630609_พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก 2563_.docx
เนื้อหาในไฟล์
630609_พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก 2563 ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1PId_mgoeuX17IdQWuxbiMIPnAe5EVkI3_S4TdZYmqzs/edit?usp=sharing ng
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1PrnVBNAODwvxOI87stCL9oRMKVYbQkMN พ่อครูพากล่าว... สัจจวาจาบูชาพระบรมสารีริกธาตุ อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ ขอนอบยอบหมอบกราบคารวะ ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อมของเหล่าข้าน้อยนี้ เกลือกถูรองรับอยู่ใต้ละอองผงคลีแห่งธุลีฝ่าพระบาท ของสมเด็จพ่อ ผู้เป็นพระอนุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้มีพุทธคุณดังกล่าวข้างต้น อย่างสุดเทิดสุดบูชายิ่ง เหล่าข้าน้อยทั้งหลาย ขอน้อมรำลึกเทิดทูนพระคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ กาลศุภสมัย ๙ มิถุนายนนี้ เหล่าข้าน้อยทั้งหลาย ขอตั้งปณิธานต่อพระมหาบรมสารีริกธาตุ ณ บัดนี้ว่า... เลือดและวิญญาณขอเหล่ข้าน้อยทั้งหมดนี้ ขอถวายอุทิศแด่พระพุทธศาสนาไปตราบดินสิ้นฟ้า จนกว่าข้าน้อยแต่ละคนจะปรินิพพาน ขอได้โปรดรับปณิธานนี้ ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อมของเหล่าข้าน้อยทั้งหลายเถิดเทอญ.
จากนั้นพ่อครูเทศนาต่อ... พ่อครูว่า…ครั้งนี้เป็นงานอโศกรำลึกครั้งที่ 39 สามคือ รอบสามเส้า 9 คือสามเส้าสามเส้าสามเส้า ทุกอย่างก็มีหลายๆอย่างที่เป็นรูปกับนาม ที่มันลงตัวกัน อาตมา ใช้สิ่งเหล่านี้เป็น guide นำทาง ซึ่งใช้ได้ อย่างพระพุทธเจ้าสมณะโคดมทรงพระนามว่าสิทธัตถะ พระองค์ก็ต้องอุบัติขึ้นมา อย่างไรอย่างไรท่านก็จะต้องทรงพระนามว่าสิทธัตถะ แล้วไม่มีอื่นด้วยนามเดียว หนึ่งเดียว โพธิรักษ์ชาตินี้เกิดมาหลายนาม มีทั้งสไมย์ มงคล รัก โพธิรักษ์อะไรอย่างนี้ยังไม่ลงร่องลงรอยทีเดียว แต่ทุกคำมี
อ่านต่อ
ความหมาย มีลักษณะที่อาตมาใช้ทั้งรูปทั้งนาม ทั้งชื่อพยัญชนะบัญญัติและนาม ใช้พิจารณาเป็นเครื่องหมายในการทำงานไป เป็นเรื่องลอกเลียนกันไม่ได้ ถึงเวลาจะมีปฏิภาณรู้ในแต่ละคนเอง หากพาให้เสื่อมเสียทำลายก็ยิ่งบาปซ้ำซ้อนได้ด้วย เรื่องที่พูดเป็นเรื่องธรรมะที่ยิ่งใหญ่ อาตมาได้สรุปชี้บอก อธิบายให้เห็นว่าคำว่าสอง ภาษาไทยว่า เทวฺ หรือเทวะ เทวะแปลว่าสอง และแปลว่าผู้ยิ่งใหญ่ผู้เจริญ เจริญสูงสุดเป็นจอมเทวะเป็นพระเจ้า ศาสนาพุทธรู้สองเป็นหนึ่ง หนึ่งเป็นสอง เราก็เลือกใช้ได้ ในจักรวาลจะมีสองเสมอ มีวัตถุกับนาม มีกายกับจิต เรียนรู้สองนี่แหละยิ่งใหญ่ที่สุด จนรู้แจ้งรู้ครบรู้ชัด ใช้งานได้อย่างเป็นตัวแทนสลับไปสลับมา จะให้เกิดหรือไม่ให้เกิด เป็นผู้ให้เกิดคือมาตา ให้เกิดสิ่งวิเศษที่สุด ให้เกิดสิทธัตถะ คือมายา แต่เป็นสุดยอดของมายาคือสิริมหามายา หน้าที่ให้เกิด พลังต่อเนื่องถึง 7 วัน พระมารดาก็ต้องตาย จริงๆแล้วมีอะไรละเอียดลึกซึ้งมากกว่านี้ อาตมาอธิบายสัมมาทิฏฐิ 10 ถือว่าเปิดเผยความจริงไปพอสมควรแล้วแต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่ลึกซึ้งละเอียดพอ
การเกิดมี 4 อย่าง ชลาพุชโยนิ (กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในครรภ์) 2. อัณฑชโยนิ (กำเนิดของสัตว์ที่เกิดในไข่ -ทิชาชาติ) 3. สังเสทชโยนิ (กำเนิดของสัตว์ที่เกิดจากการแบ่งตัว) 4. โอปปาติกโยนิ (เกิดใหม่ทางจิตวิญญาณเปลี่ยนภพทันที เกิดนิโรธ ไม่มีอะไรมาคั่น เกิดแทนสิ่งดับโดยไม่มีซาก) (พตปฎ.เล่ม 11 ข้อ 263)
หากคนเกิดได้ร่างกายเป็นชลาพุชโยนิ ส่วนที่เกิดเป็นไข่ก่อนมีเยอะที่เป็นสัตว์ ส่วนสัตว์ที่เกิดแตกตัวเอง คือสังเสทชโยนิ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สัมมาทิฏฐิ 10 อันเป็นอาริยะ สัมมาทิฏฐิ ๑๐ เป็นส่วนแห่งบุญ(ปุญญภาคิยา) ให้ผลวิบากแก่ขันธ์(อุปธิเวปักกา)
1. ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด) (อัตถิ . ทินนัง) 2. ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) 3. สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) 4. ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว มีแน่ (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก) 5. โลกนี้ มี (อัตถิ อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ 6. โลกหน้า มี (อัตถิ ปโร โลโก) หมายถึง โลกโลกุตระ 7. มารดา มี (อัตถิ มาตา) 8. บิดา มี (อัตถิ ปิตา) 9. . สัตว์ที่ผุดเกิดอุปปัติเอง มี (อัตถิ สัตตา โอปปาติกา) 10. สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ)
ศาสนาพุทธเดี๋ยวนี้มีทานอย่างมีหวัง _ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว 1. ยังมีความหวังให้ทาน สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2. มีจิตผูกพันในผลให้ทาน ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3. มุ่งการสั่งสมให้ทาน สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4. ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ จากทิฏฐิที่ไล่มาให้ฟัง สามเส้าต้น ทาน ศีล แล้วผลของทานศีล สามเส้าต่อมา กรรม คุณจะทำกรรมเป็นทุกข์สุข กรรมดีหรือไม่ดี กรรมดี หากเป็นโลกีย์ก็เป็นกุศล หากดีของโลกุตระคือกำจัดกิเลสได้ หากไม่ดีคือกำจัดกิเลสก็ไม่ได้ เป็นอกุศลอีก ผู้ทำโลกุตระเสร็จกิเลสหมดแล้ว ถ้าสภาพกรรมที่ทำต่อจากนั้นมีแต่กุศลไม่มีอกุศลไม่มีบาปอีก บุญก็ไม่มี ..งงไหม? พวกเราเข้าใจไม่งง สุกต คือทำดีเสร็จแล้ว ดีไม่ใช่โลกียะ แต่เป็นโลกุตระ ทุกฏัง เป็นโลกุตระ สุกตัง คือ ถึงทำดีแล้วขจัดกิเลสได้แล้วก็ยังมีผลวิบาก กัมมานังผลังวิปาโก แต่กุศลนั้นไม่เป็นบุญ มีแต่กุศล การฆ่าเป็นสิ่งไม่ดี การฆ่ากิเลสไม่ดี แต่จะบอกว่าฆ่ากิเลสดีไม่มีอะไรดีเท่า แต่ฆ่ากิเลสไม่ดีเลย เป็นภาษาสิริมหามายา เป็นการฆ่าที่เลวที่สุดดีที่สุด การฆ่าที่ดีที่สุดมีหนึ่งเดียวเท่านั้นคือฆ่ากิเลสแต่ฆ่าอย่างตายสนิทเลย นัยลึกซึ้ง พวกเรา หากไม่มีสภาวะจะสับสน คนฟังสับสน แต่อาตมาพูดไปคนก็ทำความเข้าใจตามมาได้ ส่วนคนเข้าใจได้แล้วแม้อาตมาพูดเพี้ยนก็เข้าใจกันได้ มาตา ปิตา สัตตาโอปปาติก เป็นจิตวิญญาณแท้ๆ มีศีลเป็นแม่ ปัญญาเป็นพ่อ เป็นต้น ข้อต่างๆ คุณจะต้องมีปัญญารู้การปฏิบัติตามหลักศีล ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับของเกี่ยวกับพืช ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวะและทั้งสิ่งที่มีชีวิต แต่ยังไม่มีกรรมไม่มีวิบากคือพืช เราก็ปฏิบัติกับของ ส่วนสัตว์นั้นปฏิบัติลึกซึ้งกว่า ทั้งในเรื่องของเมตตากรุณาทำประโยชน์ต่อกัน ส่วนพืชนั้นมันไม่ได้ต้องคำนึงถึงขนาดนั้น แต่ว่าต้องอย่าทุจริต พืชนี้ของเรา ดินน้ำไฟลม เพชรนินจินดา ธนบัตร ข้าวของวัตถุ ของเราหรือไม่ใช่ของเราคุณอย่าทุจริต มันเป็นกรรมเป็นวิบากเป็นความเลว หากคุณทำไม่ทุจริตข้าวของต่างๆคุณไม่เอาของใคร ไม่ลักษณะขโมยก็ดีแล้ว คุณสร้างขึ้นมาอาศัยให้ตัวเองรอด สร้างขึ้นมาให้เหลือเผื่อแผ่แจกคนอื่น อาตมาพาพวกเราทำได้ สังคมอุดมสมบูรณ์ไม่มีการเบียดเบียน เรามีแต่ประโยชน์ต่อคนอื่นทุกคน เราพยายามรู้ความจริงแต่อย่าหลงตัวเอง ประโยชน์เพราะเรามีกรรมกิริยาทางกายวาจาจิต แล้วจิตทำอะไร ก็ต้องทำงานที่เป็นความรู้แล้วแจกความรู้เป็นทาน ความรู้ที่เป็นสัมมาทิฏฐิความรู้ที่เป็นโลกุตระ นี่แหละเป็นทานที่สูงที่สุด ที่มีจริงแจกจริง แต่ถ้าคุณจะแจกโลกุตระ แต่คุณเองยังไม่ใช่โลกุตระ คุณโง่คุณหลงตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามันผิดด้วย คนก็ยิ่งจะแจกว่านี่แหละคือโลกุตระ คนนี้คือพวกที่มหาอเวจีนรกซับซ้อนลึกบาปหนา เพราะไปเอาโลกุตระมาทั้งที่รู้ว่าตัวเองก็ไม่มีจริง อาตมากล้าพูดว่าธัมมชโยพูด เพราะฉะนั้นนรกอเวจีเขาหนักมากเขาทำทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีจริงหรอก มันเป็นความลึกซึ้งทางสัจธรรมแต่ตัวเองไม่มีจริงเอามาหลอก คนรู้ไม่เท่าทันก็เลยเป็นอย่างที่เป็น ขณะนี้พวกเราสามารถเข้าใจสัตว์โอปปาติกะ สัตว์ทางจิตวิญญาณ วิญญาณนั้นรู้ได้ด้วยนามรูป เราก็รู้ได้ของเราจึงเป็นเครื่องอาศัยการปฏิบัติ จิตวิญญาณชั่วเป็นจิตวิญญาณผีเป็นจิตวิญญาณซาตานมาiร้ายหรือเป็นจิตวิญญาณที่ทำดี จิตวิญญาณทำไม่ดีและเป็นจิตวิญญาณที่ดีแล้ว คือทำให้ดีแล้วก็ทำดีได้แล้วนั่นก็เป็นวิญญาณที่ดี เป็นพระอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ดียิ่งขึ้น จนเป็นโพธิสัตว์ระดับที่สูงขึ้นก็เป็นจิตวิญญาณทั้งนั้น ผู้รู้ก็รู้การเกิดด้วยเทวด้วยธรรมะ 2 สื่อสารให้รู้ภาคปฏิบัติ เทวเป็นคำกลางๆ เป็นคำกว้างใหญ่ไพศาลมากมาย เทวะ แปลว่า 2 กายก็แปลว่า 2 แต่เป็น วิสามัญนามยิ่งขึ้นกว่าเทวะ กายหากเข้าใจแต่เพียงภายนอกไม่มีภายในคนนั้นมิจฉาทิฏฐิ เมืองไทยคำว่ากาย แม้แต่นักศาสนาก็เข้าใจผิดว่า กายคือสิ่งเดียวคือภายนอกวัตถุเลก็ผิดไป ล.16 ข้อ 230 ที่บอกว่า ตถาคตเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง หากเข้าใจกายผิด คำแรกของโพธิปักขิยธรรม 37 คือกายในกาย
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน พ่อครูทำงานมา 50 ปีมีอะไรบ้าง สรุปเข้าเนื้อหา ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อาตมาทำงานมา 50 ปี ผลปรากฏทฤษฎีของพระพุทธเจ้าพวกเราเข้าใจคำว่ากาย คำว่าบุญ คำว่าสมาธิ ที่เป็นสัมมาสมาธิ เข้าใจจรณะ 15 เข้าใจ ฌาน เข้าใจอะไรต่างๆนานาที่มีบัญญัติพวกนี้แล้วพวกเราปฏิบัติจริง จึงเกิดกลุ่มชนที่เป็นโลกุตระอาริยชน แบบของพระพุทธเจ้าที่แท้จริง จนกระทั่งเกิดเป็นสาราณียธรรม 6 เป็นสังคมเกิดเป็นชุมชนที่เป็น สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา มีลาภโดยธรรมเกิดมารวมกัน มีเหลือมากเข้าก็เอาไปแจกหรือขายอย่างถูก ขายยังต่ำกว่าราคาตลาดขายอย่างเท่าทุน ขายขาดทุนยิ่งดีกว่าเท่าทุนอีก เราขาดทุนได้หรือไม่ได้สิเพราะเราขาดทุนค่าตัวของเรา ค่าตัวของคนวันละ 1,000 บาทคนกินใช้เพียง 200 บาทอีก 800 บาทก็เอามาลดเอามาแจกให้คนอื่น ในพวกเราเองเผื่อแผ่กันเองด้วย 200 เหลืออีก 600 ก็แจกจ่ายคนอื่นอีก แล้วไม่ใช่คน สองคน เป็นร้อยคนพันคน หมื่นคนแสนคน ก็จะยิ่งเป็นจำนวนมหาศาล นัยเดียวกันเป็นคนมักน้อยสันโดษทุกคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่ายมาจนมักน้อยจริงๆเป็นใจจริงเลย พวกเราชาวอโศกอยู่ในนี้ไม่สะสมจริงๆ แม้จะเป็นฆราวาส ก็มีเงินทำกิจกรรมได้ แต่ก็ไม่สะสมเป็นของตัวเองเลยก็มี มีก็เอาเข้ากองกลาง จะใช้ก็เบิกมาใช้สบาย ไม่ต้องเป็นภาระ เบา เป็นสัจจะที่คนไหนเขาเป็นจริงได้ ไม่ใช่ว่าเที่ยวไปฝากไว้ที่คนไหนๆ ระวังโกหกซ้อนบาปซ้อนนะ ไม่มีหรอกฉันไม่มีแต่ฝากไว้ที่ต่างๆ คนนี้ๆ ตีซ้อนนะ โกหกทั้งๆที่รู้ว่ามีทุจริตซ้อนแฝงระวัง สัจจะ กรรมเป็นอันทำไปโกงกรรมไม่ได้ กรรมซื่อสัตย์ที่สุด สัจจะพวกนี้ อาตมาเต็มใจจะพาพวกเราพิสูจน์พิสูจน์สัจจะ สัจจะที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้นจะชนะทุกสิ่งทุกอย่าง ความบริสุทธิ์เท่านั้นจะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด อาตมาก็พูดในแวดวงศาสนา แต่ศาสนาพระเจ้าเขาก็ดี แต่ดีตามกรอบของเขาแต่ละสำนักลัทธิศาสนา พวกเรามาทำอย่างนี้หากใครจะเสแสร้งก็ตามทำให้ได้ตลอดชีวิตเลยนะ แต่ถ้าไม่ต้องฝืนไม่ต้องเล่นลิเกก็ สบม ทมด ปกต หห จจ มชยลล ชัดเจนที่สุด อาตมาไม่มีความสงสัยในธรรมะพระพุทธเจ้าว่าสิ่งนี้แน่นอนเที่ยงแท้ไม่มีใครหักล้างได้ อสังหิรังไม่มีใครหกล้างได้ ไม่ใช้ท้าทาย แต่เป็นสัจจะมันมีธรรมฤทธิ์ในตัวของจริง ยุคนี้อาตมาประเมินแล้วเทียบแต่ละลัทธิสังคม ในโลกก็เข้าใจชัดว่ามันไม่มีอะไรดีเท่าและเขาก็ต้องมาเอาสิ่งนี้ ก็มีแต่ความจริงว่าพวกเราต้องเร่งรัดพัฒนาแต่ละคนให้เจริญอาริยธรรมสัจธรรมให้จริงศึกษาให้ดี เราบกพร่องอะไรทำไปตามลำดับ คนเราต้องผิดมาก่อนชั่วก่อนดีทั้งนั้น อันนี้ต้องหยุด ต้องสมาทาน ยึดเอามาปฏิบัติอาศัยเอามาใช้อาศัย เพื่อประโยชน์ผู้อื่น เราปฏิบัติไม่บรรลุก็สมาทานเพื่อให้ตนบรรลุ เช่น สมาทานศีล 5 ศีล 8 กรรมฐานนี้สัจจะนี้ ตั้งตบะนี้ แล้วก็ปฏิบัติ เราก็ได้ผล ก็จริง แล้วมันจะมาเป็นหนึ่งเดียวกันไม่แยกเอกภาพ จะรวมกันอย่างดีสามัคคี ไม่ทะเลาะวิวาท หยาบคาย 40 50 ปีพวกเราทำมา ใครทำหยาบคาย เหมือนออกมาจากโทรทัศน์เราไม่ทำ มันหลุดพ้นจริงๆ เป็นสัจจะ แม้แต่เราจะเป็นสังคมมีลาภธัมมิกา สาธารณโภคี เผื่อแผ่แจกจ่ายผู้อื่น แล้วเราก็ลงตัวทุกอย่างที่อาตมาพูดไป เราเป็นคนตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ไม่สะสม ขยันหมั่นเพียรสร้างสรร เราก็อาศัยอยู่กับหมู่กลุ่มสาธารณโภคี อาตมาอธิบายวนตรงนี้ ดีนะพวกเราไม่รำคาญ เป็นสิ่งอุดมสมบูรณ์พิสูจน์ต่อไปอีก เราเน้นย้ำอาหาร กวฬิงการาหาร ชัดเจนว่าพืชพันธ์ุธัญญาหาร แม้แต่ประมงเราก็ไม่เกี่ยว สัตว์เราไม่เกี่ยวต่างคนต่างมีวิบาก โดยเฉพาะทางฆ่าแกงทำร้ายก็ยิ่งยากแก้แค้นกันชาติแล้วชาติเล่าเหมือนหนังจีน ไม่เอา เรื่องรักผูกพันก็ไม่เอา กรรมวิบากระดับจิตนิยาม กับสัตว์เราปล่อยไปตามยถากรรมวิบากเรามายุ่งเกี่ยวกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร อาศัยกวฬิงการาหาร เป็นพืชหรืออุตุ เป็นเกลือเป็นแป้ง จากพืชแล้ว พืชตัดจากต้นแล้วก็เป็นอุตุ ขยายความเป็นกายกับไม่ใช่กาย หากไม่เข้าใจก็ทำไม่ได้ แล้วทำให้มันเกิดธาตุจิตคุณให้เป็นอุตุพีชะในจิตนิยามโดยกรรมนิยาม ทำได้แล้วจนแข็งแรง ทรงไว้ซึ่งธาตุอาศัยเป็นพีชะ แตกสลายเป็นอุตุ จิตคุณทำได้แล้ว จิตส่วนเหลือก็เอามาทำงานเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้อีกเยอะแยะ ส่วนจิตที่เป็นพีชะ อุตุได้แล้วก็สบาย สู่แดนธรรม... มีคนถามว่า…หลังอโศกรำลึกจะเปิดบ้านราชหรือไม่? อันนี้ต้องขออภัยอย่างมากว่าเราต้องเคร่งครัด เราจะยังไม่เปิดรับข้างนอก อาตมาขออธิบายตามภูมิของอาตมาว่าโควิดจะเลิกเมื่อไหร่ โควิดจะเลิกเมื่อมันหมดสิทธิ์ มันตายจากตรงนั้นแล้ว ตรงไหน ขณะนี้บ้านราชไม่มีเชื้อโควิด เพราะฉะนั้นเราต้องเคร่งครัด มันจะมาจากคนเป็นพาหะ หรือสัตว์เราก็ไม่ไปรับมาแล้ว ฉะนั้นคนนี่แหละเราขอเคร่งครัดว่าคนข้างนอก คนข้างนอกไม่ใช่สมาชิกเข้าไม่ได้ ถ้าเป็นสมาชิกก็เป็นชั้นไหน ชั้นห่าง ชั้นชิดมาในหน่อย หากในมาก อย่างน้อยต้องกักตัว 28 วัน ไม่ใช่ 14 นะ หากชั้นในสมาชิกชาวอโศกมาได้ ก็กักในบ้านคุณนี่แหละสัก 28 วัน อาจมี 14 วันที่พิจารณาบางคน คนนี้สะอาดแน่ มีคนบอกว่าถึงกักบริเวณก็จะหาที่ทำงานให้ คุณได้ทำงานไม่มีปัญหา ต้องรู้ตัวว่าตนเป็นสมาชิกอโศกระดับไหน หากไม่เป็นสมาชิกก็อย่าเพิ่งเลย หากเป็นสมาชิกห่างๆ แต่ไม่เคยมาวัด 7 ครั้ง ไม่ได้มา แม้ 7 ครั้งยังไม่ถึงเลย แม้แค่ 7 ครั้งก็ไม่ใช้ได้ฐานสมาชิกในพอ สรุปแล้ว ได้ อาตมาก็ขอพูดอันสุดท้ายขณะนี้ต่อหน้าเรามีคนๆหนึ่งตาย อยู่ที่โลงเย็น เผาพรุ่งนี้ คนๆนี้ชื่อประยุทธ และคือชื่อนายกฯไทย คือชื่อคนมีความรู้ทางศาสนาพุทธเมืองไทย ตอนนี้ประยุทธเราตายแล้ว ไม่ได้ว่าใคร ก็หมดการรบสำหรับเรา การรบคือเราไม่รบใคร แต่ใครมารบเราก็ต้องเป็นไปตามธรรมชาติอจินไตย เพราะประยุทธนีนามสกุล เชื้อจง เชื่ออะไร เชื้อรบหมดไป จง คืออะไร จงทำ