สื่อธรรมะพ่อครู(ไตรลักษณ์) ตอน ลักษณะของไตรลักษณ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ไตรลักษณ์) ตอน ลักษณะของไตรลักษณ์ _นะโมว่า ...วิปัสสนากับสมถะแยกกันอย่างไร วิปัสสนาเขาบอกว่าคือการทำใจในใจ ตั้งแต่คิดว่าด้วยวิธีคิด วิธีเอาคำพูดคำนั้นคำนี้มา แต่เมื่อผ่านไปจริงๆ เราก็พอทำใจได้ก็หายโกรธ แต่อีกสักพักมันก็ยังโกรธอยู่ไม่ได้หายไป มันแค่เหมือนเอามาบังตาเราเฉย พ่อครูว่า...เพียงรู้เห็นอาการโกรธของเรา เราก็พยายามลด อย่างน้อยเห็นอาการโกรธแล้วก็กดข่มไว้บ้าง ก็ได้ทำ เราจึงต้องใช้วิปัสสนา กดข่มเป็นธรรมดาธรรมชาติ สมถะก็ทำอยู่แล้ว เราก็มาเรียนรู้พิจารณาในความเป็นไตรลักษณ์ว่าอาการอย่างนี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวตามธรรมชาติ ตามความโง่ของเรา จริงๆแล้วมันเกิดเป็นอาการผลักหรือดูดอย่างไรก็ตาม มันเป็นของไม่เที่ยงมันเป็นของที่มาหาเรื่อง จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่จะมีตัวตนเป็น อนัตตา นี่คือลักษณะของไตรลักษณ์ มันมีมาหาเรื่องก็เลยก่อให้เกิดจากเหตุปัจจัยมีกรรมวิบากเฉยๆ เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาว่ารู้ความจริงตามความเป็นจริง ไอ้นี่เกิดเรื่องขึ้นมาเราสัมผัสแล้ว เรื่องราวนี้เป็นอย่างนี้ มีเหตุอย่างนี้มีปัจจัยอย่างนี้ เราก็ดูเหตุปัจจัยที่มันปรุงแต่งเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาก็แค่นั้น จิตใจเราอย่าไปผลักหรือดูดอะไร ทุกอย่างต้องเกิดตามเหตุปัจจัย 2 คนมันก็มีการเกี่ยวข้องสัมผัสกันเขาก็ทะเลาะกัน เหตุปัจจัยของเขาเราก็ดูไป หรือแม้แต่เขามาเกี่ยวข้องกับเราแล้วเขามาโวยวายกับเรา เราก็รู้ว่าคนนี้ช่างโวยวาย คนนี้มา 1ดูดเรา 2 มาผลักเรา เราก็รู้เขาว่าดูดอะไรของเรา ดูดมาทำไมเห็นว่าดีก็เอาตามเราเถอะอย่าไปดูดอะไร เห็นว่าไม่ดีก็ไม่ต้องเอา ไม่ต้องมาผลักอะไรเรา ถ้าเราไม่ดีบอกเราบ้างแล้วก็ขอบคุณ จะได้รู้ว่าอันนี้ไม่ดีเราจะได้เลิกทำ ถ้าไม่บอกก็แล้วไป ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ คุณจะชั่วก็ช่างคุณ คุณ
อ่านต่อ
จะอย่างไรก็ช่างคุณก็แล้วแต่ก็มีเยอะไป ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ ก็เรียนรู้การเกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์กันนี่แหละ แล้วเราก็เอามาปฏิบัติ ให้เป็นประโยชน์ อะไรปฏิบัติเกิดประโยชน์ได้ก็ทํา ก็เป็นประโยชน์อยู่เท่านั้นเอง 611015_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 19