สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_อุเบกขา) ตอน อุเบกขาเจริญด้วยองค์คุณ 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_อุเบกขา) ตอน อุเบกขาเจริญด้วยองค์คุณ 5 อุเบกขาจะเจริญด้วยองค์ 5 เจริญด้วย ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ปริสุทธาคือ ทำให้กิเลสไม่มีในจิตได้แล้ว คือความสะอาดของจิต แม้จะทำได้ชั่วคราวก็ตาม แต่ถ้าทำได้และมีน้ำหนัก มีความควบแน่น ตามจริงที่ใครสามารถทำได้ เป็นปริสุทธา จิตนี้จะเป็นฐาน เป็นหน่วยคงที่ ปริสุทธาสะอาด ทำให้จิตนี้ไม่มีกิเลสเข้าไปทำงาน หยุดได้ เสร็จแล้ว คุณก็ต้องมีชีวิตอยู่ ศาสนาพุทธไม่ได้ไปนั่งหลับตานี้อยู่ที่ไหน เนกขัมสิตอุเบกขา ไม่ใช่เคหสิตอุเบกขา นักปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าแยกอาการ เนกขัมสิตะกับ เคหสิตะ ไม่ได้ คนนั้นเดาเอาไม่ชัดเจน ศาสนาพุทธเป็นศาสนาชัดเจนแจ่มแจ้ง มีผัสสะเป็นปัจจัยแยกเวทนาได้ มี สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ แยกแยะได้ ว่าตอนนี้ปริสุทธา เป็นหน่วยคงที่ static แล้วมี dynamic มีตัวแปรทำให้ก้าวหน้า ขั้นคูณ ถ้าบวกนี้จะเดินหน้าไม่ค่อยดี คนถึงได้ให้พยายามอ่านกิเลสตนเองให้ลดลงอย่างก้าวหน้าระดับคูณเลย ถ้าแค่บวกไม่ค่อยเจริญ ต้องให้คูณให้ได้จึงพัฒนาขึ้นได้ ถ้ายิ่งยกกำลังเลยก็ยิ่งสมบูรณ์แบบ อย่างที่ไอน์สไตน์ตั้งสูตรว่า E=mc2 ถ้าสามารถยกกำลังได้สูงสุดแล้ว ถ้าแค่บวกออกไม่ได้ สั่งงานที่ดึงดูดมันเยอะ แล้วมีปริโยทาตา คือต้องก้าวหน้าขึ้นมีพัฒนาการ แล้วต้องปรับที่มุทุภูตธาตุ คือตัวจิตที่มีอาการ แววไว แววไวทั้งเชิงปัญญาคือรู้ แววไวทั้งเชิงเจโตคือจิตปรับเปลี่ยนได้ง่าย ไม่ใช่จิตใจแบบตอแหล แต่ปรับเปลี่ยนตามปัญญาที่แววไว คนที่เข้าใจธาตุมุทุได้ จะรู้จักความเจริญของการปฏิบัติธรรม เรียกเต็มว่ามุทุภูตธาตุ เป็นธาตุที่มีพลังงานประจำของตัวมันเอง จะมีพลังงานบวกและเป็นนิวเคลียสของจิต ผู้ที่รู้พลังงานนี้หลายแยกพลังงานบ
อ่านต่อ
วกลบได้ พร้อมทั้งทำให้เกิดพลังงานตัวแปรบวกหรือคูณให้ก้าวหน้า ปริโยทาตา คือมีพลังงานก้าวหน้าอยู่ ตัวตั้งปริสุทธา ตัวก้าวหน้า เป็นสัมประสิทธิ์ ตัวมุทุ คือตัวเคลื่อนแล้ว ถ้ามุทุมีพลังงานเคลื่อนได้อีกเท่าไหร่ ก็เป็น กัมมัญญตา เป็นความเจริญของกรรม การกระทำกรรม ผู้นี้ต้องมีพัฒนาการกรรม กายกรรม วจีกรรม โดยเฉพาะมโนกรรม มีการพัฒนากรรมที่ควบคุมด้วยอัญญา อัญญาคือความรู้โลกุตระ เป็นความรู้ของศาสนาพุทธผู้รู้คนแรกคืออัญญาโกณฑัญญะ เกิดความรู้ใหม่ ในจิตคน ธรรมดามันเกิดไม่ได้ ความรู้ของคนมันมีแต่โลกียธรรมแต่พอพระพุทธเจ้านำเอาโลกุตรธรรมของท่านมาเปิดเผย อัญญาโกณฑัญญะเป็นบุคคลคนแรกในยุคพระสมณโคดม 2600กว่าปีผ่านมา พระพุทธเจ้าถึงอุทานว่าอัญญา สิ วัตโพ โกณทัญโญ โกณฑัญญะได้เกิดธาตุรู้นี้แล้วหนอ คือตื่นจากความรู้ของปุถุชน เป็นธาตุรู้ตัวใหม่ที่อุบัติขึ้นได้ อัญญะคืออื่น แต่ธาตุรู้อันนี้แหละที่เป็นโลกุตระเจริญขึ้นเป็นอัญญา อัญญา แปลว่า ความรู้ของโลกุตระของอาริยธรรม แล้วพัฒนาเป็นปัญญา อาตมาอาศัยพยัญชนะ อาศัยอักษร คำพวกนี้ด้วย มาขยายสภาวธรรม ตามที่อาตมามีสภาวะ ไม่ใช่อธิบายตามตำรามา ประเด็นอัญญะ อัญญานี้ น่าจะไม่มีนักรู้ของศาสนาพุทธคนไหนพูดกัน ต่อให้จบด็อกเตอร์ห้าใบก็ไม่ได้ เพราะเป็นความรู้เฉพาะตน ซึ่งไม่ใช่รู้กันได้ง่ายๆ ที่อธิบายนี้ไม่ใช่รู้ได้ง่าย ถ้าตนของตนใดรู้และเข้าใจได้ก็เป็นกุศลอย่างยิ่ง ธรรมะของพระพุทธเจ้าจึงลึกซึ้งมาก ถ้าเกิดอัญญะคือธาตุรู้ใหม่ อื่นที่ต่างจากโลกียะ จะมีคุณสมบัติที่ต่างกัน แต่ก่อนตั้งหน้าตั้งตาชอบที่จะล่าลาภยศสรรเสริญโลกียสุข พอมีจิตตัวใหม่นี้ก็จะค่อยๆลด ไม่ใช่ไม่ทำเลย ถ้าได้ก็ดี แต่ไม่ใช่ว่าหยุดทำงาน หลงผิดไปนั่งหลับตาไม่ทำงานการ อย่างนั้นลงทะเลยะเยือกเย็นเลย ศาสนาพุทธต้องทำสัมมาอาชีพ ทำงานเลี้ยงตน เป็นคนไม่ทำงานเลี้ยงตนอย่างนั้นไม่ใช่คน สัตว์เดรัจฉานยังสามารถเลี้ยงตนเองได้ แล้วได้ผลผลิตก็แจกจ่าย ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เอาผลผลิตไปเอาเปรียบผู้อื่นอีก อย่างนั้นทุนนิยม เลวสุด สัตว์เดรัจฉานยังไม่สามารถทำระบบทุนนิยมได้เลย ระบบทุนนิยมจึงเป็นระบบที่เกิดขึ้นเพราะคน อดัม สมิธ เกิดก่อนอาตมาเกิด 211 ปี เขาถือว่าเป็นบิดาแห่งทุนนิยม ต้นหลักสูตรทุนนิยมสามานย์ตัวหลัก คือ มีม็อตโต้ว่า Maximize Profit คือ เอาเปรียบให้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โอ้โห หน้าเลือดขนาดหนัก ซึ่ง ตรงกันข้ามกันกับศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธนั้นเสียเปรียบไม่ได้ ให้เป็นที่สุดเลย "เสียเปรียบ" มีที่สิ้นสุด แต่ "เอาเปรียบ" ไม่มีที่สิ้นสุด ...พ่อครู 5 มิ.ย. 2560 อโศกรำลึก เพราะมันบานเป็นปากกรวย โลภไม่สิ้นสุด แต่เสียเปรียบ เสียสละไปทางก้นกรวย มีที่สุดคือสูญ แต่ไปเอาเปรียบบานเป็นปากกรวยมีแต่บานทะโร่ไม่สิ้นสุด ผู้ที่มาศึกษาศาสนาพุทธจะเป็นคุณแก่โลก เป็นประโยชน์แก่ตนและเป็นคุณแก่โลก จะไม่เป็นตัวเบียดเบียนทำร้ายทำลาย สัตว์หรือมนุษย์หรือโลก จะกลายเป็นตัวที่มีประโยชน์ต่อโลกเขาด้วยซ้ำ นี่คือศาสนาพุทธ มุทุ คือตัวจิตที่ยิ่งใหญ่ แล้วจะทำงานอย่างมีอัญญา เป็นกัมมัญญตา จะทำงานอย่างไร จะสัมผัสสัมพันธ์กับสิ่งที่ เปื้อนโลกีย์หยาบอย่างไร แต่จิตนี้ เป็นจิตไม่ดูดซึมซับโลกีย์ ยังผ่องใสผ่องแผ้วสะอาดอย่างเดิม ปภัสสรา จะถูกโลกียะย่ำยีอย่างไรก็อสังหิรัง ไม่เปลี่ยนแปลง อวิปริณามธัมมัง ไม่แปรเปลี่ยน ไม่มีการเป็นอื่น อสังหิรัง ไม่มีอะไรล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงไปจากอันนี้ได้ อสังกุปปังไม่กลับกำเริบ เป็นพลังงานจิตที่มั่นคงถาวร จะสมบุกสมบันกับโลกหยาบคาย อย่างไร จะเอาให้ตายอย่างไรก็ไม่ตาย จะบริสุทธิ์สะอาดอยู่อย่างเดิม ทำให้จิตเป็นอย่างนี้ได้ คนมีจิตมีคุณสมบัติอย่างนี้ได้ อยู่กับโลกจึงมีจิตปภัสสรตลอด แล้วมีประโยชน์ต่อโลกช่วยเหลือโลกอุ้มชูโลก ไม่ต้องห่วงตัวเองเลย อย่างอาตมาเป็นคนไม่ห่วงตัวเองมากไป จนคนข้างเคียงต้องให้สัญญาณว่า กิน ขี้ เยี่ยว นอน ไป มา แต่ทำงานไม่บอก ห้าม พักบ้าง เอาแต่ทำ 600605_พ่อครูเทศน์เปิดงานอโศกรำลึก ครั้งที่ 36 สันติอโศก พ่อครูเหนื่อย