ความตั้งใจแต่เด็กของพ่อครูที่จะทำให้ได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.17 KB
วันที่แก้ไข17 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ความตั้งใจแต่เด็กของพ่อครูที่จะทำให้ได้ _ใจธรรม สิทธินาวิน . ฟังประวัติพ่อครูสนุกมากค่ะ ชอบค่ะ ได้ดูรูปเก่า ๆ ได้บรรยากาศมากเลยค่ะ พ่อครูว่า…รูปแรกซ้ายมือ ชุดขาว ตอนเรียนโรงเรียนเพาะช่าง ภาพที่ 2 ก็เป็นโรงเรียนเพาะช่าง กำลังไหว้ครูกัน พระวิษณุ วันไหว้ครู ส่วนภาพที่ 3 ภาพนี้ต้องเล่าเพราะเกี่ยวถึงเพลง กระจุกที่กำลังยืนอยู่ทั้งหมดคือนักร้องที่ร้องกัน ไม่มีอาตมายืนอยู่ในตรงนี้ แต่อาตมาอยู่ในที่นี้ นี่เป็นที่สถานีวิทยุรักษาดินแดน พี่ล้วนนักดีดเปียนโนอยู่ข้างๆ มีนักร้องเป็นเมียพี่ล้วน คือพี่สะอาด นิลอร่าม ข้างหลังนี่ก็บุญส่ง นี่ก็เป็นเรื่องเก่าที่แต่ก่อนก็อยู่กับวงการพวกนี้ร้องเพลง อาตมานี่ชอบ เรียงคำไว้เลยนะ ตั้งแต่เด็ก เราเกิดมาชาตินี้จะต้องเป็นให้ได้ทั้งหมดเลยคือ 1. ร้อง แสดง แต่ง เรื่อง เพลง วาด พากย์ ถ่าย คือ 1.จะต้องเป็นนักร้อง 2. จะต้องเป็นนักแสดง 3. จะต้องเป็นนักแต่ง และแต่งจะต้องแต่งทั้งเรื่อง ทั้งเพลง ร้อง แสดง แต่ง เรื่อง เพลง ทั้งเป็นนักวาด ทั้งวาดภาพ ทั้งถ่ายภาพ เรียงไว้เลยตั้งแต่เด็ก ร้อง แสดง แต่ง เรื่อง เพลง วาด พากย์ ถ่าย แต่ก่อนเขามีพากย์หนังนะ หนังนี่เขาต้องพากย์ เราต้องเป็นนักพากย์ แล้วก็เคยเป็นนักพากย์ด้วย ในโรงหนังก็เคยพากย์แต่ไม่มาก แม้แต่ในโทรทัศน์ก็ได้พากย์ แต่ไม่มาก เขาให้ไปพากย์แต่หนังการ์ตูน หนังดีๆเขาก็ไปพากย์กับพระเอกนางเอก เราก็ว่าเราแน่เหมือนกันนะแต่ก็ไม่ได้ ทั้งๆที่เราชีวิตเป็นฆราวาสแต่ก่อนอยู่โทรทัศน์ก็ทำมาก่อนด้วย อยู่กับนักพากย์ชั้น 1 ของประเทศเลยนะ คือ เพ็ญ ปัญญาพล ชื่อลุงเพ็ญ กับเมียแกแม่ศรี ศรี ปัญญาพล พากย์หนัง ยึดโรงหนัง เท็กซัส ฉายหนังแขก แกพากย์คู่ผัวเมีย คู่เดียวนี่แหละ พากย์จนกระทั่งตายเลย พากย์จนแก่จนตาย พากย์หนังอินเดีย หนังเ

อ่านต่อ

ท็กซัสโรงหนัง เท็กซัสเป็นที่รู้กันเลยฉายหนังอินเดีย ถนนหน้าโรงหนังเท็กซัส ขายข้าวแกงกะหรี่ แบบแปลงๆ แกงกระหรี่เจ๊กอ่ะ เป็นหม้อๆ ตักกิน ชามละ 50 สตางค์ กินเสร็จแล้วก็มีน้ำหวานถ้วย ร้านขายน้ำหวาน เขาจะหั่นแตงโม น้ำหวานใส่โหลแก้ว แล้วหั่นแตงโมสุกเป็นชิ้นๆ เป็นลูกเต๋าใส่น้ำหวาน เดี๋ยวนี้สภาพเก่าๆหายไปหมดแล้วไม่เหลือพวกนี้เลย ประวัติศาสตร์พวกนี้ (อีกภาพ) พูดถึงฉากนี้อยากจะเล่านิดนึง ฉากนี้คือฉากเวที แล้วอาตมาก็จัดการแสดง ฉากที่เห็นคือฉากสุโขทัย เจดีย์สุโขทัย เป็น Operetta ไม่ใช่ Opera เป็น Operetta คือ Operetta หรือ Opera มันต่างกันกับ Musical play ถ้า Musical play ก็คือละครเพลง แสดงและอาจจะมีร้องเพลงด้วย มีบทพูด มีภาษาพูดแทรกเข้าไปด้วย เป็นเรื่องราว แต่ Opera หรือ Operata นั้น Operetta ก็คือ Opera น้อยๆ Opera ก็คือของฝรั่งเขา ใหญ่เลย คือเป็นการร้องเพลงกันทั้งเรื่องเลย เช่นเรื่องโรมิโอ - จูเลียต ก็ร้องกันทั้งพระเอกนางเอก ตัวประกอบทุกคนร้องอย่างไม่มีคำพูดเลย ส่วน Operetta ก็ร้องเหมือนกันทั้งเรื่อง แต่เป็นเรื่องสั้นๆ ของเขา Opera ทำเป็นชั่วโมง อาตมาทำ Operetta แค่ 20 กว่านาที อาตมาทำ แสดง ตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนเพาะช่างอยู่ ทำเรื่องนี้ แล้วก็ออกแสดงงานศิลปหัตถกรรม แสดงแล้วอาจารย์สมโรจน์ สวัสดิรักษ์ หรือสวัสดิวัฒน์ เป็นผู้อำนวยการ จัดงานศิลปหัตถกรรม ปีต่อมาก็ไปจัดที่จุฬาฯ เขาอยากได้เรื่องนี้อีก ชอบมาก ให้ไปแสดงซ้ำอีก ก็เลยไปแสดงซ้ำ แต่นักแสดงชุดใหม่ อาตมาก็ต้องซ้อมเป็นเดือนนะ ทั้งร้องทั้งออกท่าทาง อาตมาก็เป็นคนดีไซน์ อาตมาเป็นคนคุมหัดฝึกแสดง ให้มัน Synchronise กันให้มันเข้ากันได้ ก็ได้ทำสิ่งเหล่านี้มา ถ้าอาตมาอยู่ทางฆราวาสอาจจะสร้าง Opera นะ ให้คนไทยร้อง Opera เลย

_อัมพร กุลศักดิ์ศิริ . ชอบฟังพ่อครูเล่าเรื่องเก่า ๆ ครับ และอยากให้เด็กรุ่นใหม่ร้องเพลง “แม่มูล” พ่อครูว่า…เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนชื่อเพลงเป็นเพลงแม่จ๋าแล้ว มันร้องค่อนข้างยากอยู่ ถ้าจะให้ร้องเพราะต้องมีความสามารถหน่อยเพลงนี้ อุมาพรร้องได้ดีทีเดียว เสียงต้นฉบับที่ร้องตนแรกคือเกศินี เป็นนักร้องขวัญดาว อาตมาคัดขึ้นมาร้อง เสียงแกค่อนข้างจะแข็งหน่อย ใช้คำใช้อะไรออกมามันก็แข็งอยู่บ้าง มันไม่เหมือนอุมาพรร้องออกมาได้ดี ปล่อยคำปล่อยเสียงอะไรออกมา Vibration ก็ดีพอสมควร ส่วนเกศินี vibration จะมากกว่าหน่อย แต่อุมาพรนี้ได้พอดีๆ ร้องได้ดีมาก vibration หมายถึงทำเสียงสั่นๆ เสียงลูกคอ แปลให้ผู้ชมบางคนที่ไม่ทราบ ลูกคอ นักร้องลูกทุ่งชายที่ลูกคอมากก็คือมนต์สิทธิ์ คำสร้อย ลูกคอเขาจะกี่ชั้นก็ได้ ยิ่งสุนทราภรณ์แล้วก็ โฉมเอยโฉมงาม ตลอดเลย เพลงแกร้องไม่มีลูกคอเลย สุนทราภรณ์ 660913 ฌานวิสัย คืออจินไตย 4 ที่พ่อครูมีในตน พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน