ศีลย่อมยังให้ถึงอรหันต์โดยลำดับ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.30 KB
วันที่แก้ไข14 ธันวาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ศีลย่อมยังให้ถึงอรหันต์โดยลำดับ ดูกรอานนท์ ก็ธรรมปริยายชื่อว่า”ธรรมาทาส” ซึ่งเป็นธรรมที่มีอยู่ในพระอริยสาวกผู้ใด ย่อมพยากรณ์ตนเองได้ว่า ตัวเราเป็นพระโสดาบันแล้ว ดังนี้นั้น เป็นไฉน? 1. เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า 2. เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม 3. เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ 4. เป็นผู้ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท วิญญูชนสรรเสริญ อันตัณหาและทิฐิลูบคลำไม่ได้ เป็นไปเพื่อสมาธิ พ่อครูว่า…ทุกวันนี้ ไปนั่งหลับตาไม่เกี่ยวกับศีลเลย ศีลเขาสอนแค่ควบคุมกายวาจาเท่านั้น ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้นเลย พระพุทธเจ้าสอนศีลบรรลุถึงจิตเลย ในกิมัตถิยสูตร เล่ม 24 ข้อ 1 และ 208 กิมัตถิยสูตร [1] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้-สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ศีลที่เป็นกุศลมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอานนท์ ศีลที่เป็นกุศล มีอวิปปฏิสารเป็นผล มีอวิปปฏิสารเป็นอานิสงส์ ฯ อานนท์ ..ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็อวิปปฏิสารมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ อวิปปฏิสารมีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์ ฯ อานนท์ ..ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปราโมทย์มีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ ปราโมทย์มีปีติเป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์ ฯ อานนท์ ..ข้าแต่พระอง

อ่านต่อ

ค์ผู้เจริญ ก็ปีติมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์ ฯ (ปัสสัทธิมีรากศัพท์มาจากการเห็น ปัสสะ เช่นตากระทบรูปเห็น หูกระทบเสียง เป็นต้น) อานนท์ ..ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปัสสัทธิมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์ ฯ (สุขตัวนี้ยืมภาษามาเรียกเฉยๆ แต่ไปเข้าใจไปใช้อุเบกขาคือไม่สุขไม่ทุกข์ จริงๆแล้ว ความสุขจริงๆนั้นไม่มี) อานนท์ ..ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็สุขมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์ ฯ

พ่อครูว่า…ปฏิบัติศีลในจรณะ 15 และวิชชา 8 จึงจะเกิดเป็นสมาธิ สมาธิเกิดจากการสั่งสมจิตที่บริสุทธิ์สะอาดตกผลึกเป็น สมาหิโต ไม่ใช่สมาธิแบบโลกีย์ที่เขาเข้าใจกัน

อานนท์ ..ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็สมาธิมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะเป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ ฯ อานนท์ ..ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ยถาภูตญาณทัสสนะมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ ยถาภูตญาณทัสสนะมีนิพพิทาวิราคะเป็นผล มีนิพพิทาวิราคะเป็นอานิสงส์ ฯ

พ่อครูว่า…ปฏิบัติศีลแล้วจะมีปัญญารู้แจ้งเป็นวิมุติ

อานนท์ ..ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็นิพพิทาวิราคะมีอะไรเป็นผล มีอะไรเป็นอานิสงส์ ฯ พระผู้มีพระภาค ..ดูกรอานนท์ นิพพิทาวิราคะมีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นผล มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ ดูกรอานนท์ ศีลที่เป็นกุศล มีอวิปปฏิสารเป็นผล มีอวิปปฏิสารเป็นอานิสงส์ อวิปปฏิสารมีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์ปราโมทย์มีปีติเป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์ ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์ สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะเป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ ยถาภูตญาณทัสสนะ มีนิพพิทาวิราคะเป็นผล มีนิพพิทาวิราคะเป็นอานิสงส์ นิพพิทาวิราคะมีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นผล มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ ด้วยประการดังนี้ ดูกรอานนท์ ศีลที่เป็นกุศลย่อมถึงอรหันต์โดยลำดับด้วยประการดังนี้แล ฯ จบสูตรที่ 1

พ่อครูว่า…กุสลานิ สีลานิ อนุปุพเพนะ อรหัตตายะ ปูเรนตีติ ศีลที่เป็นกุศล ย่อมยังอรหัตผลให้บริบูรณ์ไปตามลำดับ

ทำไมเขาไปหลงงมงายอยู่อย่างนั้นไม่ตื่นสักที ปลุกแล้วปลุกอีก ก็ต้องทน ไม่รู้จะทำยังไงเพราะเขายึดมั่นถือมั่น เพราะฉะนั้นในคำว่าศีล ที่ท่านสรุปว่า กุสลานิ สีลานิ อนุปุพเพนะ อรหัตตายะ ปูเรนตีติ ศีลที่เป็นกุศล ย่อมยังอรหัตผลให้บริบูรณ์ไปตามลำดับ ก็ชัดเจน ปฏิบัติศีล จะเกิดผลทางจิตตั้งแต่ อวิปฏิสาร ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเช่นคนปฏิบัติศีลข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ศีลข้อที่ 3 เมื่อคุณถือศีล ก็ต้องปฏิบัติสำรวมสังวรในศีล คุณจะต้องสำรวมอินทรีย์ ต้อง มีโภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ นี่คือหลักปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า 3 ข้อ ในจรณะข้อที่ 2 3 4 ข้อที่ 1คือศีล ข้อที่ 2 สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ข้อที่ 3 โภชเนมัตตัญญุตา ข้อที่ 4 ชาคริยานุโยคะ นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ที่คุณไปเรียนกันมานั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ ศีลต้องไปปฏิบัติสำรวมกายวาจา ส่วนสมาธิไปนั่งหลับตาเอา นั่นคือความเสื่อมของศาสนาพุทธ ทำลายคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ให้ผิดเพี้ยนไปตามสัจจะของพระเจ้า ต้องมาสอนตามจรณะ 15 ปฏิบัติธรรมไม่ผิด 3 ข้อ เมื่อเริ่มมาบวชตามพระพุทธเจ้าจะต้องเริ่มถือศีล ขอพลาดพิงแสงอรุณ 7 ฟังให้ดีนะอาตมาจะอธิบายธรรมะพิสดาร

สู่แดนธรรม...ก่อนจะไปเรื่องแสงอรุณ 7 ปัญหาของคนนี้ ยังตอบไม่ได้ชัดเจนนะครับ คือความเห็นของเขาเขาเห็นผิดแปลว่า ถ้าเป็นพระอรหันต์แล้ว มาบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีในตนให้ฟัง ก็จะไม่เหลือความเป็นอรหันต์เลย ที่เขาแสดงความเห็นมาครับ

631213_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศีลที่เป็นกุศลย่อมยังความเป็นอรหันต์โดยลำดับ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน