สื่อธรรมะพ่อครู(อารามตา) ตอน การติด 4 อย่าง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อารามตา) ตอน การติด 4 อย่าง _ คำถามจากไลน์ คุณ B happy 1.ในขณะที่พ่อครูให้ทำงาน (พหุชนะหิตายะ โลกานุกัมปายะ) แต่พ่อครูก็บอกว่าอย่าติดงาน จึงขอถามว่าจุดของการประมาณที่ไม่ให้ติดงานเพื่อมาทำงานจิตวิญญานหรือนั่งสนทนาธรรม มีการพิจารณาอย่างไร 2.ในขณะที่งานจิตวิญญานหรือสนทนาธรรมทำจนไม่มีเวลาทำการงานซึ่งพ่อครูบอกว่าความขยันการงานคือการเพิ่มสมรรถนะ จึงขอถามเราว่าจะประมาณอย่างไรที่ออกจากการนั่งสนทนาธรรมเพื่อออกมาทำการงาน พ่อครูว่า...คำว่า ติดงานก็คือกัมมรามตา คือยินดีในงานเกินไป ติดงาน เป็นโทษ ทำให้เสื่อม จุดของการประมาณ อารามตาแปลว่าความยินดี อาการยินดีมีอยู่ถึงสี่อย่าง
ต้องอ่านอาการว่าคุณติดอะไร ติดในการนอน การพูด หรือธรรมะที่พูด เลี่ยงงานหนักสมัครงานเบามันซ้อน ทำอย่างไรเราจะไม่แก้ตัว ทำงานเอาแต่พูดไม่ทำงานหนักไม่ทำกายกรรม หนักแต่พูด ก็กำหนดยาก เอาความจริงใจของใครก็แล้วแต่ อ่านรายละเอียดว่า อย่างนี้เรียกว่า อารามตา แล้วเราก็แก้ ถ้าเราไม่ติดทำได้อย่างแข็งแรงทำงานได้แต่คุณเลี่ยง เพราะมันหนักมันเปื้อนสกปรกมันร้อน ก็พูดแต่อยู่ในร่มสบายเบาดี ก็ดูรายละเอียด คนไหนจริงใจ แล้วอ่านรายละเอียดให้ณิปุณา คุณต้องชัดเจน ซึ่งสุขุมประณีต ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นอาการทางนามธรรม ไม่พึงหวังความเสื่อม พึงหวังความเจริญได้แน่ ด้วย “อปริหานิยธรรม 7” 1. น กัมมารามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินยินดีการงาน คือไม่หลงเพลินหมกมุ่นวุ่นอยู่กับงาน จนเสื่อมเสียการศึกษาเล่าเรียนบำเพ็ญโพธิปักขิยธรรม) 2. น ภัสสารามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินการคุย) 3. น นิททารามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินการหลับนอน) 4. น สังคณิการามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ)
เรื่องนิทรารามตามัน
อ่านต่อ
จะมีการเสพรสการนอน อร่อยในการนอน อาตมาก็ฝึกมาไม่ใช่เล่น ทุกวันนี้หมดรสชาติในการนอนแล้ว อสังสัคคะ ท่านก็แปลว่า ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ หมู่กลุ่มคนพาลก็ไม่ควรคบ แต่หมู่กลุ่มบัณฑิตก็ควรคบหา แต่ไม่ใช่อยู่แต่ผู้เดียวไม่คบกับใครเลย สุดโต่งไปทางอยู่คนเดียว อันนี้เป็นฤาษีดาบส มิจฉาทิฏฐิ ส่วน สัคคะ แปลว่าสวรรค์ อารมณ์ชื่นชอบใจ อันนี้แหละเป็นนามธรรมชัดๆ คุณต้องไม่คลุกคลีเกี่ยวข้องในอารมณ์สุข อย่างหยาบ ละเอียด ลึกเข้าไป ต้องไม่ติดยึดในการหลงสวรรค์ ไม่ปรุงแต่ง อสัง ไม่ทำไม่ปรุงแต่งให้เป็นสวรรค์ให้ตนเองเลย ต้องหมดสวรรค์หมดนรก ดับภพชาติ หมดภพสวรรค์ภพนรก นี่คือรายละเอียดที่ต้องพูดซ้ำ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง
600418_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปัญญาอันเกิดจากองค์ 6 (อนาสวะ)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ อปริหานิยธรรม ๗ ประการ [๒๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอปริหานิยธรรม ๗ ประการ แก่เธอทั้งหลาย ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อปริหานิยธรรม ๗ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุทั้งหลายจักไม่ยินดีการงาน จักไม่ขวนขวายความยินดีการงาน เพียงใด ภิกษุทั้งหลายก็พึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น ภิกษุทั้งหลายจักไม่ยินดีการคุย ฯลฯ จักไม่ยินดีความหลับ ฯลฯ จักไม่ยินดีการ คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ฯลฯ จักไม่เป็นผู้มีความปรารถนาลามก จักไม่ตกอยู่ใน อำนาจแห่งความปรารถนาลามก ฯลฯ จักไม่คบมิตรชั่ว จักไม่มีสหายชั่ว จักไม่มี เพื่อนชั่ว ฯลฯ จักไม่ถึงความท้อถอยเสียในระหว่างที่บรรลุคุณวิเศษเพียงเล็กน้อย เพียงใด ภิกษุทั้งหลายพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย อปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้ จักตั้งอยู่ในภิกษุ ทั้งหลาย และภิกษุทั้งหลายจักปรากฏอยู่ในอปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้ เพียงใด ภิกษุทั้งหลายพึงหวังความเจริญได้แน่นอน ไม่พึงหวังความเสื่อมเลย เพียงนั้น ฯ