สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ธรรมะ 2 ของการเลือกตั้ง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ธรรมะ 2 ของการเลือกตั้ง สรุปลงตรงนี้ก่อน ก็ การเมืองของไทยตอนนี้ กำลังอยู่ในระหว่างจะมีเรื่องราว เลือกตั้งนี้เป็นตัวnuisance ของการเมืองประชาธิปไตย เพราะเป็นเรื่องของพวกยุ่งวุ่นชิบหาย จะให้ตัวเองเป็นคนที่ประชาชนยอมรับ ก็หาเล่ห์กล วิธีการต่างๆใช้เงินทองเพื่อจะให้คนมาลงคะแนนตัวเองให้ได้ด้วยอำนาจโลกียะ เพราะฉะนั้นคุณอย่างเป็นจิตโลกีย์ คุณทำประชาธิปไตย ที่เป็นน้ำใจจิตใจปัญญาของประชาชนเขายอมยกให้เองจริง อย่างในหลวงร.9 เป็นยอดนักประชาธิปไตย แล้วท่านไปหาเสียงกับคุณที่ไหนท่านไปบังคับคุณที่ไหน ท่าน และเล็มเลียบเคียงให้คนมารักที่ไหน แต่การทำเพื่อประชาชนทั้งหมด พระองค์รักประชาชนทุกคน มีพระเจ้าแผ่นดินที่ไหนเดินไปทั่วชนบท ในหลวงตะลอนไปชนบททั่วประเทศ แล้วไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยวเลยเหน็ดเหนื่อย พระเสโทไหลย้อย เป็นเรื่องจริงใจเพราะท่านเป็นคนจริงท่านเป็นโพธิสัตว์จริง จิตของท่านเป็นจริงไม่ได้เสแสร้ง พูดไปเหมือนอาตมาไม่ได้เสแสร้ง แต่คนเข้าใจไม่ได้ เพราะอาตมามีวิธีการแสดงออกแบบอื่น แต่ในหลวงท่านทำและท่านมีความรู้ทางเทคนิคเยอะกว่าอาตมามาก ท่านทำเมฆให้เป็นน้ำได้ ท่านรักษาน้ำไว้ใช้ได้ น้ำไม่สะอาดท่านทำให้สะอาด ดินน้ำไฟลม ดินไม่ดีท่านก็แกล้งดิน ดินน้ำไฟลมท่านรู้จัก ท่านเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน แต่อาตมาไม่ใช่คนหยั่งรู้ฟ้าดิน แต่อาตมาเป็นผู้หยั่งรู้หัวใจเธอ อาตมาชื่อรัก ไม่ได้ชื่อภูมิพล อาตมาชื่อรัก คนละศาสตร์ไม่ได้แย่งกันแต่ก็เป็นธรรมะ 2 มีทั้งแผ่นดินและมีความรัก และรักอย่างโลกุตระไม่ได้รักอย่างโลกียะ จึงเป็นคนเขียนความรัก 10 มิติ ไม่มีใครเขียนหรอก อีกหน่อยจะมีคนแปลเป็นภาษาต่างประเทศเรื่องความรัก 10 มิติ เขาก็ยังเข้าใจไม่ได้ว่าความรักมีขั้นตอนมีระดับด้วยเหรอ แต่พวกเ
อ่านต่อ
ราเข้าใจใช่ไหม แต่คนข้างนอกเขาจะนึกว่าความรักอะไรหรือ เขายัง innocent อยู่กับพวกนี้ จนกว่าเขาจะรู้ว่าความรักมีขั้นตอนมีลำดับมีนัยยะสำคัญ มีองค์ประกอบต่างกันด้วย มีแคบมีกว้างมีมากมีน้อยมีเกี่ยวพันกันทั้งบุคคลทั้งวัตถุทั้งข้าวของ โดยเฉพาะจิต มีลักษณะต่างๆ เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่แวดวงแคบเห็นแก่แวดวงกว้าง จนกระทั่งไม่มีตัวไม่มีตน อ๋อ..มีอย่างนี้ด้วยเหรอ เขาจะค่อยๆเข้าใจแล้วค่อยๆรู้ ที่อาตมาพูดนี้พวกเราฟังเข้าใจแต่คนข้างนอกเขาจะบอกว่าโพธิรักษ์พูดอะไรหรือไม่เห็นรู้ เราก็ได้แต่เห็นใจและสงสารเขาไม่รู้ฟังไม่รู้เรื่อง อาตมาใช้ภาษาสื่อออกไป อาตมาไม่ได้เก่งภาษาอื่นด้วย พูดความจริง ภาษาอื่นก็ไม่มีภาษาที่มีความหมายตรงกับธรรมนิยามที่เป็นโลกุตระนี้อีก มีภาษาไทยที่พยายามเอาบาลีสันสกฤตมาประกอบ เป็นภาษาเค้าเงื่อนของศาสนาพุทธเป็นศาสตร์ต้นรากของศาสนาพุทธ อาตมาเอาพยัญชนะ กขคฆง นี้มาใช้อธิบายพยัญชนะสื่อสภาวะต่างๆ อาตมาบอก บาลีเป็นต้นรากของสันสกฤต แต่พวกสันสกฤตบอกว่าเขาใหญ่กว่าบาลี อาตมาก็ทำ เรื่องการเมืองก็จะยังขยายผล สิ่งเหล่านี้จะชำระแม้แต่การเลือกตั้งก็จะเกิดเหตุการณ์ เกิดภาวการณ์ ที่จะมีปรากฏการณ์ขึ้นมาไปเรื่อยๆ การเลือกตั้งก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้นี่ คนตั้งใจจะโกงให้ลึก หากโกงไม่ลึก ติดคุก หากโกงหยาบทื่อๆติดคุก คนจะโกงต้องโกงลึกซึ้ง จนคนไม่เท่าทันได้(โยมว่ามีเสื้อแบบหนึ่งที่เขียนว่า ลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชน) ภาษาโก้ ภาษานั้นถูกต้องภาษาสวย (เสื้อแบบนี้อยู่ที่จังหวัดอำนาจเจริญ) ที่จังหวัดนั้นเจริญด้วยอำนาจ ที่นี่ ราชธานีอโศกไร้อำนาจไม่ใช้อำนาจ เป็นที่เจริญด้วยการไม่มีอำนาจ อาจจะไม่ค่อยตรงกับอำนาจเจริญ ที่นี่เป็นวารินชำราบ เย็นด้วยน้ำ เป็นเมืองดอกบัว ก็จะต่างกัน นี่เป็นอจินไตยอย่างหนึ่ง เป็นเรื่องคิดไม่ออก ต้องมีภูมิประเทศเกิดอย่างนี้ บางอย่างอาตมาก็เข้าใจยังไม่ได้ บางอย่างก็เข้าใจ ก็ยังไม่เก่งก็ยังไม่ฉลาดเพียงพอ มีความฉลาดแค่นี้ก็ทำไป บ้านราชฯเริ่มรวมตัวเกิดปีพ.ศ 2537 อาตมาอายุ 60 ปี ตัวเลขเหล่านี้อจินไตย ก็มาฉลองสมาธิสมโภชน์ ศีลสมโภชน์ฉลองที่สวนลุมฯ เกิดบ้านราชฯ ปี 2537 ประชากรรวมตัวกันจนเกิดเป็นหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก เป็นหมู่ที่ 10 ตามนิตินัยของมหาดไทย ของประเทศ ของตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ใหญ่บ้านมาตามลำดับ อาตมาจำไม่ได้ผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ ใคร ..ดาวเย็น คนที่ 2ใคร…(มีนกพิราบหลงมาตัวหนึ่ง) การเมืองตอนนี้มันทำการสังเคราะห์ตัวมันเอง พวกเราเองมีมวลไม่พอ เราเคยตั้งพรรคเพื่อฟ้าดิน จนกระทั่งคนงงว่า ก็คณะจีนมาตั้งหรืออย่างไร ชื่ออย่างกับในหนังจีน เราตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินก็จะต้องมีคนไปทำงานในสภาเป็นส.ส คนเราก็มีไม่มาก ทุนรอนเราก็อาจจะไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะเราใช้คุณธรรมความจริง ซึ่งมวลของชาวอโศกก็ไม่พอ ตั้งขึ้นมาแล้วก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร พรรคเพื่อฟ้าดินยังไม่เคยมีสส.ไปนั่งในสภาเลยแม้แต่คนเดียว เคยส่งการเลือกตั้ง 1 ครั้ง แล้วส่งคนเดียวคือ คุณแก่นฟ้า นอกนั้นตั้งแต่คุณจำลองไปทำพรรคพลังธรรม แล้วคนเหล่านั้นก็มาเป็นมวลชาวอโศกตั้งเยอะ ใครเป็นส.ส. สอบตกในยุคนั้นบ้างยกมือขึ้นซิ เสร็จแล้วก็ลาออกจากงานมาเป็นสมาชิกชาวอโศกจากนั้นไม่กลับอีกแล้ว บัดนั้นจนถึงบัดนี้ แล้วเราก็มาอยู่ทางโลกุตระ สังคมโลกุตระก็ค่อยๆเกิดขึ้นมาสร้างธรรมะพระพุทธเจ้าดีกว่า เพราะว่าพระพุทธเจ้าเป็นนักประชาธิปไตยที่สุดยอดแล้ว ประชาธิปไตยมีหัวใจที่ 1. อิสระเสรีภาพ 2. ไม่มี อัตตาตัวตน 3. มีความรู้ทางจิตวิญญาณขั้นปัญญาขั้นโลกุตระข้ามเหนือโลก ไม่ใช่ความฉลาดแบบโลกๆโลกีย์ เก่งอัจฉริยะทางโลกีย์ แต่ตอนนี้มันย้อนกลับแล้ว จะเป็นอัจฉริยะโลกีย์อย่างไรก็คือภาวะแทรกซ้อนที่ยังมาเพื่อตัวกูของกูอยู่ เพราะฉะนั้นคนอย่างนี้จะรวยจะมีเงินมากอำนาจมากให้คนมาอยู่ใต้เงินมากอำนาจมาก อยู่ใต้อำนาจลาภ ยศ สรรเสริญ สุข สุขด้วยเงินด้วยรูป บางคนติดรูปเสพรูปก็เอารูปให้มัน มันจะได้มาเป็นลูกน้อง คนนี้ติดรส ติดกลิ่น ติดเสียงก็เอามาเป็นบริวารด้วยการล่อ แต่ของเราไม่มี ทุกคนหลุดพ้น ไม่มีใครติดอะไรตามมา มาเอาสัจธรรมอย่างเดียวเราเอาสัจธรรมที่เป็นที่ยอมรับ ประเทศไทยเป็นชมพูทวีปอาตมาประทับตราแล้ว ย้ายมาจากประเทศอินเดียหมดสิ้นแล้วย้ายมาจากเนปาลหมดแล้ว มาอยู่กับประเทศไทยเป็นชมพูทวีป เป็นประเทศที่มีความรู้ของพระพุทธเจ้า เต็มรูป เต็มกว่าใครๆแม้ไม่เต็มทีเดียวแต่ค่อยๆเจริญโลกุตรธรรมแต่ไม่มีใครมีเนื้อแท้โลกุตรธรรมเท่า ไม่ได้ยกตนข่มท่านนะ แม้แต่เถรสมาคมก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกุตระไม่ใช่ว่าเป็นปฏิปักษ์ทีเดียว เถรสมาคมไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อเราแล้ว ทุกวันนี้อโศกกับเถรสมาคมนั้นถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ที่เคยห้ำหั่นกันมาแล้ว คนเหล่านั้น ขออภัยไม่อยากบอกว่าไปลงนรกกันหมดแล้ว เพราะเขามาทำร้ายโลกุตรธรรมแล้วจะไม่ไปนรกได้อย่างไร คนเหล่านั้นก็สิ้นชีวิตไป แล้วก็ไปรับวิบากกรรม ก็เหลือคนทุกวันนี้ที่มีปัญญา ชักรู้ชักเข้าใจ มาช่วยร่วมมือกันเสริมสร้างไปเรื่อยๆก็ดีขึ้น เริ่มร่วมมือมากขึ้น จะเห็นได้ว่า พฤติกรรมสังคมที่ต่อต้านไม่มีแล้ว ที่ต่อต้านอโศกจะต้องมาอย่างโน้นอย่างนี้อะไรต่างๆนานา น้อยๆลงๆๆ พวกเราก็ทำงานเต็มที่พัฒนาตัวเองพัฒนาสังคมพัฒนาสิ่งแวดล้อมกันไป ตามที่เรามีภาวะซับซ้อน มันจะมีภาวะหมุนรอบเชิงซ้อนซับซ้อนอย่างนี้อยู่ ที่สูงขึ้นๆไป สัมโพธิปรายนะ ซึ่งพูดละเอียดไม่หมดใช้ภาษาสื่อสภาวะที่ซับซ้อนเรานี้ไม่หมด สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนนี้เป็นสภาพลึกซึ้ง แต่มันเกิดพฤติบท คืออาการเสริมสานสร้างบทบาทซ้อนในตนเกิดอยู่ตลอดเวลา พวกเราช่วยกันพูด ช่วยกันทำ มันก็เกิดสภาวะจริง เข้ามาเป็นผลได้ เข้ามาเป็นส่วนได้ตกผลึกจับเป็นกลุ่มก้อน ปฏิฆ คือภาวะสอง Action Reaction สัมผัสแล้วเกิดสภาวะ ปฏิฆะ คำว่าปฏิฆะ เป็นสภาวะที่ลึกซึ้งละเอียดเป็นปฏิกิริยาของจิต ถ้ายังไม่มีชื่อ ท่านก็เรียกว่าปฏิฆ ผู้ใดสามารถรู้จักวจีสังขาร การปรุงแต่งสภาวะภายในขึ้นมายังไม่มีชื่อเรียก เป็นวจีสังขาร คำว่าวจีนี้ยังไม่ใช่ชื่อยังไม่ใช่วจีกรรม ว คือ พฤติกรรม ใน ย ร ล ว เป็นทำงานตัวที่ 4 เป็น Coefficient เริ่มต้น ออกจากสามเส้า ย ร ล ตัว ว ออกมาแล้ว แล้ว จ ฉ ช ฌ ย นี้รู้ รู้ในสระอีก วจ วฉ วช วจี ก็เป็นสภาพสภาวะธรรมที่มีความรู้ จ เป็นตัวรู้แล้วก็มีพลังงานเสริมมีธรรมะ 2 คือ ว วะ คือตัวก้าวหน้าจากสามเส้า ย ร ล แล้ว ว ออกมาสมทบกับ จ ก็ก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเราจะค่อยๆมีความรู้พยัญชนะเหล่านี้ ภาษาไทยก็มาจากรากภาษาบาลี จะไม่เหมือนภาษาจีน ภาษาจีนไม่รู้เลยว่าเอา แง่งไหนจุดไหนมา หรือภาษาอาหรับจะเป็นสายยาวแต่ภาษาจีนมีก้อนๆมาใส่ให้อ้วนไปเรื่อยๆ อาหรับเอาสายมาใส่ยาวไป แต่ภาษาไทยเอามาจากบาลี อาตมาก็มาจาก 0 คือ ออ อ.อ่างคือห้อง ครรภ แล้วเริ่มมีจุดก็หัวตัว อ. พอม้วนเข้าไปหนักเข้าเป็นหัวตัว ว. เป็นพลังงานตัวที่ 4 ของเศษวรรค มันเยอะละเอียด อาตมาไม่มั่นใจตัวเองว่ารู้หมดนะในพยัญชนะ อาตมามั่นใจว่ารู้พอสมควร จึงค่อยๆอธิบาย อธิบายมากๆเดี๋ยวจะพลาดหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ แล้วมันผิดบาปเป็นอันทำ อาตมาเชื่อกรรมวิบาก อาตมาจะไม่ทำกรรมผิดบาป เอายางลบลบไม่ได้ กรรมเป็นอันทำ แบ่งใครไม่ได้ อาตมาระมัดระวังในกรรมที่สุด คนที่รู้สึกว่าอาตมาทำหยาบขอยืนยันว่าอาตมาทำอย่างประมาณแล้ว อาตมาทำอย่างเสียสละ แม้จะได้วิบากย้อนกลับอาตมาบ้าง อาตมาก็ยินดีรับ พูดไปแล้วเหมือนเอาดีเข้าตัวนะ ถ้าเป็นสัจจะเป็นสภาวะเป็นความรู้ อาตมาจึงยอมเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ นี่เป็น motto ของพระโพธิสัตว์ แม้เราจะเสียส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่นบอกว่า 1.เสียทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ถ้าไม่ไหวแล้วเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต จะเสียสละอวัยวะไปจนกระทั่งหมด ที่สุดแม้แต่อวัยวะขั้นหัวใจเขาก็เอาไปตายก็ให้เพื่อรักษาธรรม เสียสละชีวิตเพื่อรักษาธรรมก็เอา อย่างนี้เป็นต้น นี่เป็นคติของพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นธรรมดา อาตมาปฏิบัติตามธรรมะพุทธเจ้าที่สอนไว้ 611110_ทำวัตรเช้า งานมหาปวารณา ครั้งที่ 36 ครบรอบ 4 นักษัตร โพธิกิจ ตอน 4