chapter 5.pdf

โฟลเดอร์กระบวนการและผลกระทบของการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์581 KB
วันที่แก้ไข6 ธันวาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ การศึกษากระบวนการและผลกระทบของการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ที่สําคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์ความรู้ที่นํามาสู่ข้อเสนอใหม่ ของแนวคิดการพึ่งตนเองทางด้านสุขภาวะที่สามารถทําให้ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพและเกิดความ สิ้นหวังเมื่อผ่านกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพองค์รวมวิถีพุทธ ทําให้สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นผู้ มีสุขภาพดี มีองค์ความรู้ มีจิตใจต้องการช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้มี สุขภาพดีได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มาจากการใช้ “ธรรมะ” มาล้างกิเลสออกจากจิตวิญญาณ ซึ่งผู้ที่ลดกิเลสลงได้ จะช่วยให้สังคมมีสุขภาวะที่ดีขึ้น ผลการวิจัยสามารถสรุปแยกประเด็นได้ดังนี้ 5.1 อภิปรายผล 5.2 สรุปผลการวิจัย 5.3 การสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ 5.4 ข้อเสนอแนะ 5.1 อภิปรายผล การศึกษาวิจัยเรื่องกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ เมื่อสังเคราะห์องค์ ความรู้ที่สืบค้นมาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า ความสัมพันธ์ของ สุขภาวะทางกาย (Body) ทางจิตใจ (Mind) ทางสังคม (Society) และทางจิตวิญญาณ (Spiritual) ซึ่งความสัมพันธ์ ดังกล่าวถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันด้วยแนวคิดวิถีพุทธ ซึ่งเป็นส่วนสําคัญในการเปลี่ยนแปลงภาวะทาง “จิตใจ” หรือภาวะทางอารมณ์ที่เป็นต้นเหตุของทุกขภาวะ โดยมี “จิตวิญญาณ” เป็นธาตุรู้อัน ประกอบด้วยปัญญาที่พัฒนาขึ้นตามลําดับ การศึกษาวิจัยเรื่องนี้สอดคล้องกับกรอบแนวคิดที่ตั้งไว้ ในประเด็นเกี่ยวกับ ระบบสาธารณสุขในปัจจุบันที่ระบบการแพทย์ตะวันตกได้หยั่งรากลงสู่วิถีชีวิต ของคนไทย รูปแบบความเจ็บป่วยในปัจจุบันมีลักษณะฝากชีวิตไว้กับแพทย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โรคเล็กๆ น้อยๆ เช่น โรคหวัด เป็นไ

อ่านต่อ

ข้ ปวดท้อง จนถึงโรคที่รุนแรง เช่น มะเร็ง เป็นต้น เมื่อ วิเคราะห์จากแบบแผนการใช้ชีวิตก่อนมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คนไทยบริโภคผัก และอาหารจากธรรมชาติเป็นหลักเพราะเป็นเศรษฐกิจแบบยังชีพ แต่ในปัจจุบันระบบเศรษฐกิจ เปลี่ยนไปทําให้เกิดระบบเกษตรอุตสาหกรรม คนก็เปลี่ยนแบบแผนการบริโภค เกิดอันตรายจาก 182 สารเคมีตกค้างจากการผลิตแบบเกษตรอุตสาหกรรมที่ทําให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ไขมันในเส้นเลือดอุดตัน โรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ โรคส่วนใหญ่มีลักษณะเรื้อรังและ รักษาหายยาก โรคร้ายที่เป็นสาเหตุจบชีวิตของคนไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ โรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดมิใช่โรคติดเชื้อ แต่เป็นโรคซึ่งเป็นผลมาจาก แบบแผนการใช้ชีวิต เกิดจากความเจริญของเทคโนโลยี โรคที่เกิดจากมลภาวะเป็นพิษ อุบัติเหตุจาก เครื่องจักรหรือยานพาหนะ ฯลฯ ทิศทางการกําหนดนโยบายสุขภาพในปัจจุบันจึงหันกลับมาใช้ ระบบคิดของคนไทยในสมัยก่อน ที่มีระบบคิดแบบองค์รวม คือความเจ็บป่วยมีความสัมพันธ์กับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวทั้งความเชื่อ สภาพแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ ความ เชื่อมโยงทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางร่างกาย ทางจิตใจ ทางจิตวิญญาณ และทางสังคม โดยมีจิตวิญญาณเป็นต้นเหตุของความเจ็บป่วย กล่าวคือ ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นการ สั่งสมของปัญหาที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกกับปัญหาทั้งมวลที่โลกเผชิญอยู่ ระเบียบกฎเกณฑ์ ทางสังคมที่ใช้กันทั่วไปทั้งในระดับประเทศและระดับโลก มีส่วนสําคัญยิ่งต่อวิกฤตโลกและ สุขภาพ การมุ่งพัฒนาประเทศให้ทันสมัยตามแบบตะวันตกที่เน้นสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมลัทธิบริโภคนิยมให้คนใช้จ่ายอุปโภคบริโภคมากๆ ผลักดัน โดยระบบโฆษณาเพื่อกระตุ้นให้ เกิดความอยากมี อยากเห็น อยากได้ ทั้งสิ่งจําเป็นและสิ่งฟุ่มเฟือย การพัฒนาไปสู่ความทันสมัย ส่งผลให้คนไทยมีความโลภ มีหนี้ ผลกําไรทางการค้าทําให้คนในสังคมต้องแข่งขันกันหาเงินเพื่อซื้อ สินค้ามาตอบสนองความต้องการในเกือบทุกสิ่งทุกอย่างทั้งยามหลับและยามตื่น ภาวะดังกล่าวทําให้ มนุษย์ต้องเร่งแรงกาย ในการเสาะแสวงหาวัตถุต่าง ๆ เหล่านั้นมาบํารุงบําเรอตน จนต้องยึดระบบ เงินตราเป็นเครื่องวัดความเป็นอยู่ ส่งผลให้ภาวะทางด้านจิตใจของคนในสังคมมีความทะเยอทะยาน ๆ ฟุ้งเฟ้อ ด้วยมุ่งแต่การแสวงหาวัตถุมาเป็นองค์ประกอบสําคัญในการดําเนินชีวิต จึงเป็นจิตใจที่มุ่ง ทําลายธรรมชาติ มุ่งทําลายล้างซึ่งกันและกัน เพื่อเอาชนะแข่งขัน ทางเศรษฐกิจ ดังนั้นสภาพจิตใจ ของคนในสังคมจึงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความเครียดจากการบีบบังคับของสภาพแวดล้อม ที่ เป็นผลจากการประยุกต์ระบบบริโภคนิยมให้กับการดําเนินชีวิต มุ่งแข่งขันในด้านวัตถุมากกว่าการ สร้างคุณภาพให้แก่ชีวิต อัตราของคนป่วยที่มีต้นเหตุจากการสั่งสมในระดับจิตวิญญาณจึงมีผลต่อ ความเจ็บป่วยทางร่างกายและเกิดโรคทางประสาทเพิ่มขึ้น กระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ เป็นกระบวนการบูรณาการแนวคิดของ สุขภาพองค์รวมในเชิงทฤษฎีเข้ากับวิถีชีวิตแบบพุทธ ซึ่งศาสนาพุทธมีความเชื่อว่า “ภาวะสุขและ ทุกข์” อยู่ที่จิตวิญญาณเท่านั้นไม่ได้อยู่ในที่อื่นใด ซึ่งพระพุทธองค์กล่าวว่า “จิตวิญญาณเป็น ประธานของสิ่งทั้งปวง” หรือผู้รู้ได้กล่าวโดยย่อว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” การทําความเข้าใจ เรื่อง “อริยสัจ 4” จะทําให้สามารถเรียนรู้ “กระบวนการสร้างสุขภาวะ” ได้อย่างเป็นองค์รวม 183 กล่าวคือ สิ่งที่กําหนดภาวะสุขและทุกข์ของมนุษย์ คือ กิเลส ตัณหา อุปาทาน ที่ปรุงแต่งอยู่ในจิต วิญญาณ ซึ่งปรากฏออกมาในรูปของความโลภ โกรธ หลงที่มีในจิตวิญญาณของมนุษย์แต่ละคน โดยจิตวิญญาณจะเป็นตัวกําหนดพฤติกรรมทางกายของมนุษย์คือกายกรรมและวจีกรรม เพื่อ สนองตอบต่ออารมณ์ภายในจิตใจ ในวิถีของชาวพุทธ “มรรคมีองค์ 8” ถือเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อ กําจัดความโลภ โกรธ หลง ออกไปจากจิตวิญญาณ ดังนั้น “สุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ” จึงหมายถึง การทําให้ความโลภ โกรธ หลงในจิตวิญญาณมีระดับลดลง จากภาวะปัจจุบันของแต่ละคนลงไป เรื่อย ๆ จนหมดไปในที่สุดเป็น “สุขภาวะอันสัมบูรณ์” (Absolute Well-Being) ที่มีผลทั้งสุขภาพกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ 5.2 สรุปผลการวิจัย กระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ เป็นรูปแบบสังคมใหม่ของการดูแล รักษาและฟื้นฟูสุขภาพที่เป็นองค์รวม โดยการใช้ธรรมะ คือ หลักอริยสัจ 4 มา มาใช้เพื่อให้ผู้มีภาวะ เสี่ยงทางด้านสุขภาพได้เข้าถึงสาเหตุของความเจ็บป่วยและเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่ง เปลี่ยนแปลงจะลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ผลจากการศึกษาผู้เข้าร่วมวิจัย 10 คน ด้วยการสัมภาษณ์เชิง อัตตชีวประวัติ พบว่า 5.2.1 จิตวิญญาณและต้นเหตุแห่งความเจ็บป่วย งการ จากผลการวิจัย พบว่า ความเจ็บป่วยของผู้มีภาวะเสี่ยงทางด้านสุขภาพอธิบาย ตามหลักของพุทธศาสนามาจากผลของจิตวิญญาณที่มีการสะสมกิเลสความโลภ โกรธ หลง ใน ระดับที่เพิ่มขึ้น โดยความโลภจะเป็นตัวแสดงออกที่เด่นชัดที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดตัณหาหรือ ความอยาก จนทําให้เกิดการทํางานอย่างหนักเพื่อแสวงหาทรัพย์สินเงินทองมาสะสมโดยมีความ เข้าใจว่าเป็นความสุข ผลจากความสําเร็จในการหาเงินทําให้เกิดอัตตา ตัวตน (Ego) ที่สูงขึ้น มีความ ยึดมั่น ถือมั่นในตนเองสูงจนไม่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง เมื่อมีเงินแล้วก็แสวงหาความสุข โดยใช้เงินที่หามาได้มาบําเรอตนเองด้วยการ กิน สูบ ดื่ม เสพ ตามใจอยากของตนเอง พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ร่างกายเกิดการสะสมพิษจากการบริโภค และพิษจาก ภาวะความกดดันทางอารมณ์จากการทํางาน เมื่อสะสมถึงจุดหนึ่งทําให้เกิดภาวะความเจ็บป่วย เช่น โรคอ้วน มะเร็ง เบาหวาน ความดัน เป็นต้น ซึ่งเป็นความเจ็บป่วยที่ไม่ได้เกิดจากภาวะการติดเชื้อแต่ เกิดจากพิษที่สะสมในร่างกายและจิตใจ ส่งผลทําให้อวัยวะเจ้าการทํางานบกพร่อง ติดขัด เกิดโรค จากภาวะความเสื่อมของร่างกายขึ้น ซึ่งแพทย์กระแสหลักในปัจจุบันยากที่จะรักษาให้หายได้ เพราะ ส่วนใหญ่เป็นการรักษาแบบใช้สารเคมีไปบําบัดเฉพาะอาการ โดยไม่คํานึงถึงผลข้างเคียง หรือการ ให้ยาบํารุงซึ่งในเวลาผ่านไปต้องเพิ่มปริมาณยาขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง ยานั้นก็ไม่มี ยานั้นก็ไม่มีผลต่อการ 184 รักษา จากการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยต้องใช้จ่ายเงินในการรักษาเป็นจํานวนมาก บางรายถึงกับหมดตัว จน จิตใจเกิดอารมณ์ที่ความสิ้นหวัง ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม ดังนั้นจิตวิญญาณจึงเป็นสิ่งที่สําคัญที่ทําให้มนุษย์เกิดภาวะสุขหรือทุกข์ เหตุหรือ สมุทัยคือตัวกิเลส โลภ โกรธ หลง ที่เกิดการปรุงแต่งในจิตวิญญาณ เป็นแรงขับจากภายในที่มีพลัง อํานาจต่อพฤติกรรมของมนุษย์ ที่แสดงออกทางกายกรรม วจีกรรม การกระทํา และอาชีพ ซึ่งส่งผล กระทบต่อสุขภาพกาย จิตใจ อารมณ์) และสังคมรอบข้างโดยตรง 5.2.2 ผู้ใดเห็นทุกข์ผู้นั้นเห็นธรรม แม้ว่าความเจ็บป่วยจะทําให้มนุษย์เกิดความทุกข์ทรมาน ถึงที่สุดถึงขั้นท้อแท้สิ้น หวัง อธิบายตามหลักการทํางานของจิตวิญาณตามแนวพุทธ คือเมื่อเกิดทุกข์ถึงที่สุด (จุดวิกฤติ) ซึ่ง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่เหมือนกัน ในที่สุดจิตจะปล่อยวางสิ่งที่เคยยึดมั่นถือมั่นลง ยอมรับการ หาทางดับทุกข์ในกระบวนทัศน์ใหม่ ในกรณีผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเช่นเดียวกัน จะเกิดการยอมรับ วิธีการที่แตกต่างจากแนวทางการรักษาแบบเดิม กระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้ป่วย ค้นหาและเข้าใจสาเหตุแห่งการเจ็บป่วย การเอาพิษออกจากร่างกาย เช่น กิจกรรมการล้างพิษออก จากลําไส้ หรือ การล้างพิษตับ จะทําให้ผู้ป่วยเห็นของจริงเชิงประจักษ์ และเข้าถึงสาเหตุแห่งการเกิด ของพิษที่สะสมในร่างกายด้วยตนเอง ว่า เกิดจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของตนเอง และพฤติกรรมนั้น เกิดมาจากจิตวิญญาณที่มีความอยากในการเสพรส หรือเกิดจากอารมณ์ในจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วย เห็นความสําคัญที่ต้องหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ในเรื่องการกิน อยู่ หลับนอน การ ควบคุมอารมณ์ ไม่ทําตามความอยากของตนเอง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นการแก้ที่เหตุของโรค ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และพฤติกรรมขัดใจตนเองดังกล่าว ในพุทธศาสนาคือการขัดเกลากิเลส ให้ออกจากจิตวิญญาณ นั่นคือ ความทุกข์ทําให้คนมองเห็นธรรม 5.2.3 ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน จากผลการวิจัย พบว่า ผู้ที่เข้าร่วมงานวิจัยโดยกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์ รวมวิถีพุทธ ด้วยคอร์สล้างพิษนั้น สามารถทําให้ผู้ป่วยมีสุขภาพดีขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยเสีย ค่าใช้จ่ายที่น้อยมาก และไม่กระทบต่อภาวะทางเศรษฐกิจของผู้ป่วยแต่อย่างใด เนื่องจากคอร์สล้าง พิษในกระบวนการนี้ เกิดขึ้นจากบุคคลที่มีความปรารถนาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกทรมาน ไม่มุ่งหวังหารายได้จากผู้เจ็บป่วยซึ่งเป็นการซ้ําเติมคนที่ทุกข์อยู่แล้ว ในขณะเดียวกันได้อาศัยการ ทํางานดังกล่าวเป็นการฝึกปฏิบัติธรรมเพื่อชําระกิเลสออกจากจิตวิญญาณตามแนวทางของพุทธ บน ฐานคิดของการ “ให้ทาน” คือการขัดเกลากิเลสให้ลดลงจากจิตวิญญาณ ถือว่าเป็นประโยชน์ส่วนตน 1 [ 185 ซึ่งคนไหนทําคนนั้นก็ได้ เมื่อมีกรรมกริยาแห่งการให้และมีผู้รับก็จะเกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นทันที หรือกล่าวได้ว่า “ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน” เกิดขึ้นไปด้วยกัน พฤติกรรมดังกล่าวสามารถสร้าง ผลกระทบทางจิตใจ กับผู้ป่วยที่มาเข้าคอร์สสุขภาพ เมื่อเกิดผลดีกับตนเอง และผ่านกระบวนการ อบรมด้านธรรมะ ทําให้เกิดพลังในการช่วยเหลือผู้อื่นที่ทุกข์ทรมาน เพื่อให้มีสุขภาพดีด้วย เช่นเดียวกัน จากการวิจัยพบว่า ผู้ที่ผ่านการเข้าคอร์สล้างพิษ ได้มีการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยด้วย แนวทางเดียวกันหลายคน จนเกิดศูนย์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นหลายแห่งในทั่วทุกภาคของประเทศ ไทย นอกจากช่วยทําให้คนมีสุขภาพทางกายดีขึ้นแล้ว การให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันส่งผลให้ ภาวะทางจิตใจหรืออารมณ์ดีขึ้น สังคมก็พลอยดีขึ้น ซึ่งมีผลมาจากจิตวิญญาณที่ดีขึ้นนั่นเอง เป็นองค์ รวมของกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ซึ่งสัมพันธ์หนุนเนื่องกัน 5.2.4 ธรรมะกับสุขภาพของจิตวิญญาณ ๆ จากแนวคิดสุขภาพองค์รวมขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ นํามาสร้างเป็นแผนสุขภาพ ที่เป็นองค์รวมของสุขภาพกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ และแนวคิด ของหลาย ๆ ผู้รู้ ยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่สามารถทําให้เกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณได้ กระบวนการ สร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ ได้ใช้ธรรมะเป็นปัจจัยสําคัญของการทําให้จิตวิญญาณเกิดการ ปล่อยวางจากกิเลส ความโลภ โกรธ หลง ให้ลดลงไปตามลําดับ เกิดภาวะโล่งเบาที่รู้ได้ด้วยตนเอง เป็นสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ที่เกิดขึ้นและรู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น แต่ในทางพุทธศาสนานั้นจิตใจและ จิตวิญญาณเป็นสิ่งที่อยู่ด้วยกัน ซึ่งสมณะโพธิรักษ์ ได้แยกเป็น เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่ง เรียกว่า “เจตสิก” อันเป็นหน่วยย่อยหรือด่านของจิต (ภาพที่ 8) ซึ่งแต่ละด่านจะทําหน้าที่ต่างกัน กิเลสที่เป็นสาเหตุแห่งทุกข์จะเข้าไปสู่จิตทางด่านสังขาร ซึ่ง “ธรรมะ” วิถีพุทธจะสร้างปัญญาให้ บุคคลรู้เท่าทันตัวกิเลส ตัณหา อุปาทาน และไม่ยอมให้ผ่านด่านสังขารปะปนเข้าไปปรุงแต่งในจิต วิญญาณได้ จิตวิญญาณก็จะสะอาด ไม่มีโรคภัย เวทนา สัญญา H สังขาร H วิญญาณ ↑ หน่วยรับรู้ หน่วยจําไว้ หน่วยปรุงแต่ง - ความโลภ - ความโกรธ - ความหลง หน่วยรับรู้ รวบยอด ภาพที่ 8 หน่วยย่อยของจิต (จิตเจตสิก) (สมณะโพธิรักษ์, 2549 : 62-72) 186 ดังนั้น ปัจจัยสําคัญในกระบวนการเสริมสร้างสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ คือ “ธรรมะ” วิถีพุทธ ซึ่งจะทําให้เกิดการชําระล้างพิษของกิเลส ตัณหา อุปาทานที่จิตวิญญาณ ซึ่งจะ ส่งผลต่อสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ทางกาย และทางสังคมโดยอัตโนมัติ เป็นความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยง เกื้อหนุนกันอย่างแยกกันไม่ออก 5.3 การสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ จากแนวคิดสุขภาพองค์รวมขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขนํามาสร้าง เป็นแผนสุขภาพองค์รวมของสุขภาพกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ และแนวคิดของหลายๆ ผู้รู้ ในเชิงบูรณาการของสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพและจิตศาสตร์เข้าด้วยกัน แต่ในทางปฏิบัติยัง ไม่มีรูปธรรมในการขับเคลื่อนสู่สุขภาวะที่เป็นองค์รวมตามแนวคิดดังกล่าวได้ จากสรุปผลการวิจัย พบว่าเมื่อบูรณาการวิถีพุทธกับแนวคิดสุขภาพองค์รวมจะสามารถส่งผลให้เกิดกระบวนการปฏิบัติ (ภาพที่ 9) โดยนําวิทยาศาสตร์สุขภาพมาสร้างกระบวนการ “ล้างพิษ” ซึ่งทําให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้ เห็นพิษต่างๆ ที่ออกมาจากร่างกาย นําไปสู่ความรู้ความเข้าใจเชิงประจักษ์ถึงสาเหตุที่ทําให้เกิดโรค ทางกายโดยใช้แนวคิดวิถีพุทธเป็นเครื่องมือในการอธิบายปรากฏการณ์ที่เชื่อมโยงกัน กล่าวคือทุกข ภาวะเป็นผลของพฤติกรรมหรือกรรมกริยาทางกายที่เกิดจากแรงขับของจิตวิญญาณ ซึ่งในจิต วิญญาณจะมีการปรุงแต่ง (สังขาร) ซึ่งหากมีกิเลส โลภ โกรธ หลง เข้าร่วมปรุงแต่งซึ่งเป็นอกุศลจิต จะเป็นสาเหตุ (สมุทัย) ที่ทําให้เกิดทุกข์ จัดเป็นฝ่ายอกุศลซึ่งจะเป็นผลให้จิตใจ อารมณ์และสังคมเกิด ทุกขภาวะ การปรุงแต่งในจิตตามวิถีพุทธคือการปรุงแต่งด้วย “กุศล” คือการให้ การเสียสละ นําไปสู่ การลดภาวะความโลภ โกรธ หลง ในจิตวิญญาณ โดยมีสื่อคือ “ธรรมะ” ที่ผ่านการถ่ายทอดจากผู้มี ประสบการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประจักษ์แจ้งในผลของการปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่ง ส่งผลต่อจิตใจหรืออารมณ์และเป็นประโยชน์เกื้อกูลสังคม เกิดสุขภาวะของสังคมขึ้นเรื่อย ๆ ๆ กระบวนการสร้างเสริม ธรรมะของพุทธเพื่อให้เกิด การลดกิเลสในจิตวิญญาณ สุขภาวะองค์รวม กระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะ องค์รวมวิถีพุทธ ภาพที่ 9 การบูรณาการกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ 187 จากผลของงานวิจัยพบว่า แกนกลางของการบูรณาการที่เชื่อมโยงสุขภาวะทางกาย จิตใจ (อารมณ์) สังคมและจิตวิญญาณ คือ ธรรมะวิถีพุทธ ดังแสดงในภาพที่ 10 สุขภาวะทาง จิตวิญญาณ สุขภาวะทางกาย ธรรมะ สุขภาวะทาง สังคม สุขภาวะทางจิตใจ (อารมณ์) ภาพที่ 10 ความสัมพันธ์ของสุขภาพองค์รวมวิถีพุทธ บ กล่าวคือ “ธรรมะวิถีพุทธ” เป็นกระบวนการปฏิบัติที่ทําให้กิเลส ตัณหา อุปาทาน ที่ แสดงออกในรูปของความโลภ โกรธ หลง (โลภะ โทสะ โมหะ) ที่อยู่ในจิตวิญญาณลดลงจากภาวะ ของปัจจุบัน ส่งผลให้กายกรรม วจีกรรม ที่เกิดจากแรงขับภายในคือจิตวิญญาณ ลดการดิ้นรน แสวงหาเพื่อให้สมใจในโลภ โกรธ และหลง ผลที่เกิดขึ้น คือ เกิดจิตวิญญาณดวงใหม่ที่มีสภาวะตรง ข้าม คือ ทาน เมตตา กรุณา ปัญญา โตขึ้นเรื่อย ๆ โดยวิถีพุทธนั้นเมื่อกิเลสตายลง จิตวิญญาณดวง ใหม่ก็จะโตขึ้น ส่งผลให้จิตใจ (อารมณ์) ลดภาวะความตึงเครียด เป็นสดชื่นแจ่มใส ร่าเริง เบิกบาน เป็นสภาวะของความสุข จากการวิจัยพบว่า จิตวิญญาณที่เป็น “บุญ” มีผลกระทบให้เกิด “พลัง” แห่งการเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นบนพื้นฐานของความจริงจากผลที่บุคคลนั้นได้รับ เช่น มีสุขภาพกาย ที่ดีขึ้น ก็อยากช่วยเหลือให้ผู้อื่นมีสุขภาพกายที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยอาศัยความรู้ (ปัญญา) ที่บุคคล นั้นค้นพบในการปฏิบัติตน มีผลกระทบให้สุขภาพของสังคมดีขึ้น เป็นองค์รวมของสุขภาวะที่ เกิดผลได้จริงในเชิงของการปฏิบัติ โดยการบูรณาการ “ธรรมะ” เข้าไปต่อยอดกับทฤษฎีสุขภาวะ องค์รวมหรือทฤษฎีสุขภาพอื่น ๆ 1 " 188 5.4 ข้อเสนอแนะ 5.4.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป 5.4.1.1 เนื่องจากประชาชนทั่วไปไม่มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพองค์รวมแบบวิถี พุทธ เมื่อขาดความรู้ การดําเนินงานเรื่องนี้จึงอยู่ในวงแคบ การรักษาพยาบาลจึงต้องพึ่งการ รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ในทุกทิศทางจึงต้องเกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการรักษาสุขภาพ 5.4.1.2 เนื่องจากระบบการรักษาพยาบาลและงานสาธารณสุขในปัจจุบันต้องพึ่ง เทคโนโลยีที่ทันสมัยและราคาแพง ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ทุกคน ดังนั้น กระบวนการสร้างเสริมสุขภาพองค์รวมวิถีพุทธจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการรักษาสุขภาพที่ ประชาชนสามารถเข้าได้โดยไม่เดือดร้อน 5.4.1.3 กระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธจะสนับสนุนระบบสุขภาพ ภายใต้สถานการณ์ที่สาธารณสุขมีการตื่นตัวที่จะมุ่งเน้นให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม ทั้ง ภาวะกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2555 มาตรา 3 การ สร้างสุขภาวะด้านจิตใจ (อารมณ์) และจิตวิญญาณ เป็นเรื่องที่ระบบบริการสุขภาพยังทําไม่ได้ ดังนั้น กระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธจึงเป็นการดําเนินการที่จะทําให้บรรลุผล จึงเป็นสิ่งที่ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องดําเนินการ 5.4.2 ข้อเสนอแนะสําหรับองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5.4.2.1 หน่วยงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสุขภาพของภาครัฐ และเอกชนต้อง เปิดใจรับกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพองค์รวมวิถีพุทธ เพื่อเรียนรู้และนําไปใช้แก้ปัญหาแก่ ประชาชนที่มีปัญหาสุขภาพ ทั้งนี้เพราะการรักษาสุขภาพด้วยกระบวนการสุขภาพองค์รวมวิถีพุทธเป็น การรักษาที่ต้นเหตุ 5.4.2.2 หน่วยงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสุขภาพของภาครัฐและเอกชนต้อง ทําความเข้าใจและเข้ามาศึกษาเรียนรู้อย่างเปิดใจกว้างเรื่องกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพองค์รวมวิถี พุทธเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ 5.4.2.3 โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนควรจะนํากระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะ องค์รวมไปเป็นกระบวนการหนึ่งของการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในบทบาทของการรักษา สุขภาพทางเลือก 189 5.4.2.4 หน่วยงานการศึกษาด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลควรนํากระบวนการ สร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ ไปใช้ในการถ่ายทอดการเรียนการสอนให้ประชาชนมีองค์ความรู้ เพื่อให้มีทางเลือกในการรักษาสุขภาพ 5.4.2.5 องค์กรทางพุทธศาสนาควรศึกษา กระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะวิถีพุทธ เพื่อนํากระบวนการวิถีพุทธ ไปบูรณาการสู่การเปลี่ยนแปลงทางสุขภาวะองค์รวมสู่สุขภาวะทางจิต วิญญาณ 5.4.2.6 ควรมีการสร้างเครือข่ายการแพทย์ทางเลือกด้วยกระบวนการล้างพิษวิถีพุทธ ที่คําเนินงานอย่างเกื้อหนุนและสร้างสรรค์เป็นกัลยามิตรกัน เพื่อดํารงไว้ซึ่งคุณธรรมในการรักษา สุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาส 5.4.3 ข้อเสนอแนะต่องานวิจัยครั้งต่อไป 5.4.3.1 ควรศึกษาวิจัยผลจากกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธต่อ ภาวะความเจ็บป่วยทางร่างกาย 5.4.3.2 ควรศึกษาวิจัยผลจากกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธต่อ ภาวะความเจ็บป่วยทางจิตใจ 5.4.3.3 ควรศึกษาวิจัยเรื่องเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ ในพื้นที่ ต่างๆ ที่ผู้ไปเป็นวิทยากรผ่านองค์ความรู้จากศีรษะอโศก และได้ไปถอดบทเรียนกับคนในครอบครัว สังคม และชุมชน 5.4.3.4 ควรทําวิจัยเพื่อจัดทําสื่อประกอบการเรียนการสอน สื่อเพื่อเผยแพร่สู่ สาธารณะที่เรียบง่ายและประชาชนสามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง 5.4.3.5 ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเรื่องของแนวทางการจัดตั้ง โรงพยาบาลทางเลือกที่จะเป็นแนวทางของกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธจะเป็น ผลดีกับประชาชนที่มีปัญหาสุขภาพซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อนน่ากระบวนการสร้างเสริมสุข ภาวะองค์รวมวิถีพุทธ ไปใช้งานกับผู้อื่น ต้องทําความเข้าใจ และ มีการปฏิบัติด้วยตนเอง จนเกิดสภาวะ ที่รู้แจ้งด้วยตนเอง 1 嗉 : : : :

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน