จรณะ 15 สู่ วิชชา 8.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

จรณะ 15 สู่ วิชชา 8 _สงกรานต์ สติมา : กราบคารวะพ่อท่านอย่างสูง หมวดธรรมที่พ่อท่านเน้นเสมอมา ตั้งแต่เริ่มการเผยแพร่ธรรมของพ่อท่าน จนทุกวันนี้คือ จรณะ ๑๕ (หรือ เสขปฏิปทา) ข้อปฏิบัติหลัก คือ ๔ ข้อแรก (สังวรศีล / สำรวมอินทรีย์/ โภชเนมัตตัญญุตา /ชาคริยานุโยคะ) ส่วน อีก ๗ ข้อ ต่อมา (คือ สัทธรรม ๗ ประกอบด้วย ศรัทธา /หิริ /โอตตัปปะ /พหุสุตะ /วิริยะ /สติ /ปัญญา ) เป็นข้อปฏิบัติเสริม หรือทำให้มีพลังสู้กิเลสมากขึ้น และ ๔ ข้อสุดท้าย(ฌาน๔) และ วิชชา๘ น่าจะเป็นผลที่เกิดตามมา ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...ถูกต้อง อาตมาไม่ได้ทิ้งเรื่องศีล มาขยายความ อปัณณกปฏิปทา 3 เรื่อง สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ มาปฏิบัติตื่นๆไม่ใช่ไปหลับ อย่าไปหลบ พาทำมา ตอนหลังมาเน้นพยัญชนะ คุณหลับตาเอาแต่จิต ทิ้งทวารทั้ง 5 ไป ก็ขาดความเป็นกาย แล้วบอกว่าตื่น แต่คุณพาหลับตามันยิ่งไม่ตื่นเลย ให้สำรวมอินทรีย์ก็สำรวมแต่ใจอย่างเดียว โภชเนมัตตัญญุตา บ่ฮู้บ่หันเลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เลิกเลย อาหารชนิดที่หนึ่ง กวฬิงการาหาร ก็ไม่รู้ ติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แม้แต่ตัวสัมผัสกระแทกกระทุ้งอย่างแรงอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง กระแทกด้วยหอก 100 เล่มแทงก็ดันหนังเหนียวอีก เจ็บก็ไม่เจ็บดันหนังเหนียวอีกต่างหาก 100 เล่มเช้ากลางวันเย็นหอกหักหมด ไม่รู้กี่ 100 เล่ม จนเป็น 1,000 เป็น 10,000 เล่มแล้ว คุณก็ยังอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าพวกมิจฉาทิฏฐิเหล่านี้ ตื่นตัวขึ้นมาเมื่อไหร่ พวกเราจะได้ยิ่งกว่าที่พระพุทธเจ้าได้ชฎิลสามพี่น้องมาเป็นช่วงๆ มีชฎิล 3 พี่น้องอยู่ในกลุ่มหลับตาเยอะเลย ไม่ใช่เฉพาะสายอาจารย์มั่น สายอื่นมีอีกหลายสาย แม้แต่ธัมมชโยก็หลับตา แต่สายธัมมชโยอาจจะช้ากว่า เพราะสายธัมมชโยจริงๆแล้วน้อยและเบา มีน้อยและเบ

อ่านต่อ

าบาง พลิ้วๆฟุ้งฟริ้งไม่หนักแน่นเหมือนสายพระป่า เป็นพวกพระบ้าน เป็นพวกแพร มีนักการเมืองคนหนึ่งอาตมาตั้งชื่อให้ว่าแพรฟ้า มีแว่นตาเป็นเอกลักษณ์ ในเรื่องของสัจธรรมพวกนี้ทำเป็นเล่นไป มันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องเล่น ค่อยๆเป็นไป อาตมาถึงบอกว่า พยายามพากเพียร กระเสือกกระสนต่อชีวะชีวิตให้ยืนยาวไปเรื่อยๆเป็นการพิสูจน์สัจธรรมพระพุทธเจ้าด้วย ในการต่ออายุขัย และเป็นเรื่องที่ควรจะทำ ควรจะเป็น และลึกๆอีก อาตมาว่า อาตมาดึงเอารายละเอียดของธรรมะออกมา มันยังออกมาไม่หมดเลย มันยังจะต้องว่ากันไปอีก ข้อปฏิบัติหลัก คือ ๔ ข้อแรก (สังวรศีล / สำรวมอินทรีย์/ โภชเนมัตตัญญุตา /ชาคริยานุโยคะ) สังวรศีลเป็นหลัก แล้วปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา 3 แล้วเกิด ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา ศีล หิริ โอตตัปปะ อาตมาขยายความ ละอายอย่างแรงกล้า แล้วก็จะต้องมีความเคารพความรักอย่างแรงกล้า เคารพอย่างแรงกล้าอีก ทำไมต้องแรงกล้า และหิริโอตตัปปะอย่างไร รักอย่างไร เคารพอย่างไร มีนัยยะละเอียดลึกซึ้งเนียนในสุดยอดของจิตวิญญาณ เป็นใจที่จริงที่สุดเลย คนที่รู้สึกตัวสำนึกความผิดแล้ว ทุกคนสะสมความผิดสะสมความโง่มาเยอะมาก เพราะฉะนั้นผู้ใดเกิดสำนึก เกิดรู้สึกตัว ตัวเองขายขี้เท่อขนาดนี้หรือ กูนึกว่ากูเป็น Google แล้วนะ ที่จริงกูโง่ ไม่ใช่ Google มันจะรู้สึกตัวเลยว่าน่าอายจริงๆเลย ละอายอย่างแรงกล้า เพราะฉะนั้นเมื่อสำนึกรู้ว่าอันนี้คือความถูก เราไปทำผิดในสิ่งที่ถูก เราไปขบถต่อสิ่งที่ถูก พอรู้จริงรู้สึกขึ้นมามันก็จะละอายหนัก แล้วก็จะรักสิ่งที่ถูกนี่หนักขึ้นๆๆ ความรักเป็นความรักที่สูงส่ง บูชาเคารพ คำว่า แรงกล้า เป็นน้ำหนักของผู้ที่พลาดพลัง ไปอย่างโง่ๆดักดาน อาตมาก็นึกถึงผู้ที่เป็นปราชญ์เอกทางศาสนาในเมืองไทย ถ้าท่านเกิดจิตตัวนี้ขึ้นมาสุดยอดเมื่อนั้นเลย แล้วท่านจะบรรลุเร็วก่อนใครด้วย จริง แต่มันเหมือนเส้นผมบังภูเขา เอาเส้นผมออกยังไม่ได้ หากเอาเส้นผมออก เห็นภูเขาเบ้อเร่อเท่อเลย เส้นผมไปบังภูเขาได้อย่างไรมันจริงเลย เพราะเส้นผมนี่แหละคือโลก คือโลกียะ คืออำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มันบัง เป็นเส้นผมบังภูเขาได้ พูดให้ตายใครเข้าใจ ใครจะเชื่อ เส้นผมบังภูเขาได้อย่างไร แต่โดยสัจจะมันบัง เข้าใจจุดนี้ไหมเส้นผมบังภูเขา เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนมาก นิดเดียวเท่านั้นที่มันบังอยู่ ถ้าเอาอันนี้ออกได้จะเห็นภูเขาตระหง่านเลย ตะนาวศีลเลยนะ ตอนนี้ทำภูเขากันดึกดื่นเลย นี่ยังมีสะพานโค้งรุ้งอีก ยังจะประมูลกันอีกต่อไป กลัวจะแพงจริงๆ ภูเขาก็ยังต้องจ่ายไปอีก นี่อุตส่าห์ซื้อรถบดใหม่ ส่วน อีก ๗ ข้อ ต่อมา (คือ สัทธรรม ๗ ประกอบด้วย ศรัทธา /หิริ /โอตตัปปะ /พหุสุตะ /วิริยะ /สติ /ปัญญา ) เป็นข้อปฏิบัติเสริม หรือทำให้มีพลังสู้กิเลสมากขึ้น และ ๔ ข้อสุดท้าย(ฌาน๔) และ วิชชา๘ น่าจะเป็นผลที่เกิดตามมา ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า...พหูสูตคือกองสะสมความรู้ความจริง พหูสูตไม่ใช่แค่ความรู้หรือผู้มีความรู้มากแต่คือผู้ที่มีความจริงด้วยทั้ง 2 นัยยะ สุตะคือมีทั้งความรู้และความจริง หรืออีกคำหนึ่งเขาเรียกว่า พาหุสัจจะ หรือพหุสุตะ สุตะเน้นความรู้ สัจจะเน้นความจริง สุตะ กับสัจจะ ก็นัยยะคล้ายกัน ความจริงเหมือนกัน จริงอย่างสัจจะกับจริงอย่างสุตะ สุตะ คือความจริงแบบ static ส่วน สัจจะเป็นความจริงแบบ dynamic วิริยะ สติ ปัญญา วิริยะคือความเพียร สติคือความตื่นมีระลึกรู้ ปัญญาคือความจริง ที่จะมีสติรู้ครบประมวลมา 2 สภาพ บวกลบ รวมแล้วก็คือปัญญา บวกลบรวมกันเป็นปัญญา เป็นข้อปฏิบัติเสริมเข้าไป ศีลเป็นหลัก อปัณณกปฏิปทา 3 แล้วมี สัทธรรม 7 ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา เสริม รวมเป็นจรณะ 15 รวม ทำให้มีพลังสู้กิเลสมากขึ้น ปราบกิเลสในจิต โดย 4 ข้อสุดท้ายคือ ฌาน 4 และวิชชา 8 น่าจะเป็นผลที่เกิดตามมาก็ใช่แล้ว เกิดปฏิกิริยาแทรกซ้อนเป็นยาดำอยู่ในนั้น ปัญญาเป็นยาดำ ความรู้เป็นยาดำ ไม่มีขาดความรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างของพระพุทธเจ้าการศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่ใช่มีแต่สภาวะอย่างเดียว แต่มีปัญญาร่วมด้วยตลอดเวลา ร่วมด้วยสภาวะจริงที่มีสิ่งที่เป็นสภาวะ ตั้งแต่สภาวะอุตุ สภาวะพีชะ สภาวะจิต หรือสภาวสัตว์ ตั้งแต่เป็นมนุษย์ไปเป็นพระอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ก็มีปัญญาร่วมตลอด ปัญญาเป็นยาดำหรือเป็นกระษัย เหมือนจุนสี ที่เจือในน้ำ ไม่มีเอกเทศใดๆที่จุนสีจะไม่แทรกซึมไปถึง ภาษาอีสานคือ สีย่อนๆ เหมือนก้อนสารส้มก้อนเกลือแต่จุนสีจะสีฟ้าๆ ใส่ในน้ำก็มีสีฟ้านวลสวย เป็นธาตุละลาย แทรกไปในน้ำ ทำให้สะอาดมีพลังอย่างหนึ่ง 640711_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาออกจากป่า พาบรรลุจรณะ 15 วิชชา 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน