รวมบทความ.pptx
เนื้อหาในไฟล์
โดย นายวิชัย เจียมวิจิตรกุล รหัสประจำตัว 2542900614 ภาคการศึกษาที่ 2/2554 แขนงวิชาการศึกษานอกระบบ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ชุด วิชา 26709 สัมมนาการบริหารจัดการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย SEMINARS ON NONFORMAL AND INFORMAL EDUCATION MANAGEMENT บทความ การบริหารการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
บทความ 2: การสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยทฤษฎีพุทธ : ทางออกของมนุษยชาติ(ก่อนที่จะสายเกินไป ! ) ปัจจุบัน เราจะพบว่า ปรัชญาที่ถูกใช้ผ่านทฤษฎีทางการศึกษามากมาย ได้ถูกนำมาใช้อย่างสูญเสียหรือ หลงทิศหลงทางไปจากความมุ่งหมายที่แท้จริง เพราะหากเรามองดูโลกของเราด้วยความจริงเชิงประจักษ์ แล้วจะพบว่า ในขณะที่การศึกษาในโลกเจริญขึ้น ? (ตามความคิด/ความเชื่อของคนทั่วไป) ดูเหมือนโลกของเรากลับยิ่ง พัฒนาไปในทิศทางตรงกันข้าม คือ สภาพและอัตรา ของความเห็นแก่ตัว การเอารัดเอาเปรียบ การเอาชนะคะคาน การใช้ความรุนแรง มากขึ้นทั่วโลกเป็นเงาตามตัว โลกได้กลายเป็นสนามรบที่ผู้นิยมใช้ความรุนแรง(อำนาจนิยม) และใช้เงิน(ทุนนิยม)เป็นตัววัดความสำเร็จเป็นจ้าวไปเสียแล้ว(แทนที่ จะวัดกันที่คุณค่าของความเป็นมนุษย์-คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม)
ทฤษฎีที่ มุ่งพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์ ปรัชญาจากศาสนาพุทธ 1. ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง พระ บรม ราโชวาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “Our loss is Our gain.” “ขาดทุนนั่นนะ คือกำไรของเรา” ทรงเน้นย้ำว่าพอเพียง คือ ไม่โลภมาก ไม่เบียดเบียน “ ... คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด – อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ – มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไ
อ่านต่อ
ม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมากอาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง ”
หลักคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง พอประมาณ
มีเหตุผล มี ภูมิคุ้มกันในตัว
เงื่อนไขความรู้ (รอบคอบ รอบรู้ ระมัดระวัง) เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน)
ชีวิตเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สมดุล มั่นคง และยั่งยืน
หลักของความพอประมาณ (พอดี)5ประการ ข้อสรุปของ สภาพัฒน์ ฯ พอดีด้านจิตใจ เข็มแข็ง มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร ประนีประนอม นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม พอดีด้านสังคม ช่วยเหลือเกื้อกูล รู้รักสามัคคี สร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน พอดีด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ และเกิดความยั่งยืนสูงสุด พอดีด้านเทคโนโลยี รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและสอดคล้องต่อความต้องการ เป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และพัฒนาจากภูมิปัญญาชาวบ้านก่อน พอดีด้านเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอควร พออยู่ พอกิน สมควรตามอัตตาภาพและฐานะของตน
หลักของความ มีภูมิคุ้มกัน2ประการ ภูมิปัญญา : มีความรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ภูมิธรรม : ซื่อสัตย์ สุจริต ขยันอดทนและแบ่งปัน style.visibility style.visibility ppt_w ppt_h style.visibility
ปรัชญาบุญนิยม พ่อครู สมณะ โพธิ รักษ์ โพธิรักขิ โต “ การศึกษาไม่ลดกิเลส กู้ประเทศไม่ได้ ” ระบบ บุญนิยม ที่มา ปรัชญา แนวคิด ระบบบุญนิยม เป็นอีกชื่อเรียกหนึ่งของพระพุทธศาสนา ในรูปของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า “ อโศก ” มีแนวปฏิบัติในศีลที่โดดเด่น ตีความตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด จนเกิดความแตกต่างจากสงฆ์กระแสหลัก พื้นฐานชาวอโศกจะมุ่งฝึกอบรมสมาชิกให้เคร่งครัดในหลักศาสนา เมื่อเวลาผ่านไป ได้เกิดองค์ประกอบ 3 ส่วนของชุมชนบุญนิยม ได้แก่ บ้าน (ชุมชนชาวอโศก) วัด (พุทธสถาน) และ โรงเรียน ( สัมมาสิกขา) ซึ่งรวมกันเรียกว่า “ บวร ” เป็นปัจจัยนำเข้า ( Input) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของวิถีบุญนิยม ตามทฤษฎีอริยมรรค มีองค์ 8 ซึ่งถือได้ว่าเป็นทัศนะแม่บทสำคัญ
ปรัชญาการศึกษา ของสัมมาสิกขา “ ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ” ดำเนินการ จัดการศึกษา โดยความร่วมมือ ระหว่าง ( 1) พุทธสถาน (วัด) โดยมีสมณะ และ สิก ขมาตุ เป็นตัวแทน (2) โรงเรียน โดยมี “ คุรุ ” เป็นตัวแทน และ ( 3) บ้าน โดยมีผู้ปกครอง เป็นตัวแทน ศีลเด่น การสร้างภาวะของศีลเด่น กระทำกันเป็นกระบวนการ อาศัยเวลา แวดล้อมด้วยตัวอย่างที่ดี (สมณะ สิก ขมาตุ) คำสอนที่ดี (ศีล 5) และสิ่งแวดล้อมที่ดี (สังคม อาริย ชน) รวมกันเป็นองค์ประกอบอันเดียวกัน เป็นงาน เน้นงานที่เป็นสัมมาอาชีพ บนพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ หรือเศรษฐศาสตร์บุญนิยม ( สัมมาอริยมรรค) มุ่งตอบสนองปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ได้แก่ อาหาร และเครื่องใช้สอยที่พอเหมาะพอเพียง เทคโนโลยี จะถูกนำไปใช้เท่าที่จำเป็น การเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์ใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่ธรรม มิใช่มีไว้เพื่อเสพ ชาญ วิชา มุ่งขจัดขัดเกลากิเลส ตัณหา อุปาทาน จนเกิดปัญญาในระดับโลกุตระ
โรงเรียนวิถีพุทธ-โรงเรียนรุ่งอรุณ “ปฏิบัติงาน ให้เป็น ปฏิบัติธรรม” เป็นแนวทางการศึกษาที่ให้ไว้แก่สังคม เพื่อจะเป็นทางรอดของมนุษย์ด้วยอิสรภาพทางปัญญา ตามนัยพุทธธรรม ซึ่งท่านพระธรรมปิฎก( ป.อ. ปยุตฺ โต)ได้ให้ความหมาย การเรียนรู้ว่าเป็นสภาวะของมนุษย์ที่สามารถฝึกฝน ขัดเกลาตนเอง และพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้เจริญยิ่งขึ้น สูงสุดสู่ ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแห่งไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา พระฉะนั้น การเรียนรู้จึงครอบคลุมความเป็นไปของชีวิต เป็นบันไดช่วยให้มนุ ษย์ก้าวขึ้นจากความเป็นปุถุชน ไปสู่ความเป็นบัณฑิตตามครรลองแห่งสติ-สัมปชัญญะ สู่สัมมาทิฐินั่นเอง
องค์ประกอบ โครงสร้างความสัมพันธ์ที่สำคัญ 2 ประกา ร : 1. องค์ประกอบด้านการเรียนการสอน ผลที่เกิดกับผู้เรียน ควรบรรลุถึงทั้งด้าน ความรู้ + การพัฒนาตนด้านพฤติกรรมในทางที่ดี เหตุ-ปัจจัย ได้แก่ หน่วยการเรียน บูรณา การ และสื่อ สาระนำพาให้นักเรียนดำเนินการเรียนของเขาไปด้วยฉันทะ กระบวนการเรียนรู้โดยครูที่เห็นทั้งคุณค่าแท้ของสาระวิชา และเห็นศักยภาพการเรียนรู้ของนักเรียน 2. องค์ประกอบด้านความสัมพันธ์ฉันกัลยาณมิตร ก. ผลที่ได้รับร่วมกัน เกิดการเรียนรู้กันและกันในทางสร้างสรรค์ เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับปรัชญาหรือแนวคิดหลักของโรงเรียนที่เชื่อว่า ผู้บรรลุปัญญา จึงจะรอดพ้นจากภาวะเสี่ยงหรือภาวะตามยถากรรม หรือหวั่นไหวไปตามกระแสโลกธรรม 8 ข. เหตุ-ปัจจัย สร้างขึ้นโดยกลุ่มที่มีพลังมากๆทั้งจำนวนและคุณภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีอิทธิพลต่อนักเรียนที่สุดคือ พ่อ แม่ บวกการมีการสื่อสารกันและกันอย่างสม่ำเสมอ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักเรียน ค. กระบวนการ การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร บุคลากรหน่วยต่างๆ “ส่งเสริม สนับสนุน สานต่อ ก่อตั้ง”
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีเป้าหมาย ที่จะ สร้างภูมิคุ้มกันของคน ต่อสถานการณ์ที่กระทบฉับพลันและส่งเสริมการเติบโตที่เสมอภาคและยั่งยืน อีกทั้ง ปลูกฝังจิตสำนึกพอเพียง ต้อง ปรับเปลี่ยนค่านิยม และความคิดของคนเพื่อให้เอื้อต่อการ พัฒนาคน ปรัชญาการศึกษาบุญนิยม มีเป้าหมาย ที่จะสร้างมนุษย์อาริยะ “ รู้โลก อยู่เหนือโลก และสงเคราะห์โลก ” ความยั่งยืนของวิถีบุญนิยม ตามทฤษฎีอริยมรรค มีองค์ 8 ปรัชญาการศึกษา โรงเรียนวิถีพุทธ- โรงเรียนรุ่งอรุณ “ปฏิบัติงาน ให้เป็น ปฏิบัติธรรม” มนุษย์ควรจะดำเนินชีวิตโดยอาศัยสภาวะ ความรู้ ที่เป็นศักยภาพของปัญญา จึงจะรอดพ้นจากภาวะเสี่ยงหรือภาวะตามยถากรรม หรือหวั่นไหวไปตามกระแสโลกธรรม 8 โดยเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแห่งไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ให้ถึงซึ่งสัมมาทิฐิ อันจะนำไปสู่อิสรภาพทางปัญญาของมนุษย์ในที่สุด ฯลฯ
บทความ 1: การศึกษาตลอดชีวิต : มิติด้านวิธีการ กระบวนการสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ ในยุคหลังโลก กาภิวัตน์
แผนปฏิบัติการที่ 21(Agenda 21st)(OLSP,1996) ขององค์การสหประชาชาติระบุไว้ว่า “ การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน การศึกษาในระบบและนอกระบบโรงเรียนจะต้องมีจุดมุ่งหมายในการเปลี่ยนทัศนคติคน เพื่อให้ตระหนักในปัญหาที่จะเกิดจากการพัฒนา มีทักษะและพฤติกรรมที่จะส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนโดย บูรณา การในทุกรายวิชา ”
กระไรไทยไยจึ่งล้น ไหลหลง งมโง่โลกีย์ดง ดื่นบ้า ศึกษาผ่าเข้าพง ผรุส โลก โลกหลอกลึกล้ำหน้า บ่รู้ สัจธรรม โลกธรรมกระหน่ำซ่อนซ้อน ชาญเชิง ปุถุชนวนหลงเหลิง จัดจ้าน ยิ่งเรียนยิ่งเปิดเปิง เป็นป่า นรกเลย จมโลกธรรมด่ำด้าน มืดด้วย อวิชชา
ยิ่งศึกษายิ่งกิเลสสร้าง ตัวตน เกิดศึกลึกภัยชน ชั่วร้าย แข่งใหญ่แย่งรวยฉล ฉ้อฉลาด ฉวยฉกหมกเม็ดท้าย สุดแล้ว เลวเหลือเนื้อแท้ธรรม บ่รู้ สัจจา จบด็ อก เตอร์ แต่อวิชชา ท่วมท้น คือรู้แต่กิเลสหนา เอาเปรียบ ยิ่งเฮย สูงแต่ต่ำดำข้น ขาดสิ้น ศีลธรรม ( สไมย์ จำปาแพง 21 ก.พ. 2552 )
วิเคราะห์ : ถ้าเราจะชี้ให้ชัดถึงมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้ว คุณสมบัติหลักอยู่ที่การพัฒนามนุษย์ ให้ทำความดี และการมีค่านิยมที่การได้เสียสละให้แก่สังคม เป็นรูปธรรมของทฤษฎีการศึกษาแนวทางศาสนาพุทธ และต้องเริ่มต้นที่จิตใจ เริ่มที่การพัฒนา จิตใจ ที่มั่นคงต่อความดี แล้วสิ่งอื่นๆก็จะพัฒนาต่อเนื่องไป ขยายไปสู่ภายนอกเป็นคำพูด เป็นการกระทำ ต่อคนรอบข้าง ขยายไปสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และโลกหรือมนุษยชาติในที่สุด ดังคำกล่าวขององค์สมเด็จ สัมมาสัม พุทธเจ้า “มโนปุพัง มโนธัม มา มโน เสฐา มโนม ยา” (สิ่งทั้งหลายมีใจเป็นประธาน มีใจเป็นหัวหน้า ทุกสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ) นักการศึกษาที่รัก ก่อนที่โลกาจะวินาศไปยิ่งกว่านี้ เมื่อไรหนอ ? การศึกษาทางด้าน คุณธรรม ศีลธรรม จะถูกยกระดับขึ้นมาเป็น วาระแห่งชาติ !!!
บรรณานุกรม : คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.( 2553). การวิเคราะห์บริบท: ความท้าทายของการบริหารการศึกษาในอนาคต. กรุงเทพฯ : กพร. จริงจังตามพ่อ.( 2552 ) หนังสือพิมพ์เราคิดอะไร ฉบับที่ 225 เดือนเมษายน พ.ศ. 2552 ล้มเหลวเพราะการศึกษา . กรุงเทพมหานคร. ( 2553 ) นัยยะที่เราคิด สำนักพิมพ์กลั่นแก่น กรุงเทพมหานคร ตุลาคม, 2553. ชยสาโร ภิกขุ. ธรรมเทศนาเรื่อง พุทธศาสนากับการศึกษาไทย แนวความคิด พุทธศาสนากับการศึกษาไทย แสดงไว้ ณ โรงเรียนทอสี วันที่ 4 กันยายน 2544 ประเวศ วะสี. ถอดความจากบันทึกคำบรรยายเรื่อง การศึกษาแนวพุทธ ณ.คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2544 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ( 2545 )พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 กรุงเทพมหานคร พริกหวานกราฟ ฟิค สุมน อมรวิวัฒน์. 3 แนวความคิดหลัก จากการศึกษาตามนัยพุทธธรรม ( Principles of Administration Policy and and Educational Planning อาจารย์ 202.29.5.17/ kitchakarn /sub/krumoo1/file/upload/tanawat.ppt) http://164.115.5.161/th/index.php:option=com_content&view=article&id=214&itemid=226 http://164.115.5.161/th/index.php:option=com_content&view=article&id=214&itemid=226 dex.html
บทความ 3: การปฏิรูปการศึกษา ต้องกล้าผ่าตัดเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างการบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงเฉพาะรูปแบบโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระสำคัญ และการมองเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเป็นแค่การมีโครงการเพิ่มเติมจากการจัดการศึกษาปกติ ไม่ใช่การปฏิรูป การจะปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลได้อย่างแท้จริงจะต้องพยายามทำให้ผู้มีส่วนร่วมได้เสีย (STAKFHOLDERS) ทำความเข้าใจเป้าหมายให้ชัดเจนและปฏิรูปที่เนื้อหาสาระสำคัญอย่างถึงราก ลงมือปฏิรูปอย่างจริงจัง
“ปัญหาสภาพการศึกษาของประเทศไทย ต้องเร่งการปฏิรูป ก่อนที่โลกการสื่อสารไร้พรมแดน (ข้อมูลข่าวสารที่ชี้นำค่านิยม โฆษณาประชาสัมพันธ์ และโฆษณาชวนเชื่อ) จะสอนเยาวชนของเราให้เป็นคนที่ไม่พึงประสงค์ของสังคมไทยอีกต่อไป”
การปฏิรูปการศึกษาระยะที่ 1 ประสบความล้มเหลว เพราะ สภาพคอขวดในการปฏิรูปการศึกษา ( วิทยากร เชียงกุล) เป็นเพียงการเสนอการปฏิรูปภายในกลุ่มผู้บริหารในกระทรวงและนักวิชาการด้านการศึกษา เป็นการปฏิรูปเพียงรูปแบบ เป็นการปฏิรูปโดยระบบบริหารราชการ แบบแก้กฎหมาย ใช้คำสั่งจากบนลงล่าง เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเล็กน้อย ไม่เกิดแนวคิดใหม่และแรงผลักดันที่จะช่วยให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนการสอนอย่างขนานใหญ่ การขาดภาวะผู้นำ ที่ตระหนักถึงรากเหง้าและความสำคัญของปัญหาการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบองค์รวมและรู้จัก จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา ระบบคัดเลือก การบริหาร และการให้ความดีความชอบครูอาจารย์และบุคลากร ยังอยู่ภายใต้ระบบราชการแบบรวมศูนย์ ที่เป็นเรื่องการใช้อำนาจนิยมและการวิ่งเต้นเส้นสาย ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ในแง่การผลิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมและอาชีวศึกษาและในแง่ของคุณภาพของผู้จบการศึกษาทุกระดับ ยังต่ำกว่าหลายประเทศ ระบบการประเมินผลและการสอบแข่งขันเพื่อรับการคัดเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย ยังเป็นการสอบแบบปรนัย ขัดแย้งกับแนวคิดปฏิรูปการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เสนอว่าควรส่งเสริมให้ผู้เรียนได้หัดคิดหัดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประยุกต์ใช้เป็น
ปัจจัยอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อการปฏิรูปการศึกษา (ชัชวาล ทองดีเลิศ. เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือก ) หลักสูตรแกนกลาง พ . ศ .2551 ที่ขึ้นต่อกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีลักษณะขัดแย้งในตัวเองและให้อำนาจเบ็ดเสร็จกับตัวชี้วัดที่ไม่ได้ สะท้อนคุณสมบัติประชากร ตาม เจตจ นา รมณ์ ของ พรบ . การศึกษา พ . ศ .2542 วิธีการทำงานของรัฐบาลที่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีแบบผีตองเหลือง เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลหรือพรรคการเมืองใดให้ความสำคัญกับการ พัฒนากระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เป็นองค์กรปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง รัฐมนตรีที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นไปตาม เกมส์ และผลประโยชน์ทางการเมือง ทัศนคติเชิงลบของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการศึกษาทางเลือกก็ เป็นปัญหามาต่อเนื่องยาวนาน การนำระบบ O-NET มาใช้โดยอิงอยู่กับหลักสูตรแกนกลางฯที่ไม่ตอบสนองเจตนารมณ์ ของ พรบ . การศึกษาทำให้เป็นอุปสรรค เช่นเดียวกับแอด มิชั่น การประกันคุณภาพแบบอุตสาหกรรมที่ขาดความยืดหยุ่น ขาดความเข้าใจในเรื่องคุณภาพกับตัวชี้วัดที่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
สภาการศึกษาแห่งชาติ ได้สรุป และกำหนดเป้าหมายการปฏิรูปรอบ 2 (ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษา พ.ศ. 2552-2561 ) ผู้เรียน มีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับมนุษย์ในโลกยุคใหม่คือ : สามารถเรียนได้ด้วยตนเอง รักการอ่าน มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา คิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม สามารถทำงานเป็นกลุ่ม มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สามารถก้าวทันโลก โดยมีเป้าหมายที่จะ : พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารและจัดการการศึกษา
* การปฏิรูปการศึกษาเป็น เพียงวิธีการ (วิทยากร เชียงกุล ) เป้าหมายของการปฏิรูปคือ การจัดการศึกษาที่ดี ให้ผู้รับการศึกษาได้พัฒนาทักษะทางวิชาการและวิชาชีพ เป็นคนมีทั้งมีความรู้ที่ใช้งานได้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง มีความสามารถในการนำความรู้ที่ได้เรียนมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาทั้งชีวิตตนเอง ชุมชน และสังคม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเสมอภาค สร้างสรรค์ เป็นพลเมืองที่มีความฉลาดรอบด้านและมีวินัยความรับผิดชอบ รู้จักการใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในสังคม มีความสุข มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ระดับสูง สามารถพัฒนาอุปนิสัยใจคอ ความคิดความอ่าน พฤติกรรมไปสู่ความเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ “ มนุษย์ที่สมบูรณ์ ”
การศึกษามีภาระหน้าที่สำคัญ ในการสร้าง และพัฒนาผู้เรียนให้มี ความฉลาด 3 ด้าน 1. ฉลาดทางปัญญา - เป็นคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล สนใจหาหลักฐาน ข้อมูลยืนยัน และรู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง อย่างมีประสิทธิภาพ รู้จักการแก้ปัญหา การทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เข้าใจปัญหาต่าง ๆ อย่างเชื่อมโยงเป็นระบบองค์รวม 2. ฉลาดทางอารมณ์ - เป็นคนที่รู้จักดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ เช่นการออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีคุณค่า การใช้เวลาทำงานและพักผ่อนอย่างไม่เครียด รู้เรื่องเพศศึกษา เรื่องจิตวิทยา ความฉลาดทางอารมณ์ของตัวเองและคนอื่น 3. ฉลาดทางจิตสำนึกเพื่อสังคม - เป็นคนที่ตระหนักในสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบของพลเมือง เคารพในตนเองและเคารพคนอื่น เคารพต่อกฎระเบียบประเพณี ศีลธรรมเพื่อส่วนรวม พัฒนาจิตสำนึกตระหนักเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนและปัญหาสภาพแวดล้อมทั้งในชุมชน ประเทศและในโลก
เน้นการปฏิรูปแนวทางใหญ่ 5 แนวทาง 1. ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการการศึกษาให้เป็นประชาธิปไตยและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 2. ส่งเสริมการพัฒนาครูให้มีคุณภาพและเพิ่มแรงจูงใจให้คนเรียนเก่งมาเป็นครู 3. ปฏิรูปหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับการทำงานของสมองของเด็กวัยต่าง ๆอย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปใช้งาน รวมทั้งรู้วิธีใฝ่รู้ รักการอ่านการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 4. ปฏิรูปการประเมินผลเพื่อเลื่อนชั้น และการคัดเลือกคนเข้าสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะการสอบเข้าเป็นแนว ใ หม่ โดยเน้นเป้าหมายเพื่อช่วยพัฒนาการของผู้เรียนแต่ละคน มากกว่าการเน้นเรื่องใครแพ้ถูกคัดออก 5. ปฏิรูปศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้กำกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง (SELF DIRECTED LEARNING) การจะปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเองอย่างมากด้วย ผู้ใหญ่ควรช่วยกันทำให้ เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความสุขทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน โดยถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด
ดร.สุ วิทย์ เมษิ นท รีย์ “การสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งของประเทศโดยสร้างความสมดุลของสังคมไม่ให้หลงเข้าสู่พื้นที่แห่งความตึงเครียดและไร้เสถียรภาพ...” ทำให้แนวคิดที่ตายตัวถูกแทนที่ด้วยยืดหยุ่น การทำตามระเบียบแบบแผนถูกแทนที่ด้วยการปรับตัว จากการประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถสังเคราะห์ให้เกิด กรอบความคิดเป็นมุมมองใหม่ๆที่มีแนวโน้มจะเกิดจริงในอนาคต 7 ประการ กรอบความคิดที่มีแนวโน้มจะเกิดจริงในอนาคต 7 ประการ 1. Movable Life - ชีวิตที่เคลื่อนที่ไป 2. Man Concerned – ความกังวลในผลที่อาจกระทบกับมนุษย์ 3. Multidisciplinary Workers – คนทำงานที่รอบรู้หลากหลาย 4. Multi Culture – วัฒนธรรมผสมผสาน 5. Micro Worlds – โลก(ทัศน์)ใบเล็ก 6. Morality Hunter – ตามล่าหาศีลธรรม 7. Mega Media – อิทธิพลสื่อ
การศึกษาที่ยึดถือเป้าหมาย ทำ ให้ผู้เรียนได้กำกับการเรียนรู้ด้วยตนเองเพิ่ม ขึ้น 1. ส่งเสริมความรักในการเรียนรู้ ( รวมความรักในการอ่าน ) ตลอดชีวิต โดยไม่ต้องไปเน้นจุดมุ่งหมายอื่นใด นอกจากเพื่อความรักในการเรียนรู้โดยตัวของมันเอง 2. เปลี่ยนแปลงวิธีของการวัดผลโดยไม่เน้นการจัดลำดับในห้องเรียน การวัดผลที่ดีควรวัดพัฒนาการในการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนเน้นการแข่งกับตัวเอง มากกว่าเน้นการแข่งขันกับคนอื่น 3. เน้นการพัฒนาความสามารถทางด้านสังคมและอารมณ์ของผู้เรียนเพิ่มขึ้น 4. เปิดกว้างให้เด็กมีโอกาสเล่นและทำกิจกรรมที่เขาพอใจ โดยการแบ่งเวลาให้เหมาะสม 5. เลิกการสนับสนุนให้เด็กต้องเรียนเสริมเพื่อมุ่งแข่งขันให้เรียนเก่งกว่าคนอื่นได้เร็วกว่าเด็กอื่นตั้งแต่อายุยังน้อย
แนวทางปฏิรูปแนวทางย่อย ในเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนที่ เป็นรูปธรรมใน 6 เรื่อง 1) ทุ่มเทพัฒนาการศึกษาปฐมวัย (3-5 ขวบ ) แบบเตรียมความพร้อมที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองเด็กวัยนี้ 2) ปฏิรูปโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลางที่ปัจจุบันมีคุณภาพต่ำ เพราะขาดแคลนครูที่เก่ง , ขาดงบประมาณ โดยการเพิ่มงบประมาณและส่งเสริมคนเก่งไปทำงาน 3) แก้ปัญหานักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาหรือออกกลางคันอย่างเป็นระบบครบวงจร 4) ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ / ทักษะที่ใช้งานได้จริงเพิ่มขึ้น 5) การปฏิรูปการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาไม่ใช่สำคัญเฉพาะเด็กและเยาวชนในระบบโรงเรียนเท่านั้น แต่สำคัญสำหรับคนที่ทำงานแล้วด้วยไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพราะโลกยุคปัจจุบันเป็นโลกที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วและสลับซับซ้อน ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่เรียกกันว่าเป็น ระบบเศรษฐกิจยุคหลังอุตสาหกรรม หรือระบบเศรษฐกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐาน 6) ปฏิรูปอุดมศึกษาและการวิจัยพัฒนา ควรมุ่งผลิตคนที่รักการอ่าน การค้นคว้า คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ได้ คิดอย่างมีเหตุผล มีข้อมูลและวิชาการเชิงประจักษ์ทดลอง พิสูจน์ได้ รู้วิธีเรียนรู้ต่อ วิธีการค้นคว้า วิจัยด้วยตนเอง
สรุป : การปฏิรูปการศึกษาที่ถูกทาง ต้องจัดการศึกษาที่ดีเพื่อประชาชนทุกคนให้ได้พัฒนาศักยภาพของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่และสนองกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้ เช่น สอนให้ลูกหลานเกษตรกรรู้จักทำการเกษตร เป็นการส่งเสริมคนที่เป็นพ่อแม่มีช่องทางทำมาหากินในท้องถิ่นของตน พัฒนาสถาบันครอบครัวและชุมชนให้เข้มแข็ง มีการให้ความรู้และสอนลูกหลานผู้ประกอบอาชีพอิสระด้านฝึกอาชีพและพัฒนาอาชีพของตนเองได้อย่างแท้จริง ส่วนการจัดการศึกษาให้คนเก่งได้พัฒนาศักยภาพสูงสุดในการศึกษาระดับสูงและในการวิจัยและพัฒนา ก็ควรทำควบคู่กันไป ประเด็นที่สำคัญ คือการมุ่งทำให้ประชาชนเข้าใจและตื่นตัวว่า การจัดการศึกษาในประเทศไทยมีปัญหาถึงขั้นวิกฤติที่เป็นสาเหตุทำให้การพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศก้าวไปไม่ได้ ดังนั้นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองครั้งใหญ่ ให้มีความเป็นประชาธิปไตยทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมแบบประชาชนมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงจะเกิดได้ต่อเมือเราช่วยกันทำให้ประชาชนและชุมชนตื่นตัวเข้ามาช่วยกันเรียกร้องรณรงค์เรื่องการปฏิรูปการศึกษา จึงจะเกิดพลังมากพอที่จะผลักดันให้ผู้บริหารประเทศต้องดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลอย่างแท้จริง
วิเคราะห์ : การ ปฏิรูปการศึกษาจะเป็นไป ได้ ก็ต่อเมื่อได้รับ การใส่ใจจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน และภาค นักการศึกษาที่มีอุดมการณ์ อย่างแท้จริงที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ทันเวลา เพราะ หากปล่อยให้ภาครัฐ หรือองค์กรที่ไม่เป็นอิสระ และไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง ดำเนินการ เราจะไม่มีวันเห็นการปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้นอย่างแท้จริงเลยในชั่วอายุของเรา
สิ่ง ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ภาครัฐ โดยเฉพาะรัฐบาลที่ผ่านๆมา มักมองการศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง หาเสียงกับบุคลากรทางการศึกษา ทั้งยังใช้ข้าราชการทางการศึกษาในการหาเสียง สร้างเครือข่ายพรรคพวกนิยม และค่านิยมประชานิยม ซึ่งไม่ได้ส่งเสริมการพึ่งตนเอง สร้างค่านิยมการพึ่งพิงอำนาจการเมือง ทำให้ข้าราชการบางส่วน ได้แต่ทำตามใบสั่งตอบสนองตัณหาของนักการเมือง ท้ายที่สุด ส่งผลให้เป้าหมายทางการศึกษาที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุได้ มีแต่ภาพอนาคตอันสวยหรู
การมอบความหวังในการปฏิรูปการศึกษาให้ภาคการเมือง คงจะต้องเริ่มที่การ ให้ การศึกษา แก่นักการเมืองจนกระทั่งซาบซึ้งในเรื่อง ธรรมาภิ บาล ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมเสียก่อน นักการเมือง จึงจะมีความพร้อมที่จะปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจังให้ประสบผลสำเร็จ คำถาม จึงกลับมาสู่วงจรเดิม คือทำ อย่างไร เราถึงจะ ได้ผู้ที่มาบริหาร ประเทศ ที่ เข้ามาบริหารด้วยหัวใจที่จะรับใช้ชาติบ้านเมืองอย่าง แท้จริง เพราะฉะนั้น การปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ จึงยังคงเวียน วนอยู่ กับการหาคำตอบให้ได้ว่า “ ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อน ไก่ ! ”
บรรณานุกรม : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ( 2545 )