วิปัสสนาเป็นเช่นไรในทางปฏิบัติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
วิปัสสนาเป็นเช่นไรในทางปฏิบัติ _ใจฝน…เตวิชโช วิปัสสนา นัยยะเดียวกันหรือไม่คะ พ่อครูว่า…ไม่ ไม่ใช่นัยยะเดียวกัน แต่มันก็เป็นการสร้างความรู้แล้วเกิดความรู้ทั้งคู่ วิปัสสนา กับเตวิชโช ก็เป็นอยู่ในวิชชา 8 วิปัสสนา เป็นข้อที่หนึ่งของวิชชา 8 ซึ่งมีวิปัสสนาอยู่เป็นยาดำทั้ง 8 ข้อ วิปัสสนา แปลว่า รู้เห็นแจ้งยิ่ง ตั้งแต่ตัวต้นจนถึงตัวจบ วิ แปลว่าวิเศษ ปัสสนะ แปลว่าการรู้เห็นเข้าไปในเนื้อ (นะ) วิปัสสนะคือการรู้ๆที่ตาเปิด เห็นมีการกระทบของรูปนาม มีภายนอกภายในกระทบกัน มีสภาวะ 2 ไม่ใช่มีแต่สภาวะอย่างเดียวภายในซึ่งเขาเข้าใจผิดว่าอยู่แต่ข้างใน ไปเข้าใจวิปัสสนาเป็นการพิจารณา ซึ่งผิด พิจารณาไม่ใช่วิปัสสนา ปัสสะ แปลว่า เห็น จารณะ แปลว่าพฤติกรรม การเคลื่อนที่บทบาท ปัสสะ แปลว่าเห็น แค่พยัญชนะก็ต่างกันแล้ว พิจารณากับวิปัสสนา นัยยะของสภาวะกับพยัญชนะ มันเถียงกันหูแตก ตาบอด
วิปัสสนา แปลว่าเห็น แปลว่ารู้แจ้ง มโนมยิทธิ...ก็หมายความถึงขั้น บทบาทความสำเร็จเห็นแจ้ง ที่ได้ทำงานทางจิต ที่มีเรื่องใหญ่ยิ่งคือรู้จักกิเลส 2 ต้องทำอย่างไรมีอุบายเครื่องออก ที่จะทำให้กิเลสมันฝ่อลง มันตายไปเลยหรือดับสิ้นไปได้ คำศัพท์อุบายเครื่องออก คือ พลังงานของฌานและบุญ สภาวธรรมที่อาตมามีเอง เป็นเอง มั่นใจเองว่านี่คือความจริงแท้ๆ เมื่อเรามีปัญญาหยั่งรู้แยกจิตกับกิเลส สองตัวเป็นเทวะคู่แยกให้ออก เมื่อแยกจิต แม้จะย่อยลงว่า เวทนา จิตหรือเจตสิกส่วนหนึ่งคือความรู้สึก กับกิเลส มันจะเกิดสุข เกิดทุกข์ เกิดชอบ เกิดชัง เกิดผลัก เกิดดูด ก็ดูตัวเหตุที่มันทำให้เกิดอาการนี้ กิเลสตัวนี้เป็นได้ทั้งผลักกับดูดทั้งชอบและชัง ชอบก็เรียกกาม ชังก็เรียกปฏิฆะ จับตัวมันได้ก็มาใช้อุบายเครื่องออก อุบายเครื่องออกของพระพุทธเจ้าไม่
อ่านต่อ
ทำร้ายไม่ข่ม แต่ ไม่รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าเอ็งเป็นมายา ผีหลอก เอ็งไม่มีตัวจริงหรอก เอ็งเกิดจากความโง่ของข้าเอง เอ็ง เกิดจากความโง่ของข้าเอ็ง ข้าจับเองได้แล้ว เจ้าโง่ เจ้าโง่ของใครของข้าเอ็งจะโง่เองไปเสีย เอาตัวอัตตาโง่ตัวอวิชชาโง่ทิ้งออกไปจากตัวเองเลย อวิชชาก็ดี ตัวข้าโง่ๆ ก็หายไปจากตัวเอง ตัวเองก็ใสสว่างสะอาดใจ อธิบายสภาวะด้วยพยัญชนะ ไม่ได้ไปทำร้ายทำให้บาดเจ็บ ทำให้มันเสียหายอะไรเลย เอาความรู้ ความจริง ความเฉลียวฉลาดให้จำนนด้วยความรู้ความเฉลียวฉลาดจริงๆ แล้วไอ้เจ้ากิเลสไอ้เจ้าความโง่นั้นนั้นพูดดีพูดดี (โยมว่า แล้ววันอื่นมันก็มาอีก ) ถ้าหากว่ากำลังของความรู้นั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอ เจ้าโง่นั้นก็จะไม่มาอีกแล้ว หายวับเป็นนิวเคลียร์ฟิชชั่นไปเลย หายจ้อยเลย เจ้าโง่ หายตรงไปอย่างเดียวไม่มี loop ไม่มีโค้ง หายลิ่วเลย ให้ไปออกนอกโลก ออกจักรวาลไปไหนไม่รู้ออกทะลุไปสามเหลี่ยมเมอร์บิวด้าเลย (โยมว่า.. หลังมีตัวเก่งกว่านี้มาอีก) พ่อครูว่า…ตัวไหนมาก็จัดการอย่างนี้หมด หมดสิ้นเลย ถ้ามีแถมอีกก็ไม่รู้จบ ก็ต้องรู้จักจบมันหมดสิ้นแล้ว หมดสิ้นแล้วใช่ไหม ใช่ก็ต้องจบสิ ถ้าหมดสิ้นแล้วก็ยังไม่จบอีกจะไปพูดอะไรอย่างนั้นอีกเหมือนกับคนเข้าใจว่า ปุญญะ พอมาอปุญญะ ก็แปลว่าบาป วนกลับไปอีก ก็ปุญญะ มันไม่มี 2 มี 1 เดียว อปุญญะ มันก็เป็นนิวเคลียพิชชั่นสูญหายไปเลยแล้วจะบอกว่ากลับมาอีก มันจะจบได้อย่างไร ก็จะเป็นนิพพานเป็นศูนย์ไปไม่ได้ นัยยะนี้ลึก เด็ดขาด หากเข้าใจอย่างนี้ไม่ได้ เข้าใจนิยามประเด็นของคำว่าบุญไม่ได้ คุณจบไม่ได้หรอก คุณจะไม่มีนิพพานเลย ฟังดีๆนะ เจ็บแสบนะคำนี้ อาตมานึกถึงท่านปราญช์ของไทยที่ท่านแปล อปุญญะ เป็นบาป สงสารท่านขึ้นมาจับใจเลยถ้าท่านเองท่านยึดมั่นถือมั่นไม่คลายไม่เปลี่ยนแปลงท่านจะมีอัตตามานะ ว่า โพธิรักษ์พูดไปข้าก็ไม่เชื่อเอ็งหรอก อาตมาขอกราบไหว้ด้วยความเคารพ อย่าคิดเช่นนั้นเลย ก็ได้แต่ขอร้อง อย่างเคารพที่สุด สงสารจับใจเลย ท่านใฝ่การศึกษาท่านต้องการบรรลุอรหัตตล แต่ท่านติดอยู่ตรงนี้ก้ไม่บรรลุอรหัตตผล
640317_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เอื้อไออุ่นชาวสันตินาคร