สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ขาดทุนแต่ได้กำไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ขาดทุนแต่ได้กำไร คนที่สุขสำราญนี้จะไม่กลัวความจน จะมีความจนที่สำเร็จไปได้เป็นลำดับ ความสุขสำราญอันนี้ไม่ใช่ความสุขอย่างที่บำเรอกิเลส แต่เป็นความสุขที่มีความว่าง อทุกขมสุข เป็นความสุขแบบความว่างอุเบกขา จะเป็นคนที่มีเศรษฐกิจดีที่สุด เป็นคนมีประโยชน์แก่สังคมที่สุด เพราะเป็นคนที่มีปัญญา มีชีวิตอยู่กับความจนอย่างมีคุณค่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติ แม้ว่าวงเล็ก ก็เป็นคนมีประโยชน์คุณค่าต่อหมู่กลุ่มสังคมตนเอง จะเป็นหมู่บ้าน ตำบล อำเภอขยายความสามารถไป ขยายความจริงไป เป็นคนจนที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่นได้กว้างขวางขึ้นจนเป็นถึงจังหวัด เป็นภาค จนถึงหลายภาค จนเป็นประเทศ ออกไปต่างประเทศด้วย เอื้อมเอื้อเกื้อกว้างได้มากขึ้น ทำงานสร้างสรรสุจริต มีสัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะอยู่ในโลกอย่างประเสริฐ คืออย่างเจริญด้วยเศรษฐกิจแบบคนจน เศรษฐกิจแบบคนจนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เราได้ตรัสไว้ อาตมาจะต้องขยายความไปอีกมากและพิสูจน์ความจริงด้วย เศรษฐกิจคนจน จนถึงระดับสาธารณโภคี มันเข้ากับระบอบประชาธิปไตยที่เสียภาษี 100% เท่ากับระบอบคอมมิวนิสต์ที่ต้องการให้มารวมทุนเป็นส่วนกลางเต็มที่ นี่คือสาธารณโภคี เศรษฐกิจแบบสาธารณโภคีจึงเป็นเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์แบบคนจน ที่มีความสุขสําราญอยู่กับการขาดทุนของเราคือกำไรของเรา จะมาเป็นคนขาดทุนให้แก่สังคมตลอดเวลาให้แก่คนอื่น ตามอภิวจนะของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย มันเป็นระบบเศรษฐกิจที่วิเศษสูงสุดตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า จะต้องขยายความคำว่าจน ความจนอันประเสริฐ ความจนอันมีคุณค่า ความจนอันอุดมสมบูรณ์ ไม่อุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร แม้แต่ผลไม้ก็เป็นลูกใหญ่โตเป็นลูกดีมีวิตามินสูง แล้วอันนี้เราเริ่มต้น
อ่านต่อ
ก็เพราะว่า ชาวอโศกจะต้องรู้จักทำปัจจัย 4 เราจะต้องระดมปัจจัย 4 เป็นหลัก ต่อไปอันอื่นที่ควรเจริญจะเป็นพาณิชย์ จะเป็นการเผยแพร่สืบสาน จะเป็นการศึกษาก็จะเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ให้มีอยู่มีกินก่อน อุดมสมบูรณ์ไม่ขาดเหลือในปัจจัย 4 ปัจจัย 4 เป็นเรื่องชีวิต ข้าวผ้ายาบ้าน ให้มีอุดมสมบูรณ์ ทุกคนทุกเชื้อชาติทุกภาษาต้องใช้ปัจจัย 4 เหมือนกันหมด เราก็สร้างอันนี้แหละเพื่อแจกจ่ายเกื้อกูล ขายกันตามควร ขายอย่างขาดทุน ของเราไม่เอาแบบทุนนิยมที่เอาเปรียบไม่มีที่สิ้นสุด การเอาเปรียบก็คือ พวกที่เขาเอากำไร แต่พวกโลกุตระจะมาขาดทุน ไม่เอาเปรียบ โดยวิธีคิดของทางโลกของสากลที่คิดค่าแรงงาน แล้วเราก็มาเสียสละค่าแรงงานของเรา คนที่มีความรู้ความสามารถมาก มีคุณค่าต่อสังคมมากราคาค่าตัวก็ต้องสูง อย่างอาตมานี่ ค่าตัวก็ต้องแพง อาตมาบรรยายเศรษฐศาสตร์ในระดับเศรษฐศาสตร์สาธารณโภคี ด็อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์ก็อธิบายอย่างอาตมาไม่ได้ ราคาค่าตัวตามสัจจะอาตมาสูงกว่า ต้องเชิญนักเศรษฐศาสตร์ที่มาสปีค 2 ชั่วโมงหลาย10ล้าน อาตมาต้องค่าตัวเท่าไหร่ เอาแค่ 5 ล้านก็เหลือเฟือแล้ว เศรษฐศาสตร์ สาธารณโภคีนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายต้องมาศึกษาเศรษฐศาสตร์แบบคนจน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านบอกว่า พวกนักเศรษฐศาสตร์ก็บอกว่าพูดอย่างนั้นได้อย่างไรมันไม่ถูก มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น ในหลวงท่านก็บอกว่ามันต้องเป็นเช่นนั้น ต้องทำแบบนั้นขาดทุนของเราคือกำไรของเรา มันก็ต้องอย่างนั้น อย่างนี้เป็นต้น ซึ่ง อจินไตยจริงๆ เขายังหูหัก คนถึงไม่ได้ทึ่งหาว่าบ้าบอเพ้อพก พากันมาจนก็ตายกันพอดี แต่พวกเราอุดมสมบูรณ์จนเอามาแจกกันได้ ขายอย่างถูกด้วย ในเดือนเมษายน เราก็จะมีตลาดอาริยะ จะขาดทุนเท่าไหร่ ของเราจะจัดเฮือนสวน. ปีนี้จะเต็มไหม อาตมาทำงานไปยิ่งทำก็ยิ่งสบายใจที่เปิดเผยความจริงไปเรื่อยๆ ไม่ได้พูดโม้ หรือข่มคนอื่นแต่เป็นเรื่องจริงที่ประเสริฐที่วิเศษที่ต้องศึกษากันจริง ในความเป็นคนจน ถึงจะต้องพูดกันและต้องมาพิสูจน์กัน พวกเราก็ต้องพิสูจน์ความจริง บริสุทธิ์สะอาดไปว่า เป็นคนจนจริงๆ เต็มใจไม่ต้องการสะสม ส่วนกลางก็กินใช้กันได้ ไม่ต้องสะสม สู่แดนธรรมว่า “เราคือคนจนแต่เราไม่ใช่คนอนาถา แต่เราเป็นคนจนที่มีที่พึ่ง มีความมักน้อยสันโดษ มีปัญญามีความรู้ความจริงเป็นที่พึ่ง รัฐบาลพยายามจัดตั้งกองทุนคนอนาถา อนาถาจึงใช้ไม่ได้กับพวกเรา เราพึ่งพาแรงงานความรู้ความสามารถของเราพึ่งพาใจที่กว้างที่มีเมตตาใจที่เกื้อกูลเสียสละสร้างสรรพึ่งพาคุณธรรมความดีอย่างนี้จริงๆ คุณธรรมความดีนี้พึ่งพาได้ พึ่งพาความเสียสละนั้นพึ่งพาได้ ให้มาพิสูจน์เลย คนเราขอให้มีความเสียสละสร้างสรร ก็ได้ครึ่งความเสียสละสร้างสรร พึ่งความเสีย ไม่ใช่พึ่งพาความได้ พึ่งพาความขาดทุนพึ่งพาได้จริงๆ แต่กำไรไม่ใช่ที่พึ่งพาอันเกษม แต่ถ้าขาดทุนอย่างไม่มีปัญญาก็อีกเรื่อง แต่ขาดทุนอย่างผู้มีปัญญา ก็จะได้เป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นที่พึ่งพาได้จริงๆ ที่พูดออกไปนี้ยังรู้สึกว่ายังไม่ลึกซึ้งเท่าที่อยากจะพูด มันไม่เก่ง เป็นที่พึ่งอย่างไม่ใช่อนาถา แต่เป็น นารถกรณะ เป็นที่พึ่งจริงๆ เป็นที่พึ่งตน พึ่งตนได้ และตนก็เหลือมีส่วนเกินส่วนเหลือให้แก่ผู้อื่นพึ่งพาได้ไปตามลำดับ จนเหลือจนเกิน แล้วพวกเรามีหมู่กลุ่ม ต่างคนต่างมาสร้าง แต่ละคนกินน้อยใช้น้อยแล้วสร้างสรรมาก เหลือใช้คนละนิดคนละหน่อยก็รวมกันมากแล้ว พันนิดแสนนิด มันกับแม่น้ำฮวงโห ที่เกิดจาก Fjord กี่ล้านๆปุด แล้วไหลมารวมเป็นแม่น้ำฮวงโห สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องสัจจะ พวกเราต่างคนต่างเสียสละและเอามารวมกับกองกลางก็เลยเป็นก้อน เราได้สร้างสถานะด้วยการสร้างตัวเอง สร้างมาด้วยการเอาให้น้อยมีให้น้อย ได้มาน้อย ได้จากค่าแรงของตัวเองแล้วหักค่าแรงตัวเอง เสียสละให้แก่สังคมอีกด้วย ที่เหลือก็ค่อยๆสร้างรากฐานมา ก็เลย ซับซ้อนที่โตช้า แต่ก็ยังทัน ก็ค่อยๆมีกว้างขึ้นมากขึ้นและช่วยคนอื่นได้ จึงต้องอาศัยเวลา เพราะทุกอย่างเป็นสภาพที่พยายามสูงสุด ด้วย หรม. ครน. ประโยชน์สูงประหยัดสุดก็เจริญได้อย่างนี้ สิ่งเหล่านี้จะมีคนที่ฉลาดกว่าอาตมา ที่เข้าใจรายละเอียดและขยายความได้ดีกว่าขึ้นไปจัดระบบระเบียบด้วยการพูด ด้วยการเรียงลำดับขยาย อาตมาเป็นเศรษฐีบ้านนอก เลยปนกันเละเทะ ต้องมีผู้ที่แยกแยะว่าอันนี้ราคาตอนนี้อยู่ในหมวดหมู่นี้ จะมีคนมาแยกแยะทีหลัง อาตมาไม่รู้ราคาตลาด จะมีผู้รู้มาค่อยๆเลือกสินค้าเลือกผลผลิต เลือกงานเอาไปแจกจ่ายไปจัดระบบระเบียบในอนาคต พวกนี้ก็จะเกิดขึ้นจริงเป็นจริงในอนาคต 601013_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่สุขสำราญตามรอยพ่อ