21-10 ภาคผนวก ก ใจเพชร น 1457-1636.docx

โฟลเดอร์Word จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์2.00 MB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

กรณีศึกษาที่ 3.53 น างสาว นราภัทร พันธุศร หญิงไทย อายุ 45 ปี อาชีพเดิม นักกอล์ฟมืออาชีพ จังหวั ดกรุงเทพมหานคร โรค มะเร็ง เต้านม วันที่เข้าค่าย 25-31 พฤษภาคม 25 55 (ครั้งที่ 2 ) ที่ดอนตาล มุกดาหาร เก็บข้อมูล วันที่ 28 พฤษภาคม 25 55 เป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ เดินทางไปแข่งกอล์ฟทั่วเอเชียมาแล้ว เมื่อประมาณต้นปี 25 53 รู้สึกเหมือนมีก้อน ๆ โตประมาณ 2 เซ็นติเมตร ใต้ราวนมซ้าย ก็ไปหาหมอประจำตรวจ หมอบอกว่าไม่เป็นอะไร ก็ไม่ค่อยเชื่อ เนื่องจากเป็นคนรักษาสุขภาพ และเป็นคนช่างสังเกต และตัวเองรู้สึกว่าพลังชีวิต ของตนลดลง จ ึงไปหาหมอทั้งที่ โรงพยาบาล เอกชน และ โรงพยาบาล รัฐ อีกหลายแห่ง ตรวจ ทุกแห่งที่ไป ก็ให้คำตอบเช่นกันว่า เป็นแค่ก้อนเนื้อธรรมดา ไม่มีเชื้อมะเร็ง คุณนิดก็ทำใจ ยอมรับ แต่ก็ยังไม่วางใจจนกระทั่งปลายปี 25 53 ขณะไปแข่งกอล์ฟที่นครนายก ตอนยกไม้กอล์ฟหวดลูก รู้สึกปวดแปลบบริเวณรักแร้ก็ขอให้หมอตรวจอีกที ผลออกมาก็ไม่มีอะไร ด้วยความเชื่อมั่นว่า ต้อง มีอะไรบางอย่างผิดปกติแน่นอน จึงขอให้คุณหมอเจาะบริเวณรักแร้เอาเชื้อไปตรวจ คราวนี้ผลออกมา ว่ามีเชื้อมะเร็งอยู่จริง ก็ยอมนัดผ่าก้อนเนื้อบริเวณเต้านมไปตรวจ โดยวิธีการผ่าตัดที่ค่อนข้าง ซับซ้อน เพราะเชื้อมะเร็งของคุณนิดอยู่ค่อนข้างลึก เหมือนไข่ดาวที่ไข่แดงอยู่ค่อนข้างลึก ดังนั้นเมื่อนำ ชิ้นเนื้อไปตรวจในครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมาจึงไม่สามารถเจอเชื้อมะเร็ง เพราะไม่ได้เจาะลึกพอ ขบวนการผ่าตัดต้องใช้ความระมัดระวัง และใช้เวลาค่อนข้างนาน ต้องเปิดแผลค่อนข้างกว้าง และเป็นชั้น ๆ จนเจอ เมื่อเจอต้องนำชิ้นเนื้อไปตรวจว่ามีเชื้อมะเร็งหรือไม่ พอรู้ว่ามีก็ทำการผ่า ก้อนเนื้อทั้งก้อนนั้นออกในเวลาเดียวกัน หลัง การผ่าตัดผ่านพันไปก็นัดไปตรวจทุก ๆ เดือนและ ทำเคมีบำบัดอ

อ่านต่อ

ีก 6 ครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณนิดรู้สึกผิดหวัง กับการวินิจฉัยเพียงเปลือกนอกของคุณหมอปัจจุบัน ที่ไม่ยอมรับฟังความรู้สึกผิดปกติของคนไข้ ตั้งแต่แรก ทำให้เวลาผ่านไปถึง l ปี กว่าจะเจอ ในระหว่างที่ต้องไปเจอหมอทุก ๆ เดือน ค ุณ นิดจะต้องโดนเจาะเลือดทุกครั้ง จนมีความรู้สึกกลัวเข็มฉีดยามาก ระหว่างนี้ก็ได้ไปทำการรักษาแนวชีวจิตที่บัลวีประมาณเกือบ l0 ดือน ก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย หลังจา ก การผ่าตัดผ่านไปได้ l ปีกับ 3 เดือน ค่าของมะเร็งเริ่มปรากฏมาอีก คุณนิดก็รู้ว่าการรักษาแผนปัจจุบันไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายของการรักษาเสียแล้ว ดังนั้นเมื่อหมอนัดให้ไปทำเคมีบำบัดอีกครั้ง คุณนิดก็ใช้ความกล้าหาญ ปฏิเสธคุณหมอไป หันมาดูแลตัวเองตามแนวธรรมชาติโดยการใช้สมุนไพร การแก้ไข : พอดี น้องสาวเพื่อนซึ่งเคยเข้าค่ายคุณหมอเขียวแนะนำให้มาเข้าค่าย ก็เปิด N et ดูข้อมูล ก็เริ่มดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น สด ทานอาหารฤทธิ์เย็น ส่วนการทานมังสวิรัตินั้นได้ปฏิบัติมาตั้งแต่พอรู้ว่าเป็นมะเร็งแล้ว รู้สึกร่างกายดีขึ้น ก็มาเข้าค่ายครั้งแรกในช่วง l2-l8 มีนาคม 25 55 ปฏิบัติตามที่ค่ายนำทำ อาการดีขึ้น ตามลำดับ หลังเข้าค่ายได้ 2 วัน ตอนทำ ดีท็อกซ์ตามปกติ ได้ปรากฏสิ่งแปลกเกิดขึ้น คือ มีก้อนเม็ดเลือดสีแดงเป็นเม็ด ๆ ออกมาด้วย 2 ก้อน ทำให้คุณนิดยิ่งมั่นใจในการรักษาในแนวของคุณหมอเขียวมากยิ่งขึ้ น ก็ตามมาเข้าค่ายอีกเป็นครั้งที่ 2 (ช่วง 25 เมษายน -3 พ ฤกษภาคม 25 55 ) และได้จองค่ายพระไตรปิฎก 30 มิ ถุนายน – 8 กรกฎาคม ไว้ด้วยต่ออีก ทุกวันนี้คุณนิดได้ปฏิบัติตามยา 9 เม็ดของคุณหมออย่างเคร่งครัด ประ กอบกับการได้สัมผัสกับคุณนิดนั้น ก็ไม่แปลกใจ เพราะโดยเนื้อ แท้เป็นคนที่ใจบุญสุน ทานมากพอควร วิบากบุญย่อมส่งเสริมให้เป็นผู้ที่สามารถหาหนทางแห่งการดับทุกข์ครั้งนี้ได้อยู่แล้ว ได้ติดตามข่าวมาเรื่อย ๆ ทราบว่าระยะหลัง ๆ คุณนิดทุ่มเทในการเตรียมสถานที่หลังบ้านที่ลำปาง เพื่อทำเป็นค่ายย่อยเล็ก ๆ จึงทำให้มีเวลาพักผ่อนดูแลตัวเองน้อย ก็เลยทำให้ร่างกายอ่อนแอ ลงสุขภาพแย่ลง จนกระทั่งได้ข่าวอีกครั้งว่าคุณนิดไม่ประสงค์จะเก็บสังขารเดิม ซึ่งทรุดโทรมจน ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ จึงขอวางขันธ์วางร่างเองไปอย่างสงบอย่างมีสติ ขออนุโมทนาบุญที่ คุณนิดได้ทุ่มเทเพื่อทิ้งไว้ต่อบุญให้เพื่อนร่วมโลก วิญญานของคุณนิดจะต้องไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่าค่ะ กรณีศึกษาที่ 3.54 นายชูชาติ สุทธิโอสถ ชายไทย อายุ 61 ปี อ . เมือง จังหวัด ภูเก็ต โรคหรือ อาการ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ( Non - Hodgkin’s lymphoma) ต้นเดือนมิถุนายน 2550 มีตุ่มบวมบริเวณลำคอทั้ง 2 ข้าง และโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่า งรวดเร็ว จึงไปให้หมอตรวจที่ โรงพยาบาล วชิระภูเก็ต หมอจะขอผ่าเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ แต่กว่าจะทราบผลอาจใช้เวลาเกือบ 2 อาทิตย์ ประเมินดูแล้วอาจเป็นอันตรายจากการบวมผิดปกติที่คอ เลยขอให้หมอส่งเคสต่อไปที่ โรงพยาบาล จุฬา ฯ กรุงเทพฯ วันที่ 18 มิถุนายน 2550 ผลการ ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขั้นที่ 3 ( Non- Hodgkin’s L ymphoma) ขนาด 0.5-2.2 เซ็นติเมตร คุณหมอแนะนำให้รักษาโดยวิธีเคมีบำบัด และยังได้เสนอให้ ใช้คู่กับยา Mabcampth ซึ่งต้องสั่งซื้อจากสิงคโปร์ และเป็นยาที่แพงมาก ชุดหนึ่งมี 8 เข็ม ราคาประมาณ 6 แสนบาท เป็นยาที่สามารถป้องกันกา รกลับมาของมะเร็งค่อนข้างจะได้ผล (จากผลการทดลองกับคนไข้อื่น ๆ ) จึงตกลงทำตามที่คุณหมอแนะนำ และนัดทำเคมีบำบัดวันรุ่งขึ้น พอดีก่อนจะให้เริ่มให้เคมีบำบัด มีคนแนะนำยาชนิดหนึ่งที่ซื้อมาจากญี่ปุ่น ชื่อ Lentin Plus 1000 สกัดจากเห็ดชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น ช่วยสร้างเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายแข็งแรงก่อนให้เคมีบำบัด ซึ่งก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลังการให้เคมีบำ บัด คนป่วยไม่มีอาการแพ้ยามากนัก และสามารถรับเคมีบำบัดตามกำหนด โดยไม่มีปัญหาเรื่องจำนวนเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ เมื่อการให้เคมีบำบัดผ่านไปจนครบคอร์ส และทำ CT-Scan อีกครั้ง ในเดือนตุลาคม 2540 ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ คือ ก้อนมะเร็งหายไปเกือบหมด ยังมีเหลืออยู่บ้างแต่ไม่ได้โตขึ้น เมื่อเสร็จการให้เคมีบำบัด ก็เริ่มให้ตัวยา Mabcampth แต่ให้ไปได้เพียง 3 เข็ม ผู้ป่วยรู้สึกค่อนข้างทรมาน จึงขอคุณหมอหยุดยา และจากนั้นก็กลับมาคอย C heck up ตามที่คุณหมอนัด ช่วงแรก ๆ เดือนละ ครั้ง ต่อมาก็ห่างเป็น 3 เดือนครั้ง และทุก 6 เดือนครั้ง ใช้เวลาไปทั้งสิ้น ประมาณ 5 ปี รวมเวลาที่ทำ CT- Scan 2 ครั้งด้วย เสียเงินไปเกือบล้านบาท (ไม่รวมบางรายการที่เบิกผ่านประกันสังคม) ในระหว่างนั้น ตอนต้นปีของ 2553 ผู้ป่วยได้เป็นโรคงูสวัดอย่างรุนแรงที่บริเวณใบหน้าด้านขวา จึงไปหาหมอรับยามาทาน ก็ไม่ค่อยหาย รักษาอยู่หลายวิธีเป็นเวลาเกือบเดือน จึงทุเลาลง และใช้เวลาในการทำกายภาพบำบัดอยู่ประมาณ 2 เดือน ถึงกระนั้นใบหน้าบริเวณปากก็ยังเบี้ยวอยู่เล็กน้อย การแก้ไข : เริ่มมารู้จักแพทย์วิถีธรรมในราวกลางปี 2553 ที่ จังหวัด ภูเก็ต ได้เข้าค่ายสุขภาพพึ่งตนที่จังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก โดยเพื่อนขอให้ช่วยไปส่งเข ้าค่ายสุขภาพที่นอกเมือง และบังเอิญ ได้ยินประโยคทองจากอาจารย์หมอเขียวว่า “ ผู้ป่วยโรคที่เป็นมะเร็งแล้วไปรับเคมีบำบัดมา และคิดว่าตัวเองหายดีแล้ว อย่าเพิ่งวางใจเพราะถ้าไม่รู้จักอาหารฤทธิ์ร้อนฤทธิ์เย็น ก็อาจเป็นมะเร็งอีกครั้ง หรือเป็นโรคอื่น ๆ เช่น งูสวัดได้ ” และนี่คือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในแนวแพทย์วิถีธรรม โดยเริ่มปั่น น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น สด ไว้ดื่มแทนน้ำ (ตอนนั้นทำค่อนข้างเข้มข้นเพราะเข้าใจว่าสามารถฟื้นฟูเซลล์และซ่อมสร้างเซลล์จากการให้เคมีบำบัดได้) ปรากฎว่าค่าผลเลือดต่าง ๆ โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวดีขึ้นมาก (โดยเปรียบเทียบกับค่าผลเลือดก่อนดื่ม น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2554 กับผลหลังจากดื่มไประยะหนึ่ง วันที่ 29 มกราคม 2 554 และค่าผลเลือดในช่วง 6 เดือนที่ไม่ค่อยได้ดื่ม ตามที่แนบมาด้วย) จึงเป็นหลักฐานยืนยันว่า การดื่มน้ำสมุนไพรเพื่อปรับสมดุลในร่างกายมีผลต่อค่าผลเลือดจริง ๆ นอกจากดื่มน้ำสมุนไพรแล้ว ผู้ป่วยยังทำดีท ็ อกซ์ในบางวันด้วย แต่เนื่องจากระยะหลังภรรยาไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะไปเป็น จิตอาสาแพย์วิถีพุทธ เต็มตัวเพื่อนำความรู้ที่ได้ศึกษาไปช่วยผู้อื่น อีกทั้งผู้ป่วยเห็นว่าตัวเองหายดีแล้ว ก็กลับไปทำงานหนักเหมือนเดิม ใช้ชีวิตแบบเดิมเหมือนเมื่อก่อนเป็นมะเร็ง ดังนั้นจึงไม่ได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์เข้า และระบายพิษออกจากร่างกาย หลังจากที่เป็นมะเร็งครั้งแรกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผู้ป่วยก็เป็นโรคมะเร็งอีกครั้ง ผลการตรวจสุขภาพทางห้องปฏิบัติการ การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ครั้งท ี่ 2 ตามแนวทางทางแพทย์วิถีธรรม ในราว กลางเดือน มกราคม 2558 ผู้ป่วยมีต่อมขึ้นบริเวณลำคอทั้ง 2 ข้างใกล้ ๆ ต่อมทอนซิ ล 1 อาทิตย์ต่อมา ต่อมก็เริ่มโตอย่างรวดเร็ว และนูนออกมาบริเวณคอด้านนอก บริเวณข้างหูทั้ง 2 ข้าง บริเวณด้านหลัง ศีรษะ บริเวณขาหนีบ โดยจะเป็นมากตามร่างกายด้านขวา มีอาการปวดเ พิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจเข้าโรงพยาบาล ประจำจังหวัด ระหว่างรอหมอเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่ 2 วัน ผู้ป่วยมีอาการปวดมากจนนอนไม่หลับ ต้องนั่งหลับทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้ช่วยจึงตัดสินใจเลือกรักษาตัวตามแนวแพทย์ทางเลือก เพราะทราบดีถึงความทรมานจากพิษร้อนต่อร่างกายจากการให้ เคมีบำบัดเมื ่อครั้งก่อน และก็ขอคุณหมอออกจาก โรงพยาบาล กลับบ้าน มาเริ่มรักษาตามแนวทางแพทย์วิถีธรรม วันที่ 18 มกราคม 25 58 เริ่มทำ น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ให้คนไข้ (ใบย่านาง รางจืด ใบเตย อ่อมแซบ หญ้า ปักกิ่ง เสลดพังพอนตัวเมีย ต้นอ่อนข้าวสาลี น้ำนมราชสีห์ และหยวกกล้วย) โดยให้คนไข้ดื่มไปช้า ๆ ประมาณ 2 แก้ว เพื่อปรับสมดุลภายในร่างกายที่ร้อนจัด จากการอักเสบของ ต่อมน้ำเหลืองและจากพิษของมะเร็ง คนไข้ดีทอกซ์ด้วย น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ผสมน้ำเปล่า กัวซาบริเวณหลังคนไข้ เพื่อระบายพิษทางผิวหนัง ฟอกเลือดเสียออกจากร่างกาย และรับออกซิเจนเข้าไปสร้างเลือดดี คนไข้ดื่มน้ำถ่านผสมน้ำหลังทำ ดีท็อกซ์ คนไข้ทานอาหารปรับสมดุล (เน้นผักผลไม้ฤทธิ์เย็น) ทานข้าวกับเกลือ และผักฤทธิ์เย็นลวก คนไข้พักผ่อน ในคืนแรกเริ่มหลับได้บ้าง มีตื่นลุกขึ้นมานั่งหลับ สลับกันบ้าง วันที่ 19 มกราคม 25 58 ปลุกคนไข้ตื่นนอน 06.00 น. เนื่องจากคนไข้นอนไม่ค่อยหลับ จึงไม่สามารถตื่นเร็วกว่านี้ เปิด CD กดจุดลมปราณและกายบริหารโยคะให้คนไข้ทำตาม ทำ น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ให้คนไข้ดื่ม 1 แก้ว ตามด้วยผลไม้หลาย ๆ ชนิด (เน้นผลไม้ฤทธิ์เย็น) ปั่นผักผลไม้ให้คนไข้ทานทั้งกาก แล้วก็ให้ทานข้าวต้มล้างพิษ (ใช้ผักฤทธิ์เย็น 90% ฤทธิ์ร้อน 10% ) ระหว่างนี้ก็เปิดคลิปกลไกการเกิดและการหายของโรค ยา 9 เ ม็ดและน้ำปัสสาวะ ให้คนไข้ดู คนไข้ก็ดูไปหลับไป สังเกตว่าในช่วงเช้า อาการบวมลดลง ความร้อนตามตัวคนไข้ลดลง คนไข้ทำดีท ็ อกซ์ด้วยน้ำปัสสาวะ คนไข้ดื่มน้ำสมุนไพร ทานผลไม้ฤทธิ์เย็น ส้มตำสุขภาพ ต่อด้วยอาหารเที่ยงเป็นข้าวคลุกเกลือ และผักลวกเหมือนเดิม วันนี้มีน้ำซุป และถั่วเขียวต้มใม่ใส่น้ำตาลด้วย ระหว่างนี้ก็เปิดคลิปแชร์ประสบการณ์ของคนไข้รายอื่น ๆ ให้ฟัง คนไข้ก็ฟัง ๆ หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดโดยพยายามนั่งฟัง และทำกัวซาด้วยตัวเองรอบ ๆ ก้อนมะเร็งไปด้วย ดื่มน้ำถ่านสลับน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นปั่นสด ๆ คนไข้นอนหลับกลางวันบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ช่วงบ่ายคนไข้หยอดหู หยอดตา หยอดจมูก หยอดคอ แล้วพอกทาบริเวณศีรษะ คอ ขาพับ ด้วยกากสมุนไพรฤทธิ์เย็นผสมผงถ่าน น้ำมันเขียว น้ำย่านางสกัด ทิ้งไว้จนแห้ง ล้างออก แล้วกัวซาทั่วร่างกาย คนไข้ทำพลาง หลับไปพลาง ทำน้ำนมธัญพืชให้คนไข้ทานเป็นอาหารเย็น เพื่อให้พักผ่อนนอนหลับกลางคืนได้เต็มที่ ไม่ต้องลุกขึ้นมานั่งหลับบ่อย ๆ แต่คนไข้ปัสสาวะบ่อย ได้แนะนำให้คนไข้ทดลองดื่ม น้ำปัสสาวะ วันที่ 20 มกราคม 25 58 ปลุกคนไข้ตื่นเวลา 05.00 น. ฝึกคนไข้ดื่มปัสสาวะ ฝึกลมหายใจ กดจุด โยคะ ใช้เวลาประมาณ 2 ช ั่วโมง ฝึกทำน้ำสมุนไพรดื่มเอง ให้ช่วยทำน้ำผลไม้ปั่น สอนให้ทำข้าวต้มล้างพิษ และทานอาหารตามลำดับ คนไข้ทำดีทอกซ์เสร็จ พอกด้วยสมุนไพรบริเวณที่ปูดออกม า สังเกตว่าส่วนที่นูนเริ่มยุบลง ไม่ว่าบริเวณคอ หัว ข้างหู และขาพับ ลองเอามือคลำดู ก็เป็นก้อน เล็กลงอยู่ข้างใน อาการเจ็บหายไป ระหว่างนั้นคนไข้หลับ ๆ ตื่น ๆ เสร็จจากการพอก ให้คนไข้ทำกัวซาด้วยตัวเองทั่วทั้งตัว คนไข้หลับ ๆ ตื่น ๆ เป็นระยะ ๆ สอนคนไข้ทำอาหารเที่ยง วันนี้เริ่มทำกับข้าวให้ทานบ้าง คงรสชาติไว้ที่ 20 % และเน้นอาหารฤทธิ์เย็น อธิบายให้คนไข้ถึงสา เหตุที่ให้เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และสอนให้ทานอาหารตามลำดับ เพื่อเซลล์ร่างกายจะนำไปใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว ช่วยในการสร้างเซลล์ดีให้แข็งแรง และกำจัดเซลล์มะเร็งออกจากร่างกายได้ดี คนไข้ทานอาหารเสร็จก็ให้พักผ่อน ช่วงบ่ายให้คนไข้ช่วยเตรียมสมุนไพรสำหรับใช้ต้มแช่มือแช่เท้า เนื่องจากช่วง กลางวันอากาศร้อนมาก จึงให้คนไข้แช่มือแช่เท้าในอุณหภูมิที่ไม่ร้อนมากนัก ระหว่างแช่ก็ให้เอาผ้าชุบน้ำสมุนไพรโ พก ไว้ที่ศีรษะ กันไม่ให้ความร้อนตีขึ้นบนศีรษะ แช่มือเท้าเสร็จให้คนไข้เอาน้ำสมุนไพรที่เหลือไปอาบ คนไ ข้รู้สึกสบายตัวขึ้น จึงขออนุญาต แต่งตัวไปทำงานโดยเอาน้ำสมุนไพรและน้ำถ่านไปดื่มด้วย หลังจากที่ใช้หลักการทำความสมดุลให้ร่างกาย ด้วยการเอาสารอาหารที่ดีและเหมาะสมเข้าไปในร่างกาย และเอาพิษออกด้วยเทคนิคยาทั้ง 9 เม็ดข้างต้นของแพทย์วิถีธรรม มาเป็นเวลา ประมาณ 2 วันกว่า อย่างเต็มรูปแ บบ อาการโดยทั่วไปของคนไข้ดีขึ้น สดชื่นขึ้น อาการบวมของต่อมน้ำเหลืองหายไป (ดูได้จากรูปที่แน บมาด้วย) อาการเพลียน้อยลง ทำให้คนไข้มีความมั่นใจ ใน การนำศาสตร์นี้ไปใช้ต่อไป จนถึงวันนี้คนไข้ก็ยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไปทำงานทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น และได้ พยายามค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตเข้าสู่แนวทางของแพทย์วิถีธรรมมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดเจนคือ การรับประทานอาหาร คนไข้สามารถทานรสจืดได้ งดเนื้อสัตว์เกือบ 100 % ดื่มน้ำสมุนไพร ทำดีท ็ อกซ์ทุกวัน รับประทานอาหารปรับสมดุล ทานอาหารรสจืดและทานอาหารตามลำดับได้ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของคนไข้ที่สามารถ “ เป็นหมอดูแลตัวเอง ” ได้ ภาพก่อน – หลังการรักษาด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม ก่อนการรักษา (วันที่ 18 มกราคม 25 58 ) หลังการรักษา (วันที่ 21 มกราคม 25 58 ) 1276350 4445 อาการบวมบริเวณขาพับด้านขวา การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติของแพทย์วิถีธรรม ยาเม็ดที่ 4 การแช่มือ แช่เท้า ด้วยน้ำสมุนไพรที่ถูกกันกับภาวะร่างกาย ณ ขณะนั้น ยาเม็ดที่ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล (หลังจากอาการบวมยุบแล้ว) ผลการตรวจสุขภาพจากทางห้องปฏิบัติการ กรณีศึกษาที่ 3.55 นายณัฐธนะพงศ์ กัลยกรจิระกุล ชายไทย อายุ 53 ปี จังหวัดกระบี่ มีอาการกรด ไ หลย้อน ดื่มน้ำผสม 4x100 ( น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ผสมน้ำมันเขียว และ ผงถ่าน) แล้วหายไอ คันในคอ ตลอดเวลา ขูดกัวซา แล้วหายคันหูได้ยินไม่ค่อยชัด อึดอัด ไม่โล่ง หยอดหูด้วยน้ำสกัดย่านางแล้วโล่ง ฟังชัดเจน กรณีศึกษาที่ 3.56 นายหัสนัย รักขติวงษ์ ชายไทย อายุ 55 ปี เป็นลมพิษผื่นคันเรื้อรังมานานถึง 20 ปี ขึ้นตามตัวและใบหน้า รู้สึกปวดแสบปวดร้อน บวม คันมาก ๆ ปวดร้อนอยู่ใต้ผ ิวหนัง ผื่นเริ่มแรกจะมีขนาดเล็ก หรือบางทีก็ใหญ่เป็นปื้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงจะทุเลาลง ต้องไปหาหมอทุกสัปดาห์ กินยาแก้แพ้มาเป็นเวลา 20 ปี จ่ายยาเดือนละประมาณหนึ่งพัน กว่า บาท ตลอดเวลายี่สิบปีมานี้ต้องจ่ายถึงจำนวน 240,000 บาท ไปเข้า ค่าย ที่สวนป่านาบุญ 1 อ.ดอนตาล จังหวัด มุกดาหาร เมื่อวันที่ 19-25 ก รกฎาคม 2554 ลมพิษมันจะกำเริบในตอนกลางคืนทุก ๆ คืนที่อยู่ในค่าย คุณหมอเขี ยวท่านจะให้คำแนะนำและให้กำลังใจ ผมเสมอ ท่านบอกว่าผมต้องต่อสู้ด้วยความอดทนกับมัน เพราะมันสะสมอยู่ในร่างกายมาเป็นเวลานาน จะใช้เวลาเพียง 2-3 วันคงเป็นไปได้ยาก ต้องอดทนจนกว่าจะได้ชัยชนะจนถึงที่สุด ช่วงชีวิตที่อยู่ในค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม 7 วัน นับเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมาน เนื่องจากผมอยู่ในช่วงของการล้างพิษ ร่างกายจึงดันพิษออกทุก ๆทาง รวมทั้งการขับพิษท างผิวหนัง ต้องใช้วิธีการอื่น ๆ หรือยา 9 เม็ดข้ออื่น ๆ เข้าช่วยด้วย ” ผมดื่มน้ำ สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ทำกัวซา ทำดีท็อกซ์เช้า-เย็น รับประทานอาหารปรับสมดุล แช่มือแช่เท้า พอกทา อบสมุนไพร หยอดหูหยอดตา หยอดจมูก ก่อนนอน และดื่มน้ำยาวิเศษของ พ ระพุทธเจ้าหรือน้ำปัสสาวะทุก ๆ เช้าเป็นประจำอาการไม่สบายก็ดีขึ้นตามลำดับ จากที่กลับมาจากค่าย จะมีอาการกำเริบในตอนกลางคืนและเช้ามืดเป็นประจำ แต่ถึงตอนนี้ ณ ปัจจุบันนี้นั้นอาการดีขึ้นมากจนบางวันแทบจะไม่มีอาการอะไรเลย ผมรู้สึกดีมาก ๆ ที่ไม่ต้องได้พึ่งยาแก้แพ้อีก กรณีศึกษาที่ 3.57 เสริมศรี ชวนิสากุล หญิงไทย จังหวัดตรัง เป็น ภูมิแพ้ ถ้าอากาศร้อนหรือว่าเราออกกำลังกาย ร่างกายเราอุ่นขึ้นกว่าอุณหภูมิปกติ ก็จะเป็นจุดแดง ๆ คัน ๆ ลายไปทั่ว ปวดแสบปวดร้อน หลังจากไปเข้ าคอร์สหมอเขียว ได้ดีท็อกซ์ ด้วย แต่ช่วงแรก ๆ ไปที่หมอเข ียวกินมังสวิรัติ พอกลับมากินไก่ ก็เป็นฝีแบบไม่มีหัว เป็นไต ๆ เป็นหัวข ึ้นมาแค่นิ้วก้อยแบบด้านไม่เจ็บแต่คัน วันสองวันก็จะยุบหายไป เพราะเราไม่กินไก่นาน ๆ กินที ก็จะปูดขึ้นตอนนี้ทานเนื ้ อสัตว์ 30% กรณีศึกษาที่ 3.58 เพ็ญนภา ทิพย์ทอง หญิงไทย อายุ 38 ปี จังหวัดตรัง เป็น โรคภูมิแพ้ น้ำเหลืองไม่ดี เป็นฝีบ่อย โดนฝุ่นแล้วคัน บวมตามต่อมน้ำเหลือง คอบวม เป็นแผลในปาก ร้อนในตลอด ผดผื่น ปวดเข่า พอมารู้จักหมอเขียวก็ดื่มน้ำ สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ดีท็อกซ์ โยคะ กัวซา อาการดีขึ้น ปวดไมเกรนอยู่แต่ไม่หนักเหมือนก่อน ลูกชายเป็นโรคขี้หูตัน ต้องไปหาหมอเสียค่าแคะแพง ๆ พ อใช้น้ำสกัดย่านางหยอด ก็หลุดเอง ไม่ต้องไปหาหมอเสียเงินแพง ๆ เดี๋ยวนี้ทำอาหารฤทธิ์เย็นให้ลูก เวลาคนในครอบครัวป่วยก็ดูแลเอง ไม่ต้องไปหาหมอประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ ความสุขในครอบครัวกลับคืนมา กรณีศึกษาที่ 3.59 ฝน หญิงไทย อายุ 35 ปี จังหวัดชุมพร เป็น โรคแพ้อากาศ ถ้าอากาศเปลี่ยนก็จะไอ จาม เป็นหวัด น้ำมูกเขียวเลย เป็นเสลดด้วย แพ้สารเคมีด้วย มาค่ายหมอเขียว ดีท็อกซ์เป็นหลัก ดีท็อกซ์นี่รู้สึกตัว เองทำแล้วให้ผลไว รับประทานอาหารปรับสมดุล กัวซา กดจุด แช่มือแช่เท้าไม่ค่อยทำ พอกก็มีบ้างเป็นบางครั้ง ตอนนี้เป็นหลายโรค แต่ไม่กินยาอะไรเลย ทานเจมา 6 ปีแล้วค่ะ กรณีศึกษาที่ 3.60 นางปนัดดา สิงห์โต หญิงไทย อายุ 38 ปี จังหวัดกรุงเทพมหานคร แพ้อากาศเย็น ฝุ่นละออง คัดจมูก จาม มีน้ำมูก ปวดหัว ปวดหัวหายใจ เป็นภาวะร้อนเย็นพันกัน มีภาวะร้อนเกิน ท้องผูกด้วย ฉี่บ่อยตอนดึก ทำให้หลับไม่เต็มที่ อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ใจร้อน เคร่งเครียด ใช้คอมพิวเตอร์เยอะ ทานผงชูรส ทานรสจัด ชอบกินกาแฟ เบเกอรี่ เนื้อ นม ไข่ ไม่มีความสุขในการทำงาน โมโหเพื่อนร่วมงาน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 25 55 ได้เข้าคอร์สอบรมสุขภาพ 1 วัน ที่ ก รุงเ ท พ ฯ ใช้กัวซาที่แผ่นหลังอย่างละเอียด กินอาหารล้างพิษแบบในค่าย ทำ สมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ทุกวัน หยอดหูหยอดตาด้วย บางวันก็ได้พอกหน้า แต่ไม่ประจำ กดจุดลมปราณไปนิดหน่อย ทำดีท็อกซ์ แช่มือแช่เท้าด้วย ทำแบบนี้ทุกวัน บางวันก็ทำหลายอย่าง อาการดีขึ้นมาก ถ่ายเองได้โดยที่ไม่ได้กินยา อาการคัดจมูกเบาลง หายใจได้เร็วขึ้น กัวซาที่หัวคิ้วและที่จมูก อาการหายเร็วมาก ยังจามอยู่แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน คือจามแล้วจมูกโล ่ง เมื่อก่อนยิ่งจามยิ่งแน่นจมูก หายใจไม่ออก มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น กรณีศึกษาที่ 3.61 น างสาว แก่นแก้ว แซ่ตู้ หญิงไทย อายุ 48 ปี จังหวัดจันทบุรี โรค หรือ อาการ มะเร็งตับ วันที่เข้าค่าย 20 -2 6 มีนาคม 25 55 (ครั้งที่ l ) ที่ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ม หาวิทยาลัย อุบล ราชธานี เก็บข้อมูลวันที่ 23 มีนาคม 25 55 เมื่อเดือน ก ุมภาพันธ์ ที่ผ่านมารู ้สึกอ่อนเพลียมาก ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาล ศิริเวช หมอบอกว่าเป็นมะเร็งตับ ก็ตกใจมาก ได้แนะนำใ ห้ไปที่ศูนย์มะเร็งแห่งชาติที่โรงพยาบาล รามาธิบดี ที่กรุงเทพ ฯ ก็ไป โดยหมอให้น้ำเกลือและนัดไปให้เคมีบำบัดประมาณ l4 มี นาคม การแก้ไข : พอดีพี่สาวแนะให้ลองมาเข้าค่ายของหมอเขียวดู ก็เลยข อเลื่อนนัดหมอ วันแรก ท้องอืดมาก นอนตลอดเวลาเพราะเพลียและลุกไม่ขึ้น รอบเอววัดได้ 33 นิ้ว ไม่มี แรง ให้ดื่ม น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ทำดีท็อกซ์ ทานอาหารปรับสมดุล ดื่มน้ำน้อย ตาเหลือง หน้าเหลือง จัด กลางคืนนอนไม่หลับเพราะปวดท้อง วันที่ 2 ท้องยังอืดและปวด ก็แนะให้ดื่มน้ำปัสสาวะ น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ทำดีท็อกซ์เช้า เ ย็น ทานยาแก้ปวดที่คุณหมอจากโรงพยาบาล ให้มา ก็ดีขึ้นเล็กน้อย ช่วงกลางวันก็ให้พอกกากสมุนไพรฤทธิ์เย็นผสมถ ่านที่ท้อง กลางคืนรู้สึกหนาวมาก ก็แก้ร้อนเย็นพันกันให้ อาการค่อยดีขึ้นนอนหลับ ยังไม่เต็มที่เวลาทานก็จะอาเจียน ทำให้ไม่ชอบดื่มน้ำไปด้วย วันที่ 3 อาการท้องอืดดีขึ้นเล็กน้อย แนะให้ดื่ม น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ผสมผงถ่าน ให้พอกหน้าท้องอีกครั้งในช่วงกลางวัน แต่ทำไม่ได้นานก็ต้องเอาออกเพราะคนไข้รู้สึกหนาว ให้ไปแช่มือเท้าด้วยน้ำอุ่นดีขึ้น ดื่ม น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ผสมถ่านและน้ำปัสสาวะก็ทำให้หลับไปได้บ้าง ให้กัวซาหลัง ทำ ดีท็อกซ์ 2 ครั้ง อาการอาเจียนยังคงมีแต่น้อยลง วันที่ 4 ท้องยังอืดเล็กน้อย รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เนื่องจากอากาศเย็น ฝนตกก็ให้งดการพอกตัว แนะให้ทำ Homeo Pathy ให้ดื่มทำดีท็อกซ์แช่มือเท้า ทานอาหารได้เล็กน้อย ไม่อาเจียน กลางคืนหลับได้มากขึ้น วันที่ 5 ดื ่มสมุนไพรฤทธิ์เย็น รู้สึกดีขึ้น คนไข้นอนกลางวันได้มาก หน้าตาสดใสขึ้น ตาที่เคยเหลืองก็ดีขึ้น ให้ดื่ม Homeo Pathy ทำดีท็อกซ์ ดื่ม น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ผสมถ่าน วันที่ 6-7 อา การดีขึ้น คนไข้เริ่มทานอาหารได้ และเริ่มให้หาหมอนวดนวดตัว ได้ให้ข้อสังเกตว่าอย่าไปนวดบริเวณท้องมากนัก จะทำให้ตับได้รับผลกระเทือนวันกลับก็ได้แนะให้ไปปฏิบัติต่อที่บ้าน โดยให้ใช้การอบสมุนไพรแทนการพอกทา ในกรณีที่คนไข้รู้สึกหนาว กรณีศึกษาที่ 3.62 พระสุมโน ภิกขุ (ศิษย์หลวงพ่อชา) ชายไทย 72 ปี จังหวัด นครราชสีมา โรค หรือ อาการ: งูสวัด บริเวณหน้าอกด้านซ้าย เก็บข้อมูลกุมภาพันธ์ 25 55 ตอนที่ท่านรับกิจนิมนต์ ไปที่ ภูเก็ต ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ รู้สึกคันและเจ็บบริเวณหน้าอกด้านซ้ายใต้ราวนม ต่อมาก็มีผื่นแดงขึ้นจึงรู้ว่าเป็นงูสวัด ก็พยายามรักษามาหลายวิธี แต่ยังไม่หาย เจ็บปวดและทรมานมาก การแก้ไข : พอดีราวปลายเดือน ได้มีโอกาสรับกิจนิมนต์ไปภูเก็ตจากญาติของข้าพเจ้า ก็ได้มีโอกาสทำ น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ไปถวายให้ท่านดื่ม และทำกากย่านางผสมอ่อมแซบ+ผงถ่านไปพันรอบแผลได้ 1 คืน พร้อมทั้งทำผักสดและผักลวกพร้อมอาหารปรับสมดุลไปให้ท่านฉัน คืนนั้นท่านบอกว่า อาการปวดเบาลง ทำให้นอนหลับได้มากขึ้น จากที่ไม่ค่อยได้หลับสนิทมาหลายวัน แต่พอรุ่งขึ้นท่านก็ต้องเดินทางกลับปากช่อง ก็ได้แต่ทำ น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นสด ถวายให้เอาไป ดื่ม ระหว่างเดินทางไปด้วย 1 ขวดใหญ่ พร้อมทำกากสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกรอบตัวไปให้ใหม่อีกครั้ง และได้ให้ตัวอย่างใบสมุนไพรฤทธิ์เย็นไป 4-5 ชนิดเพื่อเป็นตัวอย่างไปทำที่ปากช่อง ต่อมาได้สอบถามอาการจากญาติ ได ้ความว่า ท่านไปปลีกวิเวกอยู่รูป เดียว โยมอุปัฏฐาก ก็เข้าไปได้อาทิตย์ละครั้ง ก็เลยไม่ได้ทำต่อเนื่อง อาการก็ยิ่งแย่ลงไปจากเดิม ปวดมากจนนอน ไม่หลับ เนื่องจากมีข้อจำกัดที่เป็นสมณะ ก็เลยหาคนไปช่วยท่านลำบาก และไม่ได้มีโอกาสติดตามผลได้เพราะติดต่อท่านไม่ได้อีกเลย หมายเหตุ ประมาณเดือน พ ฤษภาคม ก็ได้ทราบข่าวว่าอาการดีขึ้นแล้ว 3. จิตอาสา : คุณณัฐธยาน์ นาคบำรุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีศึกษาที่ 3.63 น้องโอ หญิง ไทย อายุ 30 ปี เข้า ค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมครั้งแรกที่สวนป่านาบุญ 2 เมื่อวันที่ 3-7 สิงหาคม 2557 ตอนอยู่ที่ค่ายไม่ได้ทำดีท็อกซ์ ไม่ได้ดื่มน้ำปัสสาวะ เพราะไม่กล้า จบค่ายกลับบ้านกินอาหารที่มีฤทธิ์ ร้อน ทำให้เกิดอาการไข้ตัวร้อน จึงงัดวิชาที่เพิ่งไปเรียนมาทำทุกอย่างไม่เว้นดื่มน้ำปัสสาวะ และดีท็ อกซ์ อาการไข้ตัวร้อนหายไปเลย แต่พี่สาวที่บ้านยังไม่มั่นใจว่าหายได้อย่างไร จึงบอกให้น้องโอไปหาหมอ แต่น้องโอยืนยันว่าหายแล้วจริง ๆ ไม่ต้องไปหาหมอหรือกินยาใด ๆ กรณีศึกษาที่ 3.64 น้องดอย เด็กชาย ไทย อา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน