สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน นักประชาธิปไตยเบอร์หนึ่งของโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน นักประชาธิปไตยเบอร์หนึ่งของโลก เถรสมาคมทำตั้งเท่าไหร่ทำมากกว่าอาตมาเท่าไหร่ แต่ทำสังคมที่มีศีลอย่างชาวอโศกไหม มีสมาธิอย่างชาวอโศกไหม มีปัญญาที่ต่างจากเฉโกไหม แม้แต่ความควบแน่นของชุมชน ชาวอโศกมีความควบแน่นสังคมชุมชนสู้กับทางเถรสมาคมไม่ได้ ชุมชนของเถรสมาคมแต่ละชุมชน อำเภอ เสียดายเรายังรวมเป็นตำบล อำเภอไม่ได้ เช่นจะรวมเป็นตำบลโลกุตระ เช่นมี 8 - 10 หมู่บ้าน เป็นสาธารณโภคีหมด พฤติกรรมเป็นโลกุตระได้หมด แต่นี่มันยังไม่ได้ เราจะทำยังไงให้ กุดระงุมเป็นโลกุตระ ท่ากกเสียวเป็นโลกุตระ แต่คำกลางเป็นคริสต์ ยากหน่อย ทั้งหลายรอบๆนี้เอามาเป็นสาธารณโภคีให้ได้ รูปธรรมพฤติกรรมสังคมจะยืนยันให้เห็นจริง ผู้ศึกษาหาความรู้ก็เอามาตรวจสอบดูสิอยู่กันอย่างไร มีพฤติกรรมกับสังคมอย่างไร ซึ่งมันพูดได้อธิบายได้ พูดทีไรก็โก้ แล้วเขาก็หมั่นไส้มันพูดแค่ความโก้ ทำไมไม่พูดความเลวของมันบ้าง ...ความเลวหายาก แล้วเราจะไปอวดความเลวให้คนเอาอย่างตามทำไม เราต้องพยายามหยุดความเลวอย่าไปพูดถึงและต้องทำให้มันหมดไปจากชีวิต จะเอามาพูดมายืนยันโฆษณาหาเสียงทำไม เอาความดีออกมาโฆษณาหาเสียง ชักชวนให้คนพากเพียรปฏิบัติประพฤติให้เป็นสิ่งนี้ เราเอาความดีมาเป็นสินค้า เอาความดีมาประกาศเอาความดีมาเผยแพร่เอาความดีมาชักชวน เอาความดีมาให้เป็นกัน เหตุอย่างนี้ทำอย่างนี้แล้วจะดีอย่างนี้ๆ เราผิดตรงไหน ไม่ชวนให้คนทำชั่ว ไม่เอาความชั่วมาโฆษณาผิดอย่างไร ใช่ไหม นี่มันต้องตั้งหลักตั้งใจฟังให้ดี แล้วเราไม่ได้หมายความว่า พูดโก้ แต่ ไม่ได้ทำจริงอย่างนี้ ให้มาตรวจสอบสิ ยถาวาทีตถาการี ยถาการีตถาวาที พูดอย่างไรทำได้อย่างนั้นไหมตลบตะแลงตอแหลหรือเปล่า ที่พูดนี้ไม่ได้หยาบคายอะไร พูดชัดๆ พูดให้เห็น อาตมามั่นใจว่าเป็นสัจจะท
อ่านต่อ
ี่ดีที่งาม พูดเมื่อไหร่ก็ดี แม้จะพูดเน้นหนักแรงก็เพราะว่าไม่ค่อยจะฟังเลยก็ต้องแรงๆหน่อย ถ้าไม่แรงไม่กระตุกเขาให้หยุดมันผ่านหูไปไม่ฟัง ต้องพูดให้กระตุก มันดื้อ สรุปประชาธิปไตย ตอนนี้อยู่ในโหมดประชาธิปไตยเฟื่องฟู แล้วมีประชาธิปไตยขี้โกหกเยอะ เราก็ต้องมายืนยันประชาธิปไตยแท้ จะได้ให้คนไปตรวจสอบประชาธิปไตยขี้หลอก ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวเละเทะ เพราะฉะนั้น มาเอาประชาธิปไตยแบบนี้ ขอยืนยันประกาศว่าชาวอโศกเป็นนักประชาธิปไตยเบอร์ 1 ของโลกขณะนี้ ทำเป็นมวลเป็นหมู่พรักพร้อมสอดคล้อง เอาหลักเกณฑ์มายืนยันอีกว่า ประชาธิปไตยพวกนี้มี 1. อิสระเสรีภาพ 2. ล้างอัตตาตัวตน 3. มีจิตวิญญาณเป็นประธาน 4. ยอมรับว่าประชาธิปไตยต้องมีกษัตริย์ ประชาธิปไตยที่ไม่มีกษัตริย์ถือว่าเป็นประชาธิปไตยขาเดียว ขาเก ไม่เต็มเต็ง 5. ต้องมีประชาชน 6. มีจิตวิญญาณที่ต้องเป็นตัวควบคุมตัวฝึกฝนสร้างให้เป็นจิตวิญญาณแสนบริสุทธิ์ เป็นจิตวิญญาณอันสุดประเสริฐเลิศยอดเป็นนิพพานสูงสุด สมณะฟ้าไทว่า..จิตวิญญาณตัวที่ 3 กับตัวที่ 6 ต่างกันอย่างไร พ่อครูว่า...จะเอาตัวไหนเป็นความรู้ก็ได้ ขาดจิตวิญญาณไม่ได้ในตัวคน คนนี้มีจิตวิญญาณเป็นใหญ่ เทวนิยมบอกว่าจิตวิญญาณเป็นใหญ่แล้วอยู่ที่ไหน บอกอยู่โน่นเป็นใหญ่ บนฟ้าหรือ? ตัวตนเป็นอย่างไรไม่รู้สัมผัสไม่ได้ ทำตามคำสั่งสอนก็พอ อย่าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นอันขาด ไม่เป็นองค์ประกอบร่วมกับ กาละ ยุคสมัย ใหญ่ตายตัว มันไม่เหมาะสมกับกาละยุคสมัย ดีสุดกับคนอ่อนแอสุดเขาก็ทำไม่ได้ ต้องเอาฐานะแค่นี้ก่อนนะ เด็กไม่เดียงสาก็เอาแค่นี้ก่อนค่อยให้ทำต่อไป จะให้ดีสุดเลิศยอดไม่ได้ ไม่เป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ พระเจ้านั้นไม่มีองค์ประกอบยุคสมัยกาละ ที่เป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ ศาสนาพุทธมีเหตุปัจจัยมีองค์ประกอบมีลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ อยู่กับกาละยุคสมัย รายละเอียดของพุทธครบครัน พูดถึงประชาธิปไตยขณะนี้ ผู้ที่เป็นคนไทย พุทธศาสนิกชนศึกษาให้ดี ศึกษาให้บรรลุธรรมไม่อย่างนั้นเป็นนักประชาธิปไตยที่บาป จะเห็นแก่พรรคพวก เห็นแก่อำนาจ เห็นแก่ตัวเองก็ยิ่งซวย บาป พยายามใหม่ พยายามดีๆ แล้วจะกลายเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่ประเสริฐเลิศยอด ผู้ที่มีภูมิปัญญา ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจ สังคม มันขาดจากกันไม่ได้ ต้องอิงสาศัยกัน ฉีกทิ้งอันใดอันหนี่งไม่ได้ มันต้องมีครบสามเส้าจึงเกิด cyclic order ความสมบูรณ์อยู่รวมกันเป็นหน่วย สังเคราะห์สังขารกันอย่างเต็มบริบูรณ์ไม่อย่างนั้นมันแหว่ง ไม่ครบครัน ที่อาตมานำเสนอนี้เป็นสุดยอดประชาธิปไตยควรจะต้องหันมารับเอาระบบนี้ อาตมาใช้ภาษาใหม่ว่าบุญนิยม เพื่อให้ไปเทียบเคียงเป็นธรรมะ 2 กับทุนนิยม ให้เปรียบเทียบทีละขั้นทีละคู่ บุญนิยม บุญเป็นไปเพื่อละกิเลสหมดความเห็นแก่ตัว แต่ทุนนิยมเป็นไปเพื่อกิเลสเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวมากขึ้น ที่พูดให้รู้สภาวะจริงอย่างที่จะมาพูด ก็ต้องมาศึกษา อาตมาต้องขอบคุณพวกเราแต่ละคน มาเรียนรู้ธรรมะพุทธเจ้าแล้วก็ได้มรรคผล จนกลายเป็นมวลสังคมกลุ่ม มีพฤติกรรมสังคมประพฤติปฏิบัติอยู่ในโลก ให้เห็น แม้ได้เท่านี้ เพราะว่ารัฐบาลก็ไม่ได้ส่งเสริม เถรสมาคมก็จะเอาให้ตาย แต่เราเป็นแมว 9 ชีวิต สุดท้ายเขาก็จำนน ไม่ยอมระรานแล้ว เกิดปัญญาเกิดความเห็นจริงว่า เออ ให้มันดิ้น อโศกให้มันดิ้นเถอะแต่เขาไม่เคยมาร่วมมือสนับสนุนส่งเสริมอะไรหรอก ก็ไม่เป็นไร อย่ามาต้านอย่ามาทำร้ายทำลายก็ดีแล้ว มั่นใจว่าคนจะมาเอาบุญนิยมทั้งโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทย อาตมาไม่ใช่ติดว่าต้องไทยไม่เอาประเทศอื่น เดี๋ยวจีนจะมาเอา ไม่นานอินเดียก็มาอีก ทีนี้ล่ะ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) หรืออื่นๆไม่ว่าจะยุโรป ตะวันตกจะมาเอา เพราะ สัจธรรมที่ดีกว่า 1. ความทุกข์มันมากขึ้นมันหนักหนาสาหัสมากขึ้น เอารัดเอาเปรียบกันหนัก มันไม่อบอุ่น ไร้ความไว้วางใจกันหวาดระแวงกันมากขึ้น ทำร้ายกันทั้งหยาบคายซ่อนแฝงสารพัด ทุจริตทั้งหยาบทั้งอำพรางปิดบังไปไม่รอดหรอก 2. ทรัพยากรของโลกก็ร่อยหรอลงไม่พอกินพอใช้ 3. ไม่มีทางเลือกอื่นดีกว่านี้แล้ว 4. มีตัวอย่างของสังคมที่ไปรอดในยุคนี้เป็นการยืนยันได้แล้วเป็นอยู่จริง ใครจะออกจากอโศก 5. ระบบบุญนิยมเป็นระบบที่ยั่งยืนจริง พิสูจน์ได้ด้วยกาละ จนคนต้องเชื่อในที่สุด อาตมาว่า มันตรงกับธรรมะพุทธเจ้าเป็นระบบที่ยั่งยืน “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” พิสูจน์ด้วยกาละเวลา เขาว่า ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน สุดท้ายก็ต้องเชื่อ มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอื่นแล้ว อะไรทำขนาดนี้แล้วมันก็ยังไม่เปลี่ยน งั้นเราตายก่อนเถอะ เขาจะตายจากไป เขาพิสูจน์อยู่ไม่ไหวแล้ว เราตายไปแล้วมันยังไม่เปลี่ยนแปลง เกิดมาอีกอโศกมันยังอยู่ เขาจะเจอจริงๆจริงไหม พวกเราจะอยู่ข้ามชาติไปเลย ก็ตอนเป็นๆนี้เราจะอยู่ ตอนนี้คนจะมาต่ออายุให้อาตมาถึง 200 ปีแล้ว เขาตายหลายรอบแล้วเกิดมาต้องเจออีกเขาก็ต้องจำนนจนได้ อยู่ในหนังสือสรรค่าสร้างคน อัพเดทใหม่มี 8 ข้อ อาตมาพูดและเสนอไม่ใช่เรื่องมุขขึ้นหรือหลอกลวง อาตมาเสนออย่างที่อาตมาเป็นใครมีสัจจะแค่ไหนไม่ได้เทกระบะใส่ แต่ให้เป็นลำดับไม่ได้ทำอะไรเกินการ เกินควร ทำอย่างเกรงใจก็ทำไป ยืนยันพิสูจน์ความจริงจนกว่าคุณจะเชื่อว่า อ๋อ อาตมานำธรรมะพุทธเจ้ามาด้วยและเอาตัวเองตัวจริงมายืนยันด้วยว่า อาตมานี้เป็นคนที่ได้สั่งสมความรู้ สังคมความจริง สั่งสมความดีงาม มาจริงๆ แล้วก็เป็นตัวบุคคลจริงอย่างนั้นจนมาเกิดในยุคในสมัยนี้ มายืนยันแล้วมาขยายอธิบายทฤษฎีต่างๆ จนมีคนมีปัญญาอย่างพวกชาวอโศกรู้แล้วมาปฏิบัติตัว แล้วก็มากันจนกระทั่งเกิดขนาดนี้ แล้วก็รวมตัวกันมีพฤติกรรมซ้อน พอเราได้แล้วพวกเราก็แสดงออก พฤติกรรมเป็นคนมักน้อยสันโดษ ไม่สะสม ไม่เอาเปรียบ เป็นคนมีความเสียสละสร้างสรร เป็นคนมีน้ำใจเกื้อกูลผู้อื่น ก็แสดงความจริงกันจริงในสังคมขณะนี้ คนที่มีความจริงของตนเองจริง มันก็เป็นจริงที่แสดงออก มันไม่มีปัญหาอะไร คุณจะมีมากมีน้อยมันก็ออกมาทำความสำนึกของคุณ คุณมีน้อยแต่เสแสร้งบอกคนอื่นเหมือนกับทำมากเป็นพฤติกรรมหลอก อาตมาว่าพฤติกรรมของคุณแสดงออกมาดี แต่ใจจริงคุณยังเป็นไม่ได้ถือว่ายังหลอก มันก็เป็นผลต่อผู้อื่น อาตมาก็ว่ายังดีนะ คุณยังมีอะไรแฝงว่าอันนี้ทำดีหลอกข้างนอก แต่ข้างในมีกลเม็ดมีวิธีการหลอกล้วงตับกินไส้ หรือว่าจะดึงให้มาเป็นพวกเป็นพรรคมาอยู่ใต้อำนาจอันนั้นสิมันเลว แต่คนที่ไม่ได้มีอันนี้แฝง รู้ว่าข้างในเรายังดีไม่บริบูรณ์แต่ข้างนอกมันดีคืออย่างนี้คุณทำไปเลย ใช่ไหม มันไม่ได้เสียหายอะไรนี่ จะบอกว่าไม่จริงใจ ก็ใจมันยังเป็นไม่ได้แต่ข้างนอกมันดีแล้ว มันดีแต่ข้างนอกก็จะเป็นไรไป ก็เอาก่อนสิ แต่ก็พยายามล้างให้มันเป็นจริงตรงกับข้างนอก เพราะจริงๆแล้วอาตมาสรุปแล้วว่าความจริงต้องให้คนอื่นรับรอง ความจริงไม่ใช่ไปยัดเยียดให้คนอื่นรับรองเรา ความจริงต้องให้คนอื่นรับรองว่าอันนี้จริงอันนี้ถูกต้อง มันก็จะจบในตัว เราก็ยืนยันว่าจริงคนอื่นก็รับรองจริง แต่คุณบอกว่าคุณจริงแต่คนอื่นไม่รับรอง แล้วมันจะได้เรื่องไหมนี่ คนอื่นบอกว่าไม่ใช่ไม่เอา อย่างไรล่ะ ก็ต้องทะเลาะกันตีกันแหละไปจนตาย เพราะฉะนั้น คนอื่นรับรองนี่คือจริง ไม่ใช่เราไปยัดเยียด ไปบังคับ ไปประจบประแจงเอาลาภล่อ จริงครับนายใช่ครับท่าน ไม่ใช่ คุณต้องจริงใจเลยว่าอันนี้แหละใช่ ไม่ใช่เอาเงินเอาทองมาฟาดหัว ไม่ใช่ ภูมิปัญญาคุณมีเท่าไหร่จึงยอมรับ ไม่มีอำนาจอื่นมาแฝง นี่สุดยอดแห่งมนุษยชาติ อาตมาพูดไปคร่าวๆนะ ยังไม่ได้ละเอียดหมดนะ อาตมาว่าจะต้องอยู่พิสูจน์ยืนยันสิ่งเหล่านี้ต่อไปอีก เพราะฉะนั้นอาตมาจึงต้องอยู่ต่อ ก็มีคนอยากให้อยู่ไป มาช่วยดูแลสุขภาพร่างกาย เขาก็มีสูตรต่างๆ มาช่วยระดมมา จะมาช่วยกดจุด จะมาช่วยนวดจะมาช่วยดูแลจะมาช่วยจัดการอันนั้นอันนี้บกพร่อง ก็ขอบคุณ อาตมาก็ต้องใช้วิจารณญาณของตัวเอง จะว่าไม่รับก็ไม่ได้นะ บางทีมันมากไปถ้ารับไปตายก่อนเลยมันจะเยอะเกินไป ใช้อาตมาเป็นสนามรบตีกัน มีสิบทัพรบในร่างอาตมาก็ตายก่อน เอาแต่พอเหมาะอย่าให้มารบกันนักในร่างกายอาตมา ก็สรุปลงมาง่ายๆนิดหนึ่งว่า คุณต้องเข้าใจสาม อะ 1. อธิปไตย 2. อภิบาล 3. อภิปัญญา อธิปไตยเป็นพลังงานคนก็อยากให้มีเยอะ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าพลังแรงนี้เป็นพลังงานอะไร ต้องเป็นพลังงานที่มีคุณภาพดี ผู้มีปัญญารู้ว่าพลังนี้เป็นพลังงานที่มีคุณภาพดี ไม่เห็นแก่ตัวไม่เพื่อตัวตน ไม่เพื่อพรรคพวก ไม่เพิ่มหมู่ฝูงของตนเท่านั้น เพื่อคนอื่นอย่างสุจริต ไม่มีอคติเพื่อมวลมนุษยชาติ ต้องมีปัญญารู้ความจริงและเป็นให้จริง ด้วยการประพฤติปฏิบัติเป็นอภิบาล อธิปไตย อภิบาล อภิปัญญานี้จริง 3 อย่างนี้ ส่วนอภิปโมทยังเป็นจิตยินดี อย่างไม่โลกีย์หลงระเริงนะ แต่เป็นจิตยินดีที่เป็นโลกุตระ อย่างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจนี่แหละ เป็นภาษาใหญ่และหยาบหน่อย แต่ที่จริงก็ อภิปโมทยังจิตตัง แต่ความจนสุขสำราญเบิกบานใจนี้ไม่เป็นโทษเป็นภัยต่อคนอื่นมีแต่ประโยชน์ พฤติกรรมมีแต่สิ่งที่ดีงามสิ่งที่เจริญเป็นสุดยอดวิเศษ เพราะฉะนั้นไม่ว่าในทางสังคม เกี่ยวข้องกันระหว่างมนุษยศาสตร์ เราจะมีปัญญา เราจะมีสิ่งที่เจริญวิเศษ เอาสูตรสำเร็จของพระพุทธเจ้าไม่รู้กี่สูตรมาขยายความก็ได้ ตั้งแต่ จรณะ 15 วิชชา 8 ศีล สมาธิ ปัญญา จนถึง โพธิปักขิยธรรม 37 ไล่เรียงมาเลย สอดร้อยถึงปฏิจจสมุปบาท หากเข้าใจสภาวะธรรมในพยัญชนะเหล่านั้นแล้ว เอามาเป็นต้นเค้าของสูตรหลัก มูลสูตร 10 อย่างนี้เป็นต้น 1. มีฉันทะ เป็นมูล-รากเหง้า (มูลกา) คือความยินดีความต้องการความประสงค์ความปรารถนาว่าอันนี้ดีนะ นำจิตใจเรา ไม่มีใครบังคับคุณหรอก หากไม่มีฉันทะมันก็เฉย แต่หากมีฉันทะก็ อ๋อ อย่างนี้ดี กลุ่มหมู่นี้ มิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี มีใครพอคุยรู้เรื่องเข้ามาในนี้อย่างฉันทะแล้วมีมนสิการ 2. มีมนสิการ เป็นแดนเกิด (สัมภวะ) เป็นตัวต้นทางแห่งการเกิดทุกอย่าง จะเรียกว่าพระเจ้าจะเรียกว่าแดนสุขาวดี จะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นต้นทางแห่งที่เกิดเลย คืออะไร คือมาทำใจของเรา ใจของเราจะเป็นทั้งสถานที่จะเป็นทั้งวิญญาณจะเป็นทั้งอะไรทุกอย่างเลย จะเป็นทั้งตัวบุคคลจะเป็นทั้งทฤษฎีต่างๆ คือใจนี่แหละมาทำที่ใจนี่ มนสิการ ทุกวันนี้โยนิโสมนสิการ ไปแปลว่าพิจารณาให้จริงเข้าใจ ไม่เน้นที่การทำที่ใจ นี่คือความผิดเพี้ยน โยนิโสมนสิการก็ไปปรับที่ ความนึกคิด ความเข้าใจ ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่ ต้องทำที่ใจของเราให้เปลี่ยนแปลงอย่างถ่องแท้ ตามที่เรารู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วทำให้ใจมันเปลี่ยนแปลง จึงเรียกว่ามนสิการเป็นแดนเกิด แล้วมีสัมผัสเป็นสมุทัย 3. มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด (สมุทัย) การปฏิบัติต้องมีสัมผัส ต้องมีผัสสะ เป็นเหตุให้เกิดการปฏิบัติ ถ้าไม่มีการสัมผัสเป็นเหตุ ต้นเหตุแห่งการปฏิบัติ การประพฤติการทำจนกระทั่งเกิดรู้เหตุที่จิตใจมันตกต่ำ เรียกว่าสมุทัยอริยสัจ แล้วฆ่า เปลี่ยนแปลงตัวกิเลสตัณหานั้นอีกทีหนึ่ง สมุทัยภาคมรรค ต้องมีผัสสะ หากไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยในการปฏิบัติ ไปนั่งหลับตาปฏิบัตินั้นโยนทิ้งนอกเขตเทศบาลศาสนาพุทธ ไม่ใช่ เข้าใจให้ดีเช่นในมูลสูตรพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ไปหลับหูหลับตา ถ้าทำอย่างนั้นถูกก็ต้องทำให้คนตาบอดหูหนวก ในอินทริยภาวนาสูตร 4. มีเวทนา เป็นที่ประชุมลง (สโมสรณา) การปฏิบัติต้องปฏิบัติที่เวทนา 108 ความสุขความทุกข์ก็อยู่ที่นี่แหละ ต้องทำให้เป็นเนกขัมมะ เป็นการออกจากกิเลส จนกระทั่งมีฐานอุเบกขาเป็นฐานเวทนาที่เป็นฐานนิพพาน เป็นฐานความบริสุทธิ์ สภาวะจิตสภาวะธรรมต่างๆ คุณถึงขั้นไหม คุณทำได้ไหมรู้จักอาการของเวทนาไหม อาการของกิเลสที่มันร่วมปรุงแต่งอยู่กับเวทนา อาการนั้นไม่มีแล้ว คุณได้ละเอียดละออตรวจสอบอาการต่างๆเป็นไหม อาการของการเคลื่อนไหวในจิตของคุณนั้นมันมี จนมันเอาออกได้หมด เวทนาไม่มีอาการของโลกียะของกิเลสต่างๆ สะอาดบริสุทธิ์เป็นอาการที่รู้ความจริงตามความเป็นจริง แล้วเอาออกมาข้างนอกได้ หรืออาการอยู่ข้างในจิต คุณก็ตรวจสอบเวทนาที่เข้าไปถึงฐานจิตทำได้แข็งแรง ทำได้บริสุทธิ์สะอาด เป็นเวทนาบริสุทธิ์ ก็ได้สั่งสมตกผลึก ผนึกเป็นแก่นแกน เป็นจิตตั้งมั่น เป็นสมาธิ 5. มีสมาธิ เป็นประมุข (ปมุขะ) สมาธิของพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่สมาธิหลับตา เป็นสมาธิที่มีผัสสะ สมาธิรู้จักจิตแล้วทำจิตมนสิการ มันจึงจะเกิดสมาธิแบบพุทธ มีสติ เป็นอำนาจพลังช่วยมีปัญญาเป็นคู่ช่วย 6. มีสติ เป็นใหญ่ (อธิปไตย = พลังอำนาจ) 7. มีปัญญา เป็นยิ่ง (อุตระ = เหนือ) . กัปตันรู้ยิ่งยอด สติกับปัญญาเป็นคู่ช่วยทำให้เกิดความบริสุทธิ์ไปเรื่อย หยั่งลงตั้งลงรวมลงเป็นสมาธิอันบริสุทธิ์สะอาดหมดจดแข็งแรงตั้งมั่นเป็นอุภโตภาควิมุติ เป็นวิมุติสองส่วนเป็นแก่นสารสาระสมบูรณ์แบบธรรมะ 2 มีทั้งเจโตและปัญญาครบทั้งหมด มีอุภโตภาควิมุติ บริบูรณ์หมดอาสวะ อนุสัย ไม่ใช่แค่อาสวะบางอย่างสิ้น แต่นี่อนุสัยก็ยังหมด เป็นบุคคลที่ไม่เกิดไม่ตาย เป็นอมตะ 8. มีวิมุติ เป็นแก่น (สาระ) . หลุดพ้นสุดยอดที่จะรู้ยิ่ง 9. มีอมตะ เป็นที่หยั่งลง (โอคธา). = สอุปาทิเสสนิพพาน เป็นการทำความเกิดความตายทางจิต ในที่สุดทำความเกิดความตายทางร่างกาย เราจะตายอายุเท่านี้ เราจะเกิดอายุอายุเท่านี้ได้ หรือเราไม่แล้ว เราจะอายุยาวกว่ากัปป์ก็ได้แต่เราอายุแค่ 80 ทำสัญญาณให้เธออาราธนาตั้งหลายครั้งแล้ว 16 ครั้ง ตอนนี้มาขอก็ไม่อยู่ จนกระทั่งตัดสินจะปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้วยังจะอาราธนาให้อยู่ต่ออีก สายไปแล้ว คำว่าอมตะจึงไม่ใช่เรื่องพูดเล่น มันเป็นจริงเป็นเรื่องอจินไตยเป็นเรื่องเป็นไปได้ จะเกิดก็ได้จะตายก็ได้ อาตมาจะอยู่ไปถึง 151 ปี อย่างปราดเปรียวแข็งแรงด้วย 10. มีนิพพาน เป็นที่สุด (ปริโยสาน) = อนุปาทิเสสนิพพาน
จะอยู่เพื่อพิสูจน์ความจริงที่ทฤษฎีที่เป็นไปได้ยาก แต่มันก็เป็นไปได้ จึงเรียกว่าปาฏิหาริย์ มันเป็นไปได้แต่มันเป็นไปได้ยาก ไม่ใช่เรื่องลึกลับแบบอิทธิปาฏิหาริย์อาเทสนาปาฏิหาริย์นั้นด้วย แต่เป็นเรื่องที่มนุษย์พึงมีพึงเป็นศึกษาได้เป็นได้ และเป็นประโยชน์ต่อตนต่อโลกด้วย แต่อิทธิปาฏิหาริย์อาเทสนาปาฏิหาริย์มันเป็นเรื่องไร้สาระไม่เข้าท่าหรอก จึงจะพิสูจน์เป็นมนุษย์อมตะ จากนั้นแล้วจะตายหรือไม่ตายก็เรื่องของท่านจะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ได้ไม่มีปัญหา ยืนยันสิ่งต่างๆเหล่านี้
สมณะฟ้าไทว่า...สรุปจบ พ่อครูว่า อาตมาพยายามสร้างคนให้เป็นอรหันต์เป็นอนาคามีเข้าไปบริหารประเทศ แล้วคนจะยอมรับเข้าใจได้611111_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ประชาธิปไตยครบสูตรสาธารณโภคี