21-11 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 1637-1658.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์640 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

ทำงานเอกสาร และงานออกแรงปานกลาง อาการไม่สบาย หนังตาทั้ง 2 ข้างตกและตาแห้ง การให้คำแนะนำ กัวซาใบหน้าเน้นบริเวณหน้าผาก และหัวคิ้วทำต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน หยอดตาด้วยน้ำสกัดสมุนไพรฤทธิ์เย็น เช้า – เย็น ผลการปฏิบัติ อ าการหนังตาตกดีขึ้นตาไม่แห้งแล้ว และทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ กรณีศึกษาที่ 3.39 3 พุทรา นามสมมติ หญิงไทยอายุ 49 ปี จังหวัด ชลบุรี ปกติทำงานออกแรงปานกลางปกติ ไม่เคยทำงานตัดหญ้า เมื่อใช้เครื่องตัดหญ้า วันละประมาณ 2 ช ั่วโมง อาการไม่สบาย นิ้วมือทั้งสองข้างล็อก จับบิดกุญแจไม่ได้ติดตะขอเสื้อผ้าไม่ได้ การให้คำแนะนำ 1) แช่มือในน้ำต้มผักอุ่น ๆ แช่ 3 นาที พัก 1 นาที ครั้งละ 3 รอบ เช้า-เย็น 2) กัวซาหลังจากแช่มือแล้วแต่ละครั้ง เพราะหลังการแช่กล้ามเนื้อจะคลายตัวทำให้การระบายพิษ ออกเป็นได้สะดวกขึ้น 3) กดเส้นลมปราณ – เส้นของแขนด้านนอกทั้งสามเส้นร่วมด้วย (เส้นลำไส้ ใหญ่ เส้น ซานเจียว และ เส้น ลำไส้เล็ก) ผลการปฏิบัติ วันแรกอาการดีขึ้นปานกลาง วันที่ 2 อาการดีขึ้นมาก วันที่ 5 อาการหายสนิท กำแบมือได้ตามปกติ กรณีศึกษาที่ 3.39 4 ต้นหอม นามสมมติ ชายไทย อายุ 65 ปี กรุงเทพมหานคร ปรึกษาเมื่อ 2 ม กราคม 25 58 เป็นหวัดมีน้ำมูกมาก อาการไม่สบาย แน่นจมูกหายใจไม่ออกตอนหัวค่ำ การให้คำแนะนำ หยอดจมูกด้วยน้ำปัสสาวะ หรือใช้น้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมน้ำมันเขียวแล้วสูด ดม หลังจากสูดดมน้ำอุ่นผสมน้ำมันเขียว ผลการปฏิบัติ อาการแน่นจมูกดีขึ้นบ้าง หลับได้เช้าทำต่อ กรณีศึกษาที่ 3.39 5 มะกอก นามสมมติ หญิงไทย อายุ 62 ปี จังหวัด มุกดาหาร อาชีพเกษตรกร ทำงานหนักปานกลาง อาการไม่สบาย นอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากปวดบริเวณสะบักซ้ายมาประมาณ 4 วัน เคยได้รับการปรับสมดุลโ

อ่านต่อ

ครงร่างกาย และการกัวซาแล้ว การปฏิบัติช่วยเหลือ นวดบริเวณ สะบัก หลัง สะโพก และนวดปลายเท้า ก่อนนอน 2 วันวันที่ 2 เพิ่มท่าออกกำลังกายเพื่อการคลายกล้ามเนื้อบริเวณไหล่โดยใช้ท่าออกกำลังกายของป้าบุญมีคือท่าว่ายน้ำและกรรเชียง ผลการปฏิบัติ คืนแรกนอนหลับได้ดีอาการปวดลดลง วันที่สองหลังออกกำลังกายเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบ่าไหล่ดีขึ้นนอนหลับได้ กลับ มา ทำกิจการงานได้ตามปกติ วันที่ 3 ท่านหยุดบริหารแล้ว กรณีศึกษาที่ 3.39 6 มะขาม นามสมมติ หญิงไทย อายุ 62 ปี จังหวัด อุตรดิตถ์ ดูแลตัวเองตามหลักการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม 5 วันก่อนถูกกระแทกไม่รุนแรงบริเวณชายโครงขวา ดูแลตัวเองด้วยการประคบเย็น และนวด-ทาบ้างแล้ว อาการไม่สบาย หายใจแล้ว รู้สึกเจ็บบริเวณชายโครง บางคร ั้งมีความรู้สึกเคล็ดยอกเล็กน้อย การให้คำแนะนำ 1 ) ใช้ใบพลับพลึงลนไฟ หรือให้ร้อน แล้วนำมานาบ ครั้งละ 1-3 ช ั่วโ ม ง วันละ 2 ครั้ง 2 ) ฝึกคลายกล้ามเนื้อโดยการควบคุมการหายใจ โดยหายใจเข้า ใช้เวลา 5 วินาที อก ขยาย – กลั้นไว้ 10 วินาที ผ่อนหายใจออกช้า ๆ 10 วินาที แต่ละครั้งทำเช่นนี้ 5-10 รอบ วันละ 2-3 ครั้ง ผลการปฏิบัติหลังการนาบด้วยพลับพลึง 3 วัน (หลังจากนั้นมีผื่นแดงขึ้น จึงทาบริเวณที่เคล็ดยอกด้วยขี้ผึ้งฤทธิ์ร้อน) ผสานการควบคุมหายใจบ่อย ๆ 6 วัน หลังการปฏิบัติ ท่านสามารถออกเล่นกอล์ฟได้ ไม่มีอาการปวดชายโครง กรณีศึกษาที่ 3.39 7 ตะไคร้ นามสมมติ ชายไทย อายุ 60 ปี ภาคอีสาน เมื่อ เดือน ธ ันวาคม 25 57 ขณะที่บรรยากาศรอบนอกหนาวเย็นอุณหภูมิเฉลี่ย 14-20 องศาเซลเซียล อาการไม่สบาย ร้อนภายในร่างกาย แต่หนาวภายนอก และส่วนของปลายมือ ปลายเท้า การให้คำแนะนำ ปรับมากินอาหารสมุนไพรและอาหารฤทธ์เย็นที่ปรุงผ่านความร้อนหรือกดน้ำ ร้อนใส่หลีกเลี่ยงการกินอาหารฤทธ ิ์ ร้อน เพราะความร้อนจากอาหารจะสะสม ทำให้ร้อนต่อไปได้อีก ผลการปฏิบัติ ท่านสบายตัวขึ้นหลังได้ดื่มสมุนไพรและกินอาหารฤทธิ์เย็น กรณีศึกษาที่ 3.39 8 ตังโอ๋ นามสมมติ ชายไทย อายุ 40 ปี อาชีพเกษตรกร อำเภอ ธาตุพนม จังหวัด นครพนม อาการหรือโรค สะอึกไม่หายเป็นมาประมาณ 2 สัปดาห์ แก้ไขโดยการดื่มน้ำเย็น แกล้งทำให้ตกใจ การกลั้นหายใจแล้วอาการยังไม่หาย อาการไม่สบาย อาการสะอึกต่อเนื่อง ตั้งแต่แรกลงทะเบียนเพื่อเข้าค่าย สุขภาพแพทย์วิถีธรรม 1 วัน (ในช่วงเวลาตั้งแต่ 08.00 – 09.00 น. ) การให้คำแนะนำ และให้ปฏิบัติตาม ขั้นที่ 1 หายใจ เข้า-ออก ยาว ๆ ประมาณ 10 รอบ (เพื่อเป็นการประเมินว่าผู้ที่มีอาการจะหายใจได้สั้น หรือ ยาว เพียงใด) ขั้นที่ 2 หายใจเข้าท้องผ่อนคลาย – กลั้นหายใจ (นานเท่าที่ทำได้) – หายใจออกยาว (ช้าที่สุดเท่าที่ทำได้) ทำประมาณ 10 รอบ ผลการปฏิบัติ อาการสะอึกหาย แต่หลังกินอาหารกลางวันเสร็จประมาณ 20 นาที ( 12.30 น.) เขามีอาการสะอึกอีก จึงได้สรุปให้ทราบถึงสาเหตุของอาการสะอึกอาจเนื่องจากการเคี้ยวอาหารเร็วเกินไป และจากผลของความร้อนจากการรับประทานอาหารในครั้งนั้น จึงได้แนะนำย้ำถึง หลักการกินอาหารที่เหมาะสม กรณีศึกษาที่ 3.39 9 มะขวิด นามสมมติ หญิงไทย อายุ 50 ปี จังหวัด มุกดาหาร ทำงานออกแรงปานกลาง มักเป็นตะคริวเมื่อกระทบเย็น อาการไม่สบาย อาการตะคริวแบบเย็นนิ้วเท้า และน่องเกร็ง การให้คำแนะนำ 1 ) ตั้งสติ หายใจอย่างผ่อนคลายผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ขา น่อง เท้า (อาการเกร็งทุเลาลงบ้าง) 2 ) ดัดนิ้วเท้า ให้ดึงปลายเท้าเพื่อกระดกข้อเท้าเข้าหาตัวเอง เพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อน่อง 3 ) ดื่มน้ำอุ่น และประคบอุ่นด้วยการวางกระเป๋าน้ำร้อน ผลการปฏิบัติ ประมาณ 10 นาที อาการตะคริวหายสนิท กรณีศึกษาที่ 3.40 0 แตงกวา นามสมมติ ชายไทย อายุ 52 ปี ทำงานออกแรงปานกลางขับรถเดินทางระยะไกลบ่อย อาการไม่สบาย ถุงอัณฑะซ้ายบวมและปวดหน่วง ซักประวิติเพิ่มเติมขาหนีบซ้ายบวมเล็กน้อยบริเวณต้นคอ หลังใบหูซ้ายมีอาการบวมเล็กน้อย (อาจเป็นแนวเส้นลมปราณ ซานเจียว ) การให้คำแนะนำ 1. ให้เดินทางน้อยลง หรือลดการนั่งนาน ๆ ลง 2. กัวซาบริเวณ ท้องน้อย ขาหนีบ ด้วยผ้าขนหนู หลัง สะโพก ลงออกทางรูทวาร 3. พอกและประคบเย็นในช่วงแรก 4. แช่สะโพกด้วยน้ำอุ่น สลับกับการแช่น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นอุณหภูมิปกติ แนะนำให้ผู้ที่ไม่สบายเลือกพิจารณาตามความรู้สึกสบายของร่างกายและบริเวณถุงอัณฑะ ผลการปฏิบัติ เขารู้สึกอาการทุเลาบ้างอาการบวมยุบ แต่ไม่ปกติ ไม่หายสนิท อาการปวดหน่วงน้อยลง จากการสังเกตถ้าต้องเดินทางจะมีการบวมได้อีก กรณีศึกษาที่ 3.40 1 ถั่ว นามสมมติ ชายไทย 50 ปีเศษ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ทำงานเกี่ยวกับด้านคอมพิวเตอร์ อาการไม่สบาย ไหล่ขวาติดไม่สามารถยกแขนขวาตรงและแนบใบหูได้ หากนำแขนขวาอ้อมไปด้านหลังชูปลายมือขึ้นไปทางศีรษะ ส่วนแขนซ้ายยกขึ้นด้านบนปลายมือชี้ฟ้าแล้วพับศอกลงนำมือซ้ายมาจับมือขวาเขาไม่สามารถเอื้อมมือมาสัมผัสกันได้ การ ให้คำแนะนำ สาธิตและให้ปฏิบัติตาม ใช้หลักการยืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณคอบ่า ไหล่และสะบักทั้ง 2 ด้าน แต่ยืดข้างขวานานกว่า และจำนวนครั้งมากกว่า ในขณะปฏิบัต ิการเคลื่อนไหวทำผสานกับการหายใจ เข้าและออก ใช้เวลาปฏิบัติข้างละประมาณ 10 นาที ผลการปฏิบัติ เขาสามารถนำมือทั้งสองมาสัมผัสกันได้ในท่าที่ทำการประเมิน ก่อนเริ่มปฏิบัติ กรณีศึกษาที่ 3.40 2 มะตูม นามสมมติ หญิงไทย อายุ 50 ปีเศษ จังหวัด ระยอง รูปร่างค่อนข้างท้วม ทำงานออกแรงปานกลางและต้องยืนนาน อาการไม่สบาย เส้นเลือดขอด ปวดขาขวา รู้สึกหนักขามากหลังได้รับคำแนะนำให้กัวซาบนเส้นเลือดขอดแล้วรู้สึกไม่ดีขึ้น การให้คำแนะนำ 1. ดื่มสมุนไพรปรับสมดุล และกินอาหารปรับสมดุลค่อนข้างมาทางฤทธิ์เย็น และกินอาหารตามลำดับ เพื่อให้ร่างกายได้รับเอ็นไซม์ วิตามินต่าง ๆ ที่จะซ่อมสร้างความแข็งแรงของ ผนังหลอดเลือด เสริมให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น 2. การกัวซาให้เปลี่ยนมาทำตามแนวร่องกล้ามเนื้อ หรือข้างเส้นเอ็น แทนการทำบน เส้นเลือดขอด 3. เกี่ยวกับอิริยาบทลดการยืนนาน ๆ ควรต้องยืนสลับเดิน เพื่อให้เลือดสูบฉีด แทนการที่เลือดจะไปคั่งอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ขณะนั่งไม่ควรห้อยขานาน ควรวางพาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ขาสูงระดับเดียวกับต้นขา หลังเลิกงาน นอนยกขาสูงกว่าระดับหน้าอกเล็กน้อยโดยใช้หมอนรองใต้ขา ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เลือดไหลกลับได้ดีขึ้น 4. หลังการยืนหรือเดินนาน ๆ ควรนวดขา โดยการนวดขึ้นหาโคนขา หากทำแล้วรู้สึกสบาย 5. ลองใช้ผ้ายืดม้วน ( Elastic Bandage ) พันขาเพื่อส่งเสริมให้เลือดไหลกลับได้ดีมากขึ้น ผลการปฏิบัติ หลังการปฏิบัติ 2 วัน เธอรู้สึกอาการทุเลาลงจึงได้แนะนำเรื่องการ สวนล้างลำไส้ใหญ่ต่อ กรณีศึกษาที่ 3.40 3 มะปราง นามสมมติ หญิงไทย อายุ 50 ปี รูปร่างบาง ผิวขาวอยู่กรุงเทพมหานครทำงานที่ออกแรงค่อนข้างน้อย ท้องผูกบ่อย หลายครั้งที่ถ่ายอุจจาระออกมาเป็นก้อนแข็งสีดำ จากการตรว จ ร่างกายทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่พบสิ่งผิดปกติใดแต่เธอมักพูดถึงเรื่องการการแปรปรวนเกี่ยวกับระบบขับถ่ายบ่อย อาการไม่สบาย เกิดในช่วงที่เข้าค่ายแฟนพันธุ์แท้วันที่ 2 เริ่มช่วงบ่าย มีอาการปัสสาวะไม่ออก เหนื่อยเพลียมีลมในท้อง การให้คำแนะนำและการช่วยเหลือ 1. ได้รับการปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย คอ แขน เอว แล้ว ประมาณ 13 .00 น.อาการ ยังไม่ดีขึ้น 2. ช่วงเย็นได้รับการกดจุดลมปราณ ผสมถ่าน น้ำสกัด และน้ำมันเขียวให้ดื่ม ช่วยขับลม ได้บ้าง ยังรูสึกไม่ค่อยสบายตัว ปัสสาวะไม่ค่อยออก ปากแห้ง 3 . ได้รับการปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายซ้ำ (โดย อ าจารย์ ใจเพชร กล้าจน) 4 . ให้แช่สะโพกในน้ำอุ่น ผลการปฏิบัติ เธอปัสสาวะได้ตอนค่ำ อาการดีขึ้นบ้าง ช่วงกลางคืนมีอาการแน่น และเหนื่อยอีก เพื่อน ๆ ช่วยกันดูแลเพื่อบรรเทาอาการ เช้าเธอตัดสินใจไปรับการตรวจรักษาที่ ในโ ร ง พ ยาบาล ได้รับน้ำเกลือทางหลอดเลือด และได้รับการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม กรณีศึกษาที่ 3.40 4 บ๊วย นามสมมติ หญิงลาว อายุ 52 ปี อาศัยอยู่เมืองแคนเบอรร่า ประเทศออสเตรเลีย อาชีพพนักงานทำความ สะอาดในตึกบำบัดผู้ป่วยมะเร็งของ โ ร ง พ ยาบาล แห่งหนึ่งในเมืองแคนเบอรร่า (ข้อมูลนี้ได้จากการให้สัมภาษณ์ ท างโทรศัพท์ของเธอเองซึ่งปรา ร ถนาที่จะให้ป็นวิทยาทาน) ประวัติความเจ็บป่วยเมื่อ เม ษา ย น 2557 มีก้อนที่เต้านมซ้าย ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 1 ได้รับการผ่าตัด เพื่อเอาก้อนเนื้อออกต่อมา พ ฤษภา ค ม 2557 กลับมีก้อนขึ้นใหม่อีก ได้รับการผ่าตัดครั้งที่ 2 หลังจากนั้นแพทย์เห็นควรให้รังสีรักษา เธอได้รับการฉายรังสีรักษา 30 ครั้ง ครบเมื่อ เดือน ก ันยายน 2557 อาการไม่สบาย 1. ก่อนการฉายรังสีมีอาการปวดแสบ ร้อนท้อง รู้สึกว่าในท้องร้อนผุด ๆ ต้องกิน ย า ลดกรดชนิดที่ดีใหม่ล่าสุดที่ โ ร ง พ ยาบาล มี มาประมาณ 3 ปี 2. มีก้อนนูนแข็ง ที่ข้างกระดูกสันหลังระดับเอวด้านซ้าย 2 ปี ทายามา 2 เดือน ตั้งแต่ได้รับการฉายรังสีรักษา 3. หลังการฉายรังสีรู้ร้อนในตัวมาก ไม่สบายตัว รู้สึกตึงแข็งตามตัว ขา และแขนซ้าย การปฏิบัติในการดูแลตนเอง (ตามลำดับความสำคัญที่รู้สึกว่าทำให้สบายตัว) 1. การสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยส่วนผสมหลักคือน้ำปัสสาวะนาโน ผสม ผงถ่านประมาณ 1 ช้อนแกง น้ำแช่ผงถ่านน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น และน้ำเปล่า (หรือบางครั้งไม่ได้ใช้น้ำเปล่าเลย) จน ระยะหลังเมื่อทำการสวนล้างลำไส้ใหญ่มาประมาณ 2 เดือน ผงถ่านจะไม่ไหลเข้าไปในลำไส้แล้วจึงงดใช้ผงถ่าน 2. การดื่มปัสสาวะนาโนในช่วงแรกดื่มต่อเนื่องประมาณ 2-3 วัน แล้วเปลี่ยนไปดื่ม ปัสสาวะธรรมดา เนื่องจากการตอบสนองของร่างกายทำให้เพลีย จึงดื่มแบบเป็นพัก ๆ ในการดื่มแต่ละครั้ง ครั้ง ละประมาณ 3 ช้อนแกง ผสมน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น และน้ำผงถ่าน 1 แก้ว วันละประมาณ 3 ครั้ง 3. การระบายความร้อนจากร่างกายก่อนนอนวางขวดน้ำซี่งบรรจุน้ำปัสสาวะนาโน แนบไว้บริเวณทรวงอกเพื่อช่วยซับพิษร้อนจากรังสีรักษาที่อยู่ในตัวเธอ 4. ผสมน้ำปัสสาวะนาโนในน้ำที่จะอาบในกระป๋อง (น้ำปัสสาวะ 2 ลิตร น้ำเปล่า 8 ลิตร) แทนการอาบน้ำฝักบัว เพราะน้ำฝักบัวจะร้อนและทำให้ร่างกายร้อนมากขึ้น เธอใช้น้ำดังกล่าวอาบน้ำ สระผม ไม่ใช้สบู่ นาน ๆ ใช้แชมพูสระผมครั้งหนึ่ง 5. การโยคะ กดจุดลมปราณตาม DVD โยคะ 6. การกัวซาบริเวณแผ่นหลัง และบริเวณที่ไม่สบาย 7. กรณีปัญหาเรื่องกรดในกระเพาะอาหาร กินกล้วยน้ำหว้าดิบครั้งละ 1 - 3 ลูก ก่อนอาหาร ผลการปฏิบัติ 1. รู้สึกร่างกายเบา สบาย มีพลัง ไม่ร้อนทรมานเหมือนก่อน 2. ก้อนนูนแข็ง ที่ข้างกระดูกสันหลังระดับเอวด้านซ้ายหายไป จนผิวเรียบเป็นปกติ 3. อาการกรดในกระเพาะอาหารทุเลาลงในวันแรกที่กินกล้วยดิบวันที่ 3 อาการดีขี้นมาก ครบ 2 สัปดาห์อาการหายสนิท หมายเหตุปฏิบัติกร ท่านนี้รู้จักหลักการแพทย์วิถีธรรมจากคนรู้จัก และศึกษาจาก youtube แล้วปฏิบัติด้วยตนเอง ทั้งปรับสมดุลและสังเกตความพอเหมาะ ความลงตัวด้วยตัวเองอย่างเฉพาะตน 1. มีความเป็นอยู่ผาสุก ค่าใช้จ่ายในการดูแลตนเองน้อยมาก และสามารถแนะนำผู้อื่นซึ่งไม่สุขสบายได้ด้วยความอุเบกขา 2. บุตรชายและสามีปฏิบัติตามบางวิธีการแล้วสุขภาพดีขึ้น 3. ปฏิบัติกรมีความเข้าโรค เข้าใจชีวิต เข้าถึงเรื่องกรรมและผลของกรรม เปลี่ยนเป็นคน ที่ใจเย็นลง เมตตาคนอื่นมากขึ้น ได้เรียนรู้ธรรมะไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ กรณีศึกษาที่ 3.405 ฝรั่ง นามสมมติ หญิงไทย อายุ 40 ปี กรุงเทพมหานคร ประวัติ และ สาเหตุความเจ็บป่วย หรือไม่สบายเหตุเกิด ณ ป่าไผ่ในค่ายสุขภาพที่ จังหวัด ราชบุรี คืนวันที่ 10 ธ ันวา ค ม 25 57 เนื่องจากถูกแมลงที่มีเหล็กไนชนิดหนึ่งต่อยที่บริเวณหลังมือซ้าย ระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ คืนแรกง่วงหลับไปไม่ได้ไม่ได้ทำการบำบัดแต่อย่างใดเช้าวันรุ่งขึ้นมี อาการปวดบวม ขณะที่พอก บวมตรงตำแหน่งที่ถูกต่อย ได้ดูแลตัวเองตามเทคนิคแพทย์วิถีธรรมโดยการสวนล้างลำไส้ใหญ่ การดื่มน้ำปัสสาวะ และการพอกเย็นด้วยใบเสลดพังพอน ขณะพอกรู้สึสบายดีแต่ อีกครู่จะมีอาการบวมและปวดอีก ใช้ขี้ผึ้งเย็นทาสบายดี รับคำปรึกษาเมื่อ 12 ธ ันวาคม 25 57 ยังคงมี อาการบวมและปวดบวมตรงตำแหน่งที่ถูกต่อย รู้สึกเหมือนว่าพิษยังวิ่งขึ้นไปที่ศอก การให้คำแนะนำ หลังจากที่ทราบว่าทำสิ่งใดไปแล้วบ้างจึงให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ให้ฝานผลมะนาวออกแล้วนำส่วนของเนื้อมะนาวมาถูบริเวณที่ถูกต่อต่อย ผลการปฏิบัติ หลังจากผู้ที่ขอคำปรึกษาปฏิบัติในค่ำวันนั้นแล้วมีความรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ทั่วบริเวณที่ถูกต่อย คล้ายกับการกัวซา รูขุมขนของบริเวณที่บวมก็ขยายออก และอีกประมาณ 15 นาที อาการบวมใหม่และบวมเก่าก็ยุบลงจนเกือบเท่าปกติ เธอเล่าว่าแตกต่าง จาก การใช้เสลดพังพอน พอก รู้สึกเย็นเหมือนกับว่าความเย็นซับหรือกักพิษไว้ หลังพอกเสร็จก็จะบวมอีก 13 ธ ันวาคม 25 57 ตื่นเช้า มามีเพียงอาการเจ็บ ๆ คัน ๆ ที่แผลจึงนำมะนาวมาทาที่ผิวซ้ำ อาการคันก็หาย อาการบวมลดลง กรณีศึกษาที่ 3.406 พลัม นามสมมติ หญิงไทย อายุ 50 ปี จังหวัด มุกดาหาร อาการไม่สบาย เมื่อต้นเดือนธันวาคม อากาศที่หนาวเย็น ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ทำให้มีอาการเท้าแตกแห้ง บริเวณมุมของนิ้วหัวแม่เท้ามีรอยแยก เลือดเก่าแห้งค้างผิวหนังโดยเฉพาะที่ ขาแตก การให้คำแนะนำ และการช่วยเหลือ แช่เท้าในน้ำปัสสาวะของตนเอง นำน้ำปัสสาวะทาผิวบริเวณที่แตกแห้งส่วนที่แตกเป็นและมีเลือดออกทาด้วยปัสสาวะซึ่งหมัก ผลการปฏิบัติ วันที่ 1 หลังทำ ผิวบริเวณที่แตกแห้งมีความชุ่มชื้นมากขึ้น มุมของนิ้วเท้า ที่แผลเริ่มเข้ามาแนบกัน อาการเจ็บหาย กรณีศึกษาที่ 3.4 07 นายร้อย นามสมมติ อายุ 50 ปี ( ข้อมูลเมื่อ ปี 2552 ) สุราษฎร์ธานี โรคไข้ซิกุนคุนยาระบาดไปทั่ว คุณหมอระบุว่าผมก็ติดเชื้อดังกล่าวด้วย มีอาการเป็นไข้ ปวดตามข้อตามเนื้อตัว ผมใช้หลักแพทย์วิถีพุทธ เทคนิค 9 ข้อ สูตรเย็น ภายใน 3 วัน อาการดังกล่าวหายไป เพื่อนของผมที่ใช้การแพทย์วิถีพุทธไม่ต่ำกว่า 5 คน ที่อาการดังกล่าวหายภายใน 3 ถึง 7 วัน ในขณะที่คนอื่นที่ติดเชื้อดังกล่าว ที่รับประทานยาแผนปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-3 เดือน อาการ จึง จะทุเลา ขอขอบคุณอาจารย์หมอเขียวที่ถ่ายทอดวิชาการแพทย์วิถีพุทธให้พวกเราใช้ในการดูแลสุขภาพครับ กรณีศึกษาที่ 3.40 8 ลูกสาวคุณดอกรัก นามสมมติ ส่วนลูกสาวอายุ 13 ปีที่เป็นไมเกรน มีอาการเป็นเมื่อไหร่ก็คลานไปโรงเรียนหรือไม่ได้ไปเลย บางครั้งมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ปรากฏว่ากินน้ำเขียวแล้วถูกกัน ผลที่ได้คือ ขณะนี้ไม่ปวดหัวแล้ว เขาดีใจมาก มาขอบคุณหมอเขียว (ดอกรัก นามสมมติ . สัมภาษณ์ . 2552 , เมษายน 21-30) กรณีศึกษาที่ 3.4 09 คุณพ่อคุณดอกรัก นามสมมติ โดยส่วนตัว คุณพ่อและคุณแม่จะเป็นหลายโรค อายุประมาณ 80 ปี เป็นเบาหวาน ความ ดัน ไขมัน พ่อก็จะเป็นเก ๊ าท์ เดินไม่ได้ เพราะ ชอบกินมาก ได้ให้พ่อทานน้ำ สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ปรากฏว่าภายใน 10 วัน เข่าที่บวมเดินไม่ได้ สามารถเดินได้ ทุกวันนี้เข้าสวนได้ เดินได้ ปลูกต้นไม้ได้ ซึ่งแต่ก่อนอาหารไม่ดี ส่วนปัจจุบันไม่ปวดเก ๊ าท์ไปโรงพยาบาลเช็คข้อมูลก็ลดลง ส่วนลูกชาย เป็นโรคท้องผูกก็ให้ทาน สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด รสอ่อน ๆ ก็ช่วยได้ ตอนนี้ก็ถ่ายคล่องระบายได้ดีทุกคน (ดอกรัก นามสมมติ. สัมภาษณ์ . 2552 , เมษายน 21-30) กรณีศึกษาที่ 3.4 10 ลูกชายคุณดอกรัก นามสมมติ ส่วนลูกชายเป็นโรคท้องผูก ก็ให้ทาน สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด รสอ่อน ๆ ก็ช่วยได้ ตอนนี้ก็ถ่ายคล่องระบายได้ดีทุกคน (ดอกรัก นามสมมติ . สัมภาษณ์ . 2552 , เมษายน 21-30) กรณีศึกษาที่ 3.411 เพื่อนร่วมงาน คุณดอกรัก นามสมมติ เขาบอกว่า ขอโทษด้วยที่เขาไม่ได้กินอาหารฤทธิ์เย็นเลยแต่เขาบริโภคน้ำเขียวอย่างยิ่ง เช้า กลางวัน เย็น ทำเอง หาง่าย เพราะอยู่ต่างจังหวัดเขาบอกว่าไขมันในเลือดลง ตอนเจอกันก็ได้ซักถามส่วนตัว เขาบอกว่าในกรณีของคนช่วงต้น ๆ จะทำ 100% เลยมันอาจจะยาก อยากบอกว่าหลายคนใน 50 คนที่ทานน้ำเขียวแล้วไขมันในเลือดลดลง (ดอกรัก นามสมมติ. สัมภาษณ์ , 2552 เมษายน 21-30) กรณีศึกษาที่ 3.412 เพื่อนร่วมงาน 2 คุณดอกรัก นามสมมติ อีก 2 คนเป็นเบาหวาน อ้วนมาก แล้วเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง พี่เขาจะกินน้ำเขียวทั้งวัน เพราะเป็นเยอะแล้ว เขาจะหิ้วมาแล้วไปแช่ตู้เย็นไว้ แล้วก็กินทั้งวัน กิน เช้า กลางวัน เย็น และก่อนกลับบ้านก็อีกครั้ง ตื่นเช้าก่อนแปรงฟันอันดับแรกก็ดื่ม 2 แก้ว ช่วงนั้นท้องว่างก็ดีที่สุด แล้วทานก่อนทานข้าว ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนทานข้าวเช้าข้าวเที่ยง ข้าวเย็น และ 1 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน สรุปก็คือทั้งวัน มันจะได้ผลมาก เราก็ดีใจด้วย ที่ร่างกายเขาดีขึ้นมาก จนสุดท้ายตรวจที่โรงพยาบาลไม่พบเซลล์มะเร็ง (ดอกรัก นามสมมติ . สัมภาษณ์ . 2552 , เมษายน 21-30) กรณีศึกษาที่ 3.413 นางสาวกราบ นามสมมติ หญิง ไทย อายุ 27 ปี ข้อมูลเมื่อ ปี 2553 กรุงเทพมหานคร ดิฉันเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน รับราชการที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง เป็นไทรอยด์เป็น พิษ รับประทานยากดฮอร์โมนไทรอยด์ ก็ไม่สามารถลดฮอร์โมนไทรอยด์ได้ จนถึงขั้นต้องกลืนแร่ ก็ยัง ไม่สามารถทำให้ต่อมไทรอยด์หยุดการทำงานได้ มีอาการใจสั่น มือสั่น อ่อนเพลีย ผอม ปวดแสบ ตา ตาแห้งตาโปนหยอดน้ำตาเทียมก็ไม่ทุเลา ในระหว่างรอผ่าตัดต่อมไทรอยด์ได้มาพบ การแพทย์วิถีพุทธ ที่สวนป่านาบุญ ต .ดอนตาล อ.ดอนตาล จังหวัด มุกดาหารใช้ น้ำสกัดสมุนไพรฤทธิ์เย็นหยอดตาแก ้ อาการปวดแสบตา ตาแห้งได้ดีกว่าน้ำตาเทียม ซึ่งอาการที่ดิฉันเป็นหยอดน้ำตาเทียมแทบไม่มีผลอะไรเลย ปฏิบัติรับประทานสมุนไพรและอาหารฤทธิ์เย็น ติดต่อกัน 3 เดือน สภาพร่างกายเป็นปกติ ไม่มีอาการไทรอยด์เป็นพิษ ผลการตรวจเลือดไม่พบไทรอยด์เป็นพิษ กรณีศึกษาที่ 3.414 นางสาวรอยพุทธ นามสมมติ อายุ 58 ปี ข้อมูลเมื่อ ปี 2555 อุบลราชธานี มีอาการบวมคันตามร่างกาย มาเข้าค่ายสุขภาพหมอเขียวที่ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จากการฟังบรรยายพบว่าเกิดจากภาวะร้อนเกินจึงใช้เทคนิค 9 ข้อ ตามหลักการแพทย์วิถีพุทธ โดยสูตรเย็นอาการเริ่มทุเลาเป็นลำดับ จนได้ 2 สัปดาห์ อาการบวมคันก็หายไป ได้ใช้สูตรเย็นต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ กลับมาบวมคันอีกครั้ง ยิ่งใช้ฤทธิ์เย็นยิ่งบวมยิ่งคัน แต่พอใช้ฤทธิ์ร้อนในเทคนิค 9 ข้อ อาการบวมคันก็ลดลงและหายไป อาจารย์หมอเขียวอธิบายว่า อาการบวมคันครั้งแรกเกิดจากร้อนเกิน ใช้สูตรเย็นจึงดีขึ้น ส่วนอาการบวมคันครั้งหลังเกิดจากสาเหตุเย็นเกินตีกลับเป็นอาการร้อนหรือร้อนหลอก ใช้สูตรร้อนจึงดีขึ้น กรณีศึกษาที่ 3.415 นางแก่นธรรม นามสมมติ อายุ 58 ปี ข้อมูลเมื่อ ปี 2550 จังหวัดขอนแก่น เป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อยู่ในภาวะ วัย ทอง รับประทานแคลเซียมและเอสโตรเจนที่แพทย์จ่ายให้ต่อเนื่องหลายปี อาการ วัย ทองนอกจากจะไม่ทุเลาแล้วซ้ำยังรุนแรงยิ่งขึ้น และมีโรคแทรกซ้อน ดิฉันได้ขอคำแนะนำจากคุณหมอเขียว คุณหมอเขียวบอกว่า วัย ทองเป็นภาวะร้อนเกินแคลเซียมสังเคราะห์ที่แพทย์จ่ายมีฤทธิ์ร้อน ส่วนเอสโตรเจนสังเคราะห์นั้น การรับประทานปริมาณคงที่ทุกวัน ทำให้ไม่สมดุลกับร่างกายที่มีการแปรปรวนของภาวะร้อนเย็นตลอดเวลา จึงให้ดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสดจากย่านาง ใบเตย บัวบก หรือสมุนไพรฤทธิ์เย็นชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีแคลเซียมฤทธิ์เย็น โดยผสมกับน้ำมะพร้าวอ่อนสด ซึ่งมีเอสโตรเจนธรรมชาติ แทนแคลเซียมและเอสโตรเจนสังเคราะห์ โดยดื่มในปริมาณและความเข้มข้นที่รู้สึกสบาย เมื่อปฏิบัติได้ 1 สัปดาห์ เกิดความมหัศจรรย์คืออาการ วัย ทองหายไป กรณีศึกษาที่ 3.416 นางสาวตรัง นามสมมติ อายุ 35 ปี ข้อมูลเมื่อ ปี 2552 กรุงเทพมหานคร ดิฉันมีอาการปวดเอว สะโพก และขา แพทย์แผนปัจจุบันระบุว่าเป็นกระดูกพรุนอย่างมาก รับประทานแคลเซียมที่แพทย์จ่ายให้ก็ไม่ดีขึ้น แพทย์บอกว่า ไม่มีทางรักษาแล้ว ดิฉันได้มาเข้าค่ายหมอเขียวที่จังหวัดตรัง ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอเขียวว่า กระดูกพรุนเกิดจากภาวะร้อนเกิน หรือเย็นเกิน หรือร้อนเย็นพันกันก็ได้ สำหรับดิฉันนั้นเป็นกระดูกพรุนจากภาวะร้อนเกิน ให้หยุดแคลเซียมร้อน แล้วมากินแคลเซียมเย็นจากสมุนไพร ผัก ผลไม้ อาหารฤทธิ์เย็นแทน ทำร่วมกับการกดเส้นลมปราณ โยคะ กายบริหารเมื่อปฏิบัติต่อเนื่องได้ 5 เดือน อาการปวดเอว สะโพก และขา หายไป ไปตรวจกับแพทย์แผนปัจจุบันระบุว่า มวลกระดูกเพิ่มขึ้นจนเป็นปกติแล้ว กรณีศึกษาที่ 3.417 คุณสนธิศักดิ์ ปักกาสารและภรรยา (คุณรุ่ง) ป่วยเป็นโรคไตวายแพทย์แนะนำฟอกไตนัดเข้าทำการรักษาผู้ป่วยภรรยาปฏิเสธการรักษา แต่ไปเข้าค่ายดูสุขภาพของหมอเขียว กลับมาได้ปฎิบัตรตัวตาม ดื่มน้ำ สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ทุกวัน แต่ก็ไปตรวจตามแพทย์นัด ผลปรากฏค่าการทำงานของไตดีขึ้นเป็นลำดับจนเป็นปกติ แพทย์ยุติการ นัด วันเดือนปี BUN Cr 23 กันยายน 54 84 18.4 25 กันยายน 54 89 19.8 26 กันยายน 54 7.20 น. 85 18.1 วันเดือนปี BUN Cr 26 กันยายน 54 10. 00 น. 85 18.3 28 กันยายน 54 69 10.7 2 มีนาคม 2554 79 6.5 9 มิถุนายน 2554 19 1.4 1 กรกฎาคม 2554 15 1.3 12 กรกฎาคม 2554 22 1.3 3.2 บันทึกกลุ่มตัวอย่างจาก กรณีศึกษาผู้ใช้การแพทย์วิถีธรรม ที่แนะนำและเก็บบันทึกโดยจิตอาสา แพทย์วิถี ธรรม เครือข่าย แพทย์วิถี ธรรม นักศึกษาแพทย์วิถีธรรมและประชาชนผู้ที่ใช้การแพทย์ วิถีธรรม ระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 255 8 (ประเภทข้อมูลที่ 1 4 แบบบันทึกประสบการณ์ของเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม ( ธ.ก.ส.) ) 3.2. 1. ธ.ก.ส. กับการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก “ สร้าง.. นำซ่อม ” 7 ปี (ที่มา : บทความวารสารของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ . ก . ส .) ) จากจุดเล็ก ๆ ของชาวธ.ก.ส. ที่เจ็บป่วยไม่สบายด้วยโรคต่าง ๆ เบาหวาน คว า มดัน ไขมัน มะเร็ง เก ๊ าท์ ฯลฯ แล้วเป็นผู้บุกเบิกหนทางมาเป็น ห มอดูแลตัวเองกันเถอะ ค่อยเป็น ค่อยไป จากปี บัญชี 2551 - 2557 มีชาว ธ.ก.ส. ทั้งระดับพนักงานและผู้บริหาร เข้าเรียนรู้และปรับพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพไปแล้วกว่า 400 คน และเหนือสิ่งอื่นใด คนป่วยที่ชนะโรค แล้วมีจิตกุศลอยากแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ สิ่งดี ๆ ให้กัน ยังรวมตัวกันเป็นแม่งานจังหวัดละ 2 - 6 คน ร่วมมือกันจัดขยายผลค่ายสุขภาพหลักสูตร 1 วัน สน จ. จังหวัด ละประมาณ 100 คน จากปี 2554 - 2557 จัดไปแล้ว 34 สนจ. รวมแล้วแบ่งปันไปสามพันกว่าคนแล้ว 4257040 14033

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน