อาหารสัปปายะของเมืองไทยแดนชมพูทวีป.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข5 ธันวาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

อาหารสัปปายะของเมืองไทยแดนชมพูทวีป อ.ยักษ์ ว่า... พูดถึงอะไรอารยเกษตร มีหลายเรื่องที่อยากพูดแต่พูดตรงๆว่าอยากฟังเพราะท่านมากกว่าเพราะว่า ลึกซึ้ง พ่อครูว่า... ที่นี่เขาฟังกันจนเบื่อแล้ว อ.ยักษ์ ว่า... เรื่อง อารยเกษตร คือ เมืองไทยมีดี เหมือนที่พ่อท่านพูดว่า เมืองไทยนี้เป็นเมืองที่ศูนย์กลางความดี กำลังเคลื่อนย้ายจากโซนอินเดียมาอยู่ที่นี่ พ่อครูว่า... ใช่ เป็นชมพูทวีปแล้ว จากที่เลื่อนอินเดียมาอยู่ประเทศไทย อ.ยักษ์ ว่า... คือ เรามี กฎหมายที่ ใครมาเป็นประมุขไม่ว่าจะอายุแค่ไหน ก็ต้องประกาศตัวเป็นพุทธ และสิ่งที่ต้องทำหลังประกาศตัวเป็นพุทธก็คือ จะต้องเรียนให้รู้รากของความเป็นพุทธ คือมาจากบาลี สันสกฤต แล้วคำว่า เกษตร เป็นคำสันสกฤต พ่อครูว่า... คำว่ากษัตริย์นั่นแหละ อ.ยักษ์ ว่า... คือ เป็นเขต คือบ้านเรามันมีอารยธรรม ประเทศไทยเป็นขอบเขตอารยธรรมความดี เขตของอารยธรรมความดี หรือมุมที่มีกฎหมายหรือเรียกว่า กฎมณเฑียรบาล ที่จะต้องให้ประมุขเรียนรู้เองเรื่องดีๆ อย่างนี้ ซึ่งในโลกที่อื่นไม่มี ประเทศประชาธิปไตยเสรีนิยมที่ยึดถือ Individualism ที่จะให้สิทธิเสรีภาพของแต่ละคน แต่ว่าสังคมบ้านเราที่เจริญ คือ ให้สิทธิส่วนรวมมากกว่าบุคคล อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ที่พ่อท่านก็เอาคำว่า สาธารณะ มาเป็นใหญ่ ทรัพย์สมบัติแทนที่จะเป็นของส่วนตัวแล้วมีกฎหมายรับรองให้คนรวยได้ มีทรัพย์สินมากมาย เป็นเจ้าของแบงค์ เป็นเจ้าของที่ดินได้มากมาย คนอื่นไม่มีที่ดิน ช่างมัน ฉันมีได้เป็นแสนๆไร่ อย่างนี้นี่ในสังคมพุทธนี้ไม่มี ในสังคมพุทธให้รับรองสิทธิ์ของส่วนรวม เรียกว่าสาธารณโภคี ซึ่งที่นี่ทำได้จริง ที่อื่นในโลกก็น่าจะยังไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ แต่ที่นี่ทำได้จริง พ่อท่านทำให้เห็นว่า สร้างทรัพย์สมบัติให้เป็นสาธารณะ ให

อ่านต่อ

้สิทธิสาธารณะมากกว่าส่วนตัว อันนี้มันกำลังย้ายปรัชญานี้มาสู่ประเทศไทย แล้วมีกฎหมายด้วยว่า ท่านใดมาเป็นประมุขก็ต้องศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ อันนี้ผมคิดว่าเป็นมุมที่เป็นความมหัศจรรย์ เรื่องที่ 2 ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ ผมฟังพ่อท่านทางสื่อ พ่อท่านพูดถึง บ้านเราเป็นเมืองฉลาดสร้างอาหาร แต่คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ คือ เรื่องนี้ขณะที่โลกตะวันตกเขาเห็นว่าการสร้างอาวุธ การสร้างเทคโนโลยีแล้วไปพัฒนาอาวุธ เอาไว้ฆ่ากัน มันคือความเจริญ แล้วเขาก็ให้สิทธิกับคนว่าจะทำอะไรก็ได้เอาไปแลกกับเงินมา แต่บ้านเรามองเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งเลวร้าย ผมจำได้ในความที่พ่อแม่เป็นคนถือศีล พบว่า พ่อแม่ก็สอนอย่างนี้ เติบโตเป็นเด็กวัดตั้งแต่อยู่แปดริ้ว พระก็สอนแบบนี้ มากรุงเทพฯมาเป็นเด็กวัดท่านก็สอนแบบนี้อีก แล้วก็เงียบไปก็หายไปไม่เคยได้ยินอีก ได้ยินอีกทีก็ที่ชาวอโศก พ่อท่านมาเทศน์ ปี 2521 ผมก็ได้ยินพ่อท่านเทศน์สิ่งเหล่านี้ ก็รู้สึกว่า โลกกำลังหมุนกลับมา ที่จะหมุนกลับมาอยู่ในประเทศไทยได้คือคุณงาม ความดีของโลก วันนี้ยังคุยกันที่บล็อคคอนเวิร์สกับทีมชลประทาน น้องๆลูกศิษย์ของท่านรองมานะ คุยกันว่าทำให้ดีเถอะ เพราะว่ารู้สึกได้ว่าถนนเส้นนี้จะมีบุคคลสำคัญทั่วโลกเดินทางมา คอยดู ทำให้มันดีซะ เมื่อคนเขาเดินทางมา เขาก็จะชื่นชม ได้รับคำชมไปจนถึงกรมชลประทานในกรุงเทพฯด้วย ผมเคยดูแลกรมชลประทานอยู่ ก็จะได้รับกุศลไปด้วย ก็คุยกันถึงว่าที่นี่มันน่าจะมีในอนาคตอันใกล้นี้ โลกก็จะต้องศึกษา จะต้องเห็นสิ่งเหล่านี้ ก็มุมที่พ่อท่านอยากให้ย้ำรูปธรรมที่ พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ได้ทรงทำให้ดูให้เป็นตัวอย่าง มีมากมายทีเดียว มีตอนหนึ่ง มีคนพยายามให้ผมทำหนังสือ บันทึกเรื่องงานของพระองค์ท่าน ที่ผมเริ่มเกริ่นว่า เราจะพยายามเขียนหนังสือออกมาใหม่อีกเล่มหนึ่งว่า เรื่องความคิด ชีวิตและงาน แล้วมันจะสะท้อนทุกอย่างว่า พระองค์ท่านพระราชทานพระราชดำริอะไร หรือความคิดอะไร พูดภาษาชาวบ้าน แล้วชีวิตท่านดำเนินชีวิตอย่างไร มีชีวิตเรียบง่าย ประหยัด แล้วก็ไม่ใช่แบบคนจนแล้วต้องจน อันนี้ มุมนี้สำคัญมาก เช่น ตอนที่ Toyota กำลังจะย้ายฐานการผลิตไปอยู่ประเทศอื่น ชัดเจนที่สุด ท่านก็ให้ทำรุ่นพิเศษออกมา ก็จะมีคนไทยร่วมออกแบบกับ Toyota แล้วท่านก็ทรงมาเปิดตัวให้ พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไป ผมยังนึกชื่อรุ่นนี้ เก่ามากสัก 30-40 ปี ที่แข็งแรงและทนทานเป็นคนไทยร่วมออกแบบ เป็นรถเก๋ง อ้อ รุ่นโซลูน่า ยังนึกภาพอยู่ นึกภาพวันที่ท่านทรงขับด้วยพระองค์เองเหมือนชักชวนให้ Toyota อยู่ในเมืองไทย เพื่อสร้างงานให้อยู่ในเมืองไทย เป็นมิติเป็นวิธีคิดวิธีทำแบบคนจน แล้วก็ทำให้เศรษฐกิจเรา ในมุมของการเงิน ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับมุมของแบบคนจน แต่ว่าโลกของความเป็นจริง เนื่องจากว่า พระองค์ท่านต้องอยู่กับคนทุกกลุ่ม ทุกความเชื่อ ทุกศาสนา งานของพระองค์ท่านจึงอยู่ในทุกพื้นที่ คนศาสนาคริสต์ก็ยกย่องพระองค์ท่าน เอาคำสอนของศาสนาคริสต์นี้ มาเปรียบเทียบว่าอันไหนบ้างตรงกับคำสอนของพระเจ้าแผ่นดิน อิสลาม เขาก็นำคำสอนของอิสลามมาสอนว่า มันมีอะไรบ้างที่ตรงกับงานของพระเจ้าแผ่นดินอย่างนี้ เมืองไทยโชคดี ที่พระมหากษัตริย์นอกจากต้องเป็นชาวพุทธและต้องเรียนอ่านภาษาบาลีเรียนภาษา เทวนาครีให้เป็นแล้วก็จะเป็นองค์อุปถัมภ์ทุกศาสนา ศาสนูปถัมภกของทุกศาสนา ทำให้เมืองไทยเป็นอยู่ร่มเย็นได้ แล้วมีหนังสือที่สภาเขาทำว่า พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้กับรัฐสภา เป็นฐานของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั่นเอง มีคำตรัสคำหนึ่ง ที่ตรัสกับคนไทยด้วย ตรัสกับคนหลายประเทศในโลกท่านบอกว่า ตราบที่ชาวบ้านยังไม่มีจะกิน ยังไม่มีอาหารจะกิน จะไปพูดไปคุยไปปรึกษาหารือเรื่องการเมือง เขาก็จะเข้าใจไม่ได้ เพราะเขาก็ยังต้องกินยาแก้ปวดก่อน ถ้าปวดหัวก็ให้กินยาแก้ปวดไปก่อน คือต้องทำให้มีอาหารสมบูรณ์ที่เป็นสัปปายะ 4 พ่อท่านพูดไปแล้วเมื่อสักครู่ ว่าที่นี่ชัดเจน ที่พระท่านพูดการเมือง คนที่นี่ฟังรู้เรื่องเพราะคนที่นี่อิ่มหนำสำราญจนเผื่อแผ่ไปหาสังคมอื่นได้แล้ว เรื่องอาหารการกิน เมื่อช่วงบ่ายๆ มากราบพ่อท่าน หนึ่งคนที่นี่ผลิตเลี้ยงคนเป็นร้อยได้สบายๆ ซึ่งพื้นที่อื่นๆ จังหวัดอื่นๆหรือประเทศอื่นๆ 1 คนนี้ผลิตเลี้ยง 100 คนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะว่าระบบผลิตของเขา จะใช้คำว่า ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่แสดงความฉลาดออกมา ไม่อยากจะพูดว่า โง่ เดี๋ยวเขาจะโกรธเอา พ่อครูว่า... มันไม่รับใช้ชีวิต อ.ยักษ์ ว่า... งานแบบนี้ คือสิ่งที่ท่านไม่ได้ตรัสอย่างเดียว ที่บอกว่าความคิดชีวิตและงาน ทั้งความคิดของท่าน ผมเดินตามเสด็จเข้าไปในป่าหรือกลางดึก 4 ทุ่ม ท่านยังไม่ได้เสด็จกลับ ก็ถือไฟฉาย เสด็จไปทอดพระเนตรแหล่งน้ำ ไปทอดพระเนตรดิน ทอดพระเนตรป่าว่าชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร ก็จะรับสั่งเรื่องอย่างนี้ ทำอย่างไรคนจะมีกิน นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด คือถ้าเขามีอาหารการกินอิ่มหนำสำราญแล้วมาชวนคุยเรื่องอะไรเขาก็จะรู้เรื่อง เพราะฉะนั้น ความมั่นคงทางอาหาร อาหารจึงเป็นการเมืองที่มีพลังมาก เพราะฉะนั้นที่นี่เริ่มจากอาหาร ผมถึงจำได้ว่าพ่อท่านพูดถึง สามอาชีพกู้ชาติ มีกสิกรรมธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาดและขยะวิทยา มีสามอย่างเป็นอาชีพกู้ชาติ แล้วทั้งกสิกรรมธรรมชาติและปุ๋ยสะอาด ทั้งขยะวิทยา จะทำให้คนมีอาหารการกินสมบูรณ์ หลังจากนั้นจะไปคิดชวนคุยชวนทำเรื่องอะไรก็จะง่าย นี่คือสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสแล้วก็ทรงทำด้วย ผมก็ประทับใจที่นี่มาก ตั้งแต่สามอาชีพกู้ชาติแล้ว ตั้งแต่เริ่มสร้างปฐมอโศก ผมก็เห็นว่านี่แหละ คือแนวทางที่ 2 พระองค์ ระยะหลังพ่อท่านก็เทศน์ว่า มีธรรมิกราช 2 พระองค์ เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ ผมก็เห็นภาพชัดเจน ว่า จริงเหมือนที่พ่อท่านพูดเอาไว้ว่า แผ่นดินนี้จะเป็นแผ่นดินที่เป็นศูนย์รวมของความดีงาม พ่อครูว่า... คำว่า ธรรมิกราช พระเจ้าอยู่หัวก็เป็น ธัมมิกราชะ ส่วนอาตมา ธรรมิกราษฏร อาตมาพูด ไม่ได้พูดเล่นหรอก พูดจริง มันมีตัวปฏิบัติจริง คนเราคิดเพ้อจะสร้างสรรค์อะไรต่างๆนาๆคิดอย่างไรก็ได้ มันก็ดูดีคิดดีๆได้ แต่ปฏิบัติจริงประพฤติจริงๆ มีผลรองรับชีวิตจริงๆขึ้นมาเลยนี่ มันเป็นได้ตามที่คิดหรือเปล่า . อาตมาภาคภูมิใจที่เอาแนวคิดของพระพุทธเจ้ามาใช้จนกระทั่งสำเร็จเป็น สาราณียธรรม 6 เป็นชุมชนสาราณียธรรม 6 เป็นเรื่องภาคภูมิใจเป็นเรื่องที่มีจริงใน ประเทศไทย เป็นสังคมที่ทำให้คนมีคุณธรรม จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง และจิตวิญญาณก็พาให้พวกเรามาดำเนินชีวิตมารวมตัวกันเป็นชุมชนเป็นหมู่กลุ่ม เป็นหมู่ชาวอโศก อย่างที่เป็น ที่มีอยู่ในประเทศไทยนี้ ชุมชนต่างๆ ชาวอโศกที่กระจายอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีพฤติกรรม พฤติการณ์ของกิริยา กาย วาจา ใจ เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม แล้วก็มีลาภที่ได้โดยธรรม ลาภธัมมิกา เอามารวมกันเป็นสาธารณโภคี แล้วแต่ละคนก็ได้ศึกษาปฏิบัติ มีทิฏฐิสามัญญตา มีศีลสามัญญตา เสมอสมานกันอยู่ ศีล 5 เสมอศีล 5 ศีล 8 เสมอศีล 8 ศีล10 เสมอศีล10 ศีลโอวาปาฏิโมกข์เสมอ กับศีลโอวาทปาติโมกข์อยู่กันไป 651205 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 5 พ่อครูพบ อ.ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน