รัฐศาสตร์โลกุตระของประเทศไทยในสมัยของ 2 ธรรมิกราช.docx
เนื้อหาในไฟล์
รัฐศาสตร์โลกุตระของประเทศไทยในสมัยของ 2 ธรรมิกราช พ่อครูว่า... ทางรัฐศาสตร์หรือเรียกกันว่า การเมืองนี้ ทุกวันนี้การเมืองของไทยนี้ เรียบร้อยที่สุด ที่อาตมาเคยพูด เคยบอกว่า เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในโลก ในหลวงท่านตรัส รวมเอาไว้ว่า เมืองไทยนี้สงบมั่นคง จึงเอามาอ่านแล้วของในหลวง เราจะเป็นที่หนึ่งในโลก “…ประเทศไทยเราอาจไม่เป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก หรือรวยที่สุดในโลก หรือฟู่ฟ่าที่สุดในโลก แต่ก็ขอให้เมืองไทยเป็นประเทศที่มี ความมั่นคง มีความสงบได้ เพราะว่าในโลกนี้ หาได้ยากแล้ว ท่านตรัสทั่วโลกเลย ในโลกนี้หาได้ยากแล้ว เราทำ เป็นประเทศที่สงบ เป็นประเทศที่มีคนที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจริงๆ เราจะเป็นที่หนึ่งในโลกในข้อนี้ แล้วรู้สึกว่าที่หนึ่งในโลกในข้อนี้จะดีกว่าผู้อื่น จะดีกว่าคนที่รวยที่สุดในโลก จะดีกว่าคนที่เก่งในทางอะไรก็ตามที่สุดในโลก ถ้าเรามี ความสงบ แล้วมีความสบาย ความมั่นคงที่สุดในโลก นั้น รู้สึกจะไม่มีใครสู้เราได้…” (พ่อครูว่า สบาย คือ สัปปายะ คือพร้อมบริบูรณ์สมบูรณ์ในตัวมันเอง มี อาหารสัปปายะ เสนาสนะสัปปายะ บุคคลสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ ) พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในโอกาสที่ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ และนักเรียนทุนพระราชทาน เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ณ ศาลาดุสิดาลัย วันจันทร์ที่ ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๙
พ่อครูว่า... คนไม่รู้สึกไม่เข้าใจ คนที่ตัวเองกิเลสไม่มีในจิตมันไม่สงบ กิเลสมันเล่นงานมันไม่สบาย ทั้งๆที่มันแสนสบายแล้ว คนต่างประเทศเข้ามาสัมผัสเมืองไทย ยิ่งทุกวันนี้เขาเข้ามาจะรู้สึกว่า โอ้โห…เมือง
อ่านต่อ
ไทยนี่มันแสนสบาย เขาอยากได้อย่างเมืองไทย เดี๋ยวนี้เขาก็อุทานแบบนี้กันแทบทั้งนั้น คนต่างชาติมาเมืองไทย มันไม่เห็นรูปร่าง พวกเรานี้มันเหมือนนกไม่เห็นฟ้า เหมือนปลาไม่เห็นน้ำ มันอยู่ในนี้จนกระทั่งชิน ที่จริงคำว่า ชิน กับคำว่า ชา ภาษาบาลีคำว่า ชิน แปลว่า ชนะ คำว่า ชา แปลว่า รู้ ภาษาไทยมาจากภาษาบาลี ชินชา มันชนะใครๆแล้ว ด้วยความรู้ ชา หรือ ปรีชา หรือชานติ แปลว่า ความรู้ แล้วมันเป็นความรู้ระดับโลกุตรธรรมด้วย เป็นความรู้ที่ไม่เหมือนชาวโลกเขารู้ เช่น ชาวโลกเขาจะแย่งกันไปรวย แต่ในหลวงร. 9 เราบอกว่า มาจน มาขาดทุน จะไปทำได้อย่างเขานั้น มันโง่ตายเลย มันไม่เจริญไปหาแต่กำไร อโศกนี้เจริญ ทำแต่เรื่องขาดทุน ไม่หากำไร เจริญมาก โอ้…พูดอย่างนี้เหมือนกับพูดเล่นนะ พูดเท่ห์ๆ โอ้โห สร้างความเท่ห์ อ.ยักษ์ ว่า... วันนี้เห็นที่ร้านคนเฮละโล เข้าซื้อของเตรียมเอาไว้ขายทั้งสัปดาห์ ปรากฏว่า 2 ชั่วโมงหมด พ่อครูว่า... ยังไม่ทันเปิดขายจริงนะ เขามาเยี่ยมดูก็อดไม่ได้มีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อเถอะ เราก็เห็นใจเขาอยากได้ก็เลยขายให้ เราก็ไปซื้อมาเติมใหม่ ยังไม่ทันได้เปิดเต็มที่นะนี่แค่ชิมลาง สนุก ปีใหม่นี้ เอาเถอะสนุก เราก็จะต้องเต็มที่เลย จะมีจากชุมชนต่างๆมาหลายสิบร้าน แต่นี่เราทำร้านเดียว ปีใหม่อาตมาว่า จะไม่มีที่ให้จอดรถ ก็ว่าไป คือ เมืองไทยเรานี้ เป็นเมืองที่มีโลกุตรธรรม มันเป็นของแปลก มีอัญญา อัญญะ ไม่เหมือนทั้งโลกเขา มันมีของอื่นของแปลก มันมีโลกอีกลูกหนึ่ง มีดาวอีกดวงหนึ่ง ที่มันเรียกว่าทวนกระแสกัน มันเป็นเรื่อง ลักษณะที่ไม่ใช่อันเดียวกัน แต่เป็น Opposite , contrast โลกทั้งโลกเขาไปทิศทางโลกียะทิศทางเดียวกัน แต่ของเราไม่ เขารวย เรามาจน เป็นต้น เขาเอา เราก็เสีย เราเสียนั่นแหละเราได้อะไรอย่างนี้ แล้วมันจริงใจนะ ไม่ได้พูดเล่น ได้ทำอย่างนั้นแล้ว ก็จบไปเลยมันสบายแล้ว มันได้เสีย เป็นไงได้เสียแล้ว ได้สละแล้วได้ให้แล้ว ได้เป็นคนมีประโยชน์แล้ว คุณได้เสียให้เขา สละให้เขา เป็นคนมีประโยชน์เสียอะไรเสียแรงงาน เสียวัตถุ เสียผลผลิต เสียสิ่งที่คนเขาอยากได้หรือคนเขาได้ไปแล้วก็เป็นประโยชน์ เราก็เป็นคนมีคุณค่า เราเป็นคนมีประโยชน์ เป็นแต่เพียงว่าเราจะสร้างได้ไหม สร้างที่จะให้เขา เราจะเป็นคนมีเรี่ยวแรง มีความสามารถ ผลิตทำให้เขาได้ไหม โดยเฉพาะสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ นามธรรม คือจิตวิญญาณที่เป็นโลกุตระธรรม อันนี้ยากมากที่คนเขาจะเข้าใจเพราะเขาเป็นเทวนิยม เขาเป็นศาสนาพระเจ้า เขาเป็นโลกียะ เขายังไม่ออกจากกรอบ กรอบหรือโลกของโลกียะเขายังออกจากโลกโลกียะไม่ได้ แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่โลกุตระแล้ว ออกมานอกโลกแล้วก็มองเห็นโลกทุกมุม ออกมานอกโลก ก็จะเห็นโลกทุกมุม เห็นภายในโลกทั้งหมด มันเป็นอย่างนั้น จนกระทั่งเห็นโลกเป็น 0 0นี่คือ Infinity 0 นี่คือทั้งหมด หาที่สุดไม่ได้ ประมาณไม่ได้คือ 0 นี่เป็นภาษาธรรมะ เพราะฉะนั้น คนไหนที่ได้ 0 แล้ว มี 0 แล้ว พระอรหันต์มี 0 แล้ว ไม่เอาอะไรอีกแล้ว เพราะได้หมดแล้ว ฟังยากไหม? ได้อะไรหมดแล้ว อ.ยักษ์ ว่า... มีหลายท่านพูดว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นอย่างไร เป็นพระอริยบุคคล พ่อครูว่า... เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นธรรมิกราชองค์หนึ่ง ไม่ได้พูดเล่น อาตมาไม่ได้เป็นคนบอกไว้ว่า พอจะมีธรรมิกราช 2 องค์ เข้ามาเกิดขึ้นในยุคนี้ อาตมาไม่ได้เป็นคนพยากรณ์ อาตมาไม่ได้เป็นคนพูด แต่อาตมาเป็นตัวเป็นตัวนั้นได้ เขาไม่เชื่อหรอก อาตมาไม่มีปัญหา เป็นแต่เพียงอาตมามีสิทธิ์พูดความจริงเท่านั้นเอง ใครจะเชื่อ ไม่เชื่อไม่มีปัญหา อาตมาก็ทำงานของอาตมาไป ทำหน้าที่ของอาตมาไป ในหลวงท่านทำแล้ว ทรงงานไปแล้วจนกระทั่งสวรรคตไปแล้ว ทุกคนเข้าใจเพราะในหลวงทรงงานทางรูปธรรม คนพอเข้าใจแล้วว่า ท่านทรงอะไร ทรงงานมา 70 พรรษา คนเขารู้แล้ว เห็นแล้ว เขาดูออกว่า มันไม่ใช่ว่า ความรวย วัตถุ ท่านก็ตรัสแล้ว ท่านก็ทรงแล้วด้วย ไม่ใช่ความรวยทางวัตถุ แต่เป็นรูปธรรมที่เป็นกิริยา เป็นกิริยาอะไร เป็นกิริยาที่สร้างสรรค์ เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว มันมีรูปร่างอย่างนั้น มีรูปทรงอย่างนั้น แสดงออกให้มนุษย์ที่มี ปฏิภาณปัญญารู้ แต่ทางพวกที่เขายังตื้นๆ ขออภัยทางโลก ทางโลกียะ ทางเทวนิยมหรือทางตะวันตก ไม่ต้องพูดถึงทางตะวันออก ยิ่งไม่รู้เรื่อง เพราะจมอยู่กับน้ำมันแล้วมีแต่เพชรพลอย เขารวยมหาศาล ไม่จนง่ายๆหรอกตะวันออกกลาง เพราะฉะนั้น ประเทศต่างๆในโลก จะมีประเทศไทย ที่เป็นประเทศที่ประสบผลตัวอย่างทั้งหมดทางเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ อาตมาเคยพูด วันนี้ก็ขอพูดต่อหน้าอาจารย์ยักษ์นี่แหละ ว่า รัฐศาสตร์ของประเทศไทย เป็นประเทศที่เป็นไพโอเนียร์ของการปฏิวัติโดยประชาชน ปฏิวัติรัฐบาล ที่ควรจะต้องปฏิวัติออกไป ตั้งแต่ทักษิณมา ทักษิณเก่งมาก เป็นตัวอย่างของโลกที่เก่งมาก เก่งทางเลว เลวจริงๆ เก่งจริงๆ ตัวเองถูกออกไป ตัวเองไม่ได้อยู่ในประเทศ แต่นอมินี ตัวแทน ตั้งแต่สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ โอ้โห่ หมดจากยิ่งลักษณ์แล้ว ยังมีหาง แผ่นดินไหว อาฟเตอร์ช็อค หรือพูดอีกนัยยะคือยังมีเสียงหมาเห่า บ๊องๆๆอยู่ ยังมีอยู่ ยังไม่ยอมเลิก ไม่ยอมหยุด เพราะทั้งๆที่ใครก็รู้ว่าแพ้ แพ้อย่างสิ้นท่าแล้วทักษิณ แต่ก็ไม่ยอมเลย เปิดคลับเฮ้าส์ พูดอยู่ทุกวัน อย่างโน้นอย่างนี้ อย่างนี้อย่างโน้น นี่ รัฐศาสตร์ ย้อนไปว่า ประชาธิปไตยที่ประชาชนปฏิวัติหรือรัฐประหารรัฐบาล อย่างที่ว่านี้ 3 - 4 รัฐบาล โดยความสงบเรียบร้อย ไม่มีอาวุธ ไอ้ที่มีคนตายนั้น มันซ้อนรัฐบาลที่เขาใช้ ชายชุดดำบ้าง อะไรบ้าง มันซ้อนอะไรต่างๆ นานา ซึ่งอย่างนี้แหละมันมีความซับซ้อนอยู่ในระบบทุกอย่าง แต่สรุปแล้ว ขออภัย อาตมาพูดคำนี้แหละคนจะหมั่นไส้ ประชาชนไปปฏิวัติจนเรียบร้อยแล้ว แต่ตัวอย่างที่เรียบร้อยขนาดนี้ สวยงามสภาพขนาดนี้ มันไม่มีแล้วในโลก พอเสร็จ เขาก็เดินตามประเพณีจารีต มันต้องมีคน ประชาชนปฏิวัติเสร็จแล้ว ไม่มีใครไปเอาตำแหน่งหน้าที่ รอจนพลเอกประยุทธ์เข้ามา และบอกว่า ถ้าเช่นนั้นวินี้ ผมก็ต้องขอยึดอำนาจ คือ ชัยเกษมเขาเล่นลิ้นบอกว่า วินาทีนี้ ผมยังไม่ลาออก พลเอกประยุทธ์ก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้น วินาทีนี้ ผมก็ขอยึดอำนาจ คือพูดเหมือนเล่นๆกัน มันง่าย มันสะดวก มันไม่มีตัวอย่างในโลกหรอก แต่แท้ที่จริงประชาชนปฏิวัติให้มารอผู้ที่รับไม้ต่อจากประชาชนไป นี่แหละคือการรับไม้ต่อของผู้ที่ไปบริหารประเทศ เพราะพลเอกประยุทธ์ หัวหน้าคสช.อีก ก็มารับไม้ต่อและก็ขึ้นบริหาร ตอนแรกเขาก็ถือว่า เป็นพวกยึดอำนาจด้วยอำนาจทหาร เอาเรื่องของแบบกฎระเบียบชนะแบบนั้นมายึดอำนาจ มันก็เป็นรูปธรรมที่คนเห็นทั้งโลก เขาก็บอกว่า เป็นการยึดอำนาจ เพราะฉะนั้น 4 ปีแรกของนายกประยุทธ์ เขาก็ถือว่า เป็นเผด็จการ เป็นการยึดอำนาจโดยทหาร แต่ประชาชนที่ไม่ยอมให้บริหารประเทศที่มันไม่เข้าเรื่องมา ไม่ว่าจะเป็นทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ ประท้วงหมด จนชนะมาหมด เมื่อประยุทธ์ขึ้นก็ไม่ได้ไปประท้วง ปล่อยให้ประยุทธ์ดำเนินไปเข้าตาประชาชนจนครบเทอม 4 ปี เมื่อครบเทอม 4 ปีแล้วเลือกตั้ง เลือกตั้ง พลเอกประยุทธ์ไม่ได้เข้าพรรคไหนเลย เลือกตั้งเสร็จแล้ว เขาก็เสนอพลเอกประยุทธ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี นี่แหละคือ ประชาธิปไตย 100% นายกประยุทธ์เป็นประชาธิปไตยเต็มใบเลย 100% เลย ไม่ได้อยู่พรรคไหน แต่ในสภาโหวตให้เป็นนายกแข่งกับธนาธร จึงเป็นประชาธิปไตย 100% มาตั้งแต่บัดนั้น จนเดี๋ยวนี้นายกประยุทธ์ก็ยังบริหารอยู่ จน 8 ปี กฎหมายบอกว่า เป็นต่อไม่ได้ อาตมาก็เลยรู้สึกว่าอันนี้คาคอ 8 ปีแล้วไปต่อไม่ได้ แต่เห็นว่าโพลทุกโพลก็เอานายกประยุทธ์นี่แหละ ก็ยังไม่เห็นว่า ใครจะขึ้นมาเป็นแคนดิเดตได้ อาตมาก็ยังนึกไม่ออก มองไม่ออกเหมือนกันว่า จะเป็นอย่างไรต่อ พวกนักกฎหมายจะพลิกแพลงอย่างไรสำหรับคนที่เห็นด้วย มันเป็นไปได้นะ ตอนนี้คนอื่นก็ยังขึ้นมาแทนไม่ได้ก็เสนอตัวขึ้นมาทั้งนั้น แม้แต่ดร.สมคิด มาจากไหนก็ไม่รู้ก็ยังมาโผล่กับเขา พวกนี้ มีอนุทิน มีจุรินทร์ ก็เป็นนายกได้ทั้งนั้น แต่ขอลองเทียบๆความรู้สึกดู ไม่ใช่ว่าจุรินทร์ไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี อนุทินก็เคยเป็นรัฐมนตรี แล้วจะเป็นนายก ตอนเป็นรัฐมนตรีแสดงฝีมือมาแล้ว แล้วจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ลองเทียบเคียงกันดูสิ นายกประยุทธ์เคยเป็นรัฐมนตรี ก็เทียบเคียงกันดู ว่ามันพอจะเทียบกันได้ไหมมีความละเอียดพอที่จะเทียบหรือไม่มองเห็นความต่าง ลิงค หรือความต่างระหว่างพฤติการ พฤติกรรมของแต่ละคน แต่ละคนที่แสดงมาแล้วมีผลงานมาแล้วมีฝีมือมาแล้ว มันจะพอเทียบกันได้ไหม อาตมาก็ว่า พลเอกประยุทธ์นี้มีความรู้ความสามารถแพรวพราวรอบตัว ได้ดีกว่าแคนดิเดตอื่นๆ 6 คนที่จะยกขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรอย่างไรก็ยังไม่มีใครเทียบ 651205 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 5 พ่อครูพบ อ.ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร