สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน นั่งดูลมหายใจมิใช่มรรคมีองค์ 8.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.04 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน นั่งดูลมหายใจมิใช่มรรคมีองค์ 8 1614การยึด"อานาปานสติ"มาสอนคน(พุทธวจนะ)***แต่ปฏิบัติไปสู่การนั่งหลับตาเข้าสู่ภวังค์เช่นเดียวกับกสิณอื่นๆแต่บอกว่านี้คือมรรคองค์แปดทางสู่ความหลุดพ้น!**ขอให้พ่อครูช่วยวิเคราะห์ประเด็นนี้ครับผม!/เย็นยิ่ง พ่อครูว่า...การเอาลมหายใจเป็นกสิณ อานาปานสติคือให้จิตนิ่งจดจ่อกับลมหายใจ ก็เหมือนกสิณอื่นๆ ดิน น้ำ ไฟ ลม แต่บอกว่านี่คือมรรคมีองค์ 8 มันจะมีมรรคมีองค์ 8 ที่ไหน อาชีวะ กัมมันตะ วาจา สังกัปปะไม่ได้ทำเลย เขาไม่ได้เข้าใจพยัญชนะว่าเป็นสภาวะอย่างไร อาตมาวิเคราะห์เรื่องนี้ตลอดเวลา ตอนพระพุทธเจ้าออกบวช เขาปฏิบัติอานาปานสติคือนั่งสะกดจิตกับลมหายใจเข้าออก เต็มป่า เหมือนยุคนี้เลย ไปเจออาฬารดาบส อุทกดาบส พระพุทธเจ้าก็บอกว่าไม่ใช่ พระพุทธเจ้าตีทิ้ง แต่เขาหาเรื่องใส่ความ แปลงสาร ศาสนาพุทธในเมืองไทยนี้ยึดถือนั่งหลับตาเป็นภาคปฏิบัติสมาธินั้นมาหลายร้อยปีแล้ว มันเสื่อมมากแล้ว การปฏิบัติธรรม ขออธิบายวิชาการศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธปฏิบัติลืมตามีสัมผัสเป็นปัจจัย เป็น concentration อย่างหนึ่ง ส่วนของพระพุทธเจ้านั้น เป็น supraconcentration ในการคิดพูดทำ มีโพชฌงค์ 7 ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์เป็นตัวหลัก การปฏิบัติจะต้องมีปัญญาเป็นตัวหลัก เกิดจากองค์ 6 ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มัคคังคะ สัมมาทิฏฐิ แต่เขาตีไม่แตกคำสอนของพระพุทธเจ้า เลยบื้อทื่อไปหมดเลย แต่ดันยึดสิ่งไม่ถูกมาเป็นสิ่งถูกอีก อาตมาพูดนี้เหมือนอวดตัวตน พูดมา 46-47 ปีแล้ว เหมือนผู้ใหญ่ว่าเด็กๆ ทำไมไม่รู้จักแก้ไขปรับปรุง ไม่มีปรโตโฆษะ โยนิโสมนสิการ ไม่รับฟังคนอื่นเอาไปแก้ไขตัวเอง จะทำโยนิโสมนสิการไม่เป็น หมายความว่าคุณจะทำใจในใจไม่ถูก ไม่สัมมาทิฏฐิ ไม่สามารถปฏิ

อ่านต่อ

บัติ ไม่สามารถปฏิเวธ แต่คุณทำใจในใจอโยสิโสฯ คือพวกนั่งหลับตาสมาธิ แล้วก็ไม่มีปรโตโฆษะ คุณจะโยสิโสมนสิการต้องมี คบสัตบุรุษ ฟังสัทธรรม ถ้าไม่ได้คบสัตบุรุษ ก็ต้องรู้ว่าใครคือสัตบุรุษ อาตมาประกาศตนเป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์นะ เมื่อคุณคบสัตบุรุษบริบูรณ์ 1. การคบสัตบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้การฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ . . 2. การฟังสัทธรรมบริบูรณ์ ย่อมทำศรัทธาให้บริบูรณ์ 3. ศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมทำมนสิการโดยแยบคายให้บริบูรณ์ 4. การมนสิการโดยแยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้ . . สติสัมปชัญญะบริบูรณ์ ที่จะรู้ทันผัสสะ รู้ทันเวทนา 5. สติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ . . ย่อมทำให้ความสำรวมอินทรีย์บริบูรณ์ 6. ความสำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้สุจริต 3 บริบูรณ์ คือ กาย วาจา ใจ เลิกทำการงานทุจริต 7. สุจริต3 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้สติปัฏฐาน4 บริบูรณ์ 8. สติปัฏฐาน4 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้โพชฌงค์ 7 บริบูรณ์ . 9. โพชฌงค์ 7 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้วิชชาและวิมุติ บริบูรณ์ (อวิชชาสูตร พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 61) ถ้าไม่ได้คบสัตบุรุษบริบูรณ์ก็จะไม่สามารถโยนิโสมนสิการบริบูรณ์ คนที่ได้ฟังธรรมะจากสำนักงานอื่นๆมา แล้วเคยฟังสำนักไหนที่อธิบายอย่างที่อาตมาอธิบายไหม สำนักอื่นทำใจอย่างไร ให้นั่งหลับตา เดินหนอ ย่างหนอ แต่ทั้งที่ธรรมะพระพุทธเจ้ามีมากมาย อาตมาสาธยายก็หาว่าพูดมาก แต่ให้นั่งหลับตาสะกดจิต ทั้งที่ ธรรมะพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา ทุททสา แต่ให้นั่งหลับตาอีก เมื่อไหร่จะเข้าใจกัน อย่างเขาเรารู้ และเป็นได้ด้วย อย่างนั่งหลับตาของคุณอาตมานั่งมามาก อาตมาเคยนั่งที่วัดอโศการาม นั่งเจโตสมาธิ ยุงทะเลมากัดมาก นั่งสะกดจิตให้มันกัด พอเสร็จแล้วมันเป็นรอยกัดของยุงเต็มเลย ยุงรุมกันเต็มเนื้อเต็มตัวก็ทนได้ เป็นต้น ที่พูดนี้เป็นประสบการณ์อาตมาผ่านมา อาตมารู้ทั้งสองอย่าง แบบโลกียะ กับแบบโลกุตระที่ ปฏิบัติตามแบบสัมมาสมาธิ ให้มาลองแบบนี้บ้าง ปรโตโฆษะบ้างจะได้โยนิโสมนสิการ แต่แบบนั้นมันอโยนิโสมนสิการ ของพระพุทธเจ้านั้นมีปัญญา รู้โลกกว้าง โลกวิทู อาตมาว่าหนักนะ แต่ไม่สะดุ้งสะเทือนเลย เปิดโทรทัศน์ช่องไหนก็พานั่ง ไม่ได้เกิดกายปาคุญญตา ไม่ได้เกิดกายกัมมัญญตา ที่แปลว่า ความคล่องแคล่วแววไวของเจตสิกคือ เวทนา สัญญา สังขาร ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องไม่รับรู้ไม่แววไว แต่นี่ สัญญา เวทนา สังขารก็ว่องไว ศึกษาให้ตรงคำสอนของพระพุทธเจ้าบ้าง แต่นี่สอนกันทำกันตรงข้ามกับคำสอนพระพุทธเจ้า 360 องศา

600604_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน