สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน พลังสัมประสิทธิ์จักรวาลของหมู่มิตรดี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.63 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน พลังสัมประสิทธิ์จักรวาลของหมู่มิตรดี 2.หากคนๆหนึ่งพยายามสร้างสัมประสิทธิ์ที่"ยิ่งถึงแก่นในทางดี"ได้ เมื่อมารวมพลังกับ คนอีกหลายๆคนที่ต่างคนต่างก็พยายามสร้างไปในทิศทางเดียวกันตามฐานแต่ละคน การควบแน่นของพลังกลุ่มคนเหล่านี้ไปดึงพลังจักวาลของกรรมดีกรรมขั่วของแต่ละคนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดพลังแตกตัวจนเกิดพลังอีกจำนวนหนึ่งขึ้นตามลำดับๆของการปฏิบัติตนของกลุ่มคนเหล่านี้ ใช่หรือไม่เจ้าคะ? พลังจะมากหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของแต่ละท่านในหมู่ด้วยหรือไม่เจ้าคะ? ขอกราบนมัสการพ่อครูช่วยเมตตาชี้แจงความสงสัยด้วยเจ้าคะ? พ่อครูว่า ...ผู้จะมีพลังงานสัมประสิทธิ์ ต้องมีพลังงานทั้งบวกและลบ เป็นพลังงานธรรมะ 2 ที่เป็นตัวตั้ง constant เป็นฐีติธรรม แล้วจะมีพลังงานตัวที่ 3 เป็นตัวแปรที่เป็นสัมประสิทธิ์ เป็นตัวก้าวหน้าระดับคูณ แล้วรู้ทิศทางไปด้วย ไม่ถอยหลังไม่ยึกยักด้วย ศาสนาพุทธมีสัมโพธิปรายนะ มีเงื่อนไขว่าเป็นพลังงานที่มุ่งไปสู่นิพพานท่าเดียว เงื่อนไขนิยามสัมประสิทธิ์โลกุตรธรรม จึงไม่ใช่ทิศทางโลกีย์ แต่โลกีย์ไม่มีลำดับ ไม่มี constant ไม่มีตัวแปร Coefficient ที่มีคุณภาพมีพลังงานก้าวหน้าถึง สัมโพธิปรายนะไม่ใช่ จะทางฟิสิกส์มีพลังงานแรงสูงจริงไปได้แต่ไม่ได้หมายถึงอำนาจทางธรรม สัมประสิทธิ์ ของพระพุทธเจ้า C ตัวใหญ่ จะต้องประกอบไปด้วย สูตรของอาตมาคือ E= C(mc 2 +A) นี่คือสูตรของโพธิรักษ์ ยังไม่ขยายความวันนี้ ป้าย่านางถามมานี้...หากคนๆหนึ่งพยายามสร้างสัมประสิทธิ์ที่"ยิ่งถึงแก่นในทางดี"ได้ เมื่อมารวมพลังกับ คนอีกหลายๆคนที่ต่างคนต่างก็พยายามสร้างไปในทิศทางเดียวกันตามฐานแต่ละคน การควบแน่นของพลังกลุ่มคนเหล่านี้ไปดึงพลังจักรวาลของกรรมดีกรรมขั่วของแต่ละคนเ

อ่านต่อ

ข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดพลังแตกตัวจนเกิดพลังอีกจำนวนหนึ่งขึ้นตามลำดับๆของการปฏิบัติตนของกลุ่มคนเหล่านี้ ใช่หรือไม่เจ้าคะ? พ่อครูว่า...ใช่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงสรุปที่คำตอบของพระพุทธเจ้าว่า มิตรดีสหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ คุณจะไปอยู่ในมิตรชั่ว มิตรคือผู้ร่วมจิต สหายคือ ผู้ร่วมประโยชน์ สัมปวังโกคือผู้อยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน หมู่กลุ่มเดียวกัน เพราะฉะนั้นเข้ามาอยู่ในวงนี้หมู่กลุ่มนี้ สรุปว่าเข้ามาอยู่ในหมู่กลุ่มชาวอโศกนี่แหละ สัมประสิทธิ์ จะช่วยมาก 600809_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ไม่ต้องสอนก็ซึมซับสัมประสิทธิ์ได้ถ้าใจเปิด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน