สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน การเกิดดินแดนอาริยะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน การเกิดดินแดนอาริยะ คนปฏิบัติธรรมะพุทธเจ้าทำจริงเอาจริงจะมีผลจริง มันไม่ง่ายเลยยุคนี้ที่จะเอาคนมาปฏิบัติเป็นโลกุตระบุคคล เป็นอาริยบุคคลแล้วมารวมตัวเป็นคนทำงานฟรี พ้นมิจฉาชีพ 5 พ้นจากมิจฉากัมมันตะ 3 พ้นจากมิจฉาวาจา 4 พ้นมิจฉาสังกัปปะ 3 ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ใครทำได้ก็เอาสิ ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยังมีโพธิสัตว์อื่นอีกที่ทำด้วยกัน นี่ก็ยังไม่รู้เลยว่ามีพระโพธิสัตว์อื่นที่ทำ ที่ติดคุกอยู่นี้ พุทธะอิสระ จะแจ้งสว่างชัดเจนอะไรหรือเปล่า ไม่ศรัทธาอาตมาเท่าไหร่แต่ปฏิเสธไม่ได้ แสวงหาโพธิสัตว์ อย่างหมอเขียวนี้ไม่มีปัญหาเลยเข้าใจช่วยกันทำ คนอื่นๆก็ทำไปต่างคนต่างทำ ก็จะมารวมกันสัจจะเป็นอันเดียวกัน เป็นสัจธรรม เป็นธรรมสัจจะ หยั่งลงในนี้ โอฆทาในประเทศไทยหรือโอกกันตะ โอกกันติหยั่งลงในแต่ละคน มวลมารวมกันมาก โอกกันตะ จะหมายถึงโลกียะก็ได้ แต่โอฆทามีแต่สัจธรรมที่เป็นโลกุตระอย่างเดียว แต่โอกกันตินี้รวมเละเลย การเกิดมี 5 อย่าง ชาติ สัญชาติ โอกกันตะ นิพพัตติ อภินิพพัตติ ชาติ เป็นการเกิดต้น สัญชาติ สั่งสมเป็นในสัญญา เป็นคลังจะเป็นโลกุตระหรือเป็นโลกียะก็แล้วแต่ คนเกิดมาด้วยสัญชาติญาณ ที่มีเท่าไหร่ก็เท่าที่มี เสร็จแล้วก็มาเพิ่ม ถ้าโง่โอกกันติเป็นโลกียะได้ แต่ถ้าฉลาดมาหยั่งแต่โอฆทา เสร็จแล้วก็สั่งสมเป็นนิพพัตติ เป็นชาติโลกุตระสั่งสมเชื้อ DNA โลกุตระ จนเต็ม เป็นอภินิพพัตติ เป็นการเกิดเป็นอรหัตตผล จนเป็นอรหันต์ เป็นอรหันต์ในโพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การเกิดเรานี้เกิดจากกรรมเกิดจากการกระทำของตนเองตนเองเรียนรู้ตนเองกระทำ มนุษย์พิสูจน์ได้ด้วยตัวเองทำ สูงสุดได้เท่าพระพุท
อ่านต่อ
ธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง เท่ากันหมด มันห่างไกลเกินกว่าคนจะตามติดได้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า พระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาองค์ใดองค์หนึ่งในโลก เสร็จแล้วจะมีองค์ใดองค์อื่นที่อุบัติขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันนั้นไม่เป็นฐานะที่จะมีได้เป็นไปไม่ได้จะทิ้งช่วงกันนาน ดีไม่ดี ทิ้งช่วงแบบที่ว่ามีช่วงหนึ่งที่ไม่มีศาสนาพุทธเลยด้วย ช่วงที่ไม่มีศาสนาพุทธมีบัญญัติว่าพุทธันดร ธัมมชโยเอาคำนี้ไปใช้ว่ามีศาสนาพุทธประกาศว่านี่เป็นยุคพุทธันดร แล้วเขาเป็นผู้นำศาสนาพุทธมาตั้งลงเป็นต้นธาตุต้นธรรม เห็นไหมมันกลับขั้วกันเลย เอาตีนมาเดินเป็นหัวเอาหัวมาเป็นเดินเป็นตีน พุทธันดรคือช่วงที่ไม่มีศาสนาพุทธ อันตระ พุทธ ภาษามันมีแต่สภาวะมันไม่มี ภาษาคือระหว่างพุทธ คือช่องว่างระหว่างพุทธ พุทธจะตายแล้วเกิดมาใหม่ นี่คือ อันตระ ระหว่างพุทธ นี่เป็นสภาวะที่เราต้องเรียนรู้การกลับไปกลับมาในเทวะที่เป็นธรรมะ 2 ในโลกนี้ ความเป็นสัตว์โลกมนุษยชาติไม่มีอะไรเลยเทวตัวเดียว ตีแตก แล้วมาเป็นอเทวนิยมมีความรู้แบบพุทธจบเลย เทวนิยมเขายังตีไม่แตก เป็นศาสนาเทวนิยมีหลายลัทธิ มีเยอะนะ นับถือพระเจ้าต่างๆกัน ขนาดศาสนาเดียวกันยังไม่รู้มีกี่นิกาย แต่ก็ยังขัดแย้งกันอยู่ เทวนิยมทั้งนั้นแต่อเทวนิยม มีหนึ่งเดียวไม่ได้ขัดแย้งกัน ยากมาก เพราะฉะนั้นก่อเกิดของจริงเท่านั้น จึงจะมารวมกัน หากไม่ใช่พุทธจริง คนเข้ามาเขาไม่ไล่คุณหรอก แต่คุณจะอยู่ไม่ได้เองที่นี่เขาไม่ไล่หรอก จะเห็นได้ว่าบางคน มีบาปในชาวอโศก เขาไม่รู้ตัวเขาเอง เขาไม่ร้ายทีเดียวแต่เขาแรง เขาไม่รู้ก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่เต็มไม่ครบชาวอโศก เพราะฉะนั้นเข้ามาแล้วอยู่ไม่ได้มีหลายคนน่าสงสาร ก็เป็นวิบากของเขา พูดอย่างนี้นึกออกบ้างไหม มีพวกเราชาวอโศกเข้ามาไม่ได้ ไม่ได้รุนแรงกับเขาแต่เขาอยู่ไม่ได้ เขาต้องออกไปด้วยอะไรก็แล้วแต่ นี่มันซับซ้อนเรื่องกรรมวิบาก อาตมาถึงขอเตือนว่าอย่าประมาทในโทษภัยอันมีประมาณน้อยกรรมเป็นอันทำ ละเว้นสิ่งที่ชั่ว ทำสิ่งที่ดีที่มั่นใจ สิ่งที่ไม่ดีไม่ต้องทำเลยอยู่กับหมู่กลุ่มนี้สบายแล้ว สิ่งที่ไม่ดีจะทำทำไม ไม่ต้องบอกว่าเสียสละ คุณมีอะไรจะคุ้มหัวตัวเองจะได้เสียสละ หากไปกระทบเป็นวิบากคุณเองต้องรับ แล้วไหวไหมล่ะ คุณมี ครน. หรม. หนักเท่าไหร่ที่จะรักษาตัวเองได้อย่างสูง หากคุณยังไม่มี หรม.ครน. ให้แก่ตัวเอง คุณมีประโยชน์สูงประหยัดสุด เสียสละน้อยแต่ได้ประโยชน์มาก เพราะฉะนั้นมันคุ้มตัวเป็นกุศล เป็นอกุศล สิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นกุศลที่จะพึ่งพาอาศัยนั้นเป็นส่วนดี ส่วนที่กิเลสนั้นมันเกิดแล้วก็หมดไป เป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่มีแล้ว เรื่องกิเลสไม่มีอะไรอีกแล้วไม่มีบาปไม่มีอกุศลอีก จบ บุญ ก็ไม่มีไม่ต้องล้างกิเลส มีแต่ทำประโยชน์กับผู้อื่นไปเรื่อยๆ อันนี้สิพวกเราเข้าใจดีมากเข้าใจได้ ว่า บุญนี้ คือนักฆ่ากิเลสอย่างเดียวไม่ทำอะไรอย่างอื่นฆ่ากิเลสเสร็จแล้วหายวับไปกับตา ฆ่ากิเลสเกลี้ยงแน่นอนแล้วหมดไปเลย เพราะเข้าใจเรื่องบุญไม่ง่าย ปุญญาคิยา ได้ส่วนบุญแล้วจะกลายเป็นสมบัตินั้นไม่ใช่ ส่วนบุญที่ได้นั้นเป็นวิบัติทั้งนั้น มีแต่สิ่งที่หายไปหมดไปไม่ใช่สิ่งที่ได้มาเลย บุญนั้นทำลายกิเลสออกไป กิเลสวิบัติออกไปไม่ได้อะไรกลับมา บุญไม่ได้ทำอะไรเพื่อเอา บุญไม่มีอะไรตอบแทน ตอบแทนมาบุญก็ไม่เอา หากยังเอาตอบแทนอยู่ไม่ใช่บุญ ใครจะชื่อบุญต่อบ้าง ไม่มีหรอก บุญไม่มีตอบแทนบุญฆ่ากิเลส One way ถ่ายเดียว ฆ่าเสร็จแล้วเลิก ตัวเองสบายตัว เหมือนระเบิดปรมาณูทิ้งตูมไปแล้วมันจะมีระเบิดอีกที่ไหน ทิ้งระเบิดจบ ระเบิดก็หายไป ไปเก็บได้แต่เศษ จะรวมเป็นระเบิดไม่ได้อีก จะทำอีกต้องทำใหม่ กว่าอาตมาจะขยายเรื่องบุญได้ ต้องรอเวลา จนทุกวันนี้ ถามอย่างนี้ ใครพอจะเข้าใจเรื่องบุญบ้างยกมือขึ้น ใครเข้าใจได้ดีมากยกมือ แม้แต่คำว่ากาย คำว่าสมาธิ คำอื่นๆก็มีอีก คำว่ากายก็ดี เทวะก็ดีหรือแปลจากเทวะว่าธรรมะ 2 แล้วก็ขยายธรรมะ 2 ถ้าหากทำธรรมะ0 ได้ คือมีทุกอย่างแต่ไม่ ธรรมะ ไม่สั่งสม ไม่ตั้งอยู่ไม่ทรงไว้ อธรรมะ ก็มีอยู่แล้วกระจายไปทั่วไปอาศัยแล้วก็จบในตัวมันเอง ไม่มีอะไรเหลือเศษ ทุกอย่างมีแต่ประโยชน์ จบประโยชน์แล้วไม่เหลืออะไร จบ ป ย ช น จบประโยชน์ ป คือตัวตั้งของพยัญชนะแรกในวรรคต่าง ก จ ต ฏ ต ป ย เป็นพลังงานเศษวรรคตัวแรก ตัวนี้ตัวตั้งตัวนี้ตัวแรง หากตัวหนึ่งเป็น Static ตัวหนึ่งเป็น Dynamic สามเส้านี้ ปยช สุดท้ายก็จะไม่มีอะไรก็จบด้วย น คือ ป ย ช น อาศัยทำงานเท่านั้นไม่ได้เป็นตัวตนอะไรเลย 4 ตัวนี้คือตัวงานสุดท้ายมีเท่านี้ ใส่สระโอก็เป็น ปโยชนะ โยชนะก็เต็มที่แล้ว ป คือตัวตั้งของโยชนะ ก็เป็น สิ่งที่มาเป็นมามีมาอาศัย ก็อยู่ที่ประโยชน์สูงประหยัดสุด 611110_ทำวัตรเช้า งานมหาปวารณา ครั้งที่ 36 ครบรอบ 4 นักษัตร โพธิกิจ ตอน 4