สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ทิพยโสตญาณ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.33 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ทิพยโสตญาณ [๑๓๔] ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากกิเลส อ่อนควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อทิพยโสตธาตุ เธอย่อมได้ยินเสียง ๒ ชนิด คือเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ ทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ด้วยทิพยโสตธาตุ อันบริสุทธิ์ล่วงโสตของมนุษย์ ดูกรมหาบพิตร เปรียบเหมือนบุรุษเดินทางไกล เขาจะพึงได้ยินเสียงกลองบ้าง เสียงตะโพนบ้าง เสียงสังข์บ้าง เสียงบัณเฑาะว์บ้าง เสียงเปิงมางบ้าง เขาจะพึงเข้าใจว่า เสียงกลองดังนี้บ้าง เสียงตะโพนดังนี้บ้าง เสียงสังข์ดังนี้บ้าง เสียงบัณเฑาะว์ดังนี้บ้าง เสียงเปิงมางดังนี้บ้าง ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแล เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลสปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อทิพยโสตธาตุ เธอย่อมได้ยินเสียง ๒ ชนิด คือเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ ทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ด้วยทิพยโสตธาตุอันบริสุทธิ์ล่วงโสตของมนุษย์ ดูกรมหาบพิตร นี้แหละสามัญผลที่เห็นประจักษ์ ทั้งดียิ่งกว่า ทั้งประณีตกว่าสามัญผลที่เห็นประจักษ์ข้อก่อนๆ. สามารถสัมผัสรู้ถึงกิเลสที่รับสัมผัสทางทวารทั้ง ๖ แม้แต่ได้ยินเสียงแว่วมาก็รู้ว่าเสียงอะไร เป็นเสียงดนตรีอะไรแยกแยะออกมีความสามารถแยกออกว่าอันนี้เสียกลอง อันนี้เปิงมาง อันนี้บัณเฑาะว์ รู้ได้ไปตามลำดับ แล้วมี จิตวิเคราะห์มีธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิจัยตักกะออกว่าอันไหนกิเลสอันไหนไม่เป็นกิเลส แยกธรรมะสองแล้วทำลายอกุศลได้ แต่ปุถุชนไม่รู้เรื่องไม่มีฤทธิ์ ไม่รู้ทิพย์ ถ้าไม่แยกแยะมาตั้งแต่หยาบๆแล้วขั้นละเอียดๆก็ไม่มีสิทธิ์รู้ได้ แต่ฟังแล้วเข้าใจง่ายแม้คนธรรมดาสามัญแต่ก็ทำได้ยาก นัก

590108_พุทธศาสนาตามภูมิ สามัญผลสูตร ตอน

อ่านต่อ

๖

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน