630120_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 86.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2563
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข27 กุมภาพันธ์ 2563

เนื้อหาในไฟล์

630120_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 86 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1BRoNgu2oTLREsgVv9fgdF26qEdo9OvmKFfslQIcVBkU/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1AiAQIGpLP3e7PlMcFP7nAsEf7ByUmadq

พ่อครูว่า… วันนี้วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 ที่บวรราชธานีอโศก _SMS วันที่ 19 ม.ค. 2563 (วิถีอาริยธรรม)

_Chittra Aswin คำสอนใด? ถือเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า? คำสอนนั้นต้องเป็นไปเพื่อ ละ หน่าย คลาย กิเลส๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นไปเพื่อนิพพาน ต้อง เป็นไปเช่นนั้นใช่ไหมเจ้าคะ

_นาตยา วัฒนเสรีกุล : น้อมกราบนมัสการพ่อท่าน. ลูกอายุ 48 ค่ะ อยากบอกพ่อท่านว่า ลูกดีได้เพราะพ่อท่าน อีกไม่นานจะมาอยู่ช่วยงานบ้านราชค่ะ

_สัจจะ : เราเชื่อว่าศาสนาสิทธัตถะมีจริง ๒๔ ชั่วโมง พ่อครูว่า…ศาสนาพุทธมีช่วงพุทธันดรคือช่วงที่ว่างจากศาสนาพุทธโลกนี้ว่างจากศาสนาพุทธ ช่วงระยะที่โลกว่างจากศาสนาพุทธนั้นมีอยู่ 2 ช่วง 2 ลักษณะ ลักษณะหนึ่งคือโลกมีแต่คนชั่วมีแต่คนโง่มีแต่คนอวิชชา ศาสนาพุทธเข้ามาประกาศไปไม่ได้เรื่องเสียของรับไม่ได้ ศูนย์เปล่า เพราะว่าความรู้มีโลกียะเละเทะเสื่อมต่ำมาก ศาสนาพุทธก็หยั่งลงไม่ได้ อีกลักษณะหนึ่งคือสังคมยังไม่ทุกข์ร้อน สังคมมีความสุขสบาย มีความเป็นอยู่สุขไม่เดือดร้อนแย่งชิง เป็นยุคที่ไม่จำเป็นจะต้องมีศาสนาพุทธมาช่วย

_เพ็ชร บุญอิ่ม : พ่อท่านสอนดีกว่าพระบางรูปในประเทศเราเลยอะ รักชาวอโศกจัง ทองเเท้ยังไงก็เป็นทองเเท้

_7230พ่อครูแสดงธรรมเรื่องกฐินบาปผ้าป่าบาปกำลังมัน ถูกโยมแป้งขัดจังเหวะใช้ไมขอให้เก็บการแสดงธรรมของพ่อครูช่วงนี้ให้ดีเพื่อความไม่ประมาท พ่อครูว่า…คำว่า “บาป” หมายถึง จิตที่มีกิเลส คำว

อ่านต่อ

่า “อกุศล” หมายความว่า กรรมกิริยา เป็นไปในทางโลกีย์เป็นสมมติ ส่วนคำว่าบาป ใครทำบาปคือสะสมกิเลส หากใครทำไม่ดีใครเห็นก็รู้ แต่บาปคนไม่ค่อยรู้รายละเอียดของจิต คนไม่ค่อยรู้ แต่อกุศลเป็นเรื่องรู้ง่ายคนรู้กันได้ง่าย บางทีไม่เหมือนกับความยึดถือของโลกด้วยซ้ำไป

_พันธุ์ พอเพียง : วิโมกข์ ข้อ 1 และ 2 อาศัยกัน ใช่ไหมครับ คืองามทั้งนอกทั้งใน แม้จะได้ชื่อว่า ทำใน ก็อาศัยนอก เป็นตัวยั่วให้ในกระดิก พอได้แล้วจึงเกิดผลคือโชค จากนั้นก็เช็คผล พิสูจน์ผล จน สัญญาเวทฯ เข้าใจแบบนี้พอได้ไหมครับ พ่อครูว่า…ได้ อาตมาเข้าใจ ทั้งวิโมกข์ 8 ข้อ แล้วก็อาศัยกันต่อเนื่องไป ตั้งแต่ข้อ 1 จนถึงข้อ 8 หากบอกว่าวิโมกข์คือการทำฌาน แล้วทำอย่างไรก็ไปนั่งหลับตาไม่มีรูปให้เห็น นี่คือความผิดเพี้ยนจากศาสนาพุทธไปแล้ว

_รอยทราย...จะมารายงานบรรยากาศกิจกรรมร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นครั้งแรกกิจกรรมยังไม่ชัดเจน มีทั้งเด็กทั้งในและเด็กข้างนอก มีครูตุ๊กเป็นพิธีกร เป็นบรรยากาศแบบปรองดอง กิจกรรมแบบไม่มีแผนการ คิดเกมส์กันตอนนั้นเลย มีการแข่งขันตำส้มตำ มีเด็กข้างนอกที่มาเป็นครั้งแรก และมีคนมาถามว่าหากลูกจะมาเรียนที่นี่ทำอย่างไร ลูกของเขาอยู่ม.2 ก็เลยบอกว่าจะต้องมาเริ่มต้นที่ม. 1 เขาก็ขอไปคิดดูก่อนไปปรึกษากับลูกก่อน เชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง ใครว่างก็ไปร่วมกิจกรรมได้ พ่อครูว่า...ฟังแล้วรู้สึกว่าก้าวหน้ามีความสัมพันธ์กับคนข้างนอกมากขึ้น

_หินทอง...เหตุการณ์ที่ครูตุ๊กเล่า ก็คาดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์ที่เหมือนฝันไป เป้าหมายที่มาบ้านราชฯคือจะมาเพิ่มพลเมืองบ้านราชฯ คิดมาก่อนเขาก็ว่าฝันไปจะมาตั้งโรงเรียนพุทธธรรม และคิดจะจัดกิจกรรมยุวพุทธทายาทที่คนมาร่วมหลายร้อยคน ตั้งจุดลงทะเบียนมีคนมาลงทะเบียน 60 คน ไม่รวมคนที่มาแจกอาหารและร้องเพลง ประเมินด้วยสายตาว่ามีคนมาร่วมประมาณ 100-200 คนในเวลา 4 ชั่วโมง จุดบอดคือ เครื่องเสียงไม่ค่อยดี จากงานวันเด็กมีคนมาร้องเพลงฉันรักผัวเขา งานนี้เลยประกาศว่าที่นี่เป็นที่ปฏิบัติธรรม หากพวกเรามาช่วยกันเจตนาของพ่อท่านจะเป็นจริงได้ โรงเรียนพุทธธรรมที่ผ่านมาคนมาเข้าวัดเยอะ เพราะคนมีลูกก็จะมีทุกข์เยอะ

_สมณะฟ้าไท...ทุกวันอาทิตย์จะมีเครือแหกสิกรรมไร้สารพิษมาร่วมแจกอาหารด้วย ก็หาคนที่มาช่วยเหลือร่วมกัน กิจกรรมนี้น่าจะเป็นไปได้ หากเป็นไปได้ดีก็จะจัดเข้าค่ายยุวพุทธทายาท บ้านราชฯคงจะเจริญดี

_สม.กล้าข้ามฝัน...มีข้อคิดให้เราได้คิดหลายอย่าง คุยกับโยมแก้ว ย่าของน้องคิน เขาว่าน้องคินดื้อมาก พอไปปลุก เขาไม่ตื่น ก็คิดว่าจะไปตี แต่เขาก็บอกว่าตัวนั้นมันตื่นแล้วแต่วิญญาณมันยังไม่ตื่น ...เขาก็คุยกับย่าภูมิพุทธ...เขาว่าภูมิเป็นนักร้องแล้วนะ ก็คือเขาว่า ย่าเป็นนักดนตรี เพราะย่าตีภูมิแล้วภูมิก็เป็นนักร้องไง คนที่พูดนี้อายุ 4 ขวบ มีมุขนะ เด็กพวกเราฉลาดมาก เด็กสมุนพระรามถามดูทุกคนอยากเรียนต่อบ้านราชฯหมด อยากถามพ่อครู วันนั้นมีโยมถามว่า การฟังธรรมเป็นอาชีพใช่ไหม พ่อครูตอบว่าการฟังธรรมสำคัญยิ่งกว่าอาชีพการงาน อยากให้พ่อครูเสริมเรื่องนี้

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน การฟังธรรมสำคัญกว่าอาชีพ พ่อครูว่า.. . ที่ว่าการฟังธรรมสำคัญกว่าอาชีพก็เพราะว่า คนเราก็ต้องทำอาชีพเป็นธรรมดาสามัญ หากเราไม่ให้ความสำคัญของการฟังธรรมเราก็จะอยู่เหมือนคนทั้งหลายแหล่ ชีวิตเกิดมาชาติหนึ่งถ้าเราไม่เรียนรู้ธรรมะไม่มีธรรมะ จิตวิญญาณก็จะใฝ่ต่ำ จิตวิญญาณจะไม่รู้ทางที่เจริญ ไม่ว่าอยู่ในศาสนาไหนทั้งนั้น ก็พาให้พฤติกรรมให้จิตใจเจริญทั้งนั้น ศาสนาพุทธสอนให้ดีให้เจริญ ถ้าคนไม่ใส่ใจอันนี้เลย ได้แต่ทำมาหากินเป็นอาชีพแล้วมันจะไปได้อย่างไร ชาตินี้ก็ตายเปล่า คุณทำอาชีพด้วยกิเลสเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวติดเชื้อในโลก ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็จมไปเรื่อย ชาติหนึ่งก็หนักเกิดมาให้กิเลสมันผลาญอย่างเดียว มันจึงเป็นความสัมพันธ์อย่างไรก็ต้องมาฟังธรรม หาทางเพิ่มภูมิไม่ให้เราจมไปกับกิเลส เชื่อไหมว่าคนไม่ได้ศึกษาธรรมะแม้จะศึกษาธรรมะก็ยังไม่ง่ายเลย กิเลสมันเพิ่มตลอดเวลา อยากได้อยากมีอยากเป็น หรือไม่ก็โทสะ ราคะโทสะโมหะเจริญอยู่ตลอดทุกเวลามากหรือน้อย ขนาดมาศึกษาธรรมะแล้วก็ไม่ใช่หยุดง่ายๆเลย มาศึกษาดีๆจะรู้ว่าหากชีวิตไม่ได้ฟังธรรมก็ตกต่ำ เกิดมาชาติหนึ่งสะสมกิเลสตกนรก พระพุทธเจ้าตรัสว่าคนเราเกิดมาแล้วตายไปจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกนั้นยากกว่ายากส่วนมากแล้วตกนรก คนที่เกิดมาเป็นคนแล้วแต่ละชาติ ส่วนที่จะได้เกิดมาเป็นคนอีกเท่ากับมือที่จิ้มลงที่ดินแล้วติดเล็บมา นั่นคือจำนวนคนที่จะได้เกิดมาเป็นคนอีก นอกนั้นเหมือนกับแผ่นดินไม่ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก จะต้องไปใช้หนี้วิบาก ก็คือไปตกนรกนั่นแหละ ท่านตรัสไม่ได้เกินความจริง อาตมาทำให้เกิดสังคมที่เป็นชุมชนมีชีวิตใฝ่ธรรมสำนึกในธรรมะตลอดมา พวกเราเตือนกันตลอดเวลาอันนี้ใช้ได้ ชีวิตไม่สูญเปล่า คนอยู่ข้างนอกจะจมไปกับโลกีย์ จมไปกับกิเลสตลอดเวลา อยู่ในนี้นั้นได้ประโยชน์ได้กำไร เพราะฉะนั้นถึงบอกว่ามาอยู่เถิด ใครที่พอจะมาอยู่ได้แล้ว ต้องมีศีลจึงมาอยู่กับเราได้ คนที่ยังไม่มีศีล ไม่ถือศีลก็มาอยู่กับเราได้ยาก นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ

_ทองแก้ว...เมื่อดิฉันมาอยู่บ้านราชฯ เหมือนกับอยู่บนสวรรค์ ได้ฟังธรรมทุกวัน เมื่อก่อนละเลยฟังธรรมเพราะมัวแต่ทำงาน เดี๋ยวนี้ฟังธรรม แม้แต่ของสมณะสิกขมาตุ เมื่อก่อนฟังแต่ของพ่อครู แต่เดี๋ยวนี้ตั้งใจฟังธรรมทุกวัน ฟังธรรมพอประมาณไม่ได้ขี้เกียจ ฟังธรรมก็เอามาล้างกิเลส กระทบผัสสะก็เอามาทำ ฟังธรรมก็ลึกขึ้น ฟังธรรมท่านสมณะก็ร้อยเรียงกันดี คนมาฟังธรรมก็ได้ประโยชน์มาก ตอนเย็น ได้ฟังญาติธรรมใหม่ เขาฟังยูทูป ฟังจนอยากมาอยู่ ได้ฟังธรรมทุกวันเป็นความโชคดี

_หายโง่...แสดงความยินดีอนุโมทนาท่านผู้จัดรายการร่มโพธิ์ร่มไทร นึกถึงอาจารย์องุ่น มาลิก ที่จัดหุ่นกระบอกเชิด แสดงให้กับเด็กในสลัม ช่วงนี้พ่อครูอาพาธ จึงขออ่านบทกวี เมื่อพ่อป่วยลูกจะช่วยอย่างไรเล่า เพียงไม่เอาปัญหามาเสนอ อะไรนิดอะไรหน่อยทนเถิดเธอ ไม่หน้าเร่อไปหาพ่อขอเว้าวอน หมั่นทบทวนถ้อยคำที่ท่านสอน แล้วแก้ไขที่ใจเราล้างนิวรณ์ คืออาทรจากลูกคนนี้เอย

_ลูกยังโง่...กิเลสแท้คืออะไร กิเลสเทียมคืออะไร เข้าใจว่ากิเลสเป็นความไม่ดี ที่ไม่มีความเสี่ยง ไปแยกเป็นกิเลสแท้กิเลสเทียมได้อย่างไร พ่อครูว่า...กิเลสก็เป็นความไม่ดี ที่เรียกมันว่าเป็นกิเลสตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าสอน เป็นกิเลสที่แท้ ทีนี้คนที่ช่างปรุงแต่ง ปรุงแต่งเหนือชั้นกว่ากิเลสที่พระพุทธเจ้าท่านสอน ซึ่งเป็นกิเลสที่มันแย่กว่ากิเลส กิเลสมันก็เก๊เต็มที เป็นเรื่องที่มนุษย์ไม่ควรมีอยู่แล้ว เป็นของไม่ดี พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่ากิเลสมันไม่แท้หรอกเป็นอาคันตุกะเป็นแขกจรมาสิงสู่อยู่ในเราจิตใจเรา สามารถเอาออกไปจากจิตให้หมดได้ แต่ทีนี้อวิชชาที่มีอยู่แล้วยังไม่พอ ก็ไปปรุงแต่งกิเลสมาเพิ่มอีกเป็นกิเลสปลอม เหมือนกับเครื่องปรุงแต่งทุกวันนี้ ดีไซเนอร์ ปรุงแต่งเข้าไปจนเวอร์สะสมเพิ่มเติม หากว่าพระพุทธเจ้ามาเกิดในยุคนี้ก็คงจะงง มันเหนือชั้นกว่าที่เราคิด กิเลสทั้งหลายแหล่มันมาอย่างไร

_น้ำมนต์...ใสกลางเพ็ญ..นิวรณ์ 5 แปลว่าอะไรคะ พ่อครูว่า...เอามาจากไหนมาถามหลวงปู่… น้ำมนต์ว่า...ได้ยินผู้ใหญ่พูดกัน นิวรณ์ 5 คือกิเลส 5 อย่าง กาม พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจะกุกกุจจะ วิจิกิจฉา กาม ก็คือความตะกละตะกราม อยากได้อยากมีอยากเป็น ขี้โลภ อยากได้วัตถุ อยากได้อะไรมาให้สมใจตนก็กาม พยาบาทก็อยากทำร้าย ถีนมิทธะ อยู่กับมุมตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับใคร ดีไม่ดีจะเป็นโรคซึมเศร้า อุทธัจจะกุกกุจจะ คือความฟุ้งซ่านไป เลอะเทอะจับหาสาระไม่ได้เลย วิจิกิจฉาคือไม่รู้เรื่องอะไร สงสัยไปหมดต้องการจะรู้ คือโง่ไปหมด ไม่รู้อะไร

_ตามพร ที่มาที่นี่ได้คือตามเพลงมา เพลงที่ว่าคือ จึงโหดหินหักหาญราญต้นรัก ก็รู้สึกว่าพ่อครูไม่สบายก็ตอนนี้มีต้นรัก 2 ต้นอยู่หน้าบ้าน แม่บอกว่าต้องมาด้านหน้าให้แม่เห็นนะ อีกต้นหนึ่งก็คือย่า อยากให้แม่และย่าเลิกกินปลา

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พระโสดาปัตติผลไม่เป็นโรคจิต _ลูกขี้สงสัย บุคคลที่บรรลุธรรมตั้งแต่ขั้นโสดาบันเป็นต้นไป เมื่ออายุมากขึ้นอาจมีภาวะสมองเสื่อมลง จำอะไรไม่ได้ หรือเป็นโรคทางจิตเช่นภาวะซึมเศร้า ความเป็นพระอริยะยังจะอยู่กับคนผู้นั้นหรือไม่ พระอริยะจะเป็นโรคทางจิตได้หรือไม่คะ คนที่เป็นโรคทางจิตเช่นซึมเศร้า ถึงขั้นเคยอยากฆ่าตัวตาย เมื่อพบแพทย์แล้วรับประทานยาเป็นประจำจะบรรลุธรรมได้ไหมคะ พ่อครูว่า... ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นศึกษาให้ดีๆสัมมาทิฏฐิจริงจะไม่เป็น จะไม่เป็นโรคทางจิต คือจิตของอาริยะ เป็นสมณะ 4 เหล่าพระโสดาบันเป็นต้นไป จะไม่เป็นโรคจิต ที่ถามมาว่าเป็นโรคจิตนั้นก็คือยังไม่เป็นพระโสดาบัน ถ้าเป็นพระโสดาบันแล้วไม่เป็นโรคจิต แต่ถ้าเพียงว่าเรามาศึกษาธรรมะ แล้วเราก็เข้าใจ น่าจะเข้าใจ ว่าภูมิของโสดาบันต้องปฏิบัติอย่างนี้เช่นต้องพ้นสังโยชน์ 3 เป็นต้น หรืออะไรที่เป็นบัญญัติ แต่ตัวเองไม่รู้จักจิตใจ ไม่ได้เรียนรู้ปฏิบัติจิตใจพ้นสังโยชน์ 3 ได้คุณธรรม 8 หรือรู้จักนรก 4 ขุม แล้วสามารถขึ้นจากนรก 4 ขุมนี้ได้ จนกระทั่งเข้ากระแสโสตาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยตะ สัมโพธิปรายนะ เป็นโสดาบันอย่างที่ว่าจะไม่เป็นหรอก ที่เป็นก็ยังไม่ใช่

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน นิยาม 5 คือความรู้สุดยอด _น้อมยอดธรรม...ดิฉันเคยฟัง นิยาม 5 แต่ฟังแล้วฟังอีกไม่เข้าใจ แต่ฟังแล้วเริ่มเข้าใจ อุตุ คือธาตุดินน้ำไฟลมทั่วไป พีชะคือไม่มีทุกข์สุข จิตนิยามนี่คือสัตว์ คน พ่อครูว่า...ธรรมนิยาม 5 เป็นสุดยอดของความรู้ไม่ว่าจะเป็นเชิงวิทยาศาสตร์หรือพุทธศาสตร์หรือศาสนาต่างๆ สุดยอดธรรมะสุดยอดวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างในมหาจักรวาลแยกได้ 5 อย่างนี้ทั้งนั้น อุตุ พีชะ จิต สามอย่างนี้ ถ้ารู้ 3ขั้นนี้ ว่าคุณสมบัติของ 3 อย่างตั้งแต่ อุตุ คือ สิ่งที่ยังไม่เป็นชีวะ เป็นสสารวัตถุพลังงาน ดินน้ำไฟลม พลังงานแสง เสียง แม่เหล็ก ไฟฟ้า พีชะ ก็เป็นสังขารสิ่งที่ปรุงแต่งกันขึ้นมาอีก มีชีวะแล้ว แต่คุณสมบัติของพีชะ เป็นคุณสมบัติที่ไม่มีบาปไม่มีบุญ ไม่มีเวทนา คือ ไม่มีความรู้สึกทุกข์ไม่มีความรู้สึกสุข ไม่มีวิญญาณไม่มีบาปไม่มีบุญ พลังงานที่อยู่ในขั้น พีชะเป็นพลังงานที่เป็นคุณ เป็นคุณค่าชนิดหนึ่ง เป็นพลังงานที่สร้างการปรุงแต่งได้ พระพุทธเจ้าก็เอาพลังงานแบบนี้ให้คนเรียนรู้ เราเป็นมนุษย์เป็นสัตว์โลก เป็นจิตนิยาม พลังงานจิตนิยามเป็นสัตว์ตั้งแต่เซลล์เดียวขึ้นมา มีบาปมีบุญมีรักมีชัง มีดูดมีผลัก มีเวทนา มีวิญญาณ ก็มาเรียนรู้ในจิตวิญญาณ แล้วทำให้จิตวิญญาณนี้เป็นจิตวิญญาณพีชะให้ได้ ก็จะเป็นจิตวิญญาณที่ไม่มีบาป ไม่ทำบาป สุดท้ายก็ไม่ทำบุญด้วย ก็จบ ผู้ที่จิตเป็นอรหัตตผล จิตนั้นฆ่ากิเลสแล้ว เป็นอรหัตตผลแล้ว แม้แต่เรื่องนั้นจิตผู้นั้นไม่มีกิเลสแล้ว ก็เป็นจิตไม่มีบาปไม่มีบุญ บาป คือ กิเลส อกุศล เป็นความไม่ดี จิตผู้นี้ได้ล้างกิเลสแล้วก็ไม่มีกิเลสเกิดขึ้นในจิตเรา ทำให้จิตไม่ทำบาปไม่มีกิเลสเกิดอีกในจิตก็เป็นจิตพีชะ แต่จริงๆจิตเราเป็นจิตของสัตว์ จิตมนุษย์มันมีพลังงานวิจิตพิสดารมากกว่าพีชะ มันรู้มากเข้าใจมากเฉลียวฉลาดกว่าเยอะ แต่พอมาล้างตัวพิษภัยกิเลสออกไปได้ จิตก็ทำงานได้มหาศาล อย่างที่ไม่มีโทษภัยกับใครอีกเลย ซึ่งเป็นจิตที่ประเสริฐ เป็นคนที่ประเสริฐแล้วรู้ดีรู้ชั่วตามสมมุติโลกเขาด้วย เพราะว่าความดีความชั่วเป็นสมมุติอยู่ในโลก ส่วนความสุขความทุกข์เป็นของจิต ไม่มีสุขไม่มีทุกข์แล้วคือสุดยอดในการสร้างจิตวิญญาณที่มันเกิดมาแล้ว มันอวิชชาให้เป็นพลังงานที่ประเสริฐสุด ที่พลังงานของจิตมีกรรม พลังงานพีชะไม่มีกรรม ไม่มีวิบาก ไม่มีกรรมครอง อนุปาทินกสังขาร สังขารที่ไม่มีวิญญาณครอง แต่สัตว์อย่างมนุษย์เกิดมามีจิตนิยามแล้วก็ทำจิตนิยามให้เป็นพีชะ จิตของเราก็ไม่มีภัยไม่มีโทษ ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่มีบาปไม่มีบุญ นี่แหละเป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าทำได้จริงด้วย ทำได้แล้วคนนี้คือสุดยอดคือพระอรหันต์ จะทำได้ก็ด้วยกรรม ปรุงแต่ง เกี่ยวข้องกับโลกจัดการพลังงานจิตให้พลังงานจิตที่ไม่ดี มันโง่ มันชั่ว มันไม่ดี ให้เลิกไป ให้กลายเป็นพลังงานที่ดีสำเร็จจริง รู้จักจิตเจตสิกรูปนิพพานที่แท้จริง สามารถศึกษารูปนามด้วยธรรมะ 2 นี้ไปจนครบวิญญาณ จิตมโนวิญญาณเป็นภาษาไวยพจน์ นี่เป็นความรู้สุดยอดของพระพุทธเจ้า เป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่สุดสามารถแยกทางจิตวิญญาณของตนเองให้เป็นอุตุนิยามได้ ตายแล้วแยกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคลเกิดได้อีกเลย เรียกว่า ปรินิพพานเป็นปริโยสาน นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ _กิ่งธรรม...อยากสืบเนื่องจาก sms เมื่อวานนี้ที่มีคนบอกว่า ไม่กล้ามาบ้านราชฯมีงานเยอะ อยากบอกว่าหากบ้านราชฯงานไม่เยอะ พวกเราก็ไม่มาเหมือนกัน พี่มาเพราะว่ามีงานเยอะจึงได้มาช่วยกันทำงานมีงานเยอะนี่สนุกมาก ทำให้กินอาหารได้ดี นอนก็หลับ ไม่ได้ขู่เข็นให้มาทำงาน ขอจิตอาสาทำ อย่าได้กลัว มาเถอะ พ่อครูว่า...ขอเสริม สังคมบ้านราชฯ จะเป็นสังคมที่คนข้างนอกคิดไม่ถึงหรอก แม้แต่ผู้ที่ศึกษาอโศกยังรู้สึกเลยว่าเรายังเข้ามาได้ยาก คือไม่เข้าใจ ความเป็นจริงแล้วมันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้นมันเป็น บวร ขั้นสาธารณโภคี ซึ่งมันไม่เหมือนกับที่คุณเคยอยู่ บรรยากาศอย่างนี้ไม่มี เป็นความจริงของโลกุตรธรรมที่เดาไม่ได้ อตักกาวจรา นิปุนา คิดเอาเดาเอาไม่ได้ อย่าเพิ่งกลัว ลองมาสัมผัส ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเกรงกลัวไปก่อนหรอก Descendants เดสเซนเป็นเรื่องละเอียดมาก นอกจากคนมีกิเลสมาก เข้ามาอยู่ในบ้านราชฯ ศีลก็ทำไม่ได้ คนที่ยังไม่มีศีล ยังไม่ได้มาก็อย่ามา คนที่ทำศีล 5 ได้เป็นพื้นฐาน หรือคนติดอบายมุขหยาบมาเลิกไม่ได้ก็อย่ามาเลย มีพื้นฐานไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย หากคุณยังติดกินเนื้อสัตว์มาหนักหนาสาหัสก็อยู่ไม่ได้ ถ้าคุณรู้ตัวว่า ไม่กินเนื้อสัตว์เราก็ทำได้ อยู่ข้างนอกเราก็ทำได้คือ ศีล 5 อยู่ข้างนอกก็ทำได้ อบายมุขก็ไม่มีได้ หากรู้ตัวว่าเป็นอย่างนั้นก็มาอยู่ได้ อย่ากลัว ที่คนกลัวว่างานมาก มันเป็นอัตตามานะของคุณ มันเป็นการถือดีถือตัว ถ้าหากเราต้องกลายเป็นคนที่เขาว่าเป็นคนขี้เกียจ ก็เลยกลัวไปก่อนมันถือดี ไม่อยากให้ใครมาว่าเราไม่ดี ไม่ต้องกลัว _นายฝากถาม นามสกุลห้ามบอกใคร...มีบางคนในบ้านราชฯมีรถส่วนกลางครอบครองเป็นส่วนตัว จะขอยืมมาใช้บ้างก็อ้างโน่นอ้างนี่ รถไม่ดีบ้าง รวมทั้งรถคันที่เกิดอุบัติเหตุในวันนี้ด้วยรถสภาพดี ควรจะแบ่งให้คนอื่นก็ใช้ด้วย พ่อครูว่า...แค่นี้ก็อยากจะเตือน อ้างว่าเป็นของส่วนกลางแต่เอาไปเป็นของส่วนตัว ของที่นี่แม้แต่เด็กๆมาใช้พังไปเยอะก็ไม่ต้องห่วงของหรอก เอาไปกองไว้เฉยๆมันก็พังรักษาไว้เฉยๆมันก็พัง เสื่อมไปตามธรรมชาติ มันหวงของขี้เหนียว มันต้องช่วยกันใช้แล้วช่วยกันดูแล ขอเตือนเลย เรามีคณะดูแลรถส่วนกลาง แม้แต่สมณะก็เคยตั้งให้เป็นผู้ดูแล เสร็จแล้วเอาไปเป็นส่วนตัวแล้วหวงแหน ไม่รู้ว่าจะหวงแหนไปทำไม มันเป็นกิเลส คนมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่เขาก็ไม่เข้าใจว่าอะไร หากให้คุณหวงแหนเก็บไว้มันก็มีกิเลสนะขึ้นก็เสื่อม ของก็ไม่ได้ใช้ เสียคุณค่าเสียเศรษฐกิจต่างๆนานา กิเลสเราก็หนาขึ้นมันไม่ได้เกิดประโยชน์สักด้าน ของที่ควรจะได้ใช้ประโยชน์ก็ไม่ได้ใช้ก็เลยดับเบิ้ลโง่ คนไหนที่มีลักษณะพวกนี้ก็ช่วยกันบอกด้วย _เมื่อกี้นี้พ่อครูอธิบายนิยาม 5 ไป 3 อย่างเหลืออีก 2 อย่าง พ่อครูว่า..อุตุไม่รู้เรื่องกรรม พีชะไม่รู้เรื่องกรรม มีจิตนิยามรู้เรื่องกรรม ควบคุมกรรม กรรมคือ dynamic ธรรมะคือ static เมื่อปฏิบัติแล้ว จะทรงไว้ จิตคุณจะมีจิตตั้งมั่นเป็นธรรมะ ก็จะเป็นแกนของการทำกรรม รอพัฒนาจิตให้เป็นจิตที่เจริญ แล้วจิตก็จะเป็นตัวกรรมแล้วสะสมไปเป็นธรรมะ พีชะกับอุตุเรียนไม่ได้หรอก แม้แต่สัตว์เดรัจฉานอเวไนยสัตว์ก็เรียนไม่ได้ ต้องเป็นเวไนยสัตว์จึงเรียนรู้พัฒนาโลกุตระได้ เป็นผู้ทรงธรรม จบด้วยการกระทำ ไม่มีบาปไม่มีโทษภัย มีแต่ดีอย่างเดียว ไม่มีบาปไม่มีบุญ คำว่าไม่มีบาปไม่มีบุญเป็นเรื่องลึก สังคมพุทธทุกวันนี้ไม่รู้ว่า อรหันต์ คือ คนไม่มีบาปไม่มีบุญ ทุกวันนี้ไปเข้าใจคำว่าบุญว่าคือกุศล ก็จบแล้ว พลังงานฌานหรือพลังงานบุญ ต้องมีปัญญา ทำพลังงานตนเองด้วยปัญญา เป็นไฟฌาน สามารถเผากิเลสได้ ฌานเป็นพลังงานไฟ ฌานนี้แปลว่าไฟ แต่เขาไปเข้าใจผิดแปลว่าเพ่ง มันเป็นสมถะสงบ จิตก็สงบ ฌานสงบของพระพุทธเจ้าไม่ใช่เพ่งหลับตา แต่เป็นลืมตาวิปัสสนาทำกิเลสให้จางคลาย อุบายเครื่องออกให้กิเลสดับได้ จิตยิ่งไม่แข็งทื่อจิตยิ่งคล่องแคล่วว่องไวรู้ทันโลกตื่นเต็มไม่หลับใหลริบหรี่ เข้าใจไปคนละทิศทางเลย สมาธิ ฌาน ของพุทธเจ้าไม่ใช่นั่งไม่กระดุกกระดิก แต่ยิ่งมีกายกรรมที่คล่องแคล่ว เหมือนอย่างอาตมากายกรรมก็คล่องแคล่ว วจีกรรมก็คล่องแคล่ว จิตก็คล่องแคล่ว เป็นกายปาคุญญตาจิตปาคุญญตา สู่แดนธรรมว่า..จิตที่ว่าเหมือนดวงอาทิตย์หรือไม่ พ่อครูว่า..พระอาทิตย์ถือว่าเป็นอุตุนิยาม เป็นชีวะไม่ได้

_สุนันท์ (สู่สายธรรม) ตั้งใจจะมาอยู่ตั้งแต่ 2542 แต่ก็ยังมาไม่ได้ เพราะว่ามีพ่อเป็นมะเร็งแม่เป็นเส้นเลือดในสมองแตก ดูแลแม่อยู่ 6 ปีแม่เสียไปปีที่แล้ว ปีนี้ก็เลยรีบมาทันที ถามพ่อท่านว่า ตอนแดูแลพ่อที่เป็นมะเร็ง ท่านตาย ศพท่านผ่อง รู้สึกลูกภูมิใจว่าพ่อคงไปดี จะถามว่าเป็นพลังงานอย่างหนึ่งหรือไม่ ตอนพ่อป่วยเป็นมะเร็งหลอดอาหารรับประทานอาหารตรงช่องท้อง จนวันที่พ่อปวดมาก พอสิ้นลมในอ้อมแขน พ่อมีความผ่องใสผิวเป็นทอง หนูก็ไม่ร้องให้ภูมิใจว่าพ่อคงไปดี ดูแลแม่ แม่เป็นอัมพาต เส้นเลือดในสมองแตก นอนใส่อาหารทางสายยาง หนูยกมือดูแลแม่ มาเรียนดูดเสมหะ เรียนปั่นอาหาร จากอาการที่แม่ใกล้ตายวางแผนทำศพ หนูก็บอกว่าให้ไปทำศพปฐมอโศก ก็ตกลงกัน แต่ดูแม่มาเรื่อยๆแม่กลับดีขึ้น ต่อมาดึงสายอาหารออกให้แม่กินอาหารเอง จนแม่ดีขึ้นมา ต่อมาเอาท่อออก ต่อมาเป็นคนแก่ปกติ สวดมนต์ได้ เดินได้ ถามว่าเป็นอจินไตยหรือเปล่าที่ทำให้จากร้ายกลายเป็นดี พ่อครูว่า...เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง

_ตามตะวัน...คำถาม ว.บบบ. ท่านจะทำอะไรถวายพ่อครูฉลอง 50ปีโพธิกิจ เราก็ว่าจะงดเว้นขนม 7 เดือน ก็ได้เห็นผัสสะ ตนเองเคยขายขนมกับแม่มาแต่ก่อนก็เลยติดขนม เราก็ได้มาเจอผัสสะ วันนี้ไปที่วารินตัวเองชอบเผือก มัน แวะซื้อกิน แต่ตัดใจได้ไม่ซื้อกิน อยากทราบว่าเวทนาแท้ เวทนาเทียม คือ ถ้าเวทนาเทียม เราไปติดรสอร่อย จาก 2 จะทำให้กลายเป็น 1 จาก 1 กลายเป็น 0 ทำอย่างไร พ่อครูว่า...ที่พูดมาก็ถูกต้อง เป็นแต่เพียงว่ายังไม่รู้จักสภาวะของจิตว่าเราจะทำเวทนา 2 ให้เป็นเวทนา 1 เราก็จะต้องรู้ทัน รู้อาการของเวทนา อาการความรู้สึก ความรู้สึกหรืออารมณ์ของเราเมื่อสัมผัสแล้วมันเกิดอารมณ์อย่างนี้ ต้องเอาที่สัมผัสจริงๆ สัมผัสแล้วเกิดอารมณ์นี้จริงๆก็ดูอาการ จับอาการได้เรียกว่ามีนิมิตเครื่องหมายอย่างไร นี่คืออาการที่สัมผัสรู้ สัมผัสขนมไข่นกกระทาทอด มันก็จะมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของมันตามจริง ใครมาสัมผัสมันก็จะรู้รูปรสกลิ่นเสียงของมันอย่างนั้นทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนศาสนาไหน สัมผัสแล้วก็จะรู้เหมือนกันเหมือนกันหมด แต่คนที่ไปติดหรือไม่ติด คนที่ชอบหรือไม่ชอบ คนที่ชอบสัมผัสแล้วก็เป็นกิเลสตัวเอง เป็นอารมณ์หรือเป็นเวทนาเทียม เป็นเวทนาไม่แท้ เป็นเวทนาเก๊ ถ้าได้สัมผัสแล้วยิ่งได้เสพก็มีความสุข ก็เป็นความเทียมความเก๊ทั้งนั้น ก็เอาเวทนาเก๊ออก ล้างกิเลสที่มันปรุงแต่งออกจากจิต กิเลสมันปรุงแต่งเป็นรสชาติ ชอบไม่ชอบ อร่อยไม่อร่อย มันของเก๊ คุณเข้าใจ มีปัญญาเห็นอาการมันลดลงนั่นแหละ คือเข้าไปหาของจริงลดกิเลสลง ลดโลกๆลงไปได้เรื่อยๆ นี่แหละคือตัวแก่นแกนของการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ ตรงเวทนา 2 นี่แหละ ตรงนี้เป็นสุดยอด เป็นหัวใจของศาสนาพุทธเลย ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 นี่คือหัวใจศาสนาพุทธเลย ทำอย่างนี้ได้แยกกิเลสออก ว่าอันนี้คืออาการกิเลสเราก็ทำเนกขัมมะ ทำให้กิเลสออกได้ เขาพูดด้วยศัพท์ว่า ออกบวช บวชแล้วทำกิเลสออกไม่ได้ก็ได้แต่รูปแบบ แต่แม้บวชหรือฆราวาสแต่ทำกิเลสออกได้ทำเนกขัมมะได้จนเป็นจิตอุเบกขาฐานนิพพานได้เสมอๆ ก็บรรลุอรหันต์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน นั่งหลับตาไม่จำเป็นต่อการบรรลุธรรม _การนั่งสมาธิเจริญผิดหรือไม่เห็นว่าจะทำคนอื่นเขาวิจารณ์กัน ผมนี่แทบไม่กล้านั่งสมาธิเลย กลัวเขาหาว่าเป็นฤาษี ทั้งที่ผมชอบนั่ง ผมรู้ว่าไม่ใช่แก่นแท้ศาสนาพุทธ เห็นสมัยก่อนพ่อท่านก็พานั่ง พ่อครูว่า...ตอบอย่างสูงสุดเลยคุณจะเคยติดมาก็เลิกไปเลยมาปฏิบัติธรรมอย่างที่อาตมาสอนนี้จะได้จิตที่เป็นสมาธิแบบศาสนาพุทธโดยตรง นั่งหลับตาสมาธินั้นเป็นสมาธินอกรีต ที่สอนกันอยู่ทุกวันนี้ผิดทั้งนั้นเลย เป็นสมาธินอกรีต สมาชิกของพระพุทธเจ้าเป็นสมาธิเกิดจากการลืมตาเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 สะสม ฌาน 4 ในจรณะ 15 ไม่ใช่ฌานแบบนั่งหลับตา ฌาน ของศาสนาพุทธต้องเกิดจากการลืมตาปฏิบัติมีสังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคอยู่ในจรณะ 15 ซึ่งอาตมาอธิบายเอาของพระพุทธเจ้ามาอธิบายยืนยันแต่คนออกนอกรีดลืมธรรมะพระพุทธเจ้าไปหมดแล้วไปนั่งหลับตา พระพุทธเจ้าจะไปสอนยากอะไรถ้านั่งหลักการและได้นิพพาน ก็พานั่งหลับตากันหมด ทั้งศาสนาพุทธเลยมันก็จบแล้ว แต่นี่สอนละเอียดลออเยอะแยะหมดทำตั้งเยอะแยะ อาตมาเอามาแยกแยะไม่เท่าไหร่เลย เขาก็ว่าเอาอะไรมาพูดอะมาก็เอาของพระพุทธเจ้ามาพูดยังไม่หมดเลยนะนี่ ซึ่งเขาได้หลงผิดไปยึดถือสิ่งที่ผิด จนกระทั่งไปไกลเลยจึงน่าสงสาร

_ทองแก้ว...พ่อท่านเทศน์ช่วงเช้าหรือเย็น ช่วงไหนเครื่องดีกว่า เหมาะกับสรีระพ่อท่านในวัย 86 พ่อท่านไม่ถูกกับอากาศเย็นหรือไม่ พ่อครูว่า...ก็ดีทุกตอน สรีระไม่มีปัญหา ก็ Active ตลอดเวลา อาตมาถูกกับอากาศเย็น

_พ่อท่านยกภูผาให้หมอเขียวดูแล ก็คือว่า หากที่อื่นไม่ได้เรื่องก็มารวมกันที่นี่หรือไม่ พ่อครูว่า...ไม่ได้เรื่องก็ยกให้คนอื่นไปเลย

_ด.ญ.พอเพียง ทำไมเวลาอยู่กับเพื่อนแล้วทะเลาะกัน แต่พอไม่ได้อยู่ด้วยกันก็คิดถึง พ่อครูว่า...นั่นแหละกิเลส _ด.ญ.ดาวเพ็ญเพชร...หลวงปู่เคยบอกหนูไม่ให้เป็นคนขี้โกรธแต่ให้ บี้โกรธแทน แต่หนูก็ยังทำไม่ได้จะให้ทำอย่างไรต่อไปดีคะ พ่อครูว่า...พยายามทำ รู้อาการก่อนเป็นอย่างไรก็อยากให้มันมีอาการนี้อยู่ในใจเรามาฟังธรรมหลวงปู่ต่อไปแล้วก็จะได้เอง

จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน