กินอาหารอย่างไรให้ได้เป็นอรหันต์.docx
เนื้อหาในไฟล์
กินอาหารอย่างไรให้ได้เป็นอรหันต์ อาตมาเอาพระไตรปิฎกเล่ม 21 ข้อ 159 [๑๕๙] สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ โฆสิตาราม ใกล้เมืองโกสัมพี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีรูปหนึ่งเรียกบุรุษคนหนึ่งมาว่า บุรุษผู้เจริญ พ่อจงมาพ่อจงเข้าไปหาพระผู้เป็นเจ้าอานนท์ จงไหว้เท้าพระผู้เป็นเจ้าอานนท์ด้วยเศียรเกล้าตามคำของเราว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ภิกษุณีชื่อนี้กำลังอาพาธ ได้รับทุกข์เป็นไข้หนัก นางย่อมไหว้เท้าของพระผู้เป็นเจ้าอานนท์ด้วยเศียรเกล้า และพ่อ จงกล่าวอย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอโอกาส ขอพระผู้เป็นเจ้าอานนท์จงอาศัยฤนั้นรับคำภิกษุณีนั้นแล้ว เข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ อภิวาทแล้วนั่งณ ที่ควรข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบเรียนท่านพระอานนท์ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญภิกษุณีชื่อนี้กำลังอาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก นางไหว้เท้าของพรผู้เป็นเจ้าอานนท์ด้วยเศียรเกล้า และกล่าวอย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอโอกาสขอพระผู้เป็นเจ้าอานนท์จงอาศัยความอนุเคราะห์ เข้าไปหาภิกษุณีนั้น ยังสำนักของนางภิกษุณีด้วยเถิด ท่านพระอานนท์รับคำด้วยดุษณีภาพ ครั้งนั้นแล ท่านพระ อานนท์ครองผ้าในเวลาเช้า ถือบาตรและจีวรเข้าไปยังสำนักของนางภิกษุณีภิกษุณีนั้นได้เห็นท่านพระอานนท์ มาแต่ไกลแล้ว จึงนอนคลุมผ้า ตลอดศีรษะอยู่บนเตียง ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปหาภิกษุณีนั้น แล้วนั่งบนอาสนะที่แต่งตั้งไว้ ครั้นแล้วได้กล่าวกะภิกษุณีนั้นว่า ดูกรน้องหญิง กายนี้เกิดขึ้นด้วยอาหาร อาศัยอาหารแล้วพึงละอาหารเสีย กายนี้เกิดขึ้นด้วยตัณหา อาศัยตัณหาแล้วพึงละตัณหาเสีย กายนี้เกิดขึ้นด้วยมานะ อาศัยมานะแล้วพึงละมานะเสีย กายนี้เกิดขึ้นด้วยเมถุน ควรละเมถุนเสีย การละเมถุน พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเสตุฆาต ดูกรน้องหญิง ก็คำที่เรากล่าวว่า กายนี้เกิดขึ้น
อ่านต่อ
ด้วยอาหาร อาศัยอาหารแล้วพึงละอาหารเสีย ดังนี้ เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ดูกรน้องหญิง ๑ การฆ่ากิเลสด้วยอริยมรรค ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาโดยแยบคายแล้ว บริโภคอาหาร ไม่บริโภค เพื่อเล่น ไม่บริโภคเพื่อมัวเมา ไม่บริโภคเพื่อประเทืองผิว ไม่บริโภคเพื่อประดับ บริโภคเพียงเพื่อความตั้งอยู่แห่งกายนี้ เพื่อยังอัตภาพให้เป็นไป เพื่อระงับความหิวกระหาย เพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์ ด้วยคิดว่า ด้วยการบริโภคนี้ เราจักกำจัดเวทนาเก่าได้ด้วย และจักไม่ยังเวทนาใหม่ให้เกิด ความดำเนินไป ได้ ความไม่มีโทษ และความผาสุก จักมีแก่เรา พ่อครูว่า...ใครเคยกินเล่นกินหัวกินจุบกินจบ ยิ่งกว่าเด็กๆ ไม่มีอะไรก็กินเล่นไป เดี๋ยวนี้ของกินเล่นเยอะแสดงว่าสังคมเสื่อมมาก เรียกอาหารว่างขี้หมา อาหารว่างต้องกินลมสิ ไม่บริโภคเพื่อมัวเมาหลงติดอะไรหลงอะไรหลอกอะไรคือความโง่ของคนมันโง่ทั่วโลก จริงแล้วคนไทยเมืองพุทธพระพุทธเจ้าสอนอะไรดีไว้หมด แต่เสร็จแล้วมัวเมาอาหารมากกว่าคนอื่นเขาปรุงแต่งหลอกกันแล้วมาหลงว่าเมืองไทยเป็นเมืองมีวัฒนธรรมเรื่องอาหาร เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ ขออภัยคนอาจจะมองเพ่งโทษอาตมาว่ามาล้มล้างประเพณีวัฒนธรรมประเทศไทยที่เขายกย่อง เขารักษาของเก่าไว้ แต่โพธิรักษ์จะมาทำลายวัฒนธรรมไทย แต่มันควรทำลายมันมากไปเสียเวลาเกินไป เสียเวลาแรงงานทุนรอน เป็นการเสียทั้งหมดทั้งสิ้นของคน แค่เห็นจะกิน เมืองไทย เดี๋ยวนี้ไปสร้างร้านอาหารไทยออกไปทั่วโลก เสร็จแล้วก็หลอกพวกชาวต่างชาติให้โง่เหมือนไทยต่อไปอีกขออีก ขออภัย คนไทยที่ฉลาด เป็นลูกพระพุทธเจ้าก็ไม่เป็นไรอย่างนั้น ไม่บริโภคเพียงเพื่อประเทืองผิว ที่เขาโฆษณากัน ถั่งเฉ้า เป็นต้น ดูแล้ว กินแล้วจะได้ประเทืองผิว ประเทืองวรรณะ ประเทืองยศชั้นสรรเสริญ ยกย่อง กินเพื่อประดับ กินเพื่อเท่เก๋ บริโภคเพื่อความตั้งอยู่แห่งกายนี้ ไม่บริโภคแบบโน้น แต่บริโภคเพื่อความตั้งอยู่แห่งกายนี้ เพื่อระงับความหิวกระหาย เพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์ ด้วยคิดว่า ด้วยการบริโภคนี้ เราจักกำจัดเวทนาเก่าได้ด้วย และจักไม่ยังเวทนาใหม่ให้เกิด ความดำเนินไป ได้ ความไม่มีโทษ และความผาสุก จักมีแก่เรา แค่การกินเท่านี้ พิจารณาแล้วทำตามคือโภชนามัตตัญญุตา คุณศึกษาแค่เรื่องการกินพิจารณากิเลสจากการกินก็เป็นอรหันต์ สรุปโดยไม่มีเวลา
640512_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาให้เกิดปัญญาถึงอรหันต์