บทความ1.pdf

โฟลเดอร์รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรค อาน้ำมิตร
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์359 KB
วันที่แก้ไข9 ธันวาคม 2557

เนื้อหาในไฟล์

1 รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน ด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน ้า เครือแหชาวอโศก The Model of Morality Development for Youths Using Noble Eightfold Path Method Based on Phupha Fanam Practice of The Asoke. นายวิชัย เจียมวิจิตรกุล แขนงวิชาการศึกษานอกระบบ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อาจารย์ที่ปรึกษา 1) ผศ.ดร. ชนกนารถ บุญวัฒนะกุล 2) ผศ.ดร. ชูชาติ พ่วงสมจิตร์ Email address: [email protected] บทคัดย่อ การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ สังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน ด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน้้า เครือแหชาวอโศก โดยศึกษาจากวัตถุประสงค์เฉพาะคือ 1) สภาพปัจจุบัน พฤติกรรมและความคิดทางของเยาวชน 2) วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน้้า 3) ผลของวิธีการที่มีต่อพฤติกรรม และความคิดของเยาวชน กลุ่มเป้าหมายคือ เยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้าน้้า จ้านวน 23 คน และผู้ให้ข้อมูลหลัก 37 รูป/คน ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่มทั้งในรูปแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปเชิงอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบัน เยาวชนเป้าหมายมีวิถีชีวิตตามตารางเวลาแบบชาวอโศก และติดตามคุรุแม่ไก่ ด้านพฤติกรรม มีการละเมิดศีลบ้างในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ด้านความคิดของเยาวชน มีทิศทางที่จะลด ละ เลิก ในสิ่งที่ท้าให้ข้อศีลของตนบกพร่อง ให้คุณค่าต่อศีลธรรม เพียงแต่ยังไม่แข็งแรงพอในการอดทนต่อสิ่งยั่วเย้าที่เข้ามากระทบ 2) วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน้้าคือ กระบวนการสร้างให้เยาวชนเกิดสัมมาทิฏฐิในทุกปริมลฑล ประกอบด้วยสิ่งแวดล้อม บุคลากร และกระบวนก

อ่านต่อ

ารที่เหมาะสมซึ่งได้แก่การอยู่ร่วมกับคุรุแม่ไก่ ปฏิบัติศีล 5 ประเมินตนเอง ท้ากุศลเพิ่มเมื่อละเมิด พบสมณะตามตารางเวลาชาวอโศก 3) ผลของการพัฒนา เยาวชนมีการพัฒนาการดีขึ้นทั้งพฤติกรรมและความคิดทุกตัวอย่าง คิดเป็น 100 % สามารถสังเคราะห์เป็นรูปแบบเชิงระบบได้ดังนี้ คือ 1. ปัจจัยป้อนเข้า: เยาวชนสมัครใจ 2. สิ่งแวดล้อม: วัฒนธรรมบุญนิยม 3. กระบวนการ: 3.1) แนวคิดสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 3.2) กระบวนการย่อย: (1) การการอยู่ร่วมระหว่างลูกไก่กับแม่ไก่ (2) ปฏิบัติศีล 5 ในชีวิตประจ้าวัน (3) ประเมินศีล (4) สังเคราะห์ทิฏฐิกับสมณะ (5) ท้าโทษตนเอง เมื่อละเมิด (6) ท้าซ้้าอย่างต่อเนื่อง ผลผลิต: เยาวชนจิตใจแข็งแรงตั้งมั่นต่อสิ่งยั่วเย้าภายนอก ในระดับศีล 5 ได้จริง ผลลัพธ์: เยาวชนมั่นใจในความตั้งมั่นว่าจะไม่เสื่อมอีกต่อไป ค้าส้าคัญ: วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 แนวทางภูผาฟ้าน้้า ชาวอโศก แม่ไก่ ลูกไก่ 2 Abstract This research aimed to synthesis The Model of Morality Development Youths Using Noble Eightfold Path Method Based on Phupha Fanam Practice of The Asoke. The specific objectives of a studying are : 1) The current behavior and thinking of Youths 2) To describe the Noble Eightfold Path Method Base on Phupha Fanam 3) To analyze the effect of the PhuPha Fanam’s approach on the behavior and thought/aspect of Youths. The target group were 23 Youths in the care of Phupha Fanam and 37 informants of Phupha Fanam’s education procedure. This research methodology is qualitative method, using a participatory observation, collecting data by formal and informal interviews with the sample and focus groups. The inductive conclusion was used to analyze and conclude data. The results were found that: 1) The lifestyle of youths were followed by the Phupha Fanam’s Gurus and daily schedule of Asoke. The current behavior of youths: There were a few case of the youths who breaking the precepts. The current thought/aspect of youths: The youths’ trend about the fault of precepts practice became lower. And the youths can developed their moral values, but they cannot forbear enough for restraint the bad influence 2) Methods Based on Phupha Fanam: Creating a virtuous viewpoint to youth in all factors, consist of The environment, Related Personnel, and The process, viz. Coexistence between Youth and Guru, Practice on The five precepts in all activities of the Asoke’s routine schedule, Evaluation on oneself, Synthetic with cleric, Acceptance of punishment on oneself when break the rules 3) The result of the practice development : The Target’s youths can be developed their behavior and their view of all factors about 100% Synthesized on the system model as follows: 1. Input: The youths agreed to join the Asoke’s practice 2. Environment: The Asoke’s Bunniyom culture. 3. Process: 3.1) The concept of Noble Eightfold Path 3.2) Sub-processes: (1) The coexistence between Youth and Guru (2) The behaving of five precepts in daily life. (3) The evaluation of five precepts practice in every day by oneself. (4) Synthetic and examine one’s virtuous viewpoint with clerics. (5) The acceptance of punishment on oneself when the one break the rules. (6) The practice must be routine-repeated. 4) Output: Youths moral Developing in level of five precepts, were actually. 5) Outcome: The youths can be confident on their practice should not be degenerate. Keywords: Noble Eightfold Path Method Based on Phupha Fanam. The Asoke. Guru. 3 บทน้า ผลเนื่องมาจากการไหลบ่าของข้อมูลข่าวสาร ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองโดยระบบอ้านาจนิยม(ศุภรัศมิ์ ฐิติกุลเจริญ. 2540 : 253-254) ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยระบบทุนนิยมเสรี ก่อให้เกิดสภาพวิกฤตค่านิยมของประชาชนไทย(จุมพล พูลภัทรชีวิน. 2555) โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเยาวชนที่จะเป็นก้าลังส้าคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต ท้าให้เกิดค้าถามว่า จะท้าอย่างไรให้เยาวชนเรียนรู้ และเข้าใจโลกเข้าใจชีวิตอย่างถูกต้องเป็นสัมมาทิฐิเหมาะควรกับตนเองและสังคม ท้าอย่างไรจะฝึกฝนเยาวชนให้เข้มแข็งพอที่จะเอาชนะใจตัวเอง ไม่หลงค่านิยมวัตถุที่ถูกส่งเข้ามา ยั่วย้อมมอมเมา และกระตุ้นกิเลสของแต่ละคนให้อยากได้ อยากมี อยากเป็น จนเป็นเหตุให้เยาวชนไทยจ้านวนมากไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตนเองต้องไหลไปตามกระแสวัตถุนิยม ก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจ อีกทั้งส่งผลให้เกิดความเบี่ยงเบนทางด้านพฤติกรรม สร้างปัญหาให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคมในที่สุด ผลจากการพัฒนาตามแนวทางโลกาภิวัตน์ดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาในมิติต่างๆทั้ง ทางการเมือง ซึ่งมุ่งเอาชนะคะคานทางการเมืองด้วยความรุนแรงมากขึ้นๆ โดยเชื่อว่าผู้ชนะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ทางเศรษฐกิจ การฉ้อฉล คอรัปชั่น มีการต่อสู้เพื่อให้ได้ครอบครองอ้านาจทางผูกขาดด้านเศรษฐกิจ เช่น การเป็นผู้ผูกขาดตลาดรายใหญ่ การได้มาซึ่งสัมปทานต่างๆ เช่น พลังงาน บ่อน้้ามัน แก็สธรรมชาติ และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ โดยวิธีการคอรัปชั่น และทางสังคม มีปรากฏการณ์ครอบครัวแตกแยก คุณแม่ม.ต้น เด็กเที่ยงคืน คนหนุ่มสาวหลงเมือง คนแก่คนเฝ้าชนบท อาชญากรรม ทั้งปล้น จี้ ฆ่า ข่มขืน ปัญหายาเสพติด คนเจ็บป่วยทางจิต คนฆ่าตัวตาย ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เริ่มต้นเกิดจากความอ่อนแอภายในจิตใจ ท้าให้คนไทยตกเป็นทาสของเงินตรา(อยากรวย) ทาสของวัตถุ(อยากได้) ทาสของความทันสมัย(อยากเท่ห์) เอาแต่ใจตัวเอง(ไม่แคร์ใคร) อารมณ์รุนแรง(แปรปรวน) รักสบาย(ขี้เกียจ) เห็นแก่ตัว...ฯลฯ (ยังไม่มีชื่อเล่น, 2554) ประเทศไทย มีการน้าทฤษฎีทางการศึกษามากมาย ตลอดจนกระบวนการต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาเยาวชน ในด้านการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ แต่จากผลการวิจัยปัญหาของเยาวชนในยุคปัจจุบัน กลับพบว่า สถิติในด้านปัญหาต่างๆของเยาวชนมากขึ้นทุกปี เห็นได้จากผลการส้ารวจพบปัญหาเยาวชนไทยในยุควัตถุนิยม (พี่แพ็ท, 2550) ปรากฏว่า แนวโน้มการพยายามฆ่าตัวตายสูงขึ้นพบว่า เยาวชนอายุต่้ากว่า 25 ปี พยายามฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นจากจ้านวน 29.73 เป็น 33.98 คนต่อแสนประชากรในกลุ่มอายุหรือเกือบ 20 คนต่อวันและที่ฆ่าตัวตายส้าเร็จถึงราววันละ 2 คน จ้านวนเด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เพิ่มขึ้น เด็กประถมไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23.58 เป็น 25.36 ส่วนเด็กมัธยม-อุดมศึกษาเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 30.13 เป็น 31.09 แนวโน้มเด็กเล็กติดขนมกรุบกรอบและน้้าอัดลมเพิ่มขึ้น พบว่าเด็กประถมทาน ขนมกรุบกรอบและดื่มน้้าอัดลมเป็นประจ้าเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 26.75 และ 20.28 เพิ่มเป็น 27.14 และ 22.81 เนื่องจากสื่อโฆษณาชักจูงให้เด็กนิยมรับประทานมากขึ้น แนวโน้มวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์และมาท้าคลอดสูงขึ้น เด็กวัยรุ่นระดับมัธยม-อุดม ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 16 เป็นร้อยละ 19 และมีวัยรุ่นต่้ากว่า 19 ปีมาท้าคลอดเพิ่มขึ้นจาก 52,000 คนเป็น 71,000 คน เด็กถูกละเมิดทางเพศเพิ่มสูงขึ้น อัตราเด็กอายุ 18 ปีและต่้ากว่าถูกละเมิดทางเพศ เพิ่มขึ้นจาก 6.42 เป็น 31.32 คนต่อแสนประชากรในกลุ่มอายุหรือคิดเป็นจ้านวน 5,300 คนต่อปีหรือวันละถึง 4 15 คน ปัญหาความรุนแรงและการพนันในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่นระดับมัธยมต้นขึ้นมาร้อยละ 15 เล่นพนันบอล ร้อยละ 10 ถูกรีดไถโดยเพื่อนนักเรียน จ้านวนเด็กที่ถูกส่งเข้าสถานพินิจสูงถึงปีละ 30,000 คน นี่คือสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ผู้ท้าการวิจัยเลือกท้าการวิจัย รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนของภูผาฟ้าน้้า เครือแหชาวอโศก เพราะจากประสบการณ์ตรงของผู้ท้าการวิจัยซึ่งได้ท้าหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาของชาวอโศก คือท้าหน้าที่คุรุสัมมาสิกขา เป็นเวลามากกว่า 10 ปี พบว่า ท่ามกลางความเชี่ยวกรากของค่านิยมจากกระแสโลกาภิวัตน์ เยาวชนส่วนใหญ่ที่ผ่านการเรียนรู้จากที่นี่ ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกระแสดังกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน ท้าให้ผู้วิจัยสนใจ และพยายามศึกษากระบวนการที่ด้าเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังคงจะเฝ้าดูต่อไปว่า โรงเรียนสัมมาสิกขา จะสามารถสร้างเยาวชนที่พึงปรารถนาของชาติ อย่างที่แผนการพัฒนาสังคมแห่งชาติ และเป้าหมายการพัฒนาเยาวชนของแผนการศึกษาแห่งชาติที่มุ่งสร้างคนที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ ไม่ตกเป็นทาสของค่านิยมที่ผิดได้หรือไม่ วัตถุประสงค์ ผู้วิจัยมุ่งหมายที่จะสังเคราะห์ให้เห็น รูปแบบการพัฒนาศีลธรรมศีลธรรมให้กับเยาวชนด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน้้า เพื่อที่จะได้น้าวิธีการพัฒนาไปใช้พัฒนาเยาวชนของชาติในวงกว้างต่อไป การวิจัยครั้งนี้ศึกษาจากวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้ 1. สภาพปัจจุบัน พฤติกรรม และความคิดของเยาวชนเป้าหมาย 2. แนวคิด วิธีสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน้้า 3. ผลของการพัฒนาที่มีต่อพฤติกรรมและความคิดของเยาวชนเป้าหมาย นิยามศัพท์ วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 คือ วิธีการพัฒนาศีลธรรมที่น้าแนวคิดสัมมาอริยมรรคอันมีองค์ 8 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในอริยสัจ 4 ในศาสนาพุทธ ประกอบด้วย สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ มาใช้โดยเน้นการสร้าง สัมมาทิฏฐิอันเป็นประธานขององค์แห่งมรรค ซึ่งจะท้าให้สัมมาอริยมรรคท้างานอย่างบูรณาการ ตามแนวทางค้าสอนของพ่อครู สมณะโพธิรักษ์ โพธิรักขิโต แนวทางภูผาฟ้าน้้า หมายถึง แนวทางที่ใช้เฉพาะสังคมที่เครือแหภูผาฟ้าน้้ารับผิดชอบ ซึ่งมีเครือแหย่อยครอบคลุมชุมชนทางภาคเหนือ และญาติธรรมที่ศรัทธาอันได้แก่ ชุมชนภูผาฟ้าน้้า ชุมชนบ้านพืชผัก ชุมชนลานนาอโศก ชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย สาขาเชียงใหม่ และ แหล่งเรียนรู้ที่ญาติธรรมชาวอโศกขอน้าแนวทางไปใช้ ชาวอโศก หมายถึง บุคคลที่อยู่ในองค์กรอโศก ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชน มีวัฒนธรรมของตนเองในแบบบุญนิยม อยู่อย่างพึ่งพากันและกัน ในรูปแบบสาธารณะโภคี มีองค์ประกอบซึ่งบูรณาการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยสังคม บ้าน วัด โรงเรียน โดยมีพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ โพธิรักขิโต เป็นผู้น้าทางจิตวิญญาณ แม่ไก่ หมายถึง ครูพี่เลี้ยงที่จะดูแลเยาวชน และใช้ชีวิตร่วมกันตลอดเวลา 5 ลูกไก่ หมายถึง เยาวชนที่สมัครใจที่จะฝึกฝนตน เข้ามาอยู่และใช้ชีวิตร่วมกับแม่ไก่ตลอดเวลา ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย สามารถน้า แนวคิด วิธีการ ไปประยุกต์ใช้ในการฝึกฝนอบรมหรือจัดการศึกษาเพื่อสร้างศีลธรรมให้เยาวชนได้อย่างกว้างขวางในสังคมต่อไป สามารถน้ารูปแบบที่สังเคราะห์ได้ ไปใช้ กับการพัฒนาเยาวชนเพื่อสร้างให้เยาวชนมีความเข้มแข็งทางใจในการเอาชนะความอยากส่วนเกิน (กิเลส) ที่จะไม่หวั่นไหวต่อการยั่วยุจากค่านิยมที่ผิดในทุกสถานศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภายในตัวเยาวชนเอง ต่อสิ่งเร้าที่รุนแรงขึ้นทุกวัน อันมาจากข้อมูลข่าวสารผ่านทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยกระแสโลกาภิวัตน์ ในทุกบริบทไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยก็ตาม อาจน้าบางส่วนของกระบวนการไปสอดแทรกใช้ตามแต่ความพร้อมและเหมาะสมกับสถานศึกษา หรือแทรกอยู่ในวิชาการ รวมถึงการประเมินในภาคปฏิบัติ หรือน้าไปใช้เป็นกิจกรรมส่งเสริม เช่นการจัดค่าย และใช้เป็นหลักการปฏิบัติในสถานศึกษา ฯลฯ วิธีด้าเนินการวิจัย รูปแบบการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมและ เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม ทั้งในรูปแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ สภาพปัจจุบันทั้งด้านความเป็นอยู่ พฤติกรรม และความคิดของเยาวชนเป้าหมาย การน้าแนวคิด วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 มาใช้พัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชนตามแนวทางภูผาฟ้าน้้า ตลอดจนผลของการพัฒนาที่มีต่อพฤติกรรมและความคิดของเยาวชนเป้าหมาย อีกทั้งเก็บข้อมูลผลการประเมินพัฒนาการพฤติกรรมทางศีลธรรมเพื่อสนับสนุนข้อมูล ผลของการพัฒนาดังกล่าวอีกทางหนึ่งด้วย ผู้วิจัยด้าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยฝังตัวอยู่ในพื้นที่ เพื่อท้าการศึกษา และท้างานภาคสนามตลอดภาคการศึกษาที่ 2/2555 ซึ่งเป็นช่วงที่เยาวชนต้องอยู่ประจ้าร่วมกับคุรุแม่ไก่ตลอดเวลาคือตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 - เดือนเมษายน พ.ศ. 2556 และท้างานภาคเอกสารจนเสร็จสิ้นภารกิจใน เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 ข้อมูลการวิจัยครั้งนี้มาจาก 3 แหล่งข้อมูล/ผู้ให้ข้อมูล คือ 1. ข้อมูลเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดย 1) การสัมภาษณ์ สมณะผู้ดูแลการศึกษาเครือแหภูผาฟ้าน้้า สมณะบินบน ถิรจิตโต 1 รูป ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิด องค์ประกอบ และวิธีการของกระบวนการพัฒนาศีลธรรม ให้กับเยาวชน ตัวแทนสมณะการศึกษา 2 รูป ตัวแทนคุรุแม่ไก่เยาวชนฝ่ายชาย 4 คน ตัวแทนคุรุแม่ไก่เยาวชนฝ่ายหญิง 4 คน ให้ข้อมูลเกี่ยวพฤติกรรม และความคิดของเยาวชน บทบาทของตน กระบวนการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน และผลที่ได้รับจากการพัฒนาศีลธรรมของเยาวชน ตัวแทนผู้ปกครองเยาวชน จ้านวน 3 คน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ พฤติกรรม และความคิด ก่อนและหลังเข้าสู่การดูแลของภูผาฟ้าน้้า 2) การสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย เยาวชนกลุ่มเป้าหมาย รวม 23 คน สนทนาในข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน พฤติกรรม และความคิด ก่อนและหลังเข้าสู่การดูแลของภูผาฟ้าน้้า และคณะคุรุภูผาฟ้าน้้า สนทนาในข้อมูลเกี่ยวกับ พื้นฐานทั่วไป จุดเด่นจุดแข็งของ 6 กระบวนการ ปัญหาอุปสรรค์ การน้าไปใช้กับสังคม 3) การสังเกตและสนทนาแบบไม่เป็นทางการกับผู้ให้ข้อมูลทั่วไป ในพื้นที่ที่ท้าการวิจัย ในกรณีที่ข้อมูลไม่เพียงพอ 2. ข้อมูลเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลการประเมินผลการพัฒนาพฤติกรรมทางด้านศีลธรรมของเยาวชนเป้าหมาย โดยให้เยาวชนประเมินตนเอง และให้คุรุผู้ดูแลประเมินอีกทางหนึ่งด้วย 3. การใช้ข้อมูลแบบทุติยภูมิจากเอกสาร ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิด วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 จากหนังสือสมาธิพุทธ โดยพ่อครูโพธิรักษ์ โพธิรักขิโต ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาเยาวชนของภูผาฟ้าน้้า จากหลักสูตร คู่มือแม่ไก่ ตารางชีวิตประจ้าวัน แบบประเมินศีลธรรม และแบบประเมินอื่นๆ ของโรงเรียนสัมมาสิกขาภูผาฟ้าน้้า การตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยตรวจสอบข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้หลักการ ยืนยันข้อเท็จจริงจากเจ้าของข้อมูลหลัก การตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า และการจ้าแนกข้อมูล เป็นความคิดเห็น และข้อมูลในส่วนของการเล่าเรื่อง ส้าหรับการวิเคราะห์เนื้อหา ผู้วิจัยได้กระท้าไปพร้อมๆกันกับการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยน้าข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาวิเคราะห์ แล้วสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย เปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ แล้วน้าเสนอโดยการบรรยายเชิงอุปนัย ผลการวิจัย และอภิปรายผล 1. สภาพปัจจุบัน พฤติกรรม และความคิดของเยาวชนเป้าหมาย จากการศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่า การศึกษาบุญนิยมเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมระบบบุญนิยม บูรณาการในทุกๆกิจกรรมของชีวิต ถือเป็นการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งสร้างสมาชิกชุมชนสู่ความเป็นอาริยะชนเพิ่มขึ้น ส้าหรับ การพัฒนาเยาวชนของภูผาฟ้าน้้า เป็นการศึกษาในลักษณะอรูปนัย จากการศึกษาภาคสนามพบว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาศีลธรรมด้วยวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน้้า เกิดจากท่านสมณะบินบน ถิรจิตโต อาจารย์หนึ่งภูผาฟ้าน้้า เห็นนักเรียนสัมมาสิกขาต่างๆ โดยเฉพาะลูกหลานญาติธรรม ที่เริ่มต้นด้วยดี ต่อมาต้องออกไปเพราะเหตุแห่งการละเมิดศีล ซึ่งมาจากการท้าผิดเล็กๆน้อยๆก่อน และพัฒนาความผิดใหญ่ขึ้นๆ เพราะขาดผู้ใหญ่ที่มีศีลอยู่ใกล้ชิด จึงได้ด้าเนินการเปิดรับเยาวชนที่ต้องการพัฒนาตนเองอย่างจริงจังโดยใช้แนวทางภูผาฟ้าน้้าเรียกว่าระบบแม่ไก่ลูกไก่ ขณะท้าการวิจัย(ภาคการศึกษา 2/2555) เยาวชนเป้าหมายมาจาก โรงเรียนสัมมาสิกขาต่างๆ ในเครือแหชาวอโศกทั้งหมด 23 คน แบ่งเป็น 1) โรงเรียนสัมมาสิกขาศาลีอโศก 17 คน 2) โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก 3 คน 3) โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก 3 คน เยาวชนจะอยู่ร่วม ติดตามคุรุแม่ไก่ตลอดเวลา ทุกกลุ่มก็จะใช้ตารางเวลาตามวิถีชีวิตปกติชาวอโศก เรียนรู้จากกับประสบการณ์ตรง มีผัสสะเป็นปัจจัย แบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มคุรุแม่ไก่ใจจริง ชาวหินฟ้า มีคุรุแม่ไก่ผู้ช่วย 2 คน คือ คุรุแม่ไก่ตั้งใจ วงษ์สมศรี และคุรุแม่ไก่เยาวภา โคตรบรม มีลูกไก่ รวม 10 คน ฝึกฝนตนเอง อยู่ที่ พุทธสถานศาลีอโศก 2) กลุ่มคุรุแม่ไก่สุวภาพ เพชรสุข มีลูกไก่ รวม 2 คน ฝึกฝนอยู่ที่ ลานนาอโศก เชียงใหม่ 3) กลุ่มคุรุแม่ไก่วิชัย เจียมวิจิตรกุล มีลูกไก่ รวม 5 คน ฝึกฝนอยู่ที่ ลานนาอโศก เชียงใหม่ 4) กลุ่มคุรุแม่ไก่อรุณ แสนมหามงคล มีลูกไก่ 1 คน ฝึกฝนอยู่ที่ ชุมชนเพชรผาภูมิ ก้าแพงเพชร 5) กลุ่มคุรุแม่ไก่ทนสู้ อุปชาใต้ มีลูกไก่ 1 คน ฝึกฝนอยู่ที่ ชมรมมังสวิรัติ เชียงใหม่ 6) กลุ่มคุรุแม่ไก่นิวัช ตันติวัฒนไพศาล มีลูกไก่ รวม 4 คน ฝึกฝนอยู่ที่ ธุลีฟ้ารีสอร์ต เชียงใหม่ และที่บริษัท ธุลีฟ้า จ้ากัด กรุงเทพฯ 7 พฤติกรรมโดยรวมของเยาวชน หรือลูกไก่ มีพื้นฐานการปฏิบัติธรรม ฝึกฝนพัฒนาศีลธรรมมาแล้วจากโรงเรียนสัมมาสิกขาที่แต่ละคนจากมา จึงไม่พบพฤติกรรมผิดศีลร้ายแรง มีแต่ปัญหาการอยู่ร่วมกันบ้างเล็กๆน้อยๆ อีกทั้งมีการละเมิดศีลบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเมื่อเทียบกับ เยาวชนที่พบเห็นได้ตามแบบสังคมโรงเรียนที่เป็นข่าวโดยทั่วไป ความคิดของเยาวชนพบว่า มีทิศทางในทางลด ละ เลิก ในสิ่งเป็นอกุศล คือเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสม หรือเรียกว่า มิจฉาทิฏฐิ ส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อศีลธรรม ให้คุณค่าต่อศีลธรรม เพียงแต่ขาดอินทรีย์พละหรือยังไม่แข็งแรงพอในการอดทนต่อสิ่งยั่วยุให้เสื่อมต่้าในศีลธรรม ทิฏฐิหรือความเข้าใจยังไม่ชัดเจนพอที่ต่อต้านกระแสทุนนิยม บริโภคนิยม รวมทั้งสื่อสารไร้พรมแดนที่มักพาให้เสื่อมต่้าทางศีลธรรมด้วยตนเอง ส้าหรับสาเหตุของปัญหาพฤติกรรมและความคิดของเยาวชนพบว่า พฤติกรรมของเยาวชนมักที่จะเป็นไปอย่างไม่รู้ตัว ท้าตามความเคยชินที่ท้าบ่อยๆจนสั่งสมกลายเป็นนิสัยของเยาวชนนั้น ส่วนเรื่องของความคิดนั้น เยาวชนมักจะไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง มักจะคิดท้าตามค่านิยมของสังคม ซึ่งส่วนใหญ่ติดมากับสภาพแวดล้อมเดิม และสื่อต่างๆ โดยไม่มีการกลั่นกรอง แม้ในปัจจุบัน เยาวชนเริ่มเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศีลธรรม ก็ยังพบปัญหาเชิงพฤติกรรม และความคิด ถึงจะลดลงบ้างก็ตาม 2. แนวคิด วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์8 ตามแนวทางภูผาฟ้าน ้า การพัฒนาศีลธรรมของภูผาฟ้าน้้ามักถูก เรียกว่า ระบบแม่ไก่ลูกไก่ จากความเชื่อที่ว่า หากเด็กๆมีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดีแล้ว เด็กก็จะพัฒนาได้ดี เพียงแต่จะต้องจัดองค์ประกอบของผู้ใหญ่ที่มีศีลให้มีเวลามาอยู่กับเด็กตลอดเวลา เรียกผู้ใหญ่ว่า แม่ไก่ เรียกเด็กๆว่าลูกไก่ 2.1 แนวคิดสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 จากการศึกษาพบว่า เป็นแนวคิดที่มุ่งพัฒนามนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในเชิงโลกกุตระ คือเป็นคนที่ลด ละ เลิก ความเห็นแก่ตัว จนกระทั่งหมดความเห็นแก่ตัวในที่สุดเรียกว่าอาริยชน โดยมีกระบวนการประกอบด้วยการเรียนรู้ ปฏิบัติมรรค 7องค์ คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และจะบรรลุผลคือ สัมมาสมาธิ อธิบายโดยสังเขปในระดับศีล 5 ได้ว่า การมีสัมมาทิฏฐิคือมีองค์ความรู้ศีล 5 เป็นหลักคิด และมีการปฏิบัติคือการไม่ละเมิดศีลที่ก้าหนด โดยใช้พยายาม(สัมมาวายามะ) และการก้าหนดรู้(สัมมาสติ) ไม่ให้ละเมิดศีล 5 ในการใช้ชีวิตประจ้าวัน ได้แก่ การคิด(สัมมาสังกัปปะ) การพูด(สัมมาวาจา) การกระท้า(สัมมากัมมันตะ) การประกอบอาชีพ(สัมมาอาชีวะ) จนเป็นปกติในศีลข้อนั้นๆ เรียกว่า เกิดผลเป็นความตั้งมั่น(สัมมาสมาธิ) ไม่ละเมิดศีลอีกต่อไป และหากได้ผลเป็นสมาธิแล้วก็จะสั่งสมเป็นสัมมาญาณ และสัมมาวิมุติต่อไป ซึ่งก็คือความเป็นปกติในศีลนั้นอย่างยั่งยืนไม่เปลี่ยนแปลง คือมั่นคงในเรื่องนั้นๆได้อย่างเที่ยงแท้ถาวรนั่นเอง 2.2 วิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 หมายถึง วิธีการที่จะสร้างเหตุปัจจัยให้สัมมาอริยมรรค มีองค์ 8 ท้างาน เพราะจากการศึกษาพบว่า การที่สัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 จะท้างานก็ต่อเมื่อสัมมาทิฏฐิเกิดก่อน การที่สัมมาทิฏฐิจะเกิดได้ ก็ต้องอาศัยปัจจัยภายใจอันได้แก่ การมีปรโตโฆษะและโยนิโสมนสิการ และการเกิดปัจจัยภายในก็ต้องอาศัยก็ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกได้แก่ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม กัลยาณมิตร และสัปบุรุษ 8 2.3 แนวทางภูผาฟ้าน้้า พบว่า เป็นแนวทางซึ่งน้าแนวคิดและวิธีการสัมมาอริยมรรคมีองค์ 8 มาใช้ในลักษณะเฉพาะคือ ให้เยาวชนได้อยู่ร่วมกับครูที่พัฒนาตนให้มีศีลธรรมได้แล้วตลอดเวลาในขณะที่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงในการด้าเนินชีวิต ภายใต้สิ่งแวดล้อม ตารางเวลา และบุคลากรที่อยู่ในวงจรวิถีชีวิต เน้นการสร้างปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิในทุกปริมลฑล โดยสามารถแปลงนามธรรมของปัจจัยสร้างสัมมาทิฏฐิ เป็นรูปธรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนี้ 1) ปรโตโฆษะ โดยการใช้วิธีการเลือกรับเยาวชน เฉพาะที่สมัครใจ ยินดีที่จะฝึกฝน เรียนรู้สิ่งใหม่ 2) โยนิโสมนสิการ โดยการมีการสร้างข้อปฏิบัติในการมองตน ได้แก่ การสังวรศีล 5 ในการด้าเนินชีวิต การประเมินด้วยตัวชี้วัด การสังเคราะห์ตนโดยสนทนากับคุรุแม่ไก่และสมณะ การท้ากุศลเพิ่มพิจารณาโทษตนเองเมื่อละเมิดศีล 3) สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ได้แก่ สิ่งแวดล้อมที่ห่างจากแหล่งอบายมุข และสภาพแวดล้อมของสังคมของคนมีศีล 4) กัลยาณมิตร คือ ตัวคุรุแม่ไก่และสมณะ ในบทบาทเป็นที่พึ่ง อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข และท้าตนเป็นแบบอย่างในการด้าเนินชีวิตและแก้ไขปัญหาต่างๆ 5) สัปบุรุษ คือ ตัวสมณะและคุรุแม่ไก่ ในบทบาทบอกสอนให้สัมมาทิฏฐิ กล่าวโดยสรุป สัมมาทิฏฐิ เป็นเรื่องส้าคัญ และจ้าเป็นต่อการพัฒนาเยาวชนมากที่สุด เพราะ คนทุกคนจะท้าอะไร แสดงออกอย่างไร ก็ล้วนมาจากทิฏฐิ หรือความเชื่อความเข้าใจโลกเข้าใจชีวิตที่สั่งสมมาก่อนทั้งสิ้นจนกลายเป็นความเคยชิน เมื่อมาอยู่ในกระบวนการ เยาวชนจะเรียนรู้สัมมาทิฏฐิ จากการมองตน และสังเคราะห์ทิฏฐิจากสมณะ โดยศึกษาจากประสบการณ์ตรง เมื่อกระทบผัสสะและแสดงออกตอบสนองสิ่งเร้าที่กระทบนั้น แล้วปรับเปลี่ยน ท้าซ้้าจนกลายเป็นคนใหม่ที่มีศีลในเรื่องที่ปฏิบัตินั้นๆ การพัฒนาตามแนวทางภูผาฟ้าน้้า จึงเป็นการพัฒนาอย่างบูรณาการ ในทุกมิติของการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ผ่านระบบแม่ไก่ลูกไก่ โดยใช้แนวคิด วิธีการสัมมาอริยมร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน