ระงับกายสังขาร ระงับจิตสังขาร ในอานาปานสติสูตร.docx
เนื้อหาในไฟล์
ระงับกายสังขาร ระงับจิตสังขาร ในอานาปานสติสูตร สมณะเดินดิน... คนเข้าใจว่า เป็นอรหันต์แล้วต้องหยุดนิ่งไม่ทำอะไร เขาบอกว่าพวกปฏิบัติธรรมะทำงานได้ด้วยหรือ เขาเข้าใจว่าต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร แต่เขาไม่เข้าใจว่าอริยสัจ ข้อที่ 3 คือ ทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทา คือดับทุกข์ได้แล้ว ก็มาทำงานรับใช้ผู้อื่น ทำงานเหมือนชาวบ้านเขา พ่อครูว่า... เป็นเรื่องลึกซึ้งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) อันนี้ยิ่งใหญ่มากเลย เป็นธรรมะที่ลึกซึ้ง คนธรรมดารู้ไม่ได้ อาตมาเอาโลกุตรธรรม พระพุทธเจ้ามาประกาศ มันลึกซึ้ง แต่มันยุคเสื่อม หากไม่เสื่อมคนก็จะมามาก ประกาศไปคนก็มามาก แต่นี่มันยืนยันว่า ยาก เห็นตามได้ยาก รู้ตามได้ยาก บรรลุตามได้ยาก แล้วมันสงบระงับ ความสงบระงับนี่แหละ กายสังขารังปัสสัมภยัง ความสงบระงับทางกาย ขอขยายความตรงนี้ในอานาปานสติ อานาปานสติไปนั่งหลับตาแล้วไม่มีกาย แต่ อานาปานสติ ที่บอกว่า ปัสสัมภยังกายสังขารัง แล้วก็มี ทำความสงบระงับของจิตต่อ ทีนี้คำว่ากาย ท่านก็อธิบายว่า ข้างนอกทั้งหมดคือ กาย หยาบเท่าไหร่ก็เป็นกายเท่านั้นแต่ต้องมีจิตร่วมด้วยเสมอ จึงเป็นคำที่ลึกซึ้งที่สุดที่ให้อุปัชฌาย์สอนให้ลูกศิษย์สัทธิวิหาริก ปฏิบัติสังโยชน์ 10 ก็ให้ก็ ฟรู้จัก กาย อย่างสัมมาทิฏฐิให้ได้ ถ้าไม่สามารถที่จะไม่รู้ว่า กายนี้คือจิต กายตถาคตเรียกว่า จิต มโน วิญญาณ แต่ถ้าเข้าใจว่า กาย ค
อ่านต่อ
ือร่างสรีระไม่มีจิตเลย มันเป็นมิจฉาทิฏฐิ 100% ฟังที่อาตมาพูดหากคุณไปนึกว่า กายคือร่างกายสรีระ 100% ไม่มีจิตเกี่ยวข้องเลยคุณเป็นมิจฉาทิฏฐิ 100% กายต้องเป็นจิตด้วย กายตถาคตเรียกว่า จิต มโน วิญญาณ พระไตรปิฎก เล่ม 16 ข้อ 230 อย่างนี้เป็นต้น ถ้าคุณไม่ชัดเจนไปฟังคำตรัสพระพุทธเจ้าอันนี้คุณก็หัวหมุนตาย ทำไม กายตถาคตเรียกว่า จิต มโน วิญญาณ ถ้าคนไปเข้าใจว่า กาย คือสรีระดินน้ำไฟลมเท่านั้น คุณจะงงหัวแตกเลย อาตมามาฟื้น แม้แค่คำว่ากายต้องมาเน้นที่จิต มโน วิญญาณ แต่ก็ต้องมีภายนอกด้วย อันนี้เป็นสิริมหามายา คำคู่ที่แยกไม่ได้ แต่ต้องรู้ว่าเน้นอะไร มันเสื่อมไปแล้วศาสนาพุทธ หมดแล้ว จะบอกว่าไปพิจารณากายในกายตามสติปัฏฐาน 4 ซึ่งเป็นข้อแรกของโลกุตรธรรม 37 เริ่มข้อแรกคือพิจารณากายในกาย เมื่อคุณเข้าใจกายผิด จะพิจารณากายในกายอย่างไรก็พิจารณาไม่ออก ถ้าคุณเข้าใจว่า กายคือข้างนอก แล้วมันจะเข้าใจเข้าไปข้างในอย่างไร ก็กายคือดินน้ำไฟลม แล้วกายในกายจะเป็นอย่างไร เขาจะตื้อ เขาจะเข้าไปหาจิตอย่างไรเพราะกายไม่ใช่จิต เอากายไปยัดไว้ในจิตได้อย่างไร ซึ่งเอาพยัญชนะมาอธิบายจะดูตลก แล้วมันยากนะ มันยากมากๆเลย เป็นเรื่องที่ คำว่า สันตา แปลว่าสงบนะ ปัสสัมภยังกายสังขารัง ทำความสงบให้แก่กายสังขารคือการปรุงแต่งของกาย ก็จะต้องเข้าใจว่า กาย หมายถึงกิเลสที่อยู่กับจิตแล้วเกี่ยวกับจิตที่ยังสัมพันธ์กับภายนอก เช่นสัมพันธ์กับคนกับสัตว์กับวัตถุกับดินน้ำไฟลมอยู่ข้างนอก แล้วเราก็เกิดกิเลสอยู่ เราก็ทำกิเลสนั้นให้ลดละจางคลายสงบลงให้ได้ การปฏิบัติถ้าคุณไม่สัมผัสกับคนกับสัตว์ ไม่สัมผัสกับดินน้ำไฟลมกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร คุณจะทำกาย ปัสสัมภยังกายสังขารัง ได้อย่างไรในอานาปานสติสูตร เห็นไหม คุณจะเอาแต่ลมหายใจเข้าออกแล้วทำให้สงบระงับ แล้วคุณก็ไปเล่นความสงบระงับพาซื่อว่าลมหายใจเบาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดเปล่า หนักเข้าก็หยุดลมหายใจเลยนี่แหละสมถะตายเลย มันก็ตลกซึ่งมันไม่ใช่เลยเห็นไหม ปัสสัมภยังกายสังขารังต้องลดกิเลสที่เกี่ยวกับภายนอก กามาวจร กามภพ ให้หมด แล้วก็ทำกับกิเลสที่เหลือต่อไปคุณไม่มีทางเลือกหรอก เมื่อทำกิเลสทาง กายภายนอกหมดแล้วสงบระงับแล้ว มันก็จะมีเหลืออยู่ที่จิตเท่านั้นเอง คุณก็ต้องทำที่จิตคือ ปัสสัมภยังจิตสังขารัง เป็นลำดับลำดา แต่นี่กายยังกินหมากปากเปรอะ กิเลสอบายขั้นต้นหยาบก็ยังไม่รู้เลยแล้วจะบอกว่าหลับตาแล้วเป็นอรหันต์ แม้กายสงบก็ไม่ต้องหลับตา หากว่าปฏิบัติรู้จัก กาย ก็จะรู้ว่า ไม่มีกิเลสกับสิ่งหยาบ หมากพลูบุหรี่พวกนี้ไม่ติดแล้วไม่ข้องแวะแล้ว แต่นี่ไม่รู้เลย ตายไปแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองติด คุณว่าตายไปจะมีคนเอาหมากพลูบุหรี่ใส่ไปด้วยไหมในโลง (น่าจะมี) ที่พูดอย่างนี้ เอามาหาบัวมาเป็นตัวอย่าง เพื่อยืนยันให้รู้ว่าตื่นเสียที อย่าไปหลงในสิ่งที่ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ใช่ ความสงบระงับละเอียดลออ สงบคืออะไร คือรู้จักตัวกิเลสที่เกี่ยวกับกายภายนอกก่อน ก็ระงับได้ กำจัดได้ ทำให้ดับได้ แล้วก็มาทำต่อ เหลือจิต คุณก็มาทำให้จิตสงบต่อ หมดในรูปภพ อรูปภพ อุปกิเลสที่เหลือต่อจนหมดเกลี้ยง คุณก็เป็นอรหันต์นี่พูดอย่างเป็นลำดับลำดาอย่างแท้จริงเลยนะ ต้องใช้สำนวนภาษาของมหาบัวเป็นลำดับลำดา ถูกต้อง แต่นี่ไม่รู้จักความลำดับลำดา แต่ตัวเองพูดอย่างสวยเลยว่าลำดับลำดา ซึ่งมันไม่ลำดับลำดาหรอก แต่มันลำดับลำดื้อ ลำดับลำด้วน ไม่ไปไม่มา อธิบายธรรมะวิเคราะห์วิจัยพูดถึงเนื้อ พูดถึงสาระธรรมะด้วย คนที่เขาไปหลงผิดยึดผิดก็วิจัยวิจารณ์ไป ตำหนิไป คนที่ทำถูกแล้วก็ว่าไป แล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สิ่งที่ถูกมันก็มีแต่พวกเราก็ต้องยกพวกเรา ยกมากก็ไม่ดี สิ่งที่ผิดก็เป็นที่เขา เราไปพูดสิ่งผิดก็เลยต้องผิดที่เขานั่นแหละมาก พอมากเข้า ก็บอกทำไมว่าแต่เขา 640709_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติอย่างมีลำดับลำดาพาให้เป็นอรหันต์จริง