธรรมแข็งแรงพอ คนที่มาวุ่นวายไม่ได้หรอก สนามแม่เหล็กสาธารณโภคี มวลชนที่นี่มันแรงมันแข็งพอ คุณเป็นโมเลกุลเป็นเหล็กอ่อน ที่เข้ามาในสนามแม่เหล็กนี้คุณถูกจับหัวจับหางมาเป็นชาวอโศกหมด ถ้าคุณอยู่ไม่ได้ก็จะกระเด็นออกไปเอง เหมือนแท่งเหล็ก โมเลกุลน้อยๆโดดเข้ามาในสนามแม่เหล็กนี้ หากคุณฝืนไม่ไปตามทิศของสนามแม่เหล็กที่นี่ คุณเด้งออกไปเองก็เดินออกไปเอง ไม่ถูกหน่วยความดึงดูดแกนแม่เหล็กในนี้ดูดคุณไม่ได้ เมื่อดูดไม่ได้ก็จะเตะออก เป็นเรื่องอุตุนิยามไม่ใช่คนนะ หากมาขวางในนี้ไม่ได้หรอก เหมือนแม่เหล็กสองตัว เอาขั้วเดียวกันมาอยู่ใกล้กันมันก็จะผลักกัน ไม่มีดูดกัน เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจโลกุตรธรรม เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ทำให้เกิดรายได้มวลรวมของชาวไทย พออยู่พอกินอย่างที่ในหลวงตรัสไว้ แล้วให้มีส่วนเกินสะพัดให้แก่ประเทศอื่น ถ้าทำมวลรวมทั้งประเทศ มันจะเป็นอย่างนั้น ต่างคนต่างทำแล้วต่างคนต่างไม่ต้องถึงขั้นสาธารณโภคี ชาวอโศกไม่ใช่ว่าทุกคนต่างทำแล้วเอารายได้เข้าส่วนกลางหมดก็ไม่ใช่ ชาวอโศกที่อยู่ข้างนอกก็มี หรือว่ามีตัวอยู่ภายนอกแต่มีบ้านอยู่ภายในก็มี เป็นเครือแห แต่หากมาทำงานภายในข้อห้ามนำของมาขาย คุณอยากจะทำของขายต้องไปอยู่นอกอโศก ไปทำที่บ้านของคุณ ถ้าหากจะมารับใช้ภายใน แล้วก็บอกว่าเอาของเข้าไปขายซ้อนไม่ได้ มันเสียทางจิตวิญญาณ หากบอกว่าตัวเองทำฟรีในนี้ แล้วก็ถ้าต่างคนต่างเอาของๆตนมาขาย ใครก็อยากขายของตนเองมันก็จะไม่สงบ มันเป็นสงครามทางจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้น ถ้ามาทำในที่นี้ก็ทำให้สมบูรณ์ดี ใครไม่ทำอย่างนี้ก็ไปอยู่ภายนอก ดีไม่ดีอยู่ข้างนอกทำข้างนอกแล้วเอามาฝากขายชาวอโศกได้ แต่คนมาทำงานทุ่มเทตัวตนในนี้ แต่มีเวลาว่างแวะไปทำของตัวเองแล้วเอามาตั้งขาย ทำไมทีคนข้างนอกรับฝากขายได้ เขาก็บอกว่าทำไมชาวอโศกจะบ้าหรืออย่างไร เห็นไหม เป็นเรื่องเข้าใจยาก ถ้าหากเป็นลูกหลานของคนภายในจะเอามาฝากขายก็ยังไม่ได้เลย นี่เป็นเรื่องลึกซึ้งของจิตวิญญาณ เป็นเรื่องที่คิดได้ยาก นี่ขนาดชาวอโศก ถ้าไม่ใช่ชาวอโศกมันจะไหวหรือ มันก็ต้องมีกฎเกณฑ์มีอำนาจบาตรใหญ่ไปควบคุม เราไม่ได้เป็นอย่างนั้น คนของเราไม่เหมือนกับทางโลก ทางโลกนั้นขึ้นราคาใครชนะได้ก็มาเอา ความซับซ้อนของเศรษฐศาสตร์ สาธารณโภคี ซึ่งเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเลย เมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดินที่เข้าใจถึงเรื่องนี้อย่างดีและก็มาประกาศนำทำ พระองค์นำทำ แต่ขนาดนั้นข้าราชการข้าราชบริพารก็เข้าใจไม่ได้ ก็มีชาวอโศกทำ ไม่ใช่ชาวอโศกดัดจริตแกล้งทำเหมือน แต่ทำจริงเลย เพราะศาสตร์ของพระพุทธเจ้ากับของในหลวงเป็นอันเดียวกัน เราเดินตามรอยพระพุทธเจ้า ในหลวงก็ประกาศของพระพุทธเจ้ามันเป็นอันเดียว ไม่ใช่แกล้งทำให้ตรงกันกับของในหลวงตลอด ทำตามของพระพุทธเจ้าแล้วมันก็รวมเป็นอันเดียวกันกับของในหลวง เป็นโลกุตระ ไม่ใช่แกล้งพูดหรือทำสุ่มสี่สุ่มห้าไป เป็นเรื่องสัจจะของแท้จริง สูงสุดยอดของเศรษฐศาสตร์ ในเมืองไทยจึงมีกลุ่มหมู่มนุษย์ชาวอโศก ทำสาธารณโภคีเป็นเครือแห ทำ 100% 90% 80% 70% 60% มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย เราเข้าใจและยอมเสียสละทำให้ถึง โดยไม่ต้องตั้งใจที่จะเอาเปรียบไม่มีที่สิ้นสุด ได้เปรียบเท่าไหร่ฉันก็ได้เปรียบไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด เป็นวิธีคิดที่ยิ่งกว่า direct Sale ไดเร็กเซลนี้คือลัทธิที่หลอกคน มาเป็นบริวารเพื่อที่จะสั่งให้ได้ยอดเพชรยอดทองอะไรของเขา มันจะได้เป็นคนที่ได้เปรียบมากที่สุด ก็ต้องเป็นเหยื่อกันเป็นทอด ๆ ทำขั้นนี้แล้วจะได้เป็นขั้นทองขั้นเพชรอะไรไป ก็ตั้งค่าหลอกไว้ ก็จะมีคนที่ได้อยู่ แต่คนต้นคิดนี้รวยเสวยสบาย ทุกอย่างก็เข้ามาไม่รู้กี่สาย เป็นวิธีของทุนนิยมที่เลวที่สุดชั่วที่สุด วิธีคิดเอาเปรียบคนที่ไม่รู้เท่าทัน ทั้งๆที่รู้บางทีเขาก็ต้องยอม อาศัยระบบนี้อยู่ direct sale จึงเป็นระบบที่ชั่วร้ายหาทางเอาเปรียบจนเขาจำนนต้องอยู่ในระบบ วิธีประกันภัยก็เหมือนกันนี่แหละ เหมือนกันกับวิธีออกหวย หวยรัฐบาล น่าอายจริงๆเลย คนเขาก็ต้องยอมจำนน อยากได้เสี่ยงทาย แล้วรางวัลที่ 1 ที่ 2 ให้เท่าไหร่ล่ะ หักส่วนกลางเท่าไหร่ การพนันที่นายทุนเจ้ามือเอาเปรียบขนาดนี้ สิ้นไร้ไม้ตอก สิ้นคิด ประเทศที่ต้องมีหวยบนดิน สลากกินแบ่ง แล้วก็ล้มไม่ได้ต้องพึ่งพาเงินก้อนนี้นะ ทักษิณเลยหาทางควบคุมเงินก้อนนี้เลย บอกว่าเอาเงินมาให้รัฐบาล แต่ทักษิณเอาไปเท่าไหร่ไม่รู้ เป็นความซับซ้อน เป็นระบบของโลกที่อาตมาว่าอาตมาเข้าใจระบบ อาตมาไม่มีหน้าที่ไปจัดการ รัฐบาล มีหน้าที่ขยายโลกุตรธรรมก็มากแล้ว ขนาดนั้นต้องเพิ่มอายุขัยจะให้ถึง 151 ปี ไปอยู่ 150 หรือ 149 ก็ยังดี ดีไม่ดี 130 ก็เอา ก็มันจะตายจะไปห้ามได้อย่างไร แต่ก็พยายามรักษาชีวิต โดยไม่ได้แกล้ง ก็มีคนช่วยอยู่ โดยอาตมาค้นพบพลังงานสัมประสิทธิ์ Coefficient มีอัตราการก้าวหน้าที่จะทำให้เกิดการก้าวหน้าของพลังงาน หมุนเวียนซับซ้อน ตัวแปรที่ทำให้เซลล์ร่างกาย หรือว่าความเพิ่มขึ้น พลังงานเพื่อจะทำให้เกิดความคงทน ยืนหยัดของเซลล์ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบองคาพยพ ไปจนกระดูก กระทั่งยืนหยัดยืนยันทุกอย่าง ตั้งแต่น้ำตาน้ำเหงื่อ ก็พยายามจัดสรรให้มันลงตัวให้มันพอเป็นไปได้ที่จะมี cyclic order เป็นระบบที่มีพลังงานทด ที่เป็นตัวแปรที่ก้าวหน้า ทำให้เรารักษาสภาพนี้ ทรงอยู่ได้ไม่เสื่อมชำรุดง่าย ก็พูดขยายความไม่เก่งก็ได้ขนาดนี้ สมณะฟ้าไทว่า...แสดงว่า พ่อครูเป็นโพธิสัตว์ทำจิตใจให้เหนือโลกโลกีย์ แล้วทำสรีระให้เหนือกว่าบุคคลธรรมดาอีก พ่อครูว่า...ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วเป็นอุตริมนุสธรรม สมณะฟ้าไทว่า...สรีระนี้ถึงเวลาก็ต้องตายแต่โพธิสัตว์ทำให้ไม่ตายได้ พ่อครูว่า...อาตมาเคยบอกอายุขัยของอาตมา 72 ปี แต่นี้เกินมาได้ 1 นักษัตรเป็น 84 ปี ถ้าอยู่ได้อีก 12 ปีก็เป็น 96 ปี อายุ 96 อาตมาไปถึงได้ คนถึงเชื่อว่าอาตมาสร้าง Coefficient ได้จริงๆ ถ้าอายุไปถึง 108 ปี ทฤษฎีนี้คนจะเชื่อขึ้นอีกเยอะ ถ้าเกินร้อยนี่รับรองว่าคนเชื่อเพิ่มขึ้นเยอะเลย สมณะฟ้าไทว่า...คนรอบข้างต้องพิสูจน์ได้ด้วยใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...อาตมาเคยพูดไว้ว่าชาวอโศกจะเป็นคนที่อายุยืน ด้วยอาตมาเป็นคนที่นำ จริงๆ แล้ว ท่านดินดี นี่นะ ท่านยังไม่น่าตาย หากไม่อุบัติเหตุรถชน ก็ไม่น่าตาย หรือแม้แต่ท่านมุทุกันโตก็ไม่น่าจะตายหรอกแต่มีอุปัทวเหตุมีวิบาก จริงๆท่านจะอยู่ยืนยาว ไม่ว่าจะเป็นท่านดินดีหรือท่านมุทุ เพราะว่าได้สร้างพลังงานอย่างที่ว่านี้ ส่วนคนที่มีโรคภัยก็แล้วไป แต่คนที่ถ้าไม่มีอุบัติเหตุก็จะต่อได้ ท่านแข็งแรงนะ 2 ท่านนี้ ท่านมุทุ เดินได้วันละหลายสิบกิโลเมตร จนท่านตั้งปณิธานว่าไม่ขอขึ้นรถ ไม่ขอขึ้นเครื่องบินด้วย มาถึงวันนี้แล้วอาตมากำลังนำเสนอเศรษฐกิจแบบของพระพุทธเจ้า กับเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแบบโลกโลกีย์ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจ การเมือง เรียกกันแต่ว่าเศรษฐกิจการเมืองแบบทักษิณ แม้แต่ของพระพุทธเจ้าซึ่งพลเอกประยุทธ์ทำอยู่ตอนนี้ก็เป็น เศรษฐกิจการเมือง ที่แตกต่างกัน อย่างเห็นได้ถ้ามีความเข้าใจ มันก็ซับซ้อนลึกซึ้งอยู่บ้าง มันก็ได้ขนาดนี้ อาตมาถึงเชียร์พลเอกประยุทธ์ ในยุคนี้ได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว เพราะว่าที่ทำมาเรื่องเศรษฐกิจหรือว่าพยายามแก้ไขปัญหาประชาชน ที่ไม่พอกินพอใช้ อาตมาไม่ไปใช้คำว่าแก้ปัญหาประชาชน ให้ไม่เป็นคนจน อาตมาไม่พูด อาตมาให้พออยู่พอกินเลี้ยงตัวเองให้รอดเป็นเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์แบบนั้น เพราะแก้ปัญหาให้คนไม่จนนั้นมันผิด ชาวอโศกนี้แก้ปัญหาอย่างไรก็ไม่สำเร็จ จะบอกว่าไม่ให้มีคนจน แต่ชาวอโศกเป็นคนจนแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ชาวอโศกเป็นกบฏต่อคุณแล้ว คุณจะแก้ปัญหาให้คนไทย แต่ชาวอโศกเป็นคนไทย ไม่ให้คนไทยยากจน พูดอย่างนั้นก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่ง คุณทำไม่ได้ด้วยซ้ำไปเพราะชาวอโศกยอมจน หากเป็นชาวอโศกในประเทศไทยจะเป็นคนจนอย่างเต็มใจและเป็นคนจนที่สำเร็จไปครึ่งประเทศ อย่างนี้เป็นต้น คุณอาเจียนเป็นโลหิตตายก่อน ถ้าคุณจะแก้ปัญหาให้ประเทศไทยไม่มีคนจน แต่ว่าคนจนอย่างชาวอโศกไม่ได้ทำให้ประเทศลำบาก ไม่ได้เป็นคนที่ทำให้ประเทศนี้เดือดร้อน มีแต่ประเทศอุดมสมบูรณ์ขึ้น มีแต่สงบเย็น เป็นประเทศที่เราช่วยเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างที่เขาไม่รู้เขาไม่เชื่อ อาตมาช่วยคนในประเทศนี้ไม่ต้องไปเป็นตัวแย่งของคนในสังคมประเทศ เพราะมาทำมาหากินให้แก่ตัวเองโดยที่พึ่งพาตัวเอง แล้วยังให้แก่ส่วนนอกให้แก่ผู้อื่นให้แก่สังคม สะพัดให้แก่สังคม ด้วยราคาถูกหรือแจกฟรีต่ำกว่าทุนก็แล้วแต่ 610110_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ GDP แบบโลกียะกับแบบโลกุตระ