สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ไม่ได้กลัวความจน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.53 KB
วันที่แก้ไข20 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ไม่ได้กลัวความจน เข้ามาสู่สิ่งที่อาตมาเจตนาอธิบาย เรื่องความจน ต้องขยายความไปอีกนาน เพราะเป็นคำสำคัญ พวกภาษาอังกฤษว่า poor ความจน เป็นนามธรรม คนจนเป็นคำนาม ในคนจนนั้นมีความจน การเป็นคนจนที่ไม่ได้กลัวความจน อ่านอันนี้ให้ฟังก่อน การเป็นคนจนที่ไม่ได้กลัวความจน แต่ยินดีเต็มใจจนตั้งใจจน อย่างมีความสุขสำราญ เพราะมีทางออกอันประเสริฐคือ มีสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 เป็นต้น เป็นคนจนแล้วสุขสำราญได้อย่างไร นี่ก็เป็นคำถามของคนทั่วไปว่าเป็นคนจนจะมีความสุขสำราญได้อย่างไร จริงหรือ ถ้าไม่จริง พระพุทธเจ้าก็โกหกเราสิ เพราะพระพุทธเจ้าสอนให้คนมาจน อัปปิจฉะนี่ให้มามีน้อยๆ แล้วพระองค์ก็ทรงมีน้อยๆ เป็นเรื่องลึกซึ้ง พระพุทธเจ้าเป็นพระเจ้าแผ่นดินแต่ท่านได้ทิ้งหมดเลย แล้วทำไมพระเจ้าแผ่นดินเราไม่ทิ้ง ก็ซับซ้อน ขอขยายความว่า บารมีนั้นไม่เท่ากัน พระพุทธเจ้าเป็นพุทธวิสัย พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็เป็นพุทธวิสัย แม้แต่ อาตมาก็เป็นพุทธวิสัย เป็นเรื่องไม่สามัญที่คนทั่วไปจะรู้ได้ เป็นการสั่งสมความเป็นพุทธ พุทธวิสัยสูงสุดก็คือของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่เต็มๆ ส่วนโพธิสัตว์ก็สร้างพุทธวิสัยไปตามลำดับ ในอจินไตยมี 4 ข้อ 2 คือฌานวิสัย คือสถานะของจิตที่สามารถทำลายกิเลสได้อย่างซับซ้อนเป็นชั้นๆ ซับซ้อน คือ พระโพธิสัตว์แต่ละชั้น ฌานวิสัย จึงไม่ใช่การชำระกิเลสในระดับ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ รอบเดียวนั้นไม่ใช่ จะมีรอบที่สูงเป็นพระโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ แล้วยังมีสูงขึ้นไปอีกถ้าจะขยายความก็เป็นอีกร้อยชั้นเลย ไม่สามารถคาดเดาได้หรอก แต่ไม่สามารถใช้ภาษาอธิบายได้หมด สมณะเดินดินว่า...ถ้าอย่างนั้นจะบอกว่า โสดาบัน มีฌานวิสัยได้หรือไม

อ่านต่อ

่ พ่อครูว่า...ได้ แต่โสดาบันอธิบายอะไรไม่ค่อยได้หรอก อรหันต์ระดับต้นอธิบายฌานยังเละๆอยู่เลย รู้สึกไหม ใช่ไหม ยังไม่ได้ง่ายๆหรอกมาอธิบายฌานวิสัย อธิบายแค่กาย แค่เวทนา 108ให้ได้ก่อนสิ เรื่องกาย เวทนา จิต ธรรม กาย คือองค์ประชุมรูปกับนาม เป็นธรรมะสองซ้อนๆ แล้วเวทนา 108 เป็นการขยายผลรวมลงมา แยกเนกขัมมะกับเคหสิตะ สั่งสมเนกขัมมะ เป็นชั้นๆๆ ของพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ แล้วก็เป็นชั้นๆของอรหันต์อีก สภาพหมุนรอบเชิงซ้อน คัมภีราวภาโส การเป็นคนจนที่ไม่ได้กลัวความจน แต่ยินดีเต็มใจจน มาจนอย่างตั้งใจจนมีความสุขสําราญ เพราะมีทางออกอันประเสริฐคือมีสัมมาอาริยมรรคมีองค์ 8 เป็นต้น จะขยายความเป็นโพธิปักขิยธรรม 37 จรณะ 15 เป็นไตรสิกขาก็ได้ มาเป็นคนจนแล้วสุขสำราญได้มีจริงเหรอ อาตมาก็ตอบ ถ้าไม่จริงพระพุทธเจ้าก็โกหกสิ มาเป็นคนจนและสุขสำราญ เป็นคนจนที่สุขสำราญแต่เป็นคนรวยนั้นเป็นทุกข์ แต่เขาอวิชชาก็ไม่รู้ว่าทุกข์ เขาบำเรอด้วยโลกธรรมเอามากลบ เขาสุก ก.ไก่ บำบัดด้วยลาภยศสรรเสริญโลกียสุข กาม ด้วยอัตตา เป็นโลกียะหมด แต่เขาก็ใช้เงินบำเรอได้ก็ไม่เห็นทุกข์ พวกนี้น่าสงสารกว่าจะเห็นทุกข์อีกนานมาก จะวนเวียนในนรกสวรรค์ เป็นสมบัติผลัดกันชมไปอีกนาน เป็นขอทานเป็นมหาเศรษฐี เป็นขอทานเป็นมหาเศรษฐี ดีไม่ดี เป็นขอทานที่เป็นขี้กลากเป็นขี้เรื้อน วนเวียนไม่รู้จบ เขาก็ไม่รู้ ผู้ที่รู้แล้วจึงจะชัดเจนและเข้าใจ สรุปแล้วให้มาจน แม้แต่พระสมณโคดมเป็นพระพุทธเจ้าในยุคนี้ ปลายภัทรกัปป์ ยังมาอยู่ในสภาพคนจน เขาก็เลยหาว่าพระพุทธเจ้ายังมาจนเลย แล้วทำไมในหลวงไม่มาจนเหมือนพระพุทธเจ้า พวกนี้ไม่รู้เรื่องไม่รู้จักอจินไตย ก็มักจะพูดเช่นนี้ พูดอย่างไม่รู้เรื่อง อธิบายอย่างใส่ความเลอะเทอะ เพราะพระพุทธเจ้าทรงพามากล้าจน มักน้อย อัปปิจฉะมีใจพอหรือจนก็พอ สันตุฏฐิ ดังนั้นก็ต้องจริงแน่ จนนี้สุขสำราญ ความสุขสำราญนั้นอยู่ที่ใจมีความสุข ความสุขความทุกข์ก็อยู่ที่ใจทั้งนั้น มีมากก็สุขมีน้อยก็สุข บางคน ซาดิสม์ มาโซคิสก็สุข มันก็อยู่ที่ใจ อุปาทาน คนที่จนและสุขสำราญก็จะเป็นขั้นๆไม่เบียดเบียนใคร อาตมากล้าพูดตรงนี้ได้ว่า คำว่าจนนี้จะทำให้อาตมามีชื่อเสียงในวงการโลก จะทำให้อาตมาได้รับการยอมรับจะมีชื่อเสียง จะขยายสภาวธรรม สัจธรรม จะขยายปรัชญาความรู้ในเรื่องคนจน แล้วคนจะมาตั้งใจจนปฏิบัติตัวเป็นคนจน ในอนาคตจะมีคนมาเป็นคนจนอีกเยอะ บอกไว้เลย เพราะคนจนอันประเสริฐสุดยอด คนรวยไม่มีประเสริฐหรอก ยิ่งรวยมากเท่าไหร่ยิ่งต่ำ มีแต่เสื่อม มีแต่นรก ติดตัวเอง ยิ่งรวยก็ยิ่งมีนรกติดตัวเองไปเรื่อยๆ

คนที่มีปัญญา เริ่มมีอัญญะอัญญาเข้าไปจริงแล้ว จะไม่กลัวความจน มาปฏิบัติ แม้จิตใจจะมีกิเลสเยอะ มีวิบาก ปฏิบัติธรรมหน้านองน้ำตาก็จะทนอยู่ได้ เพราะว่ามีเชื้อของโลกุตระมีอัญญธาตุที่ไม่ใช่เฉโกแล้ว มีความรู้ใหม่ความรู้อื่นที่ไม่ใช่โลกียะ ความฉลาดความรู้ทางโลกียคือ เฉโกเฉกตาเป็นสามเส้า แต่เริ่มต้นได้ความรู้ใหม่ เริ่มมี 4 ออกมา เมื่อมี 5 ก็อัญญะมีคู่ ถ้ามี 6 ก็มีสองเส้าแล้วเป็นวงรี เป็นดาวหางที่เจริญขึ้นเรื่อยเรื่อย เป็นแนวระนาบที่มีความหนา ไม่ใช่แบนเป็นระนาบแต่มีมิติ จาก 6 ก็ต้องมีอัญญะที่เจริญขึ้นไปเป็น 7 เมื่อ 7 แล้วก็จะเริ่มต้นใหม่เป็น 8 เป็น 9 เป็นรอบใหญ่ สามเส้าของ 1 2 3 กลายเป็น 10 เป็นวงวนคือ 0 หรือ 10 ถ้าจะจบตรงนี้นี่แหละคือพระอรหันต์จบตรงนี้ แต่ถ้าไม่จบ คุณก็ต่อ ก็ต่อไปเป็น 11 12 13 เป็นอีกหนึ่งรอบซ้อนไปอีก 601013_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่สุขสำราญตามรอยพ่อ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน