630913_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ รัฐประหารโดยประชาชนเกิดได้ที่ประเทศไทย.docx
เนื้อหาในไฟล์
630913_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ รัฐประหารโดยประชาชนเกิดได้ที่ประเทศไทย
อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวน์โหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1osKAq1hkdhdEi1t1cjA450Gk-5iswC03T4G2vI1j5jg/edit?usp=sharing
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1n-Vj7XbqSI3Y76ToMCWzJ_o6yf711R-w/view?usp=sharing
และยูทูปที่ https://youtu.be/Kd4XU-CcIMk
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 แรม 11 ค่ำเดือน 10 ปีชวด เมื่อใดเรากำจัดความทุกข์ได้ ความสุขก็จะเกิด อันดับแรกคือเราต้องหยุดความอยากได้อยากมีอยากเป็นให้ได้
พ่อครูว่า...SMS วันที่ 10 - 11 ก.ย. 2563 แก้ปัญหาคนจากจนด้วยการมาเป็นคนจนที่มีแบบ _บัณฑิต ภู่ตะกูล : แก้ไขรัฐธรรมนูญเถอะครับ ประชาชนยากจนลงทุกวัน จะฉิบหายกันหมดแล้ว มีแต่พวกกินเมืองโกงเมือง อย่าหลงครับ ตาสว่างซะที พ่อครูว่า...คนจะตาสว่างนั้นเป็นอย่างไร คุณบัณฑิตลืมตาหรือยัง เอาแค่นี้ก่อน คนยากจนลงทุกวัน พูดถึงคำว่ายากจน เพราะยังพูดกันไม่รู้เรื่อง ทำไมยังดื้อไม่ฉลาด ยังยึดมั่นถือมั่นไม่ยอมฉลาด อาตมาไม่รู้จะพูดอย่างไร จะพูดว่าทำไมถึงยังโง่ไม่ยอมฉลาดก็ยังได้ ทำไมถึงดื้อไม่ยอมฉลาดสักที ทำไมดึงดันไม่ยอมฉลาดสักที ถ้าเผื่อว่าลองปรับใจดูซิว่า คนที่คิดเห็นต่างจากเรา เขาก็ว่าดี พูดในมุมต่างๆ ในมิติต่างๆเช่น ในมิติว่ามาจนนี้มันดี ดีจริงๆมันประเสริฐคนมาจน แล้วสุขสำราญเบิกบานใจ ไม่หนัก ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่วุ่นวาย ไม่เป็นพิษภัยอะไรต่างๆนานา แต่ว่าต้องจนอย่างพวกเรานะ จนอย่างอุดมสมบูรณ์ จนอย่างมหัศจรรย์ จนอย่างขยันหมั่นเพียร จนอย่างมีความรู้สมรรถนะสร้างสรร เป็นคนมักน้อยสันโดษ เป็นคนไม่เปลืองผลาญ มีน้ำใจเสียสละเกื้อกูล สร้างสรรเสียสละและแจกจ่ายให้แ
อ่านต่อ
ก่ผู้อื่นไป มันก็ไม่มีอยู่ที่เรามากไม่สะสม เมื่อเราไม่มีมากมีแต่น้อยก็จนอยู่เสมอ เป็นคนไม่มีอะไรมากไม่สะสมมากมันก็มีน้อยมันก็จน นี่คือความจนที่ เป็นความหมายที่ตรงแล้วเป็นนิยามที่ชัดเจนและ แต่มันมีนัยยะมิติที่อธิบายได้ลึกซึ้งซับซ้อนต้องฟังให้ดีๆ คุณสมบัติอันประเสริฐเหล่านี้เป็นคุณสมบัติของคนอาริยะแบบพระพุทธเจ้าที่ชาวอโศกพากันทำมา อาตมาก็ทำงานศาสนามาจะ 50 ปีแล้ว วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 ก็จะเต็ม 50 ปี เพราะบวชตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน 2513 เมื่อถึง 2563 ก็จะเต็ม 50 ปี พศ. 64 ก็เป็นปีที่ 51 ไปเรื่อยๆ ก็ยังพยายาม รักษาสังขารขันธ์ต่ออายุตัวเอง พยายามพากเพียร ไม่ได้พูดเล่นแต่ทำอย่างตั้งใจ สร้างทั้งรูปและนาม มันจะได้สูตรนี้ อธิบายเป็นภาษามันละเอียดเป็นรูปธรรมให้ชัดเจนคนอื่นรู้ตามก็ไม่ใช่ง่าย แต่พวกเราติดตามอย่างใกล้ชิดจะเห็นในรายละเอียดต่างๆ มันยิ่งกว่าการบรรยายเป็นภาษา การอยู่ร่วมกันสัมผัสเห็นอยู่ทุกวันสนิทสนมใกล้เคียงกันเสมอเสมอ เราก็จะรู้ทางกายวาจาใจ มันจะแสดงออกมาครบ ทั้ง 3 กรรม กาย วาจา ใจ มันก็จะเห็นอะไรต่ออะไรได้ ถ้าเผื่อว่า อาตมา 1. อาตมาไม่รับผิดชอบที่ได้รับปากมาจากพระพุทธเจ้าแล้วว่าจะมาสืบสานงานอันนี้ ในยุคนี้ปางนี้ พูดไป ไม่ได้อวดด้วยกิเลสสาเฐยยะอยากอวดโอ่อะไร ก็บอกความจริงเท่านั้น ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหา อาตมาอ่านจิตเป็นว่า จิตของอาตมามีสาเฐยจิตหรือไม่ อุปกิเลส 16 มันเป็นอย่างไรตั้งแต่ อภิชฌาวิสมโลภะ มาไล่มาเรื่อยๆ พยาปาทะ โกรธ อุปนาหะ มักขะ ปลาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเฐยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ อาการที่ไล่มานี้อาตมารู้จักอาการกิเลสทุกตัว ไม่ใช่พูดแค่ปากเปล่า แล้วก็รับรองตัวเองเลยว่าอาตมาไม่มี อุปกิเลส 16 อย่างที่ว่าไม่มี นี่ก็บอกความจริง ถ้าเผื่อว่าอาตมามีกิเลสแล้วก็รู้ว่าตัวเองมีกิเลสอยู่ แล้วโกหกพวกคุณไปอาตมาก็บาป พูดออกไปอย่างรู้ตัว หากพูดอย่างโกหกรู้ว่าตัวเองมีกิเลส แต่พูดว่าไม่มี อย่างนี้ก็ปาราชิก โกหกพูดอย่างนี้มันเสียหาย กรรมเป็นอันทำ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม นี่พูดออกจากวจีกรรม ก็มีมโนกรรมเป็นประธาน อาตมาเชื่อกรรมวิบาก ไม่ทำเด็ดขาด ที่มันเป็นอกุศล ที่มันเป็นความผิดความบาป บาปหนักหนาขั้นปาราชิก สังฆาทิเสส มันเป็นกรรมที่หนัก คุรุกรรม แล้วจะทำไปทำไม ที่ทำนี้ก็ทำเพื่อสิ่งที่ดีให้เกิดสิ่งที่ดี ผู้อื่นก็ควรจะได้ฟังสิ่งที่ดีที่ถูกต้องก็จะเกิดความดีกันไป อยู่เพื่อทำให้เกิดความดีขึ้นไป ถ้าอยู่เพื่อทำชั่วจะทำไปทำไมตายไปก่อนดีกว่า
เข้าประเด็น พูดให้รู้ความจน ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเลย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านได้ตรัสเรื่องแบบคนจน อธิบายและทำให้ดู แต่คนก็หาว่าท่านเองพูดอย่างไรกัน ท่านอยู่ในฐานะนั้นก็ต้องทำอย่างนี้ อธิบายได้ยากลำบากต้องศึกษาให้ดี มันเป็นความลึกซึ้งซับซ้อน เป็นสัจธรรม ที่ไม่ใช่เรื่องสามัญธรรมดา ท่านตรัสเรื่องความจน อาตมาก็สบายใจมาก ท่านตรัสไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2534 อาตมาตั้งแต่ออกมาจากทางโลกก็พามาจนนี่แหละ เหมือนพระพุทธเจ้า แต่ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าพระพุทธเจ้าหรอก ทรัพย์ศฤงคารอะไรคนก็อนุเคราะห์ให้กินให้ใช้ให้อยู่เราก็อาศัยไปอย่างนี้ กว่าจะรู้ว่าคนเรามาจนนี้ มันเป็นเรื่องสุดพิเศษเป็นเรื่องที่เก่งมากพิเศษเป็นคนวิเศษคนที่มาจนได้ เป็นคนจนอย่างไร เป็นคนจนที่ไม่เป็นหนี้ 2 มีสมรรถนะมีความขยันทำงาน ทำงานที่เป็นสุจริตทำงานที่เป็นสิ่งที่ดีงามสร้างสรรผลผลิตออกมาเป็นกายกรรมวจีกรรมเป็นแรงงานทางกายหรือวาจา ทุกวันนี้ออกแรงทางกายวาจามากกว่าอื่น แรงงานทางกายกรรมก็ไม่ค่อยได้ไปแบกหามไปยกไปทำไปผลิต แรงทางวาจานี้มากหน่อย หรือจะให้มากก็คือ แรงงานทางมโนกรรม นอนหลับทั้งตื่นตลอดเวลา สำหรับมโนกรรมทำงานตลอด หลับไปก็ปรุงแต่งธรรมะอยู่ตลอด นอนหลับตื่นมาก็มี เอามาพูดมาขยายความจริง ตั้งใจศึกษาไปอัตโนมัติก็อยู่รอด เพราะพวกเรามาศึกษาที่สุดธรรมะพระพุทธเจ้า มาจนมาเป็นคนไม่ยึดติด ไม่เอาเปรียบเอารัดคนอื่น เป็นคนขยันหมั่นเพียรสร้างสรรเสียสละ ความเข้าใจ มาทำอย่างนี้เป็นคนอย่างนี้ ไม่มีปัญหามีแต่ปัญญา ไม่มีปัญหาเลย จนกว่าจะตายอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ คนไหนจะมีมากกว่าเราก็แล้วแต่ มันหมดเรื่องที่เราจะไปเปรียบเทียบไปแข่งขันอะไรแล้ว สบายสบาย แล้วเราก็พออยู่พอกินอย่างที่ในหลวงท่านตรัสใช้ความพอเพียง ในเศรษฐกิจเรียกเป็นภาษาเศรษฐศาสตร์ว่า มาเป็นคนจน นี่มันสุดยอด
เข้าหา ความเป็นเศรษฐกิจอันนี้ก่อน เศรษฐกิจแบบคนจน แต่ติดไว้ก่อน เดี๋ยวมาอธิบาย
พ่อครูเป็นพระแบบไหน บวชเพื่ออะไร _นายกำจัด รูปและนาม : เป็นพระแบบไหนยุ่งการเมือง บวชเพื่ออะไรวะ พ่อครูว่า...ก็เป็นพระแบบโพธิรักษ์นี่แหละ ติดตามกันไป หากจะบอกรายละเอียดมานั้นอธิบายตอนนี้ไม่ไหว แบบนี้เป็นแบบของพระพุทธเจ้าพาเป็น ตอบแบบนี้ก่อนก็แล้วกัน เป็นพระที่มีจรณะ 15 วิชชา 8 มีสมาธิที่เป็น สมาหิโต ไม่ใช่สมาธิแบบนั่งหลับตาสะกดจิต แต่เป็นสมาธิที่ปฏิบัติเกิดจากจารณะ 15 วิชชา 8 จนอาสวะหมดสิ้นเรียกว่า ปริสุทธา จิตสั่งสมตกผลึก จนมีจิตใจแข็งแรงตั้งมั่นตกผลึกกัน จิตใจที่ตั้งมั่นเป็น อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เรียกโดยศัพท์ว่า สมาหิโต สมาธิพระพุทธเจ้าไม่ใช่ว่าสะกดจิตนั่งได้แข็งแรงอย่างนั้นไม่ใช่ อย่างเช่น อาฬารดาบสอุทกดาบส สายเถรสมาคม สายพระป่าเป็นส่วนใหญ่ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ แต่ของพุทธนั้นไม่ใช่อย่างนั้นเลย เดียรถีย์ เป็นพวกนอกพุทธคือ การปฏิบัตินอกศาสนาพุทธ มาจนแล้วมีคุณสมบัติพิเศษอย่างนี้ทำแล้วโลกทั้งโลกสบายที่สุดเลย เอาให้ชัดเจนเลย พวกเรามาจนซะให้ดี แล้วอยู่ในหมวดหมู่พวกเรา แล้วก็พึ่งพาตนเอง เป็นคนจนที่พึ่งตนเองไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย ทำงานสร้างสรรไปมีอยู่มีกิน ผลิตผลไม้รากไม้พืชพันธุ์ธัญญาหารมีเหลือเกินกินใช้ก็เอาไปแจกกันกิน โดยเฉพาะคนรวยนั้นต้องกินของเรา คนรวยต้องกินผลผลิตที่เราผลิต จะรวยให้ตายอย่างไรก็กินได้อิ่มท้องเท่าที่ท้องคนรับได้เท่านั้นเองใน 1 มื้อ คุณจะไปกินธนบัตรกินทองคำอะไรอย่างอื่นไม่ได้ คุณต้องกินอาหารนี่แหละ ผู้ที่จะแย่งทรัพย์สินเงินทองเพชรนิลจินดาก็แย่งไป เราไม่ต้องสะสมด้วยซ้ำไป คุณอยู่ไปเถิดคุณจะเหนื่อยก่อนเรา แล้วคุณจะรู้สึกตัวก่อนเรา เรามันหมดแล้วจะต้องไปรู้สึกสำนึกแบบที่คุณสำนึก คุณยังไม่สำนึกแต่พวกเราสำนึกดีกันแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงอีกเลย สิ่งเหล่านี้มันซับซ้อนในความจริง
_ฐิติศักดิ์ ถาวรประดิษฐ์ : ดีใจที่ท่านออกมาติง พวกคนหลงผิด _พญาอินทรีย์ อินทรีย์ : กราบนมัสการเจ้าค่ะ จะมีรัฐประหารช่วงไหนคะ พ่อครูว่า...ถามผิดตัวแล้ว อาตมาไม่เคยคิดเป็นหัวหน้ารัฐประหาร ใครจะเป็นหัวหน้าก็ไปถามเลย ซ้อนอีก พูดถึงรัฐประหาร คำว่ารัฐประหารนั้นยิ่งใหญ่ คนในโลกจะเข้าใจรัฐประหารได้อย่างถูกสัจธรรม โดยเฉพาะรัฐประหารที่ใหญ่ คือประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจไปประหารรัฐบาลที่เลวร้ายออกไปให้ได้ ฟังอีกครั้ง ผู้ที่มีอำนาจนี่คือประชาชน จะมีผู้นำที่นำร่วมกันด้วยกันก็ได้ อย่างอาตมาพาไปทำ อาตมาก็พาชาวอโศก ชาวอโศกก็ไปปักหลักทำรัฐประหาร ทำมาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 จนถึงปี พ.ศ. 2557 มีทักษิณ สมัคร สมชาย แถมอภิสิทธิ์แล้วก็มียิ่งลักษณ์จนจบ แล้วก็ส่งไม้ต่อให้พลเอกประยุทธ์ จนมาถึงทุกวันนี้ ถือว่าประชาชนได้ทำการรัฐประหารสำเร็จแล้ว อย่างเป็นรัฐประหารโดยประชาชนประหาร แล้วเป็นการประหารด้วยความสงบ ไม่รุนแรง ไม่ใช้อาวุธ เอาความจริง คุณผิด เราถูก ประชาชนต้องการความถูกต้อง ประชาชนไม่ต้องการความผิดๆ ความขี้โกงทุจริต ออกไป รัฐบาลออกไปก็ชี้ยืนยัน จนรัฐบาลเหล่านั้นไม่รอท่าก็ออกไปต่างประเทศหรือตายไป หรืออยู่ในประเทศไม่ได้ สมัครก็ตายไปแล้ว ออกไปก็มีนัยยะ สมัครออกไป เพราะทำผิดกฎหมายก็ต้องออกไป อันนี้เป็นนัยยะซับซ้อน ตอนอยู่บนเวทีประท้วงเขายิงกัน อาตมาก็อยู่บนเวที ประชาชนไปทำรัฐประหารที่ยังไม่เคยมีมาในโลก เอาอำนาจความสุภาพ ความจริง ความสงบเป็นเครื่องมือในการประหาร ทำให้เขาหยุด ให้เขาแพ้ ให้เขาต้องยอม คำว่าประหารนี้ดูเหมือนน่ากลัว ฟังภาษาแล้ว แต่เป็นสิริมหามายา คำว่าประหารนี้ มันเป็นการฆ่ากันด้วย หยดน้ำผึ้ง มันฆ่ากันด้วย เกสรดอกไม้ ภาษานักประพันธ์ชั้นหนึ่งนะ มันเป็นสิ่งที่สุภาพเป็นสัจจะ ความจริง เป็นสิ่งที่เขาต้องจำนนต่อสัจจะ มวลประชาชนออกไปแสดงจำนวนมาก คนก็มารวม พันธมิตรก็ร่วมกันกับเรา เราก็ร่วมกันกับพันธมิตร ปี 2549 เราไปปักหลักที่สนามหลวง พันธมิตรเขาออกได้เด่น เขามีโทรทัศน์ก่อนเรา(ASTV) ของคุณสนธิ พันธมิตรออกไปก่อน รอเราก็ไปผสมไปรวม ต่อมาปี 2556 เราออกไปก่อน แล้วคุณสุเทพก็มาจากสามเสนมารวมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีเป้าหมายร่วมกันมารวมกันได้อย่างสนิท มันจึงมีมากและแน่น เป็นพลังประชาชนที่เด็ดขาด เกิดมาในประวัติศาสตร์รัฐศาสตร์ ทุกคนก็จะชัดเจนไม่มีใคร รุนแรง มันจึงเป็นการทำรัฐประหารที่ประชาชนทำรัฐประหารด้วยคุณสมบัติโดยคุณวิเศษ เป็นการรัฐประหารด้วยคุณธรรมไม่รุนแรง แล้วก็มีประชาชนพวกเราตาย เราไม่ได้ทำให้พวกเขาตาย พวกรัฐบาลเองทำให้ตาย คนของรัฐบาลเองทำให้คนตาย เราไม่ได้ไปทำให้คนตายเลย มีคนตายเพราะพวกเขา มันซ้อนอยู่อย่างนี้ ตัวอย่างที่ประชาชนทำรัฐประหารนี้ อันนี้มันพึ่งมีมาในโลกยุคนี้ ทั้งโลกไม่มีใครทำได้ แต่ประเทศไทยทำได้ ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่สุด นักรัฐศาสตร์ก็ยังไม่รู้เรื่องยังงง ไม่มีในตำรา ยังไม่เคยมีตัวอย่าง อันนี้จึงต้องบันทึกเอาไว้แล้วเขียนเอาไว้ ให้นักรัฐศาสตร์เขียนอย่างถูกต้องดีงามเลย อาตมามีหน้าที่ทำ พวกคุณมีหน้าที่บันทึก อาตมามีหน้าที่เป็นผู้สาธยาย เป็นผู้ทำหลักฐาน อาตมาไม่ใช่นักวิชาการเลย เป็นนักบู๊แบบบุ๋น มันก็ซ้อนอีก บู๊แบบบุ๋น บู๊นี้เด็ดเดี่ยว แต่ไม่ทำรุนแรง มันซับซ้อนมากเลย พูดไปก็ยิ่งยากจะเข้าใจ พลเอกประยุทธ์ขณะนี้ที่ทำหเป็นนายกฯอยู่ขณะนี้ ช่วงนี้ เป็นนายกฯของประชาธิปไตย แม้แต่พลเอกประยุทธ์ชื่อก็เป็นพลเอกประยุทธ์ อจินไตยของอาตมาในยุคนี้มีคนชื่อประยุทธ์ 2 คน ประยุทธ์คนหนึ่งอยู่ทางโลก อีกคนหนึ่งอยู่ทางธรรมะ ซึ่งต้องมี ออกหน้าอยู่ 2 ท่าน อาตมาไม่ต้องไปออกหน้าหรอก อาตมาก็ไปเรื่อยๆของอาตมาตามเรื่องตามราว ของอาตมา ในประเทศไทยขณะนี้ ช่วงนี้ประเทศไทย อาตมาบอกได้ว่ามันไม่มีกำลังรัฐประหารแบบทหารมาประหารกันอีกหรอก รัฐประหารที่จะมีทหารมาทำรัฐประหาร หรือไม่ทหารก็ตาม ใครจะมีอำนาจบาตรใหญ่ขนาดไหนใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ มาทำรัฐประหารอีก ประเทศไทยไม่มีหรอกเพราะประชาชนเขาไม่ยอม เขาไม่เอาด้วยหรอก ไม่ร่วมด้วยหรอก ประชาชนคนไทยรู้หมดแล้ว ว่ารัฐประหารหรือการปฏิวัติต้องประชาชนมาปฏิวัติด้วยความสงบเรียบร้อยไม่มีอาวุธ เขารู้แล้วว่าประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนี้ การจัดทำรัฐประหารแบบใช้อาวุธยุทธภัณฑ์รุนแรง ใช้ปืนใช้มีดใช้ระเบิดอำนาจบาตรใหญ่แบบทหารมาปฏิวัติ ประชาชนเขาไม่เอาด้วย ขยายความ สมมุติว่ามี ทหารมาทำ ก็จะใช้อาวุธพวกนี้มายิง ประชาชนก็จะออกไปเป็นล้านล้าน เอาพลังงานประชาชนออกไปสู้กับมีดกับปืนนี่แหละ ถ้าทหารยิง ถ้าทหารฆ่า ทั้งโลกเป็นอย่างไร ก็จะต่อต้าน ต่างประเทศก็รู้แล้วว่าประเทศไทยทำอันนี้มาแล้ว คราวนี้ออกไปทำอย่างไร แต่ถ้าทหารไทยคนใดทำอย่างนี้ ทหารไทยคนนั้นทำการปฏิวัติขึ้นไปได้ ประเทศต่างๆในโลกก็ไม่รับคุณหรอก ฟังชัดไหม ขนาดพลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ทำเลย ผมขอยึดอำนาจ เป็นการรับไม้ต่อจากประชาชน ไม่ได้ทำเลย เป็นหลักฐานที่ยืนยันชัด เขายังบอกว่าเป็นทหารอยู่ในยศ เป็นหัวหน้าคสช. อยู่ในยุคนี้มันยังไม่แยกพยัญชนะและสภาวะ เป็นเหมือนมายากลซ้อนกันอยู่ มันจึงยากจะเข้าใจ สู่แดนธรรม...ประชาชนได้ทำสิ่งสุดยอดไปแล้วเป็นตัวอย่าง คงไม่มีทหารคนไหนจะทำสิ่งที่ต่ำกว่านี้ พ่อครูว่า...เหมือน ร.อ.กองแล ปฏิวัติเสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ
สมณะฟ้าไทว่า… พ่อครูว่า...สังคมไทยขณะนี้ เรื่องของการเมืองคำว่าการเมืองก็ตาม ตอนนี้อาตมาเชื่อว่าไม่มีหรอก ที่จะเกิดรัฐประหารโดยพลังอำนาจ มีดปืนระเบิดอำนาจทหาร ที่ผิดกฎหมาย แต่ทำรัฐประหารด้วยความสงบ เรียบร้อยสุภาพอย่างที่พวกเราทำกันไป ประชาชนทำรัฐประหารอย่างนี้ไม่ผิดกฎหมายเลย สากลทั้งโลกให้ทำได้เลย นิดเดียว ทำรัฐประหารแบบไม่ผิดกฎหมายกับทำรัฐประหารที่ผิดกฎหมาย เท่านี้ ตอนนี้สังคมโลกรู้แล้ว แต่ก่อนเขาก็ไม่เคยเชื่อไม่รู้ว่าประชาชนไม่มีมีดไม่มีปืนไม่มีระเบิด จะเอากำลังอะไรไปสู้ระเบิด ปืนของทหารได้ ได้เห็นมั้ย แต่สังคมนั้นต้องสอดคล้องใจกัน ประชาชนต้องร่วมมือกันจริงๆและเป็นมวลที่ร่วมกันชัดเจนเลย ถ้าทหารจะยิงประชาชน เขายังไม่หมดหรอกเป็นล้านๆ ไม่หมดหรอก เขาจะแพ้ก่อน ไม่หมด แต่ที่นี้พูดไปก็เท่านั้น จริงๆแล้วคนไทยแม้เป็นทหารไทย คนไทยนะ DNA เชื้อของไทยพุทธศาสนาเป็นหลัก มีอนุสัยเป็นพุทธศาสนามีโลกุตรธรรมแล้ว เพราะฉะนั้นที่เราอยู่ได้ ที่เราทำได้ชนะได้เพราะสัจธรรมทางจิตวิญญาณอยู่ในอนุสัยมาเป็นหลัก อาตมายังไม่เก่งที่จะอธิบาย พวกคุณก็พอเข้าใจได้ ข้างนอกคงยังเข้าใจได้ยาก มันเป็นสิ่งที่เกิดและเป็น หยั่งรากฐานจากก้นบึ้งของจิตเป็นอนุสัย เป็นคุณสมบัติเป็นคุณธรรมสุดยอด ซึ่งมันเป็นมูลเป็นเค้าของจิต มาแต่เดิม ประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่จะนำในยุคต่อไปนี้ พ.ศ. 2563 ไป เมืองไทยจะเป็นตัวอย่างสิ่งเหล่านี้ คุณอย่าเพิ่งรีบตาย โลกทั้งโลกกำลังศึกษาสัจธรรมประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระ เป็นประชาธิปไตยโลกุตระหรือเป็นประชาธิปไตยที่เป็นศิวิไลซ์ หรือเป็นประชาธิปไตยที่เป็นความเจริญที่แท้จริง เจริญยิ่งกว่าที่เคย เจริญวนเวียนอยู่ในโลกีย์ เป็นองค์ประกอบมิติจิตวิญญาณของคนที่สูง เอาความจนเอาความไม่เบียดเบียนใครยอมตายแม้เขาจะทำร้ายเรา เอาเราตายเราก็ยอมไม่โต้ตอบ มันเป็นได้ถึงอย่างนั้น คนทางนี้ มันไม่เหมือนกันจริงๆนะ ที่จะต้องแก้แค้นเอาชนะฆ่ากันไปฆ่ากันมาเหมือนหนังจีน หรือเป็นลัทธิอื่นที่ไม่เหมือนกันกับชาวพุทธ จึงเป็นเรื่องที่ขณะนี้อาตมาบอกไว้ก่อนว่าเมืองไทยไม่มีหรอก รัฐประหารแบบเก่า ถ้าจะมีก็เป็นรัฐประหารแบบโลกุตระ เป็นรัฐประหารแบบใหม่เป็นรัฐประหารแบบที่ประชาชนทำรัฐประหารซึ่งไม่ผิดกฎหมายโลก แบบไม่มีอาวุธใช้สัจธรรมใช้ความสงบใช้ความจริงยืนยันว่าคุณได้ไปแล้ว ต้องออกไป ซึ่งไทยได้ทำเป็นตัวอย่างถึง 4-5 รัฐบาล คิดดูสิ ขนาดนั้นเขายังไม่ค่อยเข้าใจเลยแม้แต่ ดร.ทางรัฐศาสตร์ก็ยังยากจะเข้าใจ เขาไม่เชื่อว่าอย่างนี้มันจะเป็นไปได้มันจริงหรือใช่หรือ มันเป็นเรื่องฟลุกหรือเปล่า บังเอิญหรือเปล่า ก็ทำซ้ำให้ดูตั้ง 3-4 รัฐบาล บอกว่ารัฐประหารที่เป็นรัฐประหารแบบโลกีย์แบบผิดกฎหมายโลก จะไม่เกิดแล้วในประเทศไทย ถ้าจะเกิดก็เป็นรัฐประหารแบบโลกุตระ ซึ่งมันไม่เกิดอีกง่ายๆหรอก เพราะคนไทยเป็นมวลประชาชนที่มีประชาธิปไตยที่เป็นโลกุตระในหัวใจขึ้นได้แล้ว มันซับซ้อน เกิด Bomb of love ในหลวงเราเป็นโพธิสัตว์ ท่านทรงงานมา 70 ปี เป็นประชาธิปไตยเนื้อแท้ของประชาธิปไตยเลย ไม่ว่าจะเป็นความเมตตา ความไม่รุนแรงความเพื่ออนุเคราะห์ เมตตากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม แต่ท่านทำถึงขั้นสาธารณโภคีไม่ได้เหมือนอาตมาเท่านั้นเอง เพราะมันยังยากไม่ถึงยุค เหมือนพระพุทธเจ้าทำสาธารณโภคีมากับประชาชนที่เป็นคฤหัสถ์ พระพุทธเจ้าบางองค์ก็ยังทำไม่ได้เลย ในหลวงท่านก็ยังทำไม่ได้แต่อาตมานี้ทำได้แล้วจะเจริญต่อไปอีก ประชาชนเขาได้ทำรัฐประหารที่ยอดเยี่ยมขึ้นเป็น Best Record เรียบร้อยแล้ว ประชาชนคนไทยได้ทำการประหารรัฐบาล 4-5 รัฐบาลเป็น Best Record บันทึกดีที่สุด เป็นบันทึกยอดเยี่ยมไว้ ไม่มีใครมาทำลาย Best Record ไปได้เกินกว่านี้อีกแล้ว สู่แดนธรรม...มีเงื่อนไขที่รัฐบาลต้อง ทำการทุจริตอย่างมหาศาลคนไทยถึงจะออกไปกันมากๆ พ่อครูว่า….ตอนนี้มันเป็นเพียงเศษเท่านั้นเอง คนที่จะมาตั้งหน้าตั้งตาโกงกินนั้น จะเกิดได้ยาก มีพวกวิชาการกับทุนนิยม 2 พวก บอกไว้ชัดๆ พวกธนาธรมาจากพวกนายทุน ปิยบุตรมาจากพวกวิชาการ รวมหัวกันมีเท่านั้นแหละ ซึ่งเป็นโลกีย์แท้ๆ ก็ตะโกนอยู่อย่างนั้นไปได้ อีกหน่อยเขาจะค่อยๆถูกเปิดเผย สรุปแล้ว ประชาชนได้ทำรัฐประหารสำเร็จเป็นประชาธิปไตยของประชาชนเรียบร้อยแล้ว เป็นการกระทำของประชาชนจริงๆ แล้วทำรัฐประหารด้วยความสงบเรียบร้อย เป็นความสงบที่ไม่รุนแรง เอาความจริงเข้ามาเป็นเครื่องยืนยันเป็นธรรมาวุธ ประหารรัฐบาลเผด็จการที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ไม่สุจริต ไปหมด ทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ ทำมาได้อย่างชัดเจน ประเทศไทยจึงเป็นประชาธิปไตยแท้ๆ ก็เรียนรู้ความเป็นประชาธิปไตยให้รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริงกันดีๆ ไม่อย่างนั้นคุณจะกลายเป็นกามนิตที่ไปแสวงหาพระพุทธเจ้า ไปแสวงหาพระพุทธศาสนาพุทธ หรือพระพุทธธรรมโลกุตระจากพระพุทธเจ้า เสร็จแล้วก็ไปพบพระพุทธเจ้า นอนคุยกันอยู่ทั้งคืนกับพระพุทธเจ้า คุยกันก็ยังไม่รู้ว่านี่คือพระพุทธเจ้าตัวจริงที่กามนิตกำลังจะไปหา แสดงถึงภูมิที่ยังโง่อยู่ของกามนิต คุยถึงเรื่องเนื้อแท้ของศาสนาพุทธกับพระพุทธเจ้าแท้ๆ พระพุทธเจ้าก็ต้องคุยเรื่องเนื้อแท้พุทธศาสนา กามนิตก็ฟังได้ปัญญา ซาบซึ้งมาก คืนนี้คุยกันทั้งคืน พบกันใหม่ ฉันจะไปตามหาพระพุทธเจ้าต่อไป ธรรมะของพระพุทธเจ้ายอดเยี่ยมจริงๆ จะต้องออกไปตามหาให้ได้ ขอลาก่อนครับสวัสดี แล้วกามนิตก็จากพระพุทธเจ้าไปตามหา ฉันใดก็ฉันนั้น อย่างนี้แหละ เดี๋ยวนี้ตัวจริงนั้นเกิดแล้ว ประชาธิปไตยของประชาชนที่เป็นประชาธิปไตย โดยประชาชนของประชาชนเพื่อประชาชน เกิดแล้วเป็นแล้ว อย่างจริงๆซึ่งเป็นของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของอาตมาที่จะต้องมาอธิบายแล้วก็นำพา ยืนยัน เป็นพฤติการณ์ของความเป็นประชาธิปไตย ที่เป็นโลกุตระ เนื้อหาแท้ๆของประชาธิปไตย เพื่อประชาชนไม่ใช่เลือกตั้ง เลือกตั้งเป็นเรื่องผิวเผินมาก เป็นรูปแบบชนิดหนึ่งน้อยเดียวเป็นเปลือก เนื้อแท้มันมีอีกเยอะที่ต้องอธิบายกันเป็นซีรีย์
_ดีทน อินสะพรหม : ผู้ใหญ่ยั่วยุเด็ก ผมดูในคลิป ฟังเขาพูดน่าเชื่อ เขาพูดให้ลิงหลับได้จริง ๆ (กล่าวถึงการชุมนุมช่วงนี้) พ่อครูว่า….ให้เขาโตอีกหน่อยเขาก็จะรู้ตัว
_เจนบุญ จน : ปี 35 พฤษภาทมิฬ ต้นเหตุก็มาจากพลเอกสุจินดาเข้ามาเป็น นายกฯ โดยการสืบทอดอำนาจจากคณะ รสช.ทำการปฎิวัตรัฐประหาร ปี 34/ ผมยังได้ออกไปเป็นมวล ขับไล่สุจินดา ร่วมกับประชาชนอีกมากมาย เพราะเห็นถึงการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ซึ่งพลเอกสุจินดา ก็ผ่านกระบวนการรัฐสภาอย่างถูกต้อง แต่ประชาชนบางส่วนไม่ยอม แล้วปัจจุบัน บริบทและวิธีการเข้ามาเป็นนายกฯ ของคุณประยุทธ์ ก็ดูจะไม่ต่างกัน จากปี 35 ถึง ปี 63 ผ่านมา 28 ปี ความคิดของคนไทยส่วนหนึ่งเปลี่ยนไป บางส่วนยังยึดมั่นในอุดมการณ์เหมือนเดิม พ่อครูว่า….คุณเจนบุญยังไม่เข้าใจว่าจริงๆแล้วคุณสุจินดา มีตำแหน่งพลเอกเหมือนกับพลเอกประยุทธ์ และคุมอำนาจของกองทัพเหมือนกันเท่านั้นเอง แต่ต่างกันคนละขั้วเลย เพราะฉะนั้นคุณเจนบุญจะต้องศึกษาต่อไปถึงพฤติการณ์ของประชาธิปไตย ที่แม้แต่คำว่ารัฐประหาร พลเอกสุจินดากับพลเอกประยุทธ์ก็มีพฤติการณ์ที่เป็นรัฐประหารต่างกัน ใช้ศัพท์ว่ารัฐประหาร พลเอกสุจินดา เอากองทัพมารัฐประหารจริงๆ แต่พลเอกประยุทธ์ไม่มีพฤติการณ์นั้นเลย ประชาชนรัฐประหารให้เสร็จก่อนต่างหาก นี่คือนัยยะของรัฐศาสตร์ที่จะต้องมีรายละเอียดพวกนี้ ตามความเป็นจริง ประชาชนก็รัฐประหารแบบประชาธิปไตยโลกุตระที่ถูกกฎหมายสากลเลยเป็นสุดยอดของการรัฐประหาร ไม่มีอาวุธไม่มีความรุนแรงอะไรเลยยอมแพ้ เอาความสงบเข้าสยบความรุนแรง ปราบความรุนแรง เอาชนะความรุนแรงได้สำเร็จ เอาความจริง “ยาวให้เป็นเย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆ หมดๆ” นี่ก็เป็นปรัชญาของการปฏิวัติ โดยประชาชน และประชาชนคนไทยก็ทำได้จริง ยาวไปตั้งไม่รู้กี่ปี ปี 2549 ถึง 2557 จึงเรียบร้อย แม้จะไม่ใช่ต่อกันไม่มีช่องว่าง มีช่องว่างที่รัฐบาลออกไปและสลับมาเชื่อมต่อกันได้อยู่ดี เป็นพฤติการณ์ของการเมืองทั้งนั้น หรือเป็นพฤติการณ์ของรัฐประหารที่ประชาชนไปทำรัฐประหาร อธิบายแบบโพธิรักษ์ แม้จะพูดกันยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ลึกๆแล้วมีธาตุของโลกุตระหยั่งลงไปแล้ว ค่อยๆเป็นเชื้อเจริญขึ้นมา ตอนนี้เชื้ออาจจะยังไม่เดียงสามันก็เลยยังไม่เต็ม ค่อยๆโตขึ้นมา เรื่อยๆ ก็ทำการปลูกฝัง อาตมาจึงยังตายไม่ได้ พยายามให้เกิดความชัดเจนกว่านี้ก่อน สรุปว่า ของพลเอกสุจินดากับพลเอกประยุทธ์ มันไม่เหมือนกัน ต้องชัดเจนในความไม่เหมือนกันให้ได้ โดยพลเอกประยุทธ์ไม่ได้ทำอย่างพลเอกสุจินดา แต่ของพลเอกประยุทธ์นี้ดีกว่า ถูกต้องเป็นโลกุตระ ถ้าหากพลเอกสุจินดาชนะในคราวนั้น เมืองไทยจะยังไม่ได้อย่างนี้หรอก ยังจะอยู่ในอำนาจของทหาร ยังจะไปอีกไกล แต่มันเป็นไปไม่ได้เพราะประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยโลกุตระขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้น พลเอกสุจินดาทำไม่ได้หรอก มันจะเกิดเหตุการณ์จริงขึ้นมา จนสุดท้าย ในหลวงก็เข้ามาจัดการ เข้ามาทำ ซึ่งมันเป็นองค์ประกอบที่ Born To Be เป็นองค์ประกอบที่จะต้องเป็นเช่นนั้น ตถตา มันต้องเกิดอย่างนี้ สวยงามที่สุดเลย จบ แล้วก็สวยตรงที่ตอนนั้นพลตรีจำลองเป็นตัวคู่ต่อสู้ของพลเอกสุจินดา เสร็จแล้วพลเอกสุจินดาออกไป ถ้าเช่นนั้น พลตรีจำลองจะพยายามขึ้นมา ก็ขึ้นมาได้ แต่พลตรีจำลอง อาตมารู้ว่าโดยความจริงโดยสัจธรรม จิตไม่มีความคิดนี้ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า พลตรีจำลองตีกรรเชียงหนีเลย ก็ไม่รู้จะไปจับใครมาเป็น ก็เลยขาดช่วง ก็เลยต้องทำต่อไปอีก จนกระทั่งสุดท้าย รัฐบาลทักษิณก็แล้ว สมัครก็แล้ว สมชายก็แล้ว อภิสิทธิ์ก็แล้ว ยิ่งลักษณ์ จนสุดท้าย อาตมาถึงได้พูดว่าโถ.. พลเอกประยุทธ์กว่าจะออกมา นานอยู่นะ แต่ก็เหมาะสมอยู่ เขาจะได้มั่นใจว่าพลเอกประยุทธ์ไม่ได้มาแย่งชิงเพื่อฉวยโอกาส แต่มาเพราะมันต้องมาทำ มันสุดสายป่านแล้วก็ต้องมาทำ มารับหน้าที่ เพราะอยู่ในหน้าที่อยู่ในตำแหน่ง และมาก็ทำอย่างสุภาพเรียบร้อยไม่ได้มีความรุนแรง คนอาจจะมองเห็นว่าเตรียมรถถังไว้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง มันเริ่มต้นตั้งแต่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลินแล้ว ปฏิวัติ คนไทยยังเอาดอกไม้ไปเสียบปลายปืน เสียบรถถัง คนไทยยังเอาด้วยเลยเพราะรัฐบาลขี้เก๊ ดีแล้วที่พลเอกสนธิออกไป คนไทยยังเอาด้วยเลย แต่พลเอกสนธิเอง จะไม่อธิบายต่อ เพราะยังไม่ใช่ตัวจริงเท่านั้นเอง เป็นตัวเชื่อมเป็นตัวที่มาต่อเท่านั้น มาสนธิไง เป็นตัวเชื่อม ยังไม่ใช่ตัวจริง ก็เลยเกิดอีกแล้วถึงมาบัดนี้ นักรัฐศาสตร์ทั้งหลายแหล่ ก็พยายามเรียบเรียงทำให้ชัดเจนเลย จะเห็นได้ชัดเจนว่าประชาธิปไตยตัวอย่าง นี่แหละคือไพโอเนียร์ของโลก ประชาธิปไตยของประชาชนโดยประชาชน เพื่อประชาชน นี่แหละไทย สุดยอด นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท...พลเอกสุจินดาบอกว่า เสียสัตย์เพื่อชาติ คนก็เลยออกมาต่อต้าน แต่ตอนนี้ซุปเปอร์โพลส์ บอกความนิยมพลเอกประยุทธ์ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ ยังใช้ได้อยู่ ส่ว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive